ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 356 ดูตัวกับใครกันแน่
บทที่ 356 ดูตัวกับใครกันแน่
หลิวไป๋ฮวาไม่พูดอะไร กวาดพื้นไปเงียบ ๆ จนกระทั่งเสร็จสิ้นก็ค่อยกลับเข้าห้อง
นางไม่อยากเปลี่ยนใส่ชุดงามกว่านี้เช่นนั้นหรือ?
แต่ครอบครัวไม่มีเงิน ผู้ใดจะซื้อผ้ามาตัดชุดให้นาง? ชุดที่พอจะดูดีสักหน่อยก็เป็นชุดเก่าของย่านางที่เอามาแก้ให้เล็กลงชุดนั้น
บอกว่าเป็นผ้าเนื้อดี แต่สีกลับเชยจนไม่อาจทนดู หลิวไป๋ฮวาถือค้างไว้ในมือ ไม่ปรารถนาจะสวมใส่แม้แต่น้อย
ชุดนี้ยังไม่สู้ชุดที่นางสวมอยู่ อย่างน้อยก็ยังมีสีสันสดใส ขับให้ผิวนางขาวผ่องขึ้นบ้าง
แต่เมื่อสวมชุดย่าของนางชุดนั้น นางก็คล้ำลงถนัดตา พอนำไปเปรียบเทียบกับหลิวเยี่ยนสหายสนิทของนาง เกรงว่าคงถูกคนอื่นรังเกียจเสียแล้ว
หลิวไป๋ฮวาคิดว่าตนเองเป็นแม่นางที่ดีมีความสามารถคนหนึ่ง แต่ก็กลัวการไปเปรียบเทียบกับคนอื่น พอเปรียบเทียบแล้วนางก็ไม่อาจลืมตาอ้าปากได้อีก
“เฮ้อ…” นางถอนหายใจแผ่วเบา ไม่คาดหวังอันใดต่อการดูตัวครั้งนี้
นอกห้องนั้น ภรรยาของหลิวเหวินเกินได้ยินเสียงเคาะประตูเรือน
นางรีบจัดแต่งผมเผ้าของตัวเอง จากนั้นก็ไปเปิดประตู
“พวกท่านมาแล้วหรือ เข้ามา ๆๆ เชิญเข้ามาได้เลย” เมื่อเปิดประตูเรือนก็เห็นแม่สื่อดังคาด ทราบทันทีว่าผู้มาเป็นใคร จึงรีบเชื้อเชิญผู้คนเข้าไปในเรือน
เช่นเดียวกับเรือนหลิวเยี่ยน ทางด้านนี้ก็เตรียมโต๊ะเก้าอี้ไว้เช่นกัน แล้วเชิญให้คณะของเย่อวี๋หรานนั่งลง
“พวกท่านรอสักครู่ ข้าไปเรียกแม่สามีข้าสักประเดี๋ยว นางอยู่เรือนข้าง ๆ นี่เอง แค่ร้องเรียกก็พอแล้ว” ภรรยาของหลิวเหวินเกินเชิญทุกคนนั่งเสร็จก็เดินไปถึงริมกำแพงแล้วตะโกนข้ามไป
“ท่านแม่ รีบมาทางนี้เถอะเจ้าค่ะ พวกแม่สื่อมากันแล้ว”
ฝั่งนั้นมีเสียงขานรับ “รู้แล้ว รู้แล้ว ไปเดี๋ยวนี้แหละ”
ผ่านไปสักพัก สตรีสูงวัยที่ผมสีขาวดอกเลาทั่วศีรษะก็พาสตรีอ่อนวัยกว่าภรรยาของหลิวเหวินเกินเล็กน้อยเข้ามาในเรือนพร้อมกัน
“นี่คือแม่สามีของข้า นี่คือ…พี่สะใภ้ของข้า” ตอนที่ภรรยาของหลิวเหวินเกินแนะนำสตรีอ่อนวัยผู้นั้น น้ำเสียงไม่ค่อยเป็นธรรมชาติเท่าใดนัก
เย่อวี๋หรานแววตาสว่างวาบ พี่สะใภ้อายุน้อยกว่าภรรยาของหลิวเหวินเกิน?
เรื่องนี้นับว่าหาพบได้ยากในหมู่บ้านชนบท เว้นเสียแต่ว่าจะเป็นการแต่งงานครั้งที่สอง
ชั่วขณะนั้น นางนึกคาดเดาในใจ
“ท่านนี้คือญาติผู้ใหญ่ของเด็กที่มาดูตัวกันกระมัง ข้าคือแม่ของเหวินเกิน” มารดาของหลิวเหวินเกินหาได้เกรงใจ พาสะใภ้ใหญ่อายุเยาว์ผู้นั้นไปนั่งลงตรงตำแหน่งประธานเป็นที่เรียบร้อย
ภรรยาของหลิวเหวินเกินค่อนข้างอึดอัดใจ แต่ตรงนี้มีคนนอกอยู่ด้วย ไม่สะดวกจะพูดอะไร ทำได้เพียงนั่งลงข้าง ๆ กลุ่มคน
จูซื่อเสิ่นแสดงตัวออกมาด้วยการกล่าวขึ้นว่า “ข้าคือแม่ของซื่อหู่ นี่คือลูกชายของข้า”
นางกล่าวพลางดึงจูซื่อหู่ออกมาแนะนำให้ญาติฝ่ายหญิงได้รู้จัก
มารดาของหลิวเหวินเกินมองอีกฝ่ายตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า ทั้งยังไม่ลืมมองเด็กหนุ่มที่อยู่ข้าง ๆ อีกคน “ไม่เลว ๆ แค่ดูก็รู้ว่าเป็นเด็กฉลาด ท่านนี้เป็นลูกพี่ลูกน้องกันกระมัง?”
จูซื่อเสิ่นไม่คาดว่าอีกฝ่ายจะเปลี่ยนประเด็นไปพูดถึงจูซานจ้วงเร็วปานนี้ ก็ถึงกับตะลึงไปเล็กน้อย แต่ก็ยังดึงคนออกมาแนะนำตัวแต่โดยดี “ใช่แล้วเจ้าค่ะ นี่คือลูกชายของพี่สะใภ้สามของข้า ชื่อว่าซานจ้วง เพิ่งไปดูตัวกับลูกสาวของหลิวเอ้อร์หมิงมาเมื่อเช้านี้เอง”
นางเกรงว่าอีกฝ่ายจะเข้าใจผิด จำผิดคน จึงเอ่ยเตือนขึ้นมา
ไม่คิดเลยว่ามารดาของหลิวเหวินเกินจะไม่สนใจแม้แต่น้อย ยังคงชมเชยจูซานจ้วงไปตามธรรมเนียม
หาได้มีเพียงจูซานเสิ่นและจูซื่อเสิ่นที่อึ้งไป กระทั่งแม่สื่อที่เป็นคนเดินเรื่องให้ก็ยังอึ้งเช่นกัน ไม่ถูกสิ ตอนแรกที่มาติดต่อก็บอกไว้ดิบดีแล้วว่าเป็นจูซื่อหู่ ลูกชายของจูเหล่าซื่อนี่นา
เนื่องจากเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน ทั้งสองครอบครัวจึงมาดูตัวด้วยกัน ต่างคนต่างดูตัว ทั้งยังแจ้งไว้ล่วงหน้าแล้ว
ในเมื่อแจ้งให้ทราบไว้ก่อนแล้ว มารดาของหลิวเหวินเกินยังมาทำเช่นนี้ เป็นเพราะเหตุใดกัน?
ที่พิสดารกว่านั้นก็คือ มารดาของหลิวเหวินเกินประเดี๋ยวมองจูซานจ้วง ประเดี๋ยวมองจูซื่อหู่ ชมคนนั้นแล้ววกกลับมาชมคนนี้ ทั้งยังหาข้อตำหนิออกมา บอกว่าเรื่องนี้คนนั้นสู้คนนี้ไม่ได้ เรื่องนั้นคนนี้ยังด้อยกว่าอีกคน
แม่สื่อรีบหันไปทางภรรยาของหลิวเหวินเกิน ส่งสายตาไปให้ทำนองว่า เจ้าพูดกับแม่สามีของเจ้าชัดเจนแล้วรึ?
ภรรยาของหลิวเหวินเกินก็ร้อนใจเช่นกัน รีบกระแอมหลายที อยากจะแย่งชมเชยจูซื่อหู่ น่าเสียดายที่แย่งแม่สามีพูดไม่สำเร็จ
“ท่านแม่ ท่านกระหายไหมเจ้าคะ ข้าเทน้ำให้ท่านดีหรือไม่?” ภรรยาของหลิวเหวินเกินได้แต่เทน้ำจอกหนึ่งส่งไปให้แม่สามี
นางกลัวว่าหากปล่อยไว้เช่นนี้ต่อไป ผู้อื่นอาจนึกว่าครอบครัวตนเอง ‘เรื่องมาก’ เรื่องมงคลที่ดีงามคงหายวับไปกับตา
คนในครอบครัวย่อมรู้เรื่องในครอบครัวของตัวเองดี นางสำนึกตัวเองดีว่าลูกสาวของนางสู้ลูกสาวของหลิวเอ้อร์หมิงไม่ได้
หลิวเอ้อร์หมิงไม่เป็นที่โปรดปรานอย่างไร แต่เขาก็เป็นลูกชายของหลิวเหล่าไท่ หลิวเหล่าไท่ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องไว้หน้าลูกชายตัวเอง ทั้งยังค่อนข้างพอใจหลิวเยี่ยนผู้เป็นหลานสาว เรื่องประการเดียวที่ไม่พอใจคงเป็นเรื่องที่หลิวเอ้อร์หมิงตบแต่งหลิวเอ้อร์เสิ่นที่ตนชอบพอเป็นภรรยา หลิวเหล่าไท่จดจำเรื่องนี้มานานปีจนถึงทุกวันนี้
“ข้าไม่กระหาย เจ้าอยากดื่มก็ดื่มเอง ข้ากำลังพูดธุระสำคัญอยู่นะ เจ้ามาสอดทำไม?” แม้จะมีคนนอกอยู่ด้วย มารดาของหลิวเหวินเกินก็ไม่ไว้หน้าลูกสะใภ้ผู้นี้แม้ครึ่งส่วน
ภรรยาของหลิวเหวินเกินรู้สึกขายหน้า คิดว่าแม่สามีทำเกินไปแล้ว ทั้ง ๆ ที่พูดกันไว้ดีแล้ว ทำไมมาเปลี่ยนใจกะทันหันเสียเล่า?
จูซื่อเสิ่นเห็นเช่นนั้นก็อยากถอยทัพเสียแล้ว
นางอยากได้ลูกสะใภ้ แต่ไม่ต้องการลูกสะใภ้ที่มีบ้านเดิมแข็งกร้าว ถึงตอนนั้นคงรับมือไม่ไหว
นางส่งสายตาให้จูซานเสิ่น พี่สะใภ้สาม พวกเราหาข้ออ้างกลับกันเถอะ
การดูตัวของจูซานจ้วงก่อนหน้านี้ผ่านไปอย่างราบรื่น คิดไม่ถึงว่าพอเป็นรอบของจูซื่อหู่กลับเกิดปัญหาขึ้นเสียได้ จูซานเสิ่นจึงรู้สึกไม่ค่อยสบายใจ
เดิมทีเป็นเรื่องมงคลคู่ ผลสุดท้ายซานจ้วงของนางดูตัวจบลงด้วยดี แต่ซื่อหู่กลับไม่สำเร็จ ทั้งยังเป็นคนหมู่บ้านเดียวกันและดูตัวพร้อมกันอีก ถึงตอนนั้นจะน่ากระอักกระอ่วนใจเพียงใด
ทันใดนั้นพลันรู้สึกว่าตอนแรกพวกนางไม่น่าเจรจางานมงคลด้วยกันเลย แยกกันเจรจาคงดีกว่า
ทางฝั่งสกุลจูส่งสัญญาณถอยทัพแล้ว แต่มารดาของหลิวเหวินเกินทำราวกับมองไม่เห็นกระนั้น ยังคงถามเรื่องจูซานจ้วงและจูซื่อหู่ต่อไป ขณะเดียวกันก็ถามเรื่องสินสอด ราวกับว่าหากฝ่ายใดให้มากกว่า นางก็จะยกหลานสาวให้ฝ่ายนั้น
แม่สื่อเห็นท่าไม่ดี รีบเอ่ยขึ้นว่า “ไอ้หยา แม่เหวินเกิน นี่เพิ่งจะดูตัวเท่านั้นเอง จะสำเร็จหรือเปล่าก็ยังไม่รู้ จะรีบร้อนคุยเรื่องสินสอดไปไย? อีกอย่าง ซื่อหู่ก็ยังไม่ได้พบหน้าหลานสาวของท่านเลย ถึงอย่างไรก็ต้องให้เห็นหน้ากันเสียก่อน ดูว่าคนหนุ่มสาวเขาคิดอย่างไรก่อนกระมัง”
“ใช่แล้ว ๆๆ เป็นเช่นนี้” ภรรยาของหลิวเหวินเกินรีบรับคำ รีบร้องเข้าไปในเรือนว่า “ไป๋ฮวา ยกน้ำหวาน”
มารดาของหลิวเหวินเกินโพล่งขึ้นโดยไม่รอเสียงตอบรับจากในเรือน “ยกน้ำหวานอะไรกัน? เรื่องนี้ยังเจรจาไม่เรียบร้อย ถึงอย่างไรก็ต้องให้รู้ก่อนว่าไป๋ฮวาต้องดูตัวกับใครสิ? นี่ยังไม่รู้เลย ถึงตอนนั้นจะให้ไป๋ฮวาดูตัวกับเด็กหนุ่มสองคนงั้นหรือ? ถ้าไม่ถูกใจกัน วันหน้าไป๋ฮวายังจะออกเรือนอยู่ไหม?”
หลิวไป๋ฮวาที่อยู่ในห้องได้ยินดังนั้นก็รู้สึกหนาววาบในใจ
คนเขาบอกแล้วว่าผู้ที่นางดูตัวด้วยคือจูซื่อหู่ คราวนี้ดีนัก ย่าของนางจะต้องเข้ามายุ่งให้ได้ ดึงตัวคนที่ดูตัวเรียบร้อยแล้วเข้ามาเกี่ยวด้วย ต่อไปนางยังจะมีหน้าไปพบใครได้อีก?
เพียงนึกถึงว่าถ้าหลิวเยี่ยนรู้ว่ามีคนแย่งผู้ชายที่ดูตัวกับนาง หลิวไป๋ฮวาก็รู้สึกสิ้นหวัง นางไม่เพียงแต่จะแต่งไม่ออกเท่านั้น แม้แต่สหายสนิทก็คงไม่มีแล้ว
“ท่านแม่ คนที่ไป๋ฮวาดูตัวด้วยคือจูซื่อหู่ พวกข้าคุยกันไว้แต่แรกแล้วเจ้าค่ะ” ถ้าภรรยาของหลิวเหวินเกินไม่ยืนกรานอีก เกรงว่าคงทำลายงานมงคลของลูกสาวตัวเองแล้ว นางกล่าวขึ้นอย่างร้อนใจ
“คุยแต่แรกอะไรกัน? นั่นเป็นพวกเจ้าไปคุยกันเอง ข้าไม่ได้คุยด้วยเสียหน่อย” มารดาของหลิวเหวินเกินกล่าว “เรื่องนี้ข้าเป็นคนตัดสินใจ ข้าบอกว่าไม่ได้ก็คือไม่ได้ ถ้าไป๋ฮวากล้าออกมา ข้าก็จะถือว่าสกุลหลิวไม่มีหลานสาวคนนี้”
เมื่อคำกล่าวนี้ดังขึ้น ไม่ว่าภรรยาของหลิวเหวินเกินที่อยู่ข้างนอก หรือหลิวไป๋ฮวาที่อยูในห้องล้วนตะลึงพรึงเพริด
“ท่านแม่ ท่านหมายความว่าอย่างไร?! ท่านจะไล่ไป๋ฮวาของข้าออกไปจากบ้าน?” ภรรยาของหลิวเหวินเกินทนไม่ไหวอีกต่อไป นางลุกขึ้นมากล่าวอย่างร้อนใจว่า “ท่านแม่ ท่านทำแบบนี้ได้อย่างไรเจ้าคะ? นั่นเป็นหลานสาวแท้ ๆ ของท่านนะ ถ้าท่านไม่ยอมรับนางเป็นหลานสาว คนอื่นคงนึกว่านางไปทำเรื่องเลวร้ายอะไรมา ท่านทำเช่นนี้ไม่เท่ากับว่าบีบให้นางไปตายงั้นหรือ?”