ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 315 ที่แท้โจรก็คือเขา
บทที่ 315 ที่แท้โจรก็คือเขา
จูซื่อพลันโมโหขึ้นมา มารดามันเถอะ โจรกระจอกจากที่ไหนบุกมาถึงเรือนข้า บิดาจะฟาดขามันให้หักเลยเชียว!
คนผู้นั้นตรงมาทางเล้าหมูของสกุลจูโดยไม่ลังเล
จูซื่อเห็นว่าอีกฝ่ายพุ่งเป้ามาที่เล้าหมูของครอบครัวตนเองก็ยิ่งเดือดดาลกว่าเดิม เจ้าเด็กสารเลว หมูในบ้านข้ายังไม่โต เจ้าก็จะมาขโมยแล้ว เจ้าหิวจนเสียสติไปแล้วรึ?
ครั้นเห็นคนผู้นั้นเข้าไปในเล้าหมู จูซื่อก็คิดจะลงมือ แต่ถูกจูซานกดตัวเอาไว้
อาศัยแสงจันทร์จากบนท้องฟ้า จูซื่อได้เห็นภาพที่น่าตระหนก เงาร่างนั้นไม่ได้ตรงไปหาหมูของพวกเขา แต่ชักของอย่างหนึ่งออกมาแทงมนุษย์ฟางที่ถูกมัดไว้บนเก้าอี้?!
ช้าก่อน สิ่งที่ส่องประกายวาววับนั่นคือมีดไม่ใช่หรือ?
เมื่อเสือกมีดเข้าไป คนผู้นั้นก็ตระหนักได้ทันทีว่าไม่ถูกต้อง ปฏิกิริยาตอบสนองแรกก็คือคิดหนี
น่าเสียดายที่สายไปเสียแล้ว จูซานส่งสัญญาณให้จูซื่อและจูอู่ลงมือทันที พวกเขาบ้างถือเสาไม้ บ้างถือท่อนไม้ บ้างโยนก้อนหิน ล้อมเข้าไปหา แต่จงใจเข้าหาจากทิศทางที่ไม่มีคน
เงาร่างนั้นไม่อยากเผชิญหน้ากับพวกเขาจึงตกหลุมพรางดังคาด วิ่งหนีไปทางที่วางกับดักเอาไว้
เชือกที่ขึงไว้จนตึงเส้นหนึ่งขวางน่องของเงาดำนั้นเอาไว้ ทำให้เขาสะดุดล้ม มีดหลุดจากมือหล่นลงพื้น
จูซื่อไม่ลืมหน้าที่ของตนเอง ตาไวมือเร็ว ดึงเชือกในมือทันที
ในชั่วพริบตา เงาดำที่ได้สติคืนมาและต้องการจะลุกหนีก็พลันตกอยู่ในพันธนาการของแหจับปลาซึ่งพุ่งจากล่างขึ้นบน ห้อยต่องแต่งอยู่บนต้นไม้ใหญ่
จูซื่อเดินเข้ามาเก็บมีดบนพื้น “ของดีนี่นา มีดใหญ่เบิ้มเชียว มีดฆ่าหมูกระมัง? นี่คงกลัวว่าถ้ามีดเล็กไปแล้วหลินต้าเม่ยจะไม่ตาย ถึงได้เอามีดเล่มใหญ่มาสินะ!”
จูอู่กล่าวว่า “ที่พวกเรารอมาครึ่งค่อนคืนก็ไม่นับว่าเสียแรงเปล่า รอจนจับตัวการสำคัญได้แล้ว”
จูซานหาคบเพลิงมาเรียบร้อย จุดไฟแล้วส่องขึ้นไปเหนือศีรษะเพื่อยืนยันว่าผู้มาเยือนเป็นใคร
“จูอู่ เจ้าดูหน่อยว่าใช่หลี่ว์มู่หรือเปล่า” ตอนเกิดเรื่องที่หมู่บ้านสกุลหลี่ว์ จูซานไม่ได้อยู่ด้วย เขากลัวว่าตนเองจะจำผิดจึงเรียกจูอู่มาดู
หลี่ว์มู่ที่อยู่ในแหจับปลาพยายามปกปิดใบหน้าของตัวเองไม่ให้คนอื่นเห็น แต่น่าเสียดาย สุดท้ายก็ถูกคนอื่นมองออก
“หา? หลี่ว์มู่งั้นหรือ?!” จูซื่อไม่ค่อยอยากเชื่อ ไม่รอให้จูอู่ยืนยัน เขาก็จำได้แล้ว “เป็นเจ้าจริง ๆ?! หลี่ว์มู่ เจ้าบ้าไปแล้ว ทำไมต้องมาฆ่าหลินต้าเม่ยที่เรือนพวกข้าด้วย? ถ้าเจ้าไม่อยากแต่งงานกับนาง ตอนแรกเจ้าก็อย่ารับปากสิ”
“พี่สาม เป็นเขาจริง ๆ” จูอู่ยืนยันอีกเสียง
ตอนที่เย่อวี๋หรานได้ยินเสียงคนมาเคาะหน้าต่าง นางรู้สึกเหมือนตนเองเพิ่งจะหลับไปได้ครู่เดียว
“ท่านแม่”
“ได้ยินแล้ว ข้าไปเดี๋ยวนี้ เบาเสียงหน่อย อย่าโหวกเหวกจนทำให้ทุกคนตื่น” เย่อวี๋หรานมองจูปาเม่ยที่กำลังหลับสนิทรวมถึงหลินต้าเม่ยที่หลับไปทั้งที่ยังถูกมัดอยู่บนเก้าอี้ นางนึกทอดถอนใจทันที
จูอู่มาเรียกนางเอาเวลานี้ ต้องเป็นเพราะนางเดาถูกแน่นอน
เฮ้อ…
ยิ่งไม่อยากให้อะไรเกิดขึ้น เรื่องนั้นก็มักเกิดขึ้น โลกนี้ช่างอยู่ยากจริง ๆ
ครั้นสวมเสื้อคลุมทับเสร็จ เย่อวี๋หรานก็รวบผมขึ้น แล้วออกไปโดยไม่ทำให้คนอื่นรู้สึกตัว
“ไม่ได้รอนานเท่าไหร่กระมัง?”
“ไม่นานขอรับ ท่านแม่ ทางนี้” จูอู่เกรงว่าเย่อวี๋หรานจะมองไม่เห็นทางจึงช่วยประคองอีกแรง
“ข้ายังไม่แก่ ไม่จำเป็น รอข้าแก่กว่านี้ เจ้าค่อยประคอง” เย่อวี๋หรานปฏิเสธ
แสงจันทร์คืนนี้ไม่สว่างเท่าใดนัก แต่ก็พอมองเห็นพื้นได้อย่างเลือนราง
หากไม่ใช่เพราะเหตุนี้ ตอนที่หลี่ว์มู่ข้ามกำแพงเข้ามาก็คงจะสังเกตพบความผิดปกติแล้ว แม้ปกติในลานเรือนจะวางสิ่งของเอาไว้ แต่ก็ไม่ได้วางไว้มากมายเหมือนในวันนี้ จึงสามารถซ่อนคนเอาไว้ได้
หลี่ว์มู่ทำเรื่องแบบนี้เป็นครั้งแรกจึงค่อนข้างตึงเครียด สนใจเพียงความเคลื่อนไหวภายในเรือน ครุ่นคิดเพียงว่าจะทำอย่างไรจึงจะสามารถ ‘จู่โจมสำเร็จในคราเดียว’ แต่กลับลืมสังเกตความผิดปกติบริเวณท้ายเรือน
ตอนที่เย่อวี๋หรานมาถึง พี่น้องสกุลจูทั้งสามคนก็เอาหลี่ว์มู่ออกมาจากแหจับปลา มัดไว้กับต้นไม้แล้ว
จูอู่ยังไม่ลืมยกเก้าอี้มาให้เย่อวี๋หราน นางจะได้พักผ่อนได้ตลอดเวลา
“เฮ้อ…เห็นเจ้า ข้าก็พอจะเดาได้แล้วว่าเรื่องราวเป็นมาอย่างไร” เย่อวี๋หรานเห็นหลี่ว์มู่ จิตใจก็พลันหนักอึ้ง
แท้จริงแล้ว นางไม่หวังให้ตนเองเดาถูก
ตอนนั้น นางเพียงรู้สึกว่าด้วยชื่อเสียง ‘หญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์’ ของนาง คงไม่มีใครกล้ามาหาเรื่องถึงเรือนสกุลจูในเวลานี้
โดยเฉพาะหลินต้าเม่ยที่กลัวนางแทบตายขนาดนั้น ยิ่งเป็นไปไม่ได้
แต่คนแบบไหนกันที่ยอมเสี่ยงอันตรายมายั่วโทสะนางให้ได้?
หลินต้าเม่ยทำไปเพื่อ ‘ชีวิตดี ๆ’ ที่หลี่ว์มู่ให้สัญญาไว้ ก็นับว่าเข้าใจได้ แต่แรงจูงใจของหลี่ว์มู่คืออะไร เพียงเพื่อให้นางขายหน้าเท่านั้นหรือ?
ด้วยความแค้นที่หลี่ว์มู่มีต่อนาง เป็นไปไม่ได้ที่จะทำไปเพื่อ ‘แก้แค้น’ เท่านั้น มาสร้างความวุ่นวายเช่นนี้ เขาไม่กลัวว่านางจะบุกไปหาเรื่องครอบครัวตนเองถึงหมู่บ้านสกุลหลี่ว์หรือ?
เย่อวี๋หรานไม่ได้ต้องการให้เรื่องราวซับซ้อนอย่างที่ตัวเองคิด นางไม่กลัวหนึ่งหมื่น เพียงกลัวหนึ่งในหมื่น
เรื่องราวดำเนินมาถึงขั้นนี้แล้ว นางนึกยินดีที่ตนเองไม่ประมาท
ทางด้านฝั่งตรงข้าม หลี่ว์มู่ที่ถูกมัดติดกับต้นไม้ไม่ได้มองนาง แต่กลับปิดปากเงียบมองพื้น ท่าทางดื้อรั้นอย่างมาก
“แม่ข้าพูดกับเจ้า ตอบสิ ไม่เข้าใจหรือ?” จูซื่อเห็นแล้วก็ไม่พอใจ ใช้ท่อนไม้เคาะขาหลี่ว์มู่
หลี่ว์มู่ไม่ตอบสนอง ดูราวกับมนุษย์ท่อนไม้อย่างไรอย่างนั้น
“เจ้า…”
“พอแล้ว เจ้าสี่” เย่อวี๋หรานพูดแทรกจูซื่อ “ข้าพูดกับเขา ไม่ใช่เจ้า”
จูซื่อค่อนข้างไม่พอใจ แต่กลับไม่กล้าแย้งมารดา
เย่อวี๋หรานเดินเข้าไปใกล้ นางเดินไปถึงตรงหน้าหลี่ว์มู่และถามว่า “ข้าได้ยินจากหลินต้าเม่ยหมดแล้ว เจ้าแค้นข้า ถูกหรือไม่?
หลี่ว์มู่ยังคงนิ่ง “…”
“เจ้าไม่พูดก็เท่ากับว่ายอมรับแล้ว” เย่อวี๋หรานกล่าว “กล่าวกันตามตรง เรื่องที่เกิดขึ้นวันนั้น ข้าเองก็ประหลาดใจ เดิมทีข้าตั้งใจว่าจะไปรับลูกชายกับลูกสะใภ้ของข้าเท่านั้น แต่กลับมีคนอยากให้ข้าเข้าไปเกี่ยวข้องให้ได้ ข้าเองก็จนปัญญา”
“เจ้าอาจไม่เชื่อ แต่ความจริงก็เป็นเช่นนี้ เรื่องของเจ้ากับหลินต้าเม่ยเป็นเพราะสถานการณ์บังคับอย่างแท้จริง อยู่เหนือความคาดหมายของข้า
“ตอนนั้นที่ข้าไปหาเจ้า ที่จริงก็เพียงอยากให้เจ้าเหลือทางรอดให้ตัวเองเท่านั้น ไม่ให้ทำอะไรโง่ ๆ แต่ข้าคิดไม่ถึงว่าข้าเพิ่งจะจากไป หลินต้าเม่ยก็โผล่ออกมา พวกเจ้าสองคนยังมาถูกคนจับได้คาหนังคาเขา…”
ประโยคที่ว่า ‘ถูกคนจับได้คาหนังคาเขา’ นั้น ในที่สุดก็ทำให้หลี่ว์มู่มีปฏิกิริยาตอบสนอง เขาเงยหน้าขึ้นมากล่าวอย่างโกรธแค้น “ข้ากับนางไม่เกี่ยวข้องกัน นี่คือการใส่ร้ายกันชัด ๆ”
“ข้ารู้!” เย่อวี๋หรานกล่าว “หลินต้าเม่ยมุ่งมั่นจะแต่งให้เจ้าให้ได้ ต่อให้ไม่มีครั้งนี้ นางก็จะหาโอกาสอื่นแต่งให้เจ้าอยู่ดี เจ้าจะแค้นข้า โทษข้า ระบายความโกรธแค้นเต็มอกออกมาก็ไม่เป็นไร แต่ข้าจำเป็นต้องพูดให้ชัดเจน ว่าเจ้ามาหาผิดคนแล้ว
“ข้อแรก หม่าซานเหนียงคบชู้ สวมหมวกเขียวให้เจ้า ทำให้เจ้าอับอายจนไม่มีหน้าพบผู้คน นั่นเป็นความผิดของหม่าซานเหนียง ข้าไม่ได้เป็นคนบอกให้นางทำ”
“ข้อสอง หลินต้าเม่ยอยากแต่งให้เจ้า บังคับเจ้า ใส่ร้ายเจ้า ข้าก็ไม่ได้เป็นคนสั่งให้นางทำเช่นกัน
“เจ้ารู้สึกว่าคนทั้งโลกล้วนบังคับเจ้า ทุกคนล้วนผิดต่อเจ้า ถ้าเจ้าจะโทษก็โทษสวรรค์เถอะ สวรรค์จัดเตรียมชะตาชีวิตเช่นนี้ให้เจ้า ไม่อาจโทษคนอื่นได้”
……
หลี่ว์มู่คำรามอย่างโกรธแค้น “เหลวไหล! ถ้าเจ้าไม่เรียกข้าออกไป เกลี้ยกล่อมไม่ให้ข้าแก้แค้นหม่าซานเหนียง หลินต้าเม่ยจะมีโอกาสใส่ร้ายข้าได้อย่างไร? หญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์ เป็นความผิดของเจ้า! ความผิดของเจ้า! เจ้าทำลายชีวิตข้า เป็นเพราะเจ้า!”