ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 318 วิธีแก้ไขสถานการณ์ที่ยากลำบาก
บทที่ 318 วิธีแก้ไขสถานการณ์ที่ยากลำบาก
“ข้ารู้” เย่อวี๋หรานครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงพูดต่อไปว่า “เพราะเหตุนั้น ข้าจึงคิดแผนที่สองไว้ แม้ว่าหากทำเช่นนี้พวกเราจะมีปัญหาอยู่บ้างในอนาคต แต่ก็ถือว่าไว้หน้าหมู่บ้านสกุลหลี่ว์มากแล้ว ภายหลังหากมีเรื่องอะไร ทางด้านเจ้าหน้าที่หลี่ว์และผู้อาวุโสหลี่ว์ก็พูดอะไรไม่ได้”
ความจริงในยามที่นางพูด นางเห็นเจ้าหน้าที่จูมีความลังเล ในใจนางก็มีคำตอบอยู่แล้ว
นางพบว่าปัญหาที่สามารถใช้เงินแก้ปัญหาได้ล้วนไม่ใช่ปัญหา แม้แต่คนในยุคนี้ก็ยังชอบที่จะอยู่ห่างจากทางการให้มากที่สุด
แต่หลาย ๆ เรื่องก็ไม่สามารถแยกออกจากทางการได้
รอต่อไป ในอนาคตหมู่บ้านสกุลจูทำได้เพียงนับวันยิ่งเข้าไปพัวพันกับทางการมากขึ้น ไม่ใช่ว่าคิดอยากจะซ่อนตัวก็จะซ่อนตัวได้
ส่วนหลี่ว์มู่…
แม้ว่าเย่อวี๋หรานจะกังวลอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้กังวลเป็นพิเศษเมื่อต้องเผชิญอำนาจที่แท้จริง ทั้งหมดก็เป็นเพียงเสือกระดาษ[1]
นางเชื่อว่าตราบใดที่นางดำเนิน ‘แผนการให้ทั้งหมู่บ้านเจริญรุ่งเรือง’ ถึงครานั้นจะมีคนมากมายคิดจะประจบประแจงสกุลจู เรื่องของหลี่ว์มู่จะนับว่าเป็นอะไรได้
แต่เย่อวี๋หรานไม่ได้คิดจะเปิดเผยไพ่ลับทั้งหมดออกมา ดังนั้นนางจึงยังแสดงท่าที ‘เสียเปรียบ’ ออกมา เห็นแก่หน้าของเจ้าหน้าที่จูก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องทำ
เจ้าหน้าที่จูไม่รู้ว่านางคิดไปไกลถึงเพียงนั้น ครั้นเห็นว่าจูต้าเหนียงที่มีชื่อเสียงในหมู่บ้านชานเมืองนั้นรับฟังความคิดเห็นของเขา ในใจก็ปลื้มปีติเป็นอย่างมาก
เขายังภูมิใจอยู่บ้างว่าที่แท้จูต้าเหนียงก็เคารพนับถือเขามาก!
ในไม่ช้าทั้งสองคนก็ปรึกษาหารือกันข้ามคืนถึงการจัดการปัญหาเรื่องของหลี่ว์มู่ และถือโอกาสพาหลินต้าเม่ยไปรับโทษ โดยไปโยนให้หมู่บ้านสกุลหลี่ว์จัดการ
ทันทีที่รุ่งสาง เจ้าหน้าที่จูก็เรียกผู้อาวุโสของหมู่บ้านสกุลจูมาแจ้งเรื่องราวทั้งหมด ก่อนจะพาคนไปคุมตัวหลี่ว์มู่และหลินต้าเม่ยออกไปจากหมู่บ้านสกุลจูอย่างเงียบ ๆ
สีหน้าของหลินซื่อดูเป็นกังวล กลัวว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับพี่ใหญ่ของนาง
แม้ว่าเมื่อคืนนี้นางจะไม่ได้นอน บนใบหน้ายังมีร่องรอยความหมองคล้ำ แต่หลินซื่อยังเต็มไปด้วยพลัง เมื่อนางเห็นเย่อวี๋หรานเดินเข้ามาก็รีบลุกเข้าไปหา
เย่อวี๋หรานเห็นท่าทางของนางก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ “ทำไมตื่นเช้านัก? ไม่ใช่ว่าบอกไปแล้วหรือว่าวันนี้ไม่มีเรื่องอะไรต้องทำ ทุกคนจะตื่นสายสักหน่อยก็ได้”
“ท่านแม่ ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ข้านอนไม่หลับจึงถือโอกาสลุกขึ้นมาทำงานสักหน่อย” หลินซื่อไม่ได้พูดว่าตัวเองทำอะไร แต่เสื้อผ้าที่ซักเรียบร้อยแล้วในเรือน แค่มองก็รู้ว่าใครเป็นคนทำ
ในยามนี้หลิ่วซื่อไปให้อาหารหมูยังไม่กลับมา และวันนี้หลิวซื่อมีหน้าที่รับผิดชอบอาหารกลางวัน ยามนี้น่าจะยังอยู่ในสวนผัก จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะมาซักผ้า
“เป็นห่วงเรื่องพี่สาวเจ้าหรือ?” เย่อวี๋หรานกล่าวว่า “วางใจเถอะ ผู้อาวุโสกับเจ้าหน้าที่ไม่ใช่คนโหดเหี้ยมอะไร พี่สาวเจ้าก็ไม่ได้ทำเรื่องร้ายแรงอะไรนัก อย่างมากก็ถูกลงโทษเพียงเล็กน้อย ไม่เป็นไรหรอก”
หลินซื่อค่อย ๆ ถอนหายใจอย่างโล่งอก “ข้าเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ แต่ด้วยนิสัยเช่นนั้นของพี่สาวข้า…ท่านแม่ก็รู้ นางเป็นคนที่ทำอะไรไม่รู้จักคิด ข้ากลัวว่านางจะไม่พูด แล้วไปทำให้เจ้าหน้าที่กับผู้อาวุโสโกรธเข้า ถึงครานั้นคงไม่มีแม้แต่ผลไม้ดี ๆ ให้กิน”
“นางจะมีผลไม้ดี ๆ กินได้อย่างไร?” เย่อวี๋หรานพูดตามตรง “เมื่อรู้ว่าหลี่ว์ต้าซุ่นไม่ใช่คนดีอะไร ก็ยังโยนลูกสาวตัวเองไปทิ้งไว้กับหลี่ว์ต้าซุ่น นี่เป็นเรื่องที่คนเขาทำกันหรือ? ต่อให้ไม่มีตาก็ยังรู้ว่าหลี่ว์มู่ไม่ชอบนาง ก็ยังแสร้งทำตัวฉลาดใช่เล่ห์เหลี่ยมไปบังคับคนให้มาตบแต่งกับนาง ถ้าคนมาใช้ชีวิตกับนางดี ๆ ก็แปลกแล้ว ด้วยปัญหาในตอนนี้ เจ้าคิดว่าในอนาคตจะยังปฏิบัติต่อนางอย่างดีอีกหรือ?”
หลินซื่อพูดไม่ออก
ด้วยสถานการณ์ในยามนี้ของพี่สาวนาง ทางด้านหลี่ว์ต้าซุ่นแน่นอนว่ากลับไปไม่ได้ คนก็แต่งงานกับหม่าซานเหนียงไปแล้ว และหม่าซานเหนียงก็กำลังจะคลอดลูกแล้ว จึงไม่มีใครคิดจะรับนางกลับไปอีก
ทางด้านหลี่ว์มู่ หลี่ว์มู่ต้องการจะฆ่าพี่สาวนาง พี่สาวนางยังจะไปใช้ชีวิตอยู่ด้วยได้อย่างไร?
ถ้าหลี่ว์มู่ถูกลงโทษเพราะเรื่องนี้จริง แม่ของหลี่ว์มู่และพวกลูกชายของเขาคงไม่ยินดีต้อนรับพี่สาวนางนัก
เมื่อคิดได้ดังนี้ หลินซื่อก็รู้สึกว่าชีวิตพี่สาวนางลำบากแล้วจริง ๆ
“ท่านแม่เจ้าคะ ถ้าเป็นท่าน ท่านจะทำอย่างไรหรือเจ้าคะ?”
เย่อวี๋หรานเหลือบมองอีกฝ่าย “ข้าดูโง่ถึงขนาดที่จะไปตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนั้นเชียวหรือ?”
หลินซื่อตระหนักได้ว่าตัวเองพูดผิดไป จึงรีบขอโทษเย่อวี๋หราน “ขอโทษเจ้าค่ะท่านแม่ ข้าไม่ได้หมายความเช่นนั้น ข้าเพียงอยากจะพูดว่า ยามนี้พี่สาวข้าเป็นเช่นนี้แล้ว ท่านแม่พอจะมีวิธีดี ๆ หรือไม่เจ้าคะ? ข้าไม่สามารถทนเห็นพี่สาวของข้าเป็นเช่นนี้ได้เจ้าค่ะ”
“ยาก!” เย่อวี๋หรานว่า “และถึงแม้ข้าจะมีวิธี แต่พี่สาวเจ้าก็ไม่แน่ว่าจะมีชีวิตที่ดี”
“นางจะสามารถผ่านไปได้ด้วยดีหรือไม่ก็เป็นเรื่องของนางแล้วเจ้าค่ะ ท่านแม่บอกวิธีข้ามาก่อนได้หรือไม่เจ้าคะ?” หลินซื่อถามเร่งอย่างระมัดระวัง
เย่อวี๋หรานเห็นว่าอีกฝ่ายยังไม่ยอมแพ้แล้วยังจะพูดอะไรได้อีกเล่า?
สุดท้ายจึงทำได้เพียงบอกวิธีของตัวเองออกไป แต่นางก็ย้ำถึงสามครั้งว่านี่เป็นวิธีของนางที่เหมาะสำหรับนางเท่านั้น ไม่แน่ว่าจะเหมาะกับหลินต้าเม่ย
ถ้าตามนิสัยของเย่อวี๋หราน หากในมือมีไพ่แย่ ๆ อยู่ก็ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว ไม่ว่าจะเป็นหลี่ว์ต้าซุ่นหรือหลี่ว์มู่ นางก็ล้วนไม่ต้องการ
จะถือโอกาสนี้เรียกคะแนนความเห็นใจ ขอร้องเจ้าหน้าที่และผู้อาวุโสให้นำลูกสาวทั้งสามคนมาให้นาง
ถึงอย่างไรยามนี้หลี่ว์ต้าซุ่นก็แต่งงานกับหม่าซานเหนียงแล้ว ในท้องยังไม่แน่ว่าจะมีลูกชายอยู่คนหนึ่ง เมื่อถึงครานั้นที่เด็กเกิดมา ลูกสาวทั้งสามคนของหลินต้าเม่ยก็จะกลายเป็น ‘ส่วนเกิน’ เพราะเป็นส่วนเกินทั้งยังเปลืองข้าวเปลืองน้ำ แล้วทำไมจะไม่เอาไปทิ้งเล่า?
เย่อวี๋หรานคิดว่าตราบใดที่หลินต้าเม่ยมีความกล้าหาญเด็ดเดี่ยว การจะพาลูกทั้งสามออกมาก็ล้วนไม่ใช่เรื่องยาก
สิ่งที่ยากที่สุดคือหลังจากพาลูกทั้งสามคนออกมาแล้วจะเลี้ยงดูพวกนางอย่างไร
เพราะตามความเข้าใจของหลินต้าเม่ย หรือความเข้าใจของผู้หญิงในยุคสมัยนี้ รวมไปถึงการที่เห็นว่าหลี่ซื่อสามารถทำธุรกิจได้อย่างราบรื่น ทั้งหมดล้วนเหมือนกับว่าหากไม่มีผู้ชายก็ไม่อาจใช้ชีวิตอยู่ต่อไปได้
ไม่ใช่เพราะเมื่อขาดผู้ชายแล้วผู้หญิงจะไม่สามารถหาเลี้ยงตัวเองได้ แต่เป็นเพราะในยุคสมัยนี้ พวกแม่ม่ายจะถูกว่าร้ายต่อหน้ามากมาย ผู้หญิงจะไม่แต่งงานไม่ได้
เย่อวี๋หรานรู้จักอยู่ไม่กี่คน อย่างเช่นแม่ม่ายฉิน เห็นได้ว่าสภาพความเป็นอยู่ของอีกฝ่ายนั้นย่ำแย่เพียงใด ถ้าสามีไม่ได้ทิ้งลูกชายไว้ให้สักคนก่อนที่จะจากโลกนี้ไป และหากไม่ได้รับความช่วยเหลือจากแม่สามีและพวกญาติ ๆ ในยามนี้จะเป็นอย่างไรก็ไม่มีใครรู้ได้
แม้แต่ในที่ที่ไม่มีคนเห็น พวกนางก็อาจจะถูกพวกอันธพาลรังแกโดยที่ไม่มีใครรู้
เพราะไม่มีคนให้พูดออกไปได้ อีกทั้งเรื่องน่าเกลียดภายในบ้านก็ไม่อาจเปิดเผยแก่ภายนอกได้ นี่ก็คือข้อหนึ่ง ส่วนข้อสองคือหากเสียความซื่อสัตย์ไป ดีไม่ดีอาจจะถูกครอบครัวของฝ่ายชายจับเข้ากรงหมู อย่างไรก็ไม่มีทางรอด
แต่อย่างหม่าซานเหนียง หลังจากนอกใจไปหาหลี่ว์ต้าซุ่นแล้วนางยังสามารถมีชีวิตที่ดีได้ นอกเสียจากว่าจะมีครอบครัวคอยสนับสนุนแล้ว อีกอย่างหนึ่งคือแม่ของหลี่ว์ต้าซุ่นสามารถกดดันแม่ของหลี่ว์มู่ได้
“น่าจะเป็นเช่นนั้น” พูดเช่นนี้แล้ว เย่อวี๋หรานก็มองไปยังหลินซื่ออีกครั้งและพูดอย่างจริงจัง “ข้ารู้ว่าในใจเจ้ากำลังคิดสิ่งใดอยู่ เจ้าอยากจะทำอะไรข้าจะไม่ห้ามเจ้า แต่ต้องคิดให้รอบคอบ เจ้าลงมือทำไปแล้วบางเรื่องก็ไม่แน่ว่ามันจะเป็นไปตามที่เจ้าคิด เจ้าต้องกล้าที่จะแบกรับผลที่ตามมาภายหลังทั้งหมด ซึ่งอาจจะเสียใจภายหลังก็ได้”
“ท่านแม่ ข้ารู้เจ้าค่ะ” หลินซื่อกัดริมฝีปากก่อนจะพูดว่า “แต่ข้าไม่ทำไม่ได้เจ้าค่ะ ทำแล้วอาจจะเสียใจภายหลัง แต่ถ้าไม่ทำ ข้าจะต้องมานึกเสียใจภายหลังแน่นอนเจ้าค่ะ”
[1] เสือกระดาษ หมายถึง สิ่งที่ดูน่าเกรงขามแต่กลับไร้อำนาจ