ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 302 พบว่าพ่อสามีนอกใจ ควรทำอย่างไรดี?
บทที่ 302 พบว่าพ่อสามีนอกใจ ควรทำอย่างไรดี?
ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ทางการหมู่บ้านสกุลจู และผู้อาวุโสหมู่บ้านสกุลจูเคยได้ยินเรื่องนี้จากปากของเย่อวี๋หรานแล้ว ดังนั้นยามที่เห็นพี่เป้าคนนี้ แม้จะประหลาดใจอยู่บ้าง แต่ก็มีเรื่องที่แน่นอนอยู่เรื่องหนึ่ง แท้จริงแล้วสิ่งที่จูต้าเหนียงพูดก็ล้วนเป็นความจริง
พวกเขารู้มาโดยตลอดว่าจูต้าเหนียงเป็นคนมีความสามารถ แต่คิดไม่ถึงว่าจะเคลื่อนไหวรวดเร็ว เชิญคนมาที่บ้านเร็วถึงเพียงนี้
ทั้งสองคนมองหน้ากัน ยังดีที่ตั้งแต่แรกพวกเขามองการณ์ไกล เลือกยืนข้างจูต้าเหนียง ไม่เช่นนั้นเกรงว่าคงเป็นฝ่ายที่อับอายเป็นแน่
ผู้คนในลานบ้านต่างก็พากันพูดคุยเรื่องนี้
พี่เป้านี้มองดูก็รู้แล้วว่าเป็นคนที่ไม่ควรจะเข้าไปยุ่งวุ่นวาย พวกเขาจึงไม่กล้าเข้ามา แต่ถ้าไปสอบถามจากคนสกุลจูดูท่าคงไม่เป็นไรกระมัง?
พ่อเฒ่าจูและแม่เฒ่าจูที่ไม่รู้เรื่องอะไรแม้แต่น้อยถึงกับชะงัก “…”
ไม่ พวกเจ้าอย่ามาถามพวกข้า พวกข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน
จูเหล่าโถวที่มีท่าทีแข็งค้าง “…”
ไม่ พวกเจ้าอย่ามาถามข้า ข้าก็ไม่รู้อะไรเหมือนกัน
เห็นได้ชัดว่าในฐานะผู้นำสกุล พวกเขากลับไม่รู้อะไรเลยเช่นกัน สีหน้าของจูเหล่าโถวเปลี่ยนสีเป็นไม่น่าดูขึ้นมา
แม้จะไม่มีใครพูดต่อหน้าเขา แต่ความคลุมเครือเช่นนั้นเป็นสายตาที่รู้ว่าใครเป็นคนรับผิดชอบสกุลจู นี่จึงทำให้เขาไม่อาจทนอยู่ในเรือนได้อีก
ก่อนหน้านี้ยังมีความสุขดี สีหน้าเต็มไปด้วยความยินดีปรีดา แต่เพียงชั่วพริบตาอารมณ์ก็ดำดิ่ง ในใจกลับรู้สึกหดหู่
อารมณ์ของจูเหล่าโถววันนี้ราวกับกำลังนั่งรถไฟเหาะตีลังกา
แต่สิ่งที่ยิ่งทำให้เขารู้สึกทนไม่ได้คือ ยามที่เขาออกมาจากเรือนในฐานะหัวหน้าสกุลกลับไม่มีใครสังเกตเห็นเลยสักคน?!
เขายืนอยู่นอกเรือน ซ่อนอยู่ในที่ที่ไม่มีคน รู้สึกเสียใจอยู่พักหนึ่ง
“พี่ใหญ่จู…”
น้ำเสียงฉายแววลังเลของใครบางคนดังขึ้นมาจากข้าง ๆ
จูเหล่าโถวหันหน้าไปก็พบกับคนที่ยืนอยู่ด้านข้าง เป็นแม่ม่ายฉินที่ควรจะอยู่ในลานบ้านนั่นเอง
วันนี้เป็นงานมงคลใหญ่ของสกุลจู คนในหมู่บ้านสกุลจูล้วนมากันหมด แม่ม่ายฉินเองก็ไม่อาจพลาดคำเชิญเช่นกัน
เพียงแต่วันนี้นางแต่งตัวธรรมดาเป็นอย่างยิ่ง ซ่อนตัวอยู่ในฝูงชน จึงไม่ได้ดึงดูดความสนใจมากนัก
“เจ้าออกมาทำไม?” จูเหล่าโถวมองนางอย่างทำตัวไม่ถูกเล็กน้อย
แม่ม่ายฉินแสดงท่าทีประดักประเดิดอยู่บ้าง นางเอาผมยุ่ง ๆ ทัดหลังหูและพูดว่า “ข้าเห็นเจ้าออกมา ข้าก็เลยออกมาด้วย”
จูเหล่าโถวไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไร
“ขอโทษ ข้าทำให้เจ้าลำบากใจใช่หรือไม่? ข้าจะไปเดี๋ยวนี้” แม่ม่ายฉินพูดจบก็หันหลัง แต่นางกลับไม่ได้เดินไปทันที ทั้งยังพูดขึ้นมาอย่างลังเลประโยคหนึ่ง “ข้า…จริง ๆ แล้วข้าแค่เป็นห่วงเจ้า”
จูเหล่าโถวพูดอย่างขี้ขลาดว่า “ไม่เหมาะ”
“ข้ารู้ ใครก็รู้นิสัยของจูต้าเหนียง แม้แต่เจ้าหน้าที่ทางการและผู้อาวุโสก็ล้วนไว้หน้านางอยู่หลายส่วน ข้าก็กลัวจูต้าเหนียงเหมือนกัน แต่ข้าเป็นห่วงเจ้า พอคิดว่าเจ้าอาจจะกำลังทุกข์ใจ ข้าก็ควบคุมตัวเองไม่ได้ พี่ใหญ่จู ข้าขอโทษ”
จูเหล่าโถวได้ยินว่านางออกมาเพราะเขา ในใจก็สั่นไหว “ฉิน…ข้าก็กลัวนางเหมือนกัน แต่ถ้าให้นางรู้เรื่องของพวกเราสองคนตอนนี้ แม้ว่าพวกเราจะไม่ได้มีอะไรและบริสุทธิ์ใจ แต่ด้วยนิสัยของนาง เรื่องนี้คงไม่ปล่อยผ่านไปง่าย ๆ ถึงครานั้นข้าคงปกป้องเจ้าไม่ได้”
ดวงตาของแม่ม่ายฉินแดงขึ้นมาทันที นางหันหน้าไปมองเขาด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ “ข้ารู้ ข้าก็กลัวเหมือนกัน กลัวมาก ๆ กลัวจนไม่กล้ามองนาง ข้าก็ไม่ได้ต้องการให้เจ้าทำอะไรเพื่อข้า ข้าเพียงแค่หวังว่ายามที่เจ้าทุกข์ใจ และในยามที่ต้องการคนอยู่เคียงข้าง ข้าจะพออยู่เคียงข้างเจ้าได้”
“เจ้า…” จูเหล่าโถวอดไม่ได้ที่จะก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ปวดใจจนคิดอยากจะโอบกอดผู้หญิงคนนี้ไว้ แต่ยังไม่ทันได้กอดนาง เขาก็หยุดชะงักไป
เขาตบหน้าตัวเองฉาดหนึ่งและด่าออกมา “ข้ามันไม่ใช่ผู้ชาย ข้าผิดต่อเจ้า”
“พี่ใหญ่จู เจ้าอย่าทำแบบนี้” แม่ม่ายฉินดุเขาก่อนจะรีบจับมือเขาไว้ พูดปลอบด้วยดวงตาแดงก่ำ “ข้าออกมาเพื่อปลอบใจเจ้า ไม่ใช่มาทำให้เจ้าทุกข์ใจ ถ้าเจ้าทำแบบนี้ ข้าก็มีแต่จะเจ็บปวดมากขึ้น”
น้ำตาหยดหนึ่งพลันไหลจากหางตาของนาง และหยดลงบนมือของจูเหล่าโถว
ชั่วขณะหนึ่ง จูเหล่าโถวรู้สึกว่าเจ็บปวดเป็นอย่างยิ่ง
ทันใดนั้น เขาก็มีแรงกระตุ้นอย่างหนึ่ง ข้าต้องทำตัวให้สมกับที่เป็นผู้ชายคนหนึ่ง ข้าต้องปกป้องนาง!
วินาทีต่อมา ร่างกายไปไวกว่าความคิด เขากอดผู้หญิงคนนี้ไว้ทันที
จูเหล่าโถวตกใจกับตัวเองและกำลังคิดจะปล่อยมือ
แต่ไม่ทันที่เขาจะได้ปล่อยมือ แม่ม่ายฉินก็เข้ามาอยู่ในอ้อมกอดของเขา และเริ่มร้องไห้ขึ้นมา
“พี่ใหญ่จู ฮือ ๆๆ…ข้าเสียใจจริง ๆ ข้ารู้สึกว่าข้าไม่อาจควบคุมตัวเองได้อีกต่อไปแล้ว หลายปีมานี้ที่ผ่านมาไม่มีใครสนใจข้าหรือเอาใจใส่ข้าเลย ข้าคิดว่าข้าคงอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีเจ้า…”
จูเหล่าโถวคิดจะปล่อยมือแต่ก็ไม่สามารถปล่อยมือได้
เขาลังเลอยู่นาน เมื่อรู้สึกได้ว่าอีกฝ่ายกอดตัวเองแน่นขึ้นเรื่อย ๆ ก็ทำได้เพียงกอดนางให้แน่นขึ้นอีกครั้ง
นางอ่อนแอมาก เช่นนั้นจึงต้องได้รับการดูแล
นางมีความกล้าที่จะออกมา แล้วทำไมเขาถึงยังถอยหนีอยู่อีก?
เขาเทียบกับนางไม่ได้เลย เขายังเป็นผู้ชายอยู่หรือไม่?
หลังกำแพงนั้น หลิวซื่ออ้าปากค้างเพราะกลัวว่าตัวเองจะเผลอส่งเสียงออกไป นางจึงยกสองมือขึ้นมาปิดปากแน่น
นางสามารถพูดได้ว่าเป็นเพราะพ่อของนางต้องการให้มาหาตัวพ่อสามีเพื่อพูดคุยกัน ดังนั้นนางจึงเพิ่งจะออกมาได้ใช่หรือไม่?
แต่ทำไมเมื่อนางออกมาแล้วกลับต้องมาพบเจอเหตุการณ์เช่นนี้เล่า?!
สวรรค์! พ่อสามีกับแม่ม่ายฉินเป็นชู้กัน?!
จบสิ้นแล้ว จบสิ้นแล้ว ถ้าให้แม่สามีรู้เข้าจะไม่พินาศกันไปหมดหรือ?
ไม่ง่ายเลยกว่าชีวิตในบ้านจะเริ่มดีขึ้นได้ มีคนได้เรียนหนังสือ ได้สร้างเรือนใหม่ แต่ผลกลับกลายเป็นว่าพ่อสามีกับแม่ม่ายฉินลอบเป็นชู้กัน
หลิวซื่อคิดว่าจะให้เรื่องนี้หลุดออกไปไม่ได้เด็ดขาด ถ้าแม่สามีโกรธจนลงมือฆ่าพ่อสามี ถึงครานั้นครอบครัวนี้คงได้จบสิ้นแล้วจริง ๆ
พ่อหลิวเห็นลูกสาวกลับมาด้วยสีหน้าแปลก ๆ จึงถามด้วยความสงสัย “พ่อสามีเจ้าเล่า? เจ้าไม่ได้ไปหาคนหรอกหรือ?”
หลิวซื่อรีบมองไปรอบ ๆ และส่ายหน้า
นางเข้ามายืนใกล้ ๆ พูดเสียงเบาว่า “ท่านพ่อ เรื่องเรือนนี่ช่างมันเถอะเจ้าค่ะ”
“จะช่างมันได้อย่างไร?” พ่อหลิวสับสน “ไม่ใช่ว่าเจ้าเป็นคนขอให้ข้ารับผิดชอบช่วยเจ้าช่วงชิงเรือนใหม่ก่อนหรือ? ต้องฉวยโอกาสที่มีคนมากถึงเพียงนี้ หากตอนนี้ไม่รีบกำหนดสถานะของเจ้าไว้ รอจนถึงคราวที่ไม่มีคนแล้ว เจ้าจะไปสู้กับแม่สามีเจ้าได้หรือ?”
“ท่านพ่อเลิกพูดเถอะเจ้าค่ะ”
“ใจของแม่สามีเจ้ากำลังสั่นคลอน การค้าขายของสกุลจูก็ไม่ยกให้เจ้า เรือนใหม่นี่ก็ไม่ยกให้เจ้า สรุปแล้วเจ้ายังเป็นลูกสะใภ้สกุลจูอยู่หรือไม่? เป็นลูกสะใภ้สกุลจูเหมือนกัน เหตุใดผลประโยชน์ถึงให้สะใภ้ใหญ่กับสะใภ้สี่ไปเสียหมดเล่า?” ยามที่พูด พ่อหลิวก็มองไปยังกลุ่มคน เห็นพ่อหลี่และคนอื่น ๆ ถูกรายล้อมไปด้วยกลุ่มคน ในใจก็เต็มไปด้วยความไม่สบายใจ
เช่นเดียวกับพ่อตาแม่ยาย เพราะคนเป็นลูกสาวมีความสามารถ ยังไม่ต้องพูดถึงการค้าที่สกุลจูถือครองอยู่แล้วยังให้กำเนิดลูกแฝด กลุ่มคนที่อยู่ตรงนั้นก็พยายามตีสนิทเพื่อสร้างความสัมพันธ์
ในทางกลับกัน สกุลหลิวของพวกเขานั้นลูกสาวตั้งท้องยาก การค้าของสกุลจูก็ไม่ตกมาถึงมือ แม้แต่เรือนใหม่ก็ยังไม่ได้ส่วนแบ่งมา รู้สึกอัดอั้นตันใจอย่างหาใดเปรียบ
ถ้าไม่ใช่เพราะกลัวว่าจะเอาชนะจูต้าเหนียงไม่ได้ เขาก็อยากจะแสดงความไม่พอใจออกมาอยู่
หลิวซื่อก็มองไปถึงด้านนั้น นางเห็นครอบครัวหลี่ซื่อมีแต่ความอิ่มเอิบแจ่มใสราวกับสายลมในฤดูใบไม้ผลิก็อิจฉาอยู่ไม่น้อย แต่เทียบกับเรื่องนี้แล้ว จะมีเรื่องอะไรน่ากลัวไปกว่าการที่พ่อสามีนอกใจแม่สามีอีกเล่า?
ตอนนี้นางคิดเพียงอยากรีบถอยออกมาเพื่อหลบสายตาแม่สามี เพราะเกรงว่าเมื่อเรื่องแดงขึ้นมาแล้ว ความโกรธเกรี้ยวนั้นจะมาลงที่นางด้วย