ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 329 ขุดมันเทศ
บทที่ 329 ขุดมันเทศ
ถ้าเป็นสมัยก่อน หลี่ซื่อคงคร้านจะสนใจความเป็นความตายของแม่สามี
แต่ตอนนี้ความเป็นอยู่ของครอบครัวดีขึ้นทุกวันเพราะแม่สามี นางย่อมปรารถนาให้แม่สามีสุขภาพแข็งแรงอายุยืนยาวเป็นร้อยปี
นอกจากความเห็นแก่ตัวเช่นนี้ แน่นอนว่าความสัมพันธ์อันดีระหว่างนางและแม่สามีก็คือเหตุผลอีกข้อหนึ่ง
เมื่อหลี่ซื่อเข้าไปในเรือนก็เห็นจูปาเม่ย หลินซานเม่ย และหลินซื่อเม่ยดูแลซานเป่าและซื่อเป่าพลางถักสร้อยข้อมือไปด้วย จึงนำข่าวดีนี้ไปบอกพวกนางด้วยความเบิกบานใจ
“จริงหรือ?!” หลิวซื่อออกจากห้องครัวมาได้ยินเรื่องนี้เข้าก็ดีใจยิ่งนัก “อยู่ที่ไหนหรือ? ข้าขอดูหน่อย”
“อยู่ในตะกร้าสะพายหลังของข้า” หลี่ซื่อกล่าว
คนอื่น ๆ ได้ยินเช่นนั้นก็กุลีกุจอเข้ามาช่วยปลดตะกร้าสะพายหลังของหลี่ซื่อลงมา ช่วยกันถือเถามันเทศเอาไว้ แล้วล้วงเอาหัวมันเทศที่อยู่ก้นตะกร้าออกมา
เมื่อทำเช่นนี้ก็เห็นมันเทศเต็มก้นตะกร้าไปหมด แต่ละคนต่างดีอกดีใจเหลือประมาณ
“จริง ๆ ด้วย ใหญ่มาก!” จูปาเม่ยหยิบหัวที่ใหญ่ที่สุดขึ้นมา “ท่านแม่ ท่านดูสิเจ้าคะ หัวใหญ่ปานนี้ มันเทศที่พวกเราขุดกันบนเขายังไม่ใหญ่เท่ามันเทศที่พวกเราปลูกแค่ไม่กี่เดือนหัวนี้เลย”
มันเทศที่จูปาเม่ยหยิบขึ้นมามีขนาดใหญ่กว่ามันเทศหัวอื่น ๆ ราวครึ่งเท่า แลดูอวบอ้วนชวนให้คนชมชอบยิ่งนัก
“ทำไมขุดมาเยอะเช่นนี้เล่า? พี่สะใภ้สี่ พวกท่านขุดมาหลายเครือเลยใช่ไหมเนี่ย?” หลินซื่อเห็นมันเทศเหล่านั้นก็ดีใจมากเช่นกัน
ตอนนี้ยังไม่ถึงช่วงเก็บเกี่ยวฤดูใบไม้ร่วงก็สามารถขุดมันเทศได้แล้ว นี่หมายความว่าอย่างไร?
หมายความว่าพวกนางไม่ต้องกังวลว่าเสบียงจะไม่พอประทังถึงฤดูกาลเก็บเกี่ยวและต้องหิวโหยแล้วน่ะสิ
“ที่ไหนกัน ท่านแม่ขุดมาแค่สี่เครือ พวกเจ้าดู อย่างน้อยก็ห้าหกหัว มากที่สุดมีถึงสิบกว่าหัว แค่สี่เครือนี้ พวกเรามีคนมาก ก็คงจะแบ่งมันเทศได้คนละสองสามหัว…” หลี่ซื่อกล่าวอย่างเริงร่า “นี่ยังไม่เยอะอีกหรือ? พวกท่านลองคิดดู ตอนแรกพวกเราใช้อะไรปลูก?”
“ก้านมันเทศ ใช้ทีละท่อนด้วย ตอนนั้นยังกลัวว่าจะไม่โตอยู่เลย” หลินซื่อกล่าวแล้วหัวเราะ “ฮ่าฮ่าฮ่า…แต่คิดไม่ถึงเลยว่าพวกมันจะเจริญงอกงามเช่นนี้ แม้แต่หญ้าเลี้ยงหมูก็ไม่ต้องขึ้นเขาไปตัดแล้ว”
“ใช่แล้ว เอาใบกับก้านของมันไปเลี้ยงหมู หัวมันที่อยู่ใต้ดินยังสามารถเอามาเลี้ยงคนได้ เจ้านี่ดีเลิศเกินไปแล้ว” หลิวซื่อฟังว่าได้ผลผลิตดีเช่นนี้ จิตใจก็พลันหวั่นไหว
ในเมื่อมันเทศปลูกง่ายปานนี้ ผลผลิตก็ยังดีอีกต่างหาก ถ้าอย่างนั้นปีหน้า นางก็สามารถบอกให้บ้านเดิมปลูกตามได้ใช่ไหม?
ภายในเรือนสกุลจูครึกครื้นยิ่งนัก ทุกคนห้อมล้อมตะกร้าใส่มันเทศ พูดคุยกันอย่างเบิกบานสำราญใจ
ยามนั้นหลินซื่อที่ใจร้อนอยากเก็บเกี่ยวมันเทศโดยไวพลันเอ่ยถามว่า “ท่านแม่ พวกเราจะเก็บเกี่ยวกันเมื่อไหร่ดีเจ้าคะ?”
“เก็บเกี่ยวทีละชุด” เย่อวี๋หรานอธิบายต่อไปว่า “มันเทศพวกนี้มีทั้งหัวใหญ่หัวเล็ก ดูเหมือนว่ายังโตต่อไปได้อีก พวกเราแค่ต้องเก็บเกี่ยวให้เสร็จก่อนฤดูใบไม้ร่วง ไม่ให้กระทบฤดูกาลเก็บเกี่ยวก็พอแล้ว”
“ท่านแม่ มันเทศอยู่ที่ทุ่งนาแบบนี้ ข้าไม่วางใจเจ้าค่ะ” หลี่ซื่อนึกอะไรขึ้นมาได้จึงเอ่ยว่า “ท่านแม่ ท่านลองคิดดูสิเจ้าคะ ถ้าพวกเราเก็บเกี่ยวมันเทศกัน คนในหมู่บ้านจะต้องได้ยินข่าวแน่นอน ถึงตอนนั้นจะต้องมีคนมาร่วมชมความครึกครื้น ถ้าแค่คนสองคนก็แล้วไป แต่ถ้ามีคนตาร้อนขึ้นมา หมายตามันเทศของครอบครัวพวกเราเข้าจะทำอย่างไร?”
“เรื่องนี้ต้องป้องกันเอาไว้” หลินซื่อได้ยินแล้วก็พูดเสริมขึ้นมาทันที “ท่านแม่ ตอนนี้ยังห่างจากช่วงเก็บเกี่ยวอีกสักพัก ในหมู่บ้านเริ่มมีคนจำกัดอาหารกันแล้ว พวกเรามาเก็บเกี่ยวกันตอนนี้จะต้องทำให้พวกเขาตาร้อนแน่นอน เรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องพูดด้วยซ้ำ”
“ท่านแม่ ข้าก็ได้ยินมาเหมือนกันเจ้าค่ะ” หลิวซื่อเองก็ก้าวออกมาพูดเช่นกัน “บ้านหญิงปากสว่างข้าง ๆ นี้เริ่มกินโจ๊กกันแล้ว โจ๊กเปล่าแทบไม่มีอะไรเลย ใสแจ๋วจนเห็นก้นหม้อเลยทีเดียว”
“คราวก่อน ข้าได้ยินหญิงปากสว่างด่าลูกสะใภ้ว่าตะกละ แอบขโมยกินอาหารในเรือน” หลี่ซื่อเสริมขึ้นจากข้าง ๆ “หลังจากนั้นหลานชายสองคนของนางก็ร้องไห้ บอกว่าพวกเขาหิว ลูกสะใภ้ของหญิงปากสว่างเอามาให้พวกเขากินต่างหาก”
……
เย่อวี๋หรานไม่ทันได้สังเกตว่าสกุลจูในช่วงเวลานี้เมื่อปีก่อนก็เริ่มลดมาตรฐานเรื่องอาหารการกินลงแล้ว กินโจ๊กเปล่าเหมือนคนอื่น ๆ ในหมู่บ้าน
แต่ปีนี้ไม่เหมือนกัน เมื่อขายสูตรทำชาดได้เงินมาก้อนใหญ่ แม้ว่าหลังจากนั้นจะสร้างเรือนหลังใหม่ แต่เสบียงอาหารแห้งที่ซื้อมาก็ยังเหลืออยู่บ้าง
กอปรกับหลี่ซื่อมักจะพาจูปาเม่ยไปขายน้ำพริกและสร้อยข้อมือที่ตลาดนัดอยู่ทุกเดือน สามารถหารายได้มาจุนเจือครอบครัวได้ไม่มากก็น้อย
อีกอย่าง นางก็คิดเอาไว้แล้ว ทราบว่ามันเทศจะสามารถเริ่มเก็บเกี่ยวได้เวลาใด ไม่กังวลว่าจะมีเสบียงไม่พอถึงช่วงเก็บเกี่ยวในฤดูใบไม้ร่วง ดังนั้นจึงไม่ได้ลดมาตรฐานอาหารการกินของครอบครัว
“ตกลง รอพวกจูต้ากลับมาแล้ว พวกเจ้าก็หารือกันสักหน่อยว่าจะเก็บเกี่ยวมันเทศกันตอนไหน” เย่อวี๋หรานนิ่งคิดไปสักพักจึงกล่าวว่า “ไม่ว่าจะเก็บเกี่ยวได้มากหรือน้อย พวกเจ้าต้องปิดปากให้สนิท อย่าเอาไปพูดส่งเดชข้างนอก”
ทุกคนขานรับทันที
ทว่าหลังจากทุกคนแยกย้ายไปแล้ว หลิวซื่อก็แอบวกกลับมา ท่าทางลังเลเหมือนต้องการจะพูดอะไรบางอย่าง
“มีเรื่องอะไร?” เย่อวี๋หรานเห็นท่าทางของอีกฝ่ายก็ทราบว่ามีเรื่องจะพูด
แต่ไม่รู้ว่าเวลานี้ สะใภ้ผู้นี้จะมีเรื่องอะไรได้
“ท่านแม่ ข้าขอปรึกษาเรื่องหนึ่งกับท่านได้ไหมเจ้าคะ?” หลิวซื่อถามอย่างระมัดระวังยิ่งนัก นางกล่าวว่า “ตอนนี้ยังห่างจากช่วงเก็บเกี่ยวพอสมควร บ้านเดิมข้าเริ่มจะประทังไม่อยู่แล้ว ข้าคิดว่า…สามารถแบ่งมันเทศให้บ้านเดิมข้าได้ไหมเจ้าคะ?”
“บ้านเดิมของเจ้า?”
หลิวซื่อรีบสำทับทันทีว่า “ท่านแม่ ท่านสบายใจได้ ตอนนี้แบ่งมันเทศไปให้ รอถึงช่วงเก็บเกี่ยว พ่อแม่ข้าจะต้องคืนให้แน่นอนเจ้าค่ะ ก่อนหน้านี้ข้าก็อยากพูดเรื่องนี้ แต่พอคิดถึงว่าในเรือนมีเสบียงอยู่ไม่มาก กลัวว่าจะมีไม่พอถึงช่วงเก็บเกี่ยวจึงไม่ได้พูดขึ้นมา แต่ตอนนี้ไม่เหมือนกัน ตอนนี้พวกเรากำลังจะเก็บเกี่ยวมันเทศกันแล้ว ข้าจึงคิดว่า…”
หลิวซื่อมองเย่อวี๋หรานอย่างอ้อนวอน กลัวว่าแม่สามีจะไม่ตกลง
“สกุลจูมีสะใภ้หลายคน เจ้ามาขอแล้ว คนอื่น ๆ จะต้องขอด้วยแน่นอน เจ้าคิดว่าข้าควรให้เจ้าเท่าไหร่ถึงจะเหมาะสม?” เย่อวี๋หรานไม่ทันคิดถึงเรื่อง ‘ยืมเสบียง’ แต่เมื่อหลิวซื่อเอ่ยปากขอเช่นนี้แล้ว นางครุ่นคิดเล็กน้อยก็ไม่ประหลาดใจเท่าใดนัก
ปีที่แล้วหลังจากนางย้อนยุคกลับมา สกุลจูก็ข้นแค้นจนต้องกินโจ๊ก ถ้าไม่ใช่เพราะนางไปขุดมันเทศป่าได้จากบนเขา หลังจากนั้นก็ไม่ทราบว่าจะเป็นอย่างไรแล้ว
หลังจากนั้นก็เคยเกิดเรื่องที่บรรดาลูกสะใภ้แอบขโมยมันเทศลับหลังนางมาแล้ว
แต่ด้วยเหตุผลต่าง ๆ นางจึงไม่ได้สืบสาวจนถึงที่สุดเท่านั้น
“เอ่อ…” หลิวซื่อตอบเสียงอ่อน “ข้าไม่ทราบเจ้าค่ะ”
นางจะกล้าคิดแทนแม่สามีได้อย่างไร ปีที่แล้ว ‘ขโมย’ ไปรอบหนึ่งแล้ว แต่นั่นก็เป็นเพราะความจำเป็น หลังจากนั้นแม่สามียังกดดันพวกนางด้วยวิธีการต่าง ๆ นานา ให้นำของที่ขโมยไปบ้านเดิมกลับคืนมา
ปีนี้นางไม่กล้าบุ่มบ่าม เพราะมีสายตาหลายคู่จับจ้อง มีหลายคนต้องการจะจับจุดอ่อนของนาง ถ้านางถูกจับได้คงมีจุดจบที่น่าอนาถกว่าเดิม
“รอให้เก็บเกี่ยวมันเทศเสร็จแล้วค่อยหารือกับทุกคน” เย่อวี๋หรานกล่าว “ยืมได้ แต่ยืมไปเท่าไหร่ คืนอย่างไร เรื่องเหล่านี้ต้องพูดให้ชัดเจน มีอะไรก็พูดออกมา ในเมื่อเจ้าออกเรือนเข้าสกุลจูของข้ามาแล้ว บ้านเดิมเจ้ามีเรื่อง ข้ายังจะไม่ช่วยได้อย่างไร แต่คำพูดไม่น่าฟังต้องบอกก่อน ถ้าอยากได้กินดี นั่นเป็นไปไม่ได้ เจ้าเองก็รู้ว่ามันเทศพวกนี้นอกจากกินกันในครอบครัวแล้ว ส่วนใหญ่ยังต้องเก็บไว้สำหรับเพาะปลูก ไม่อย่างนั้นปีหน้าถึงเวลาที่คนในหมู่บ้านจะปลูกมันเทศกับพวกเราแล้วปรากฏว่าไม่มีต้นกล้า เช่นนั้นก็จะเกิดปัญหาอะไรตามมา เจ้าลองใคร่ครวญดู”
“ท่านแม่ ท่านวางใจเจ้าค่ะ ไม่ได้อยากกินเยอะ แค่พอมีประทังไม่ให้หิวตายก็พอแล้ว” หลิวซื่อไม่โง่ ถ้าตอนนี้ไม่คิดเผื่ออนาคตเอาไว้แล้วเผลอไปยั่วโทสะแม่สามี เรื่องปลูกมันเทศปีหน้ายังจะมีส่วนของบ้านเดิมนางอีกหรือ?
ติดตามแม่สามีมานานเพียงนี้ เรื่องที่ได้เรียนรู้มากที่สุดก็คือ เวลากระทำการใดต้องรู้จักวางแผน มองการณ์ให้ไกล
หรือหากมองการณ์ได้ไม่ไกลก็ไม่เป็นไร เพียงดูว่าทุกคนทำอย่างไรแล้วทำตามก็พอ