ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 314 โจรขึ้นบ้าน
บทที่ 314 โจรขึ้นบ้าน
ชาติที่แล้ว สามีภรรยาที่ต้องหย่าร้างเพราะเรื่องในมุ้งไม่สามัคคีกันมีน้อยเสียที่ไหน?
คนโบราณแต่งงานเร็ว แม้จูเหล่าโถวจะมีหลานแล้ว แต่หากนับอายุจริง ๆ ก็ไม่ได้แก่มากขนาดนั้น
คนอื่นอายุปาเข้าไปเจ็ดสิบแปดสิบแล้วยังสามารถแต่งภรรยาเยาว์วัยและมีลูกน้อย นับประสาอะไรกับจูเหล่าโถวที่ยังสามารถทำงานในนาได้ ร่างกายต้องแข็งแรงกระชุ่มกระชวยกว่าพวกเขาแน่นอน
คนแก่หาได้หมดสิ้นความปรารถนา พวกเขาแค่ไม่ได้พูดออกมาเหมือนคนหนุ่มสาวก็เท่านั้นเอง
“ดูไปก่อน?” จูเหล่าโถวค่อนข้างไม่พอใจ “รอดูไปก่อนของเจ้าต้องรอไปถึงเมื่อไหร่? หรานเหนียง ถึงข้าจะไม่ได้เป็นคนดูแลเสบียงอาหารในเรือน แต่จากการกินของครอบครัวเรา คงเหลืออยู่ไม่เท่าไหร่กระมัง? นี่ยังห่างจากช่วงเก็บเกี่ยวรอบแรกนานพอดู ถ้าไม่พอกินจะทำอย่างไร?”
พูดไปพูดมาก็คือไม่พอใจที่เย่อวี๋หรานใช้อาหารสิ้นเปลือง
ปีที่ผ่านมานั้น เพื่อประทังให้ถึงช่วงเก็บเกี่ยว พวกเขายังถึงขั้นกินโจ๊กเปล่าหรือลดจำนวนมื้ออาหาร ปีนี้กลับเอาแต่กินเสบียงอาหารแห้ง แล้วเขาจะไม่กังวลใจได้อย่างไร?
“เรื่องนี้เจ้าไม่ต้องกังวล เจ้าสนใจแต่งานในนาก็พอแล้ว ส่วนเสบียงในเรือนข้ารู้ดีว่าควรทำอย่างไร” เย่อวี๋หรานกล้านำออกมากินเช่นนี้ นางย่อมมีแผนการรองรับอยู่แล้ว
อาจดูเหมือนว่าพวกตนสร้างเรือนใหม่ ใช้เงินไปจนหมดแล้ว ทว่าความจริงกลับแตะต้องเสบียงในเรือนไปไม่เท่าไหร่ ขอเพียงใช้อย่างระมัดระวังก็มีพอกินจนถึงช่วงเก็บเกี่ยวแน่นอน
ถ้าไม่ได้จริง ๆ อย่างมากก็แค่เก็บมันเทศก่อนถึงเวลาก็ได้
นอกจากส่วนนี้แล้ว นางยังทำการค้ากับคนในหมู่บ้าน ขอเพียงพวกเขายังสามารถหาเงินได้ การค้าของครอบครัวก็ไม่มีทางหยุดชะงัก
ต่อให้หาเงินได้ไม่มาก แต่ใช้เงินส่วนนี้ไปซื้อธัญญาหารมาเติมเสบียงให้ครอบครัวก็สามารถทำได้ ไม่มีปัญหา
นอกจากนี้ นางกำลังรอขยายการค้าหลังการเก็บเกี่ยวมันเทศชุดแรกในฤดูใบไม้ผลิอยู่เลย
จูเหล่าโถวเห็นเย่อวี๋หรานพูดจบก็เดินจากไป ในใจไม่ค่อยปลอดโปร่งเท่าไหร่ รู้สึกว่าภรรยาผู้นี้ไม่ให้เกียรติเขามากขึ้นทุกวัน
พูดเสียดิบดีว่าถ้ามีอะไรก็จะมาเจรจากับเขา จะให้เกียรติเขาต่อหน้าคนนอก แต่ตอนนี้มีใครในหมู่บ้านที่ไม่รู้ว่าใครเป็นใหญ่ในครอบครัวนี้?
“พี่ใหญ่จู ที่จริงข้าไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ ทำไมคนที่เป็นตัวแทนสกุลจูไปเจรจาเรื่องต่าง ๆ กับเจ้าหน้าที่และผู้อาวุโสมักเป็นจูต้าเหนียงแต่ไม่ใช่ท่านล่ะเจ้าคะ? ท่านต่างหากที่เป็นเสาหลักของครอบครัว”
คิดถึงคำถามนี้ของแม่ม่ายฉินขึ้นมาคราใด จูเหล่าโถวก็คับข้องใจอย่างมาก
นอกจากแม่ม่ายฉินแล้ว ทุกครั้งที่อาจูจยามาถาม ‘เคล็ดลับ’ ในการเพาะปลูกกับเขา เขาล้วนตอบไม่ได้
ตอนแรกอาจูจยายังคิดว่าเขาไม่อยากพูด แต่เมื่อเวลาผ่านไป อาจูจยาจะมองไม่ออกเลยหรือ?
จูเหล่าโถวคิดว่า การที่พักหลังมานี้อาจูจยาไม่มาถามเรื่องเพาะปลูกกับเขาอีก แต่กลับเริ่มไปถามหญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์แทนก็คือหลักฐานว่าอีกฝ่ายเริ่มมองออกแล้ว
เย่อวี๋หรานให้พวกลูกชายส่งหลินต้าเม่ยที่กินข้าวเสร็จแล้วกลับเข้าไปในเล้าหมูต่อหน้าทุกคน แต่ในทางลับกลับให้จูซานและจูซื่อแอบพาหลินต้าเม่ยมาที่ห้องนอนของตัวเอง แต่มัดคนปลอม ๆ เอาไว้ในเล้าหมู
“ท่านแม่ ท่านทำอะไรหรือขอรับ?” จูอู่ทำตามคำสั่งของมารดา พลางสอบถามเสียงเบา
“ชู่ว” เย่อวี๋หรานบอกให้เขาเบาเสียง นางกล่าวว่า “ระวังเอาไว้ย่อมไม่ผิดพลาด แม่หวังให้ตัวเองคิดมากเกินไปมากกว่า คืนนี้ต้องลำบากเจ้ากับพวกพี่ชายของเจ้าแล้ว คอยจับตามองเอาไว้”
“ขอรับ เรื่องนี้มอบหมายให้พี่สามและพี่สี่ ต้องไม่มีปัญหาแน่นอน” จูอู่รับรอง
ตอนที่เย่อวี๋หรานกลับเข้าไปในห้อง จูซานและจูซื่อก็จัดการเสร็จเรียบร้อย
“พวกเจ้าสองคน คืนนี้ระวังตัวด้วย”
จูซานและจูซื่อขานรับ “ขอรับ ท่านแม่รีบเข้านอนเถอะ มีอะไรก็เรียกพวกข้า”
“อืม!”
หลินต้าเม่ยยังนึกว่าตนเองต้องนอนในเล้าหมู แต่กลับถูกคนหามเข้ามาในห้อง นางสับสนไปหมดแล้ว “…”
น่าเสียดาย นางถูกคนอุดปากเอาไว้ ไม่อาจเอ่ยวาจาได้เลย
นางทำเสียงอื้ออึง ต้องการจะพูดอะไร แต่เย่อวี๋หรานก็ไม่สนใจ
“อื้อ ๆๆ…” หลินต้าเม่ยร้อนใจ
ทำไมท่านไม่สนใจข้า?
ท่านแอบพาข้าเข้ามาในห้อง ไม่ใช่เพราะต้องการจะปล่อยข้าไปหรือ?
จูปาเม่ยกลับมาจากห้องของหลินซานเม่ยและหลินซื่อเม่ย พอเข้ามาในห้องก็พบว่ามีคนเพิ่มขึ้นมาหนึ่งคนก็พลันตกใจ “ท่านแม่ ทำไมนางมาอยู่ในห้องพวกเราล่ะเจ้าคะ?”
ครั้นนึกถึงพวกหลินซื่อและน้องสาวก็พยายามคาดเดา
“ท่านแม่ ท่านคงไม่ได้คิดว่าพวกพี่สะใภ้ห้าจะ…” นางถามอย่างระมัดระวัง กลัวว่าจะทำให้มารดาเสียหน้า
“เปล่า เจ้าก็ถือเสียว่านางไร้ตัวตน ควรทำอะไรก็ทำไป”
หลินต้าเม่ยเบิกตากว้างอยู่ข้าง ๆ “อื้อ ๆๆ…”
ข้าเป็นคนเป็น ๆ คนหนึ่งนะ มีสิทธิ์อะไรมามองว่าข้าไร้ตัวตน?
จูปาเม่ยเห็นแล้วก็รู้สึกแปลก ๆ “ท่านแม่ มีลูกตาโต ๆ คอยมองอยู่ตลอดเวลา ข้าทำเหมือนนางไร้ตัวตนไม่ได้จริง ๆ ท่านแม่ ท่านจะล้างเท้าไหมเจ้าคะ บนเตายังมีน้ำร้อนเหลืออยู่ เดี๋ยวข้าตักมาให้ท่านล้างเท้า”
“ดี”
จูปาเม่ยกำลังจะออกไปนอกห้องก็ได้ยินเสียงเย่อวี๋หรานกำชับมาว่าไม่ให้นางพูดเรื่องหลินต้าเม่ย รอพรุ่งนี้เช้าจึงค่อยพูด
จูปาเม่ยที่ตั้งใจว่าจะออกไปส่งข่าวตอบรับทันทีว่า “อ้อ ข้ารู้แล้วเจ้าค่ะ”
ล้างเท้าเสร็จก็ขึ้นไปนอนบนเตียง
จูปาเม่ยยังนึกว่าในห้องมีคนเพิ่มขึ้นมาหนึ่งคนแล้วคงจะนอนไม่หลับ แต่เพียงเอนกายนอนลงไป ผ่านไปสักพักก็ผล็อยหลับไปแล้ว
กลับเป็นเย่อวี๋หรานที่มีเรื่องให้คิดมากมาย นอนไม่ค่อยหลับ
นางรำพึงในใจว่า ‘หวังว่าข้าจะคิดมากไปเอง!’
ราตรีลึกล้ำมากขึ้นทุกขณะ
ใกล้กับเล้าหมูของสกุลจู จูซาน จูซื่อและจูอู่ซ่อนตัวอยู่หลังกองตะกร้าสานและราวไม้ไผ่ แต่ละคนหาววอด
“พี่สาม ง่วงมากเลย” จูซื่อบ่นพึมพำ “ท่านว่าท่านแม่ให้พวกเรามาเฝ้าทำไม? ท่านแม่คงไม่ได้คิดว่าน้องสะใภ้ห้าจะทำอะไรโง่ ๆ แอบออกมาปล่อยหลินต้าเม่ยหรอกนะ? แต่ท่านแม่เอาคนไปไว้ในห้องแล้ว ยังต้องกลัวอะไรอีก?”
จูอู่นึกดูแคลน เขากระซิบว่า “พี่สี่ นอกจากเรื่องกินแล้ว ท่านยังคิดอะไรได้อีก? เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเมียข้าแน่นอน”
“ถ้าไม่ใช่เมียเจ้า แล้วท่านแม่จะให้จับใคร?” จูซื่อถามเสียงเบา “ในบ้านเรา นอกจากเมียเจ้า ก็เหลือแต่หลินซานเม่ยกับหลินซื่อเม่ยแล้ว คงไม่ใช่เด็กน้อยสองคนนั้นหรอกกระมัง?”
จูซานบอกให้พวกเขาเบาเสียง ถ้าง่วงจนทนไม่ไหวแล้วก็หลับไปก่อน เขาจะคอยเฝ้าให้
จูซื่อและจูอู่ไม่ต้องการให้พี่สามดูแคลนพวกตน จึงได้แต่เงียบเสียง
ขณะนั้นเอง พวกเขาก็ได้ยินเสียงร้องประหลาดของนกบางชนิด
จูซื่อกำลังจะพูดว่า “กลางดึกกลางดื่น นกจะร้องทำไม?”
แต่ถูกจูซานและจูอู่ปิดปากไว้เสียก่อน
เขางุนงงยิ่งนัก
“ชู่ว” จูซานชี้ไปนอกกำแพงเรือน ส่งสัญญาณให้พวกเขาคว้าสิ่งของขึ้นมา
จูอู่กุมท่อนไม้ไว้แน่นอย่างเงียบเชียบ
จูซื่อกระชับเชือกที่สะพายเอาไว้ ไม่กระมัง จะเกิดเรื่องจริง ๆ?!
กำแพงเรือนในยุคนี้ไม่สูงมาก เรือนหลังเก่าของสกุลจูเก่าโทรมมากแล้ว โดยเฉพาะบริเวณสวนด้านหลัง เนื่องจากกำแพงเรือนตอนหนึ่งถล่มลงมา จึงใช้รั้วไม้ไผ่กั้นเอาไว้สองแถว ป้องกันไม่ให้สัตว์ตัวเล็ก ๆ เข้ามาได้
ขณะเดียวกัน ก็ป้องกันไม่ให้ไก่ของตนเองหลุดออกมาจากรั้วแล้ววิ่งหนีออกไปข้างนอก
เงาร่างหนึ่งข้ามรั้วไม้ไผ่มาอย่างเบามือเบาเท้า บุกเข้ามาในเรือนจากทางฝั่งนั้น
ดูจากความเคลื่อนไหวที่คล่องแคล่วของเขา ก็สามารถทราบได้ว่าคนผู้นี้คุ้นเคยกับสภาพเรือนสกุลจูมากทีเดียว ถ้าไม่ใช่คนที่คุ้นเคยกันก็คงจะมาดูลาดเลาหลายครั้งแล้ว
จูซื่อพลันโมโหขึ้นมา มารดามันเถอะ โจรกระจอกจากที่ไหนบุกมาถึงเรือนข้า บิดาจะฟาดขามันให้หักเลยเชียว!