ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 289 สมแล้วที่เป็นหญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์
บทที่ 289 สมแล้วที่เป็นหญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์
เรื่องนี้สำหรับจูซิงวั่งนับเป็นเคราะห์ภัยที่มาถึงโดยไม่คาดหมายอย่างแท้จริง
พวกเขาสองสามีภรรยาค้าขายกันในนามภรรยาอยู่ดี ๆ แต่แล้วคนจากบ้านมารดาของภรรยาเขากลับบุกมาขอส่วนแบ่งอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
“นางเป็นลูกสาวแท้ ๆ ของข้า ทำไมข้าจะแบ่งเงินไม่ได้?”
“เลี้ยงมาตั้งแต่อ้อนแต่ออกจนโตขนาดนี้ ออกเรือนมาหมู่บ้านสกุลจูของพวกเจ้า แม้แต่สินสอดที่ออกหน้าออกตาได้ก็ยังไม่มี ข้าขาดทุนย่อยยับแล้ว”
“จูซิงวั่ง ข้าบอกเจ้าไว้ตรงนี้ เงินเจ้าต้องแบ่ง ถึงไม่แบ่งก็ต้องแบ่ง นี่เป็นเงินที่ลูกสาวของข้าหามาได้ บ้านมารดามีสิทธิ์ได้ส่วนแบ่ง”
……
จูซิงวั่งยังไม่ทันได้พูดอะไรก็ถูกพี่น้องจากบ้านเดิมของภรรยาทุบตีเสียแล้ว
เคราะห์ดีที่น้องชายของจูซิงวั่งค่อนข้างมีไหวพริบ เห็นว่าสถานการณ์ไม่เข้าทีก็รีบวิ่งออกไปร้องเรียกคนข้างนอก
บ้านใกล้เรือนเคียงได้ยินเสียงอึกทึกก็รุดมาดู จึงสามารถป้องกัน ‘โศกนาฏกรรม’ เอาไว้ได้
แน่นอนว่าเรือนของจูซิงวั่งย่อมไม่อาจรอดพ้นจากการทุบทำลายข้าวของจากเหล่าน้องชายของภรรยา
“อะไรกัน? มารังแกคนในหมู่บ้านพวกข้า คิดว่าหมู่บ้านสกุลจูไม่มีคนอยู่แล้วเรอะ!”
คนทั้งโขยงยกพวกเข้ามาจับตัวน้องชายทั้งสามของภรรยาจูซิงวั่งเอาไว้
แม่ยายพลันร้องเสียงแหลม “อ๊า…พวกเจ้าทำอะไรกัน?! ฆ่าคนแล้วเจ้าข้าเอ๊ย จะฆ่าแกงกันแล้ว ช่วยด้วย!”
“หมู่บ้านสกุลจูจะฆ่าคนแล้ว!”
“สวรรค์เอ๋ย ท่านไม่มีตาหรือไร?!”
……
ความวุ่นวายคราวนี้ไม่เพียงชักนำเจ้าหน้าที่และผู้อาวุโสของหมู่บ้านสกุลจูมาเท่านั้น แม้กระทั่งเย่อวี๋หรานยังถูกเชิญมาด้วย
เมื่อหลานชายคนโตของเจ้าหน้าที่มาเชิญนาง เย่อวี๋หรานก็มองเขาด้วยความประหลาดใจ “ทำไมถึงเชิญข้าไปด้วยเล่า?”
หลานชายคนโตของเจ้าหน้าที่เป็นคนซื่อคนหนึ่ง เขาพูดว่า “หลี่ต้าเหนียงยืนกรานว่าลูกสาวนางทำการค้ากับคนสกุลจู นางไม่เชื่อใครทั้งนั้น บอกว่าต้องเชิญท่านไปมอบความเป็นธรรมให้ได้”
เย่อวี๋หรานนิ่งงัน “…”
แต่นางไม่ได้รู้จักมักจี่กับหลี่ต้าเหนียงผู้นี้นี่นา?
หลี่ต้าเหนียงมั่นใจได้อย่างไรว่านางจะยืนอยู่ฝ่ายเดียวกัน?
บ้านเดิมของภรรยาจูซิงวั่งนั้นแซ่หลี่ เขาแต่งงานกับหญิงสาวจากหมู่บ้านสกุลหลี่เช่นเดียวกับจูซื่อ
เพียงแต่หลี่ซุ่ยฮวาผู้นี้ไม่ได้โชคดีเหมือนหลี่ซื่อ ตั้งแต่เล็กก็เป็นเด็กที่น่าสงสารคนหนึ่งในครอบครัว บิดาไม่เอ็นดู มารดาไม่รัก แม้แต่คนเป็นย่าก็ยังรังเกียจที่นางเป็นเด็กผู้หญิง
จนกระทั่งมาพบรักกับจูซิงวั่งและออกเรือนมายังหมู่บ้านสกุลจู แม้จะมีชีวิตยากลำบากสักหน่อย แต่ไม่ว่าแม่สามีหรือตัวจูซิงวั่งเองล้วนไม่ใช่คนไร้เหตุผล จึงได้ปฏิบัติต่อนางเป็นอย่างดี
ดังนั้นสำหรับหลี่ซุ่ยฮวา นางออกเรือนมาหมู่บ้านสกุลจูถึงได้มี ‘ชีวิตที่ดี’
มารดาของจูซิงวั่งก็โปรดปรานลูกสะใภ้ที่ขยันขันแข็งและอดทนต่อความยากลำบากผู้นี้ยิ่งนัก ทั้งยังคลอดลูกชายให้จูซิงวั่งแล้ว ไม่มีสิ่งใดให้ไม่พอใจ
“ข้าน่ะหรือ เรื่องชวนกลุ้มที่สุดก็เป็นบ้านแม่ยายของลูกข้าแล้ว เฮ้อ…”
แต่ละครั้งที่คุยกับคนในหมู่บ้าน มารดาของจูซิงวั่งเพียงเอ่ยถึงบ้านเดิมของหลี่ซุ่ยฮวาขึ้นมาก็จะอดทอดถอนใจไม่ได้
ครอบครัวผู้อื่นเมื่อลูกสาวออกเรือนแล้วก็จบ
แต่มารดาของหลี่ซุ่ยฮวากลับเป็นคนประหลาด ตนเองเลี้ยงลูกชายออกมาจนเหมือนพวกอันธพาล อีกทั้งยังเทียวมาฉกของจากคนเป็นลูกสาวกลับไปเลี้ยงดูลูกชายอีก
แม้แต่สวรรค์ยังทราบว่าลูกชายของนางเป็นพ่อคนแล้ว แต่ก็ยังพึ่งพามารดากับน้องสาวที่ออกเรือนแล้วอีก?!
ประหลาดเกินไปแล้ว
เย่อวี๋หรานย้อนยุคมาอยู่ในโลกนี้นานมากแล้ว ย่อมเคยได้ยินได้ฟังเรื่องเกี่ยวกับหลี่ซุ่ยฮวาและบ้านมารดาของอีกฝ่ายมาไม่มากก็น้อย
ตอนนั้นนางยังนึกดีใจว่า ‘โชคดีที่คนแต่งเข้าบ้านข้ามาเป็นหลี่หรูตง ไม่ใช่เมียของจูซิงวั่ง ไม่อย่างนั้นข้าคงได้รำมีดกับคนอื่นบ่อย ๆ แล้ว’
ดังนั้นเมื่อได้ยินว่ามารดาของหลี่ซุ่ยฮวามาอาละวาด อีกทั้งยังเชิญนางออกไป เย่อวี๋หรานก็รู้สึกยุ่งยากใจยิ่งนัก
เฮ้อ…คิดไม่ถึงจริง ๆ ว่าสุดท้ายแล้วก็ต้องเผชิญหน้ากับอีกฝ่ายอยู่ดี อยากหลบก็หลบไม่พ้น
“ท่านแม่ ข้าไปกับท่านด้วยเจ้าค่ะ” เมื่อหลี่ซื่อได้ยินว่ามีเรื่องสนุกให้ไปชมดูก็ฝากลูกไว้กับจูปาเม่ย แล้วตนเองก็วิ่งออกไปชมความครึกครื้น
“เจ้าจะไปทำไม? รังเกียจว่ายังวุ่นวายไม่พอเรอะ? อยู่ในเรือนนี่แหละ ที่นี่มีเรื่องเยอะพอให้เจ้าทำแล้ว” เย่อวี๋หรานไล่หลี่ซื่อกลับไปอย่างหงุดหงิด
นางกำลังคาดเดาสาเหตุที่หลี่ต้าเหนียงผู้นี้จะต้องเรียกนางออกไปให้ได้
คงไม่ได้คิดว่านางแต่งลูกสะใภ้จากหมู่บ้านสกุลหลี่เหมือนกัน แล้วคิดว่าจะสามารถตีสนิทนางได้หรอกนะ?
แน่นอนว่าเย่อวี๋หรานเดาได้ถูกต้อง หลี่ต้าเหนียงคิดไว้เช่นนั้นเอง
เมื่อนางไปปรากฏกาย หลี่ต้าเหนียงก็เข้ามาหาด้วยท่าทางสนิทสนม “ไอ้หยา จูต้าเหนียง ในที่สุดเจ้าก็มาเสียที ข้ากำลังรอให้เจ้ามาถึงอยู่ทีเดียว ตอนลูกสาวข้ายังเล็กก็ยังเคยเล่นกับสะใภ้สี่บ้านเจ้า นางยังเรียกข้าว่าอาหญิงอยู่เลย”
“ตอนที่เถียนนิวออกเรือน ข้าก็มาช่วยงานด้วย ถ้าจะพูดให้ใกล้ชิดกันหน่อย พวกเราก็คือคนครอบครัวเดียวกัน”
“เจ้ารีบมาพูดให้หน่อยเถอะ เงินที่ลูกสาวข้าหามาได้ ทำไมข้าจะเอาไปใช้ไม่ได้?”
……
และเพื่อให้ดูใกล้ชิดสนิทสนม อีกฝ่ายไม่เพียงเรียกชื่อสมัยเด็กของหลี่ซื่อออกมาตรง ๆ เท่านั้น แต่ยังบอกว่าเมื่อก่อนหลี่ซื่อเรียกตนเองว่า ‘อาหญิง’ ทำเสียราวกับว่าสองครอบครัวใกล้ชิดกันเสียเต็มประดา
จูซิงวั่งกับมารดาพลันใจเต้นแรงขึ้นมาทันที
เพราะพวกเขาตระหนักดีว่าแม้ครอบครัวพวกเขาจะเป็นคนไปค้าขาย แต่ก็เป็นการค้าที่จูต้าเหนียงให้พวกเขามา
ด้วยฐานะของจูต้าเหนียงในหมู่บ้านสกุลจู ขอเพียงนางพูดคำเดียว เจ้าหน้าที่และผู้อาวุโสต้องไว้หน้านางแน่นอน
หากถึงตอนนั้น เรื่องนี้ก็คงพูดยากแล้ว
คนที่มีความสัมพันธ์อันดีกับจูซิงวั่งก็เริ่มกังวลขึ้นมา หญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์คนนี้คงไม่ช่วยคนนอกหมู่บ้านหรอกกระมัง?
ทว่าพวกเขามองข้ามจุดหนึ่งไป ในบรรดาหมู่บ้านทั่วเชิงเขาไท่ตังมีครอบครัวไหนที่ไม่เคยเกี่ยวดองกันมาก่อนบ้าง
ถ้าจะถกกันขึ้นมาจริง ๆ ในหมู่บ้านสกุลจูแห่งนี้ ใครบ้างไม่มีความสัมพันธ์เชิงเครือญาติกับหลี่ต้าเหนียง?
ถ้าไม่ใช่เพราะหญิงสาวจากหมู่บ้านสกุลหลี่ออกเรือนมายังหมู่บ้านสกุลจู ก็เป็นหญิงสาวจากหมู่บ้านสกุลจูออกเรือนไปหมู่บ้านสกุลหลี่ คนที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน ต่อให้ห่างกันสักห้าหกเจ็ดรุ่นก็ยังเป็นญาติกันอยู่ดี ในลำดับวงศ์ตระกูลมีบันทึกเอาไว้ชัดเจน
ดังนั้นสำหรับเย่อวี๋หรานแล้ว เรื่องนี้หาได้สลักสำคัญแต่อย่างใด
นางเลิกคิ้วขึ้นมาน้อย ๆ “เถียนนิว? เจ้ามีสิทธิ์เรียกชื่อเถียนนิวด้วยหรือ? เจ้าเป็นแม่ของสะใภ้สี่บ้านข้า หรือเป็นแม่สามีของนาง ชื่อสมัยเด็กเป็นสิ่งที่ใครก็สามารถเรียกออกมาได้ตามใจเช่นนั้นรึ?”
ชื่อสมัยเด็กเป็นชื่อที่คนสนิทชิดเชื้อกันจริง ๆ เท่านั้นจึงจะสามารถเรียกได้ ยกตัวอย่างเช่นบิดามารดาและพี่น้องของหลี่ซื่อ รวมถึงจูซื่อ
แม้แต่เย่อวี๋หรานนั้นปกติก็ไม่เรียกชื่อนี้ออกมาง่าย ๆ
ส่วนจูเหล่าโถวและพี่น้องของจูซื่อยิ่งไม่กล้าเรียกชื่อนี้
อย่าเห็นว่าในหมู่บ้านชนบทไม่ได้มีกฎเกณฑ์มากมาย แต่บางเรื่องกลับถือสายิ่งนัก โดยเฉพาะชื่อสมัยเด็กของสตรีที่ออกเรือนแล้ว นอกจากครอบครัวฝ่ายมารดาและว่าที่สามีใช้เรียกแล้ว ส่วนใหญ่ก็มักจะถูกกลบฝังไปในสายลม
ถ้าเป็นผู้หญิงด้วยกันยังพอว่า แต่ถ้าเป็นผู้ชายที่ไม่เกี่ยวข้องกันมาเรียกชื่อสมัยเด็กของภรรยาผู้อื่น สามีของนางไม่พุ่งเข้ามาตีเจ้าก็แปลกแล้ว
หลี่ต้าเหนียงพลันรู้สึกกระอักกระอ่วนทันที “จูต้าเหนียง คือว่า…”
เย่อวี๋หรานไม่รอให้อีกฝ่ายพูดจบก็เดินผ่านหน้าอีกฝ่ายไปหยุดอยู่เบื้องหน้าเจ้าหน้าที่และผู้อาวุโส และยังเป็นฝ่ายทักทายพวกเขาก่อน
อย่างไรเสีย นางก็เป็นคนหมู่บ้านสกุลจู นางยังต้องให้เกียรติเจ้าหน้าที่และผู้อาวุโส
หลี่ต้าเหนียงที่ถูกทิ้งไว้เบื้องหลังมีสีหน้าพิพักพิพ่วน
เพราะนางไม่คิดว่าหญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์จะไม่ไว้หน้าตนเองถึงเพียงนี้
หญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์!
สมแล้วที่เป็นหญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์ รับมือได้ยากจริง ๆ!
ข้าเชิญนางมาโดยเฉพาะ คงไม่ทำข้าเสียเรื่องหรอกนะ?
ทันใดนั้น หลี่ต้าเหนียงก็รู้สึกเสียใจที่เชิญเย่อวี๋หรานมาเสียแล้ว
อีกด้านหนึ่ง จูซิงวั่งกับมารดาเห็นเช่นนั้นก็ถอนหายใจออกมาเบา ๆ
ถึงจะไม่รู้ว่าจูต้าเหนียงคิดอะไรอยู่ แต่ดูจากรูปการณ์ปัจจุบันแล้ว อย่างน้อยนางก็ยืนอยู่ฝั่งหมู่บ้านสกุลจู
ขอเพียงนางยืนอยู่ฝั่งหมู่บ้านสกุลจู เรื่องอื่น ๆ ย่อมมีเจ้าหน้าที่และผู้อาวุโสเป็นคนตัดสินใจ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
L5TJEMEG
เจอโค๊ดแล้วอย่าเพิ่งเมินเฉย โค๊ดนี้สามารถนำมากรอกเพื่อรับเหรียญได้ที่เว็บไซต์ Enjoybook
ไปที่โปรไฟล์ >> รหัสแลกรับ >> ใส่โค๊ดที่ได้ (ตัวพิมพ์ใหญ่)
ลุ้นรับเหรียญสูงสุด 100 เหรียญ ตั้งแต่วันนี้ – 30 ตุลาคม
ด่วน! ใครใช้โค๊ดก่อน ได้เหรียญก่อนนะ