ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 305 สมกับที่เป็นหญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์
บทที่ 305 สมกับที่เป็นหญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์
คนตัวเล็กก็มีวิถีการใช้ชีวิตของคนตัวเล็ก วิถีการใช้ชีวิตของพี่เป้าก็คือ หาเงินได้ แต่ไม่อาจไปยุ่งกับเงินที่ต้องใช้ชีวิตเข้าแลก
พวกเขากำลังสนทนากันอยู่ ก็พลันได้ยินเสียงโหวกเหวกดังมาจากเรือนข้าง ๆ
เย่อวี๋หรานขมวดคิ้วเล็กน้อย ลังเลว่าควรออกไปดูหรือไม่
ถัดจากนั้น นางก็ได้ยินเสียงหลี่ซื่อเรียกหาตนเอง “ท่านแม่ ท่านแม่ ท่านอยู่ที่ไหนเจ้าคะ?”
“เป็นสะใภ้สี่บ้านข้าเอง” นางลุกขึ้น เอ่ยยิ้ม ๆ ต่อพี่เป้า เจ้าหน้าที่และผู้อาวุโสจู “พวกท่านเชิญคุยกันต่อ ข้าออกไปดูสักครู่ ประเดี๋ยวก็กลับมาแล้ว”
เมื่อหลี่ซื่อเห็นนางก็รุดเข้ามาหาทันที “ท่านแม่ แย่แล้วเจ้าค่ะ หลินต้าเม่ยมาหาเรื่องแล้ว!”
“นางมาได้อย่างไร?” เย่อวี๋หรานสงสัย
หลินซื่อบอกว่า นางแจ้งหลินต้าเม่ยแล้วว่าตนเองต้องไว้ทุกข์ให้มารดา ส่งเพียงของขวัญมาก็พอ คนไม่ต้องมาแล้วไม่ใช่หรือ?
ธรรมเนียมของที่นี่เป็นเช่นนี้มาตลอด ไว้ทุกข์ไม่ออกนอกเรือน
“ข้าจะรู้ได้อย่างไรเจ้าคะ?” หลี่ซื่อเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟังโดยสังเขป
เย่อวี๋หรานพลันรู้สึกหนักอึ้งขึ้นมา อยู่ในช่วงไว้ทุกข์ แต่กลับสวมชุดสีสันฉูดฉาดมาก่อความวุ่นวายถึงเรือนนาง ชัดเจนว่าจงใจมาหาเรื่อง
ด้วยนิสัยของหลินต้าเม่ยต้องไม่กล้าทำเรื่องเช่นนี้แน่นอน เว้นเสียแต่จะมีคนยุยง
แต่ยามกะทันหันเช่นนี้เย่อวี๋หรานคิดไม่ออกว่าผู้ใดมี ‘ความเคียดแค้น’ ต่อสกุลจูถึงเพียงนี้
เมื่อเย่อวี๋หรานตามหลี่ซื่อกลับไปก็เห็นหลินต้าเม่ย หลินซื่อ หลินซานเม่ย และหลินซื่อเม่ยสี่คนฟัดเหวี่ยงกันถึงช่วงดุเดือดเลือดพล่าน
หลินซานเม่ยและหลินซื่อเม่ยมีหลินซื่อมาเสริมทัพก็สามารถพลิกจากแพ้เป็นชนะ
พวกนางสองคนสู้หลินต้าเม่ยไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ทั้งคู่รับหน้าที่ควบคุมตัวหลินต้าเม่ย ทั้งกอดแขน กอดขา ใช้ปากกัด น้องสาวสองคนควบคุมหลินต้าเม่ยไว้ได้แล้ว หลินซื่อก็พุ่งเข้าไปกระชากผมและเสื้อผ้าของหลินต้าเม่ย ออกแรงซัดคนเต็มเหนี่ยว
“ผู้ใดใช้ให้เจ้ารังแกน้องสามกับน้องสี่ เจ้ายังเป็นคนอยู่ไหม?”
“ผู้ใดใช้ให้เจ้ารังแก!”
……
หลินต้าเม่ยถูกอัดจนน่วม น้ำตาไหลพราก แต่นางก็ยังไม่ยอมแพ้ “ข้ารังแกใครกัน หา? พวกเจ้าต่างหากที่รังแกคนอยู่ชัด ๆ? พวกเจ้าสามคนรุมข้าคนเดียว ไม่รู้จักอายเสียบ้าง?”
เวลานี้รอบด้านแวดล้อมด้วยคนที่มาดูเรื่องชาวบ้าน
เมื่อเย่อวี๋หรานมาเห็นฉากนี้ สีหน้าก็พลันเขียวคล้ำ “ทำอะไรกัน?! ขบถแล้วเรอะ?!”
นางตวาดเรียกหลินซื่อ หลินซานเม่ย และหลินซื่อเม่ย แล้วปราดเข้าไปใช้มือเดียวจับกุมคน มืออีกข้างกดหลินต้าเม่ยไว้บนพื้น
หลินต้าเม่ยร้องเสียงแหลม “อ๊า! ฆ่าคนแล้ว! หญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์ฆ่าคนแล้ว!”
นางไม่รู้ตัวเลยว่าหญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์โผล่มาจากทางไหน?!
หลินซื่อ หลินซานเม่ย และหลินซื่อเม่ยที่เพิ่งปล่อยมืออึ้งอยู่กับที่ “…”
สวรรค์?! จูต้าเหนียงร้ายกาจเกินไปแล้ว
พวกนางสามคนยังจัดการพี่ใหญ่ไม่ได้ แต่จูต้าเหนียงคนเดียวก็เอาอยู่?!
คนอื่น ๆ ที่มุงอยู่ตกตะลึง “…”
สมกับที่เป็นหญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์ มีดีพอตัว!
มือข้างหนึ่งจับแขนหลินต้าเม่ยเอาไว้ มืออีกข้างกดศีรษะหลินต้าเม่ยไว้บนพื้นดินอย่างแน่นหนา ปล่อยให้นางร่ำร้องด่าทอ แต่ไม่ยอมปล่อยมือ
สภาพของหลินต้าเม่ยแลดูน่าเวทนาอยู่บ้าง กล่าวได้ว่าไร้กำลังตอบโต้ได้ นางแผดเสียงกร้าว “ปล่อยข้านะ! เจ้าเล่นทีเผลอนี่นา แน่จริงเอาใหม่ พวกเรามาชนกันซึ่งหน้า”
เย่อวี๋หรานหรือจะยอมประจันหน้ากับอีกฝ่ายตรง ๆ เรื่องแบบนี้ต้องมาโดยไม่คาดหมาย มิเช่นนั้นจะเรียกว่าการจู่โจมสายฟ้าแลบได้อย่างไร?
นางเรียกหลิ่วซื่อและหลิวซื่อเสียงเย็น บอกให้พวกนางหาเชือกมามัดหลินต้าเม่ย
หลิ่วซื่อและหลิวซื่อทำตามคำสั่งทันที ในไม่ช้าก็หาเชือกกลับมาได้
เย่อวี๋หรานกดมือของหลินต้าเม่ย ให้พวกนางมัดคนเอาไว้
หลินต้าเม่ยแผดเสียงลั่น “ผู้ใดกล้ามัดข้า?! มารดามันเถอะ! พวกสมควรตาย…”
ผรุสวาทถ้อยคำหยาบคายออกมาไม่หยุด
เย่อวี๋หรานเดือดดาล “อุดปากนางให้ข้า”
จูซาน จูซื่อ และจูอู่มีประสบการณ์มาแล้ว รีบถอดถุงเท้าของตัวเองส่งมาให้ทันที
หลี่ซื่อรับถุงเท้ามาได้ก็ไม่สนใจว่าเป็นของใคร รีบยัดใส่ปากหลินต้าเม่ยทันที
ฉับพลันนั้น หลินต้าเม่ยก็ร้องไม่ออกอีกแล้ว “อื้อ ๆๆ…”
คนรอบข้างตกตะลึง “…”
แหวะ น่าขยะแขยงชะมัด อยากจะอ้วก!
จูต้าเหนียงไม่อยากให้คนกินข้าวกันนี่นา
เย่อวี๋หรานทำเป็นมองไม่เห็นแล้วสั่งว่า “หาเก้าอี้มา!”
หลังจากนั้น หลินต้าเม่ยที่ถูกมัดและอุดปากก็ถูกจับมัดไว้กับเก้าอี้อีกที
เย่อวี๋หรานสั่งการให้ควบคุมตัวหลินต้าเม่ยไปขังไว้ในเล้าหมูต่อหน้าสายตาทุกคน
จูอู่และหลินซื่อที่เคยถูกขังไว้ในเล้าหมูมาก่อนนิ่งงัน “…”
ส่วนคนทั้งหลายที่เคยได้ยินเรื่องเล้าหมูมาก่อนก็หมดคำพูด “…”
ใช่ว่าจะไม่มีคนอยากซุบซิบพลางชมความครึกครื้นไปด้วย แต่เพิ่งจะอ้าปาก เย่อวี๋หรานก็ตวัดสายตาเย็นชามองมา ทั่วลานเรือนพลันเงียบสงบลงทันที
หญิงปากสว่างและคนอื่น ๆ นั้นราวกับว่าเจ้ามองข้า ข้ามองเจ้า ไม่มีใครกล้าพูดอะไรออกมาทั้งสิ้น
มองข้าแบบนี้ทำไม? ข้าไม่ได้เป็นคนหาเรื่องเสียหน่อย!
อย่านะ จูต้าเหนียงมองกันเช่นนี้ หรือจะสงสัยว่าพวกข้ายุยงให้เกิดเรื่อง?
“ไม่มีธุระก็กลับที่นั่งของตัวเองเถอะ ประเดี๋ยวก็ต้องกินข้าวกันแล้ว” เย่อวี๋หรานไม่ได้อธิบาย นางกล่าวอย่างเรียบง่ายประโยคเดียวให้ทุกคนสลายตัวไปทั้งอย่างนั้น
หลิ่วซื่อ หลิวซื่อ และหลี่ซื่อยังอยากพูดอะไรบางอย่าง แต่เย่อวี๋หรานไม่รอให้พวกนางเอ่ยปากก็บอกให้พวกนางแยกย้ายไปทำหน้าที่ตัวเอง
หลินซื่อ หลินซานเม่ย และหลินซื่อเม่ยถูกนางเรียกกลับเข้าเรือน
“ปาเม่ย เจ้าไปหาชุดมาให้ซานเม่ยกับซื่อเม่ย”
จูปาเม่ยที่แอบตามมาแล้วถูกจับได้เผยรอยยิ้มประจบเอาใจ “เจ้าค่ะ ข้าจะไปเดี๋ยวนี้”
การไม่ถูกตำหนิทำให้นางแอบนึกยินดียิ่งนัก
ภายในห้องจึงเหลือเพียงเย่อวี๋หรานและพี่น้องสกุลหลินทั้งสามคน
หลินซื่อเห็นสีหน้าเคร่งขรึมของเย่อวี๋หรานก็นึกกลัวอยู่บ้าง นางอธิบายเสียงค่อยว่า “ท่านแม่ ข้า…ข้าบอกแล้วจริง ๆ นะเจ้าคะ ข้าไม่รู้ว่าพี่ใหญ่จะมา…”
หลินซานเม่ยและหลินซื่อเม่ยก็กลัวเช่นกัน แต่ก็ยังช่วยอธิบาย “จริง ๆ นะเจ้าคะ พวกข้าสามารถรับประกันให้ได้ พี่รองให้คนไปแจ้งแล้วเจ้าค่ะ”
เย่อวี๋หรานเอ่ยถาม “ทำไมถึงตีกันเสียได้?”
หลินซื่อตอบตามตรง “ข้าเห็นน้องสามและน้องสี่ถูกพี่ใหญ่รังแก จึงพุ่งเข้าไปช่วย…”
หลินซานเม่ยกัดริมฝีปาก เดินออกมาเบื้องหน้าหลินซื่อเม่ย “จูต้าเหนียง น้องสี่ไม่ผิดเจ้าค่ะ ถ้าจะโทษก็โทษข้า พี่ใหญ่ด่าไม่น่าฟังเกินไปแล้ว ข้าทนไม่ไหวจึงกระโจนใส่นาง”
หลินซื่อเม่ยกลัวว่าหลินซานเม่ยจะถูกตำหนิ จึงต้องการจะรับผิดชอบด้วย “ไม่ใช่เจ้าค่ะ จูต้าเหนียง ข้าเป็นคนพุ่งเข้าไปก่อน”
เย่อวี๋หรานไม่ได้พูดอะไร เพียงฟังสามพี่น้องแย่งกัน ‘รับผิด’ ต้องการจะแบกรับความผิดไว้เสียเอง สักพักก็พอจะเข้าใจความเป็นมาของเรื่องราวได้แล้ว
กล่าวถึงที่สุดแล้วก็คือจิตใจที่ปรารถนาจะปกป้องพี่สาวน้องสาว กลัวว่าหลินต้าเม่ยจะเปิดโปงความจริงเรื่องการตายของหลินหมู่ ถึงยามนั้นคงไม่อาจพบหน้าผู้คนได้ จึงทนรอให้นางไปช่วยไม่ไหว พุ่งเข้าไปตะลุมบอนกับหลินต้าเม่ยกันเสียก่อน
ครั้นเห็นว่าพวกนางแย่งกันรับผิด เย่อวี๋หรานก็ทอดถอนใจ “ข้าไม่ได้โทษพวกเจ้า”
คำพูดประโยคเดียวทำให้สามพี่น้องอึ้งอยู่ตรงนั้น
หลินซื่อเอ่ยถามอย่างระมัดระวัง “ท่านแม่ ท่านไม่โกรธหรือเจ้าคะ?”
เย่อวี๋หรานส่ายหน้า “เรื่องนี้มีอะไรต้องโกรธด้วยหรือ?”
“งานเลี้ยงขึ้นบ้านใหม่กำลังดำเนินไปด้วยดี แต่กลับถูกพี่สาวข้าทำให้กลายเป็นเรื่องงามหน้า ถึงยามนั้น ผู้คนก็คงจะเยาะเย้ยครอบครัวพวกเรา ออกไปข้างนอกก็จะถูกใคร ๆ นินทา…” ตอนที่พุ่งเข้าไปฟัดกันกับหลินต้าเม่ย หลินซื่อยังไม่รู้สึกอะไร แต่เมื่อสงบสติอารมณ์ลงได้แล้วค่อยตระหนักว่าตอนนั้นนางหุนหันพลันแล่นเกินไปจริง ๆ
ที่จริงนางควรจะทำแบบแม่สามีคือหาคนมาช่วย ควบคุมตัวหลินต้าเม่ยเอาไว้เสียก่อน หาอะไรอุดปากคนเอาไว้แล้วค่อยว่ากันอีกที
แต่พวกนางกลับไปวิวาทตบตีกับหลินต้าเม่ยต่อหน้าชาวบ้าน ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายชนะหรือฝ่ายแพ้ก็กลายเป็นเรื่องน่าขบขันสำหรับคนอื่นอยู่ดีไม่ใช่หรือ?