ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 306 สันดอนขุดง่าย สันดานขุดยาก
บทที่ 306 สันดอนขุดง่าย สันดานขุดยาก
“เจ้าเองก็รู้ว่าขายหน้าด้วยหรือ?” เย่อวี๋หรานจ้องมองพลางกล่าวว่า “ไม่ว่าพวกเจ้าจะตีหรือไม่ตีกัน วันนี้พี่สาวเจ้ามาที่นี่ เรื่องขายหน้าของสกุลจูก็ถูกกำหนดไว้แน่นอนแล้ว”
“ท่านแม่…” หลินซื่อละอายใจยิ่งนัก “ขอโทษเจ้าค่ะ”
คราวก่อนตอนกลับมาจากหมู่บ้านสกุลหลิว นางก็ทราบว่าพี่สาวเคียดแค้นสกุลจูเสียแล้ว เรื่องนี้จัดการไม่ง่าย แต่นางคิดไม่ถึงจริง ๆ ว่าทุกประการจะเป็นไปตามที่พี่สาวของนางต้องการแล้ว นางนึกว่าทุกอย่าง ‘ผ่านไปแล้ว’ เสียอีก แต่พี่สาวนางก็ยังจะมาทำแบบนี้
เกิดเรื่องวุ่นวายคราวนี้ สกุลจูขายหน้าไม่เหลือชิ้นดี
“ไม่เกี่ยวกับเจ้า คนที่ก่อเรื่องคือพี่สาวของพวกเจ้า ไม่ใช่พวกเจ้าเสียหน่อย” กล่าวถึงตรงนี้ เย่อวี๋หรานก็หยุดไปเล็กน้อย “แม้ครั้งนี้จะขายหน้าไปก็จริง แต่ข้าก็ยังอยากจะชมพวกเจ้าสักหน่อย”
หลินซื่อ หลินซานเม่ย และหลินซื่อเม่ยเบิกตากว้างด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
จูปาเม่ยหยิบเสื้อผ้ากลับมาได้ยินประโยคนี้เข้าพอดีก็ต้องอึ้งไป อะไรนะ? ทะเลาะกันก็ถูกชมได้ด้วย?
เย่อวี๋หรานเห็นจูปาเม่ยแล้ว แต่ไม่ได้ใส่ใจ นางกล่าวต่อไปว่า “พี่น้องรวมใจเป็นหนึ่งสามารถตัดได้กระทั่งทองคำ วันนี้พวกเจ้าทำได้ดีมาก ตระหนักว่าพวกตนเป็นพี่น้องกัน ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็รู้จักปกป้องกันและกัน ข้าปลาบปลื้มใจจริง ๆ”
หลินซื่อ หลินซานเม่ย และหลินซื่อเม่ยกระดากใจ “นางเป็นพี่น้องของข้านี่เจ้าคะ…”
“พี่น้องในใต้หล้าสมควรเป็นเช่นนี้ ไม่ว่าระหว่างกันจะมีความขัดแย้งมากมายเพียงใด แต่เมื่ออยู่ข้างนอกก็ต้องมีจิตใจเป็นหนึ่งเดียวกัน ส่วนความขัดแย้งภายในนั้นสามารถรอให้เรื่องราวสิ้นสุดลงแล้ว ค่อยมาสะสางกันเองเป็นการส่วนตัว” เย่อวี๋หรานกล่าว “เรื่องนี้พวกเจ้าทำได้ดีมาก โดยเฉพาะพวกเจ้าแยกแยะได้อย่างชัดเจนว่าใครเป็น ‘คนใน’ ใครเป็น ‘คนนอก’”
ทั้งสามคนฟังอย่างตั้งใจอย่างยิ่ง
“บางที สำหรับคนนอกแล้ว หลินต้าเม่ยก็คือพี่สาวคนโตของพวกเจ้า พี่สาวคนโตดุจดั่งมารดา พวกเจ้าสมควรเคารพนาง รักทะนุถนอมนาง คนอื่นไม่มาสนใจหรอกว่าพี่สาวพวกเจ้าทำอะไรผิดไป มีแต่จะสนใจว่าพวกเจ้าทำอะไรไปบ้าง”
“ข้ากังวลมาตลอดว่าพวกเจ้าจะเห็นแก่ที่นางเป็นพี่สาว ปล่อยให้นางรังแกได้ตามใจ ยอมนางอยู่ร่ำไป”
“ข้าดีใจมากที่พวกเจ้ารู้จักปกป้องสิ่งที่สมควรปกป้อง”
……
เย่อวี๋หรานเน้นย้ำกับพวกนางว่า แม้หลินต้าเม่ยจะเป็นพี่สาวคนโตของพวกนาง แต่ ‘พี่สาวไม่เมตตาอารี’ ถึงขั้นจะรังแกพวกนาง พวกนางก็ไม่จำเป็นต้องเกรงใจ เรื่องนี้ถูกต้องแล้ว
เป็นคนต้องมีหลักการ กับคนนอกก็ต้องใช้มารยาทก่อน จากนั้นค่อยใช้กำลัง สำหรับคนในครอบครัวก็ต้องเกรงอกเกรงใจต่อกันเช่นกัน จากนั้นค่อยยกความจริงขึ้นมาพูด
เดิมทีหลินซื่อ หลินซานเม่ย และหลินซื่อเม่ยยังรู้สึกละอายใจที่ลงไม้ลงมือกับหลินต้าเม่ยอยู่บ้างไม่มากก็น้อย แต่หลังจากฟังถ้อยคำ ‘ล้างสมอง’ เหล่านี้ของเย่อวี๋หราน ความรู้สึกแบบนั้นก็ไม่หลงเหลืออยู่แล้ว
จริงด้วย แม่สามีพูดถูก พี่ใหญ่ไม่เกรงใจพวกข้าก่อน พวกข้าก็ต้องปกป้องตัวเอง
พี่ใหญ่ทำเกินไปจริง ๆ พวกข้าลงไม้ลงมือก็เพราะไม่มีทางเลือก
เย่อวี๋หรานใช้โอกาสนี้เรียกจูปาเม่ยเข้ามาสั่งสอนไปพร้อมกัน
“เอาล่ะ พูดไปมากมายแล้ว พวกเจ้าก็เปลี่ยนชุดก่อนเถอะ จัดแจงตัวเองให้เรียบร้อย อีกสักพักก็จะกินข้าวกันแล้ว” เย่อวี๋หรานลูบศีรษะของหลินซานเม่ยและหลินซื่อเม่ย จากนั้นพาจูปาเม่ยออกไป ปล่อยให้พวกนางอยู่ในห้อง
จูปาเม่ยถูกลากออกมาด้วยก็นึกสงสัย “ท่านแม่ ท่านลากข้าออกมาด้วยทำไมเจ้าคะ? พวกนางยังต้องหวีผมนะ ข้าจะช่วยพวกนางหวีผม”
“พวกนางพี่น้องมีกันสามคน มือสามคู่ ยังต้องให้เจ้าช่วยอีกหรือ?” เย่อวี๋หรานดึงอีกฝ่ายมาไกลกว่าเดิมเล็กน้อยแล้วกล่าวว่า “เจ้าก็ให้พวกนางพี่น้องมีพื้นที่ส่วนตัวสักหน่อย พวกนางจะได้คุยกัน เจ้าคิดว่าพวกนางเพิ่งจะทะเลาะวิวาทกับหลินต้าเม่ยมาหยก ๆ ในใจจะไม่รู้สึกอะไรเลยหรือ?”
จูปาเม่ยเข้าใจแล้ว “ที่แท้ท่านแม่ก็…ท่านก็ไม่รีบบอก ข้านึกว่าต้องอยู่ช่วยเสียอีก”
“ยังมีเรื่องที่เจ้าต้องเรียนรู้อีกมาก เรื่องที่ข้าพูดกับพวกนางเมื่อครู่นี้ เจ้าจำได้หรือยัง?”
จูปาเม่ยพยักหน้า “เจ้าค่ะ ข้าจำได้แล้ว”
“จำได้ก็ดีแล้ว ถึงจะเป็นพี่น้องร่วมสายเลือด แต่มีเรื่องที่เกี่ยวกับหลักการบางอย่าง ไม่ควรถอยก็ไม่ควรถอย เจ้าเป็นน้องสาวของพวกเขา แต่ก็เป็นตัวเจ้าเองด้วย เข้าใจหรือไม่?”
จูปาเม่ยตอบตามความสัตย์จริง “เข้าใจบางส่วน ไม่เข้าใจบางส่วนเจ้าค่ะ”
“ไม่เป็นไร จดจำเอาไว้ก็พอ วันหน้าเจ้าก็จะเข้าใจเอง” มีพี่น้องมากก็ไม่ดีตรงนี้เอง
ผลไม้ลูกเดียวแบ่งให้คนหลายคนกิน ย่อมต้องมีคนเสียเปรียบ
เมื่อเวลาผ่านไปนานเข้าก็จะบ่มเพาะเป็นความขัดแย้ง ความขัดแย้งไม่น่ากลัว เพียงพูดออกมา ทุกคนช่วยกันแก้ไข แต่สิ่งที่น่ากลัวก็คือในจำนวนนั้นมีคนที่ยอมเสียเปรียบมาตลอดโดยไม่มีขอบเขต
เช่นนั้นสุดท้ายแล้วจะลงเอยอย่างไร ก็ไม่มีใครทราบได้
ภายในห้องครัว หญิงปากสว่างกำลังทำงานอยู่กับคนอื่น ๆ
ทำอาหาร เติมฟืน ยกอาหารออกมา
หญิงปากสว่างที่กำลังสับต้นหอมอยู่ระงับความอยากรู้อยากเห็นจากก้นบึ้งจิตใจไม่ไหว จึงหยุดมือแล้วเอ่ยขึ้นกับคนข้าง ๆ “นี่ เจ้าว่า เรื่องหลินต้าเม่ยตกลงแล้วเป็นมาอย่างไรกันแน่?”
“เป็นมาอย่างไรอะไรกัน?”
“ก็เรื่องที่หลินต้าเม่ยมาอาละวาดอย่างไรเล่า” หญิงปากสว่างเฉลย “เจ้าคิดดู ถ้าไม่มีอะไรในกอไผ่จริง ๆ หลินต้าเม่ยจะมาก่อเรื่องเอาเวลานี้งั้นรึ? นางยังต้องไว้ทุกข์อยู่นะ แม้แต่เมียจูเอ้อร์ยังรู้จักหลบเลี่ยง ทำไมนางไม่รู้จักหลบเลี่ยงเสียบ้าง?”
คนผู้นั้นเงยหน้าขึ้นมาถาม “แล้วเจ้าคิดว่าอย่างไร?”
หญิงปากสว่างมองไปที่ประตูเพื่อยืนยันว่าคนสกุลจูไม่ได้อยู่บริเวณนั้น จากนั้นก็กระเถิบเข้าไปกระซิบใกล้ ๆ ว่า “เจ้าไม่คิดว่าหลินหมู่ตายปุบปับเกินไปบ้างหรือ? อีกอย่าง หลังจากนั้น พ่อของหลินต้าเม่ยหายไปไหน? ผ่านมานานแล้ว เคยมีใครเห็นบ้าง?”
คนผู้นั้นตะลึงไป “ไม่ได้พูดกันว่าเป็นเพราะแม่พวกนางเสียชีวิตกะทันหัน พ่อพวกนางปวดใจ เลยไปรับจ้างทำงานข้างนอกหรอกหรือ?”
“อันนั้นเป็นคนเขาพูดกัน แต่เรื่องราวเป็นอย่างไรกันแน่ ผู้ใดจะไปรู้?” หญิงปากสว่างนึกดูถูกว่าอีกฝ่ายโง่ พล่ามสิ่งที่ตัวเองคาดเดาเอาเองต่อไป “เจ้าเป็นอะไรไป จะขยิบตาทำไม? หั่นผักอยู่ก็ยังจะแอบอู้ ล้างมือมาเช็ดออกก็ได้แล้วนี่นา ข้าบอกเจ้าเลยนะ ข้าคิดว่าเรื่องนี้มีเงื่อนงำ ไม่อย่างนั้นหลินต้าเม่ยก็คงไม่มาก่อเรื่องหรอก หญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์เป็นใครกัน ผู้ใดจะกล้ามาหาเรื่องนางโดยไม่มีเหตุผล?”
คู่สนทนาชะงัก “…”
ตอนนี้เจ้าก็กำลังหาเรื่องนางอยู่นี่นา!
หญิงปากสว่างคิดจะพูดอะไรต่อก็พลันได้ยินเสียงกระแอมดังขึ้นจากข้างหลัง
“อะแฮ่ม!”
ครั้นนางหันกลับไปเห็นว่าเป็นเย่อวี๋หราน สีหน้าก็พลันแข็งค้าง “อ่า เจ้าหรอกหรือ ฮ่าฮ่าฮ่า…จูต้าเหนียง เจ้าไม่อยู่ในงานเลี้ยง มาทำอะไรที่ครัว? อยู่ในห้องครัวร้อนจะตาย อยู่ข้างนอกนั่นถึงจะเย็นสบาย…”
เมื่อกล่าวถึงตอนท้าย นางยังเผยรอยยิ้มร้อนตัวออกมา
คงไม่ได้ยินหรอกนะ?
สวรรค์ ทำไมนางมาโผล่อยู่ข้างหลังข้าเสียได้?!
หญิงปากสว่างยังลอบถลึงตาใส่คนผู้นั้น รู้ว่าหญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์มาแล้วยังไม่รู้จักเตือนข้าเสียบ้าง
คนผู้นั้นคิดในใจว่า ข้าขยิบตาให้เจ้าแล้ว เจ้าไม่เฉลียวใจเอง ข้ายังจะทำอย่างไรได้?
“ในห้องครัวร้อนจริง ๆ ลำบากเจ้าแล้ว อากาศร้อนจัดแบบนี้ยังมาช่วยงานข้าอีก มือก็ยุ่ง ปากก็ยุ่ง ข้าไม่รู้ว่าจะขอบคุณเจ้าอย่างไรถึงจะดี”
เย่อวี๋หรานกล่าวพลางเหน็บแนม เกือบจะถูกหย่ามาแล้ว หญิงปากสว่างก็ยังไม่รู้สำนึก สันดอนขุดง่าย สันดานขุดยากจริง ๆ!
ไม่รู้เหมือนกันว่าวันหน้าสามีของหญิงผู้นี้ยังจะทนไหวหรือเปล่า!