ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 357 สงสารก็แต่ไป๋ฮวา
บทที่ 357 สงสารก็แต่ไป๋ฮวา
แต่ไรมามีเพียงเด็กสาวที่ทำเรื่องน่าอับอายขายหน้าเท่านั้นจึงจะถูกขับออกจากบ้านเดิม
แต่มารดาของหลิวเหวินเกินกลับลั่นวาจาเช่นนี้ออกมาเพียงเพราะ ‘การดูตัว’ ครั้งเดียว นับว่าโหดร้ายยิ่งนัก
อย่าว่าแต่คนสกุลหลิวกันเองที่ตะลึงพรึงเพริด แม้กระทั่งแม่สื่อและคนสกุลจูที่มาดูตัวก็ยังตกตะลึงเช่นเดียวกัน
แม่สื่อเสียใจทีหลังเสียแล้ว นางไม่ควรเห็นแก่หน้าของแม่นางหลิวเยี่ยน รับเรื่องมงคลของหลิวไป๋ฮวามาด้วยอีกคนเลย เป็นที่รู้กันในหมู่บ้านสกุลหลิวว่าย่าของหลิวไป๋ฮวาเป็นคนร้ายกาจ ไม่ควรไปมีเรื่องด้วย
ตอนนี้เป็นอย่างไร ถึงเวลาดูตัวแต่กลับชะงักงันอยู่เช่นนี้ แล้วจะไปต่อกันได้อย่างไร?
ถ้าชื่อเสียงด่างพร้อย ต่อไปการงานของแม่สื่อคงได้รับผลกระทบเสียแล้ว
“แม่เหวินเกิน เจ้าหมายความว่าอย่างไร?” แม่สื่อชักสีหน้ากล่าวว่า “เจ้าทำแบบนี้เท่ากับว่าหักหน้าข้า รู้หรือไม่?”
“ข้าเปล่า” มารดาของหลิวเหวินเกินกริ่งเกรงแม่สื่ออยู่บ้างไม่มากก็น้อย นางยิ้มพลางกล่าวว่า “ประเด็นคือลูกสะใภ้คนนี้ของข้าไม่รู้เรื่องรู้ราว ไม่ได้คุยกับเจ้าให้ชัดเจน เรื่องของไป๋ฮวาต้องให้ข้าตัดสินใจ ข้าไม่รู้ว่าก่อนหน้านี้นางพูดไว้อย่างไรบ้าง แต่ข้าหมายความว่า…”
ไม่รอให้พูดจนจบ เย่อวี๋หรานที่เป็นกำแพงประกอบฉากมาครึ่งค่อนวันแล้วก็พลันไอขึ้นเบา ๆ สองครา “แค่กแค่ก! ไม่ว่าท่านจะหมายความว่าอย่างไร แต่พวกข้าคนสกุลจูชัดเจนยิ่งนัก คนที่มาดูตัวคราวนี้คือซื่อหู่ของพวกข้า ถ้าแม่เหวินเกินไม่พอใจก็ไม่มีปัญหา เช่นนั้นก็สิ้นสุดแต่เพียงเท่านี้เถอะ สกุลจูของข้าไม่ขาดแคลนลูกสะใภ้”
“เจ้าเป็นใคร?” มารดาของหลิวเหวินเกินหรี่ตาถาม
ก่อนหน้านี้ผู้ที่พูดจามาตลอดคือจูซานเสิ่นและจูซื่อเสิ่น แต่กลับไม่ได้แนะนำเย่อวี๋หรานมากนัก เพียงบอกว่านางเป็น ‘ป้าใหญ่’ ของจูซื่อหู่
ไม่อาจโทษที่มารดาของหลิวเหวินเกินไม่รู้จักเย่อวี๋หราน เพราะภรรยาของหลิวเหวินเกินกลัวว่าแม่สามีนั้นพอได้ยินว่าคนที่มาดูตัวเป็นญาติของหญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์แล้วจะไม่ตกลง จึงป้องกันเอาไว้ก่อน
ภรรยาของหลิวเหวินเกินทราบว่าแม่สามีของตนเองเป็นคนร้ายกาจ ถ้าไม่หาบ้านแม่สามีที่เก่งกล้าสักหน่อยให้ลูกสาว ลูกสาวของนางคงต้องถูกบ้านเดิมรังแกแน่แล้ว เพราะนางไม่อาจปกป้องคนได้ นางจึงใคร่ครวญมาเป็นอย่างดี ตัดสินใจหาบ้านแม่สามีที่ร้ายกาจสักหน่อยให้ลูกสาว
นอกจากนี้ นางยังสืบมาแล้วว่าหญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์โหดก็จริง แต่อนุญาตให้ลูกสะใภ้ถือเงินได้
ครอบครัวอื่นชมเชยว่าแม่สามีดีนักหนา แต่มีครอบครัวไหนอนุญาตให้ลูกสะใภ้มีเงินส่วนตัวบ้าง?
ดังนั้น เมื่อภรรยาของหลิวเหวินเกินได้ยินว่า ‘ท่านป้า’ ก็ทราบว่าคือใคร แต่แม่สามีของนางกลับไม่ทราบ
นี่เป็นการบอกกลาย ๆ ว่า แม้หญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์จะมีชื่อเสียงมาก จูเหล่าโถวก็พลอยโด่งดังตาม แต่ครอบครัวจูเหล่าซานและจูเหล่าซื่อที่เป็นน้องชายของจูเหล่าโถวกลับไม่ค่อยมีชื่อเท่าไหร่ จึงมีน้อยคนนักที่จะทราบว่าครอบครัวนี้ชื่ออะไรกันบ้าง
“ข้า? ก็บอกไปแล้วนี่นา ข้าคือป้าของซื่อหู่” เย่อวี๋หรานกล่าวอย่างเคร่งขรึม “ข้าคือภรรยาของจูเหล่าโถวซึ่งเป็นลุงของซื่อหู คนอื่นเรียกข้าว่า ‘จูต้าเหนียง’ เรียกแบบนี้ท่านอาจยังไม่รู้ว่าข้าคือใคร ‘หญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์’ จากหมู่บ้านสกุลจู คงรู้จักกระมัง?”
“เจ้าคือหญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์?!” รูม่านตาของแม่เหวินเกินพลันหดเล็กลง ตะลึงพรึงเพริด นางรีบหันไปมองภรรยาของหลิวเหวินเกิน “คนที่ไป๋ฮวาดูตัวด้วยคือหลานชายของหญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์งั้นรึ?!”
ภรรยาของหลิวเหวินเกินกลัวว่าจะถูกดุด่ายิ่งนัก นางหดคอกลับไปเล็กน้อย พลางกล่าวว่า “เจ้าค่ะ ไป๋ฮวามีความสัมพันธ์อันดีกับเยี่ยนจื่อจากบ้านหลิวเอ้อร์หมิง พวกนางตกลงกันไว้ว่า เยี่ยนจื่อจะดูตัวกับลูกชายของน้องสามของจูเหล่าโถว ส่วนไป๋ฮวาดูตัวกับลูกชายของน้องสี่ของจูเหล่าโถว…”
ถึงจะไม่ได้กล่าวออกมาตรง ๆ ว่าเป็นหลานชายของหญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์ แต่คำว่า ‘จูเหล่าโถว’ ก็เฉลยตัวตนออกมาชัดเจนแล้ว
หมู่บ้านสกุลจูมีเหล่าโถวหลายคน แต่คนที่เรียกกันว่า ‘จูเหล่าโถว’ มีคนเดียวเท่านั้น ส่วนภรรยาของเขาก็คือ ‘หญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์’ ในคำร่ำลือผู้นั้น
“สารเลว ทำไมเจ้าไม่บอกข้า? เจ้าคิดจะทำให้ข้าโมโหตายใช่ไหม…” มารดาของหลิวเหวินเกินระเบิดอารมณ์ออกมาทันที คว้าไม้กวาดมาได้ก็ฟาดใส่ภรรยาของหลิวเหวินเกิน
ภรรยาของหลิวเหวินเกินร่างกายอ่อนแอ ไม่ใช่คู่มือของแม่สามี จึงร่ำร้องด้วยความตกใจว่า “ท่านแม่ ท่านทำอะไรเจ้าคะ?! จูต้าเหนียงก็อยู่ด้วยนะ ท่านคิดจะทำอะไร?!”
“ข้าตีลูกสะใภ้ของข้า แล้วเกี่ยวอะไรกับนาง?” มารดาของหลิวเหวินเกินไม่หลงกล แผดเสียงอย่างบันดาลโทสะ “ข้าจะตีคนสมควรตายอย่างเจ้าเสีย คนชั้นต่ำ! หน้าไม่อาย จะดูตัวก็ดูตัวไปสิ ยังจะหาบ้านแม่สามีที่ร้ายกาจขนาดนี้ เจ้าคิดจะทำร้ายไป๋ฮวางั้นหรือ ไป๋ฮวาเป็นลูกสาวแท้ ๆ ของเจ้านะ เจ้ากลับหาบ้านแม่สามีที่กินคนไม่เหลือกระดูกมาให้นาง เจ้ายังเป็นแม่คนอยู่ไหม? ข้าจะตีเจ้า…”
“ท่านแม่ ท่านก็ตีข้าให้ตายสิ ตีข้าให้ตายเลย!” ภรรยาของหลิวเหวินเกินร่ำไห้ “ถึงอย่างไรท่านก็ไม่เห็นข้าเป็นลูกสะใภ้อยู่แล้ว ตีข้าให้ตายพ้น ๆ ไปก็ดีเหมือนกัน ข้าตายไปแล้ว ไป๋ฮวาก็ไม่มีคนสนใจอีก ถึงตอนนั้นท่านจะได้ขายเอาไป๋ฮวาไปขายแลกเงินค่าสินสอดมาให้ลูกชายคนโตของท่าน…”
“เจ้าจะทำให้ข้าอกแตกตายงั้นเรอะ! ข้าเป็นย่าของไป๋ฮวานะ เจ้าเห็นข้าเป็นคนอย่างไรกัน?”
“เรื่องราวเป็นอย่างไร ท่านย่อมรู้อยู่แก่ใจ คราวก่อนท่านยังบังคับข้า อยากให้ข้าเอาลูกสาวตัวเองไปแลกลูกสะใภ้มาให้ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของท่าน อาศัยอะไร! หลานที่เกิดจากลูกชายสุดที่รักของท่านเป็นคน ไป๋ฮวาของข้าไม่ใช่คนงั้นหรือ? ลูกชายคนโตของท่านอยากได้ลูกสะใภ้ก็ให้เขาไปหาเอาเองสิ อาศัยอะไรมาเอาลูกข้าไปแลก…”
……
เรือนของหลิวเหวินเกินเปลี่ยนเป็นอึกทึกครึกโครมในชั่วพริบตา
หลิวไป๋ฮวาที่หลบอยู่ในห้องปิดหน้าปิดตา รู้สึกว่ายามนี้ตนเองไม่มีหน้าออกไปพบใครอีกแล้ว
การดูตัวดี ๆ กลับกลายเป็นเช่นนี้ ยังจะต้องดูอะไรอีก?
น่าอับอายขายหน้าสิ้นดี!
นางยิ่งคิดก็ยิ่งร้อนใจ ยิ่งคิดก็ยิ่งโมโห สุดท้ายได้แต่นั่งกอดเข่าอยู่บนพื้นร้องไห้โฮ “ฮือ ๆๆ…”
นอกเรือนของหลิวเหวินเกิน คนบ้านใกล้เรือนเคียงได้ยินเสียงจึงแห่กันมาชมความครึกครื้น
“อะไรกันเนี่ย บ้านหลิวเหวินเกินทะเลาะกันอีกแล้ว?”
“ไอ้หยา ก็นั่นน่ะสิ สงสารก็แต่ไป๋ฮวา ได้ยินว่าวันนี้นางดูตัวเสียด้วยสิ”
“สวรรค์?! ทะเลาะกันต่อหน้าคนที่มาดูตัวเลยรึ? ไป๋ฮวายังจะแต่งออกอีกหรือ?”
……
ภรรยาของหลิวเหวินเกินถูกแม่สามีข่มเอาไว้ ไม่มีกำลังจะโต้ตอบเลยแม้แต่น้อย
จูซานเสิ่นและจูซื่อเสิ่นเห็นสภาพน่าเวทนาเช่นนั้นก็ทั้งกระอักกระอ่วนทั้งอับจนปัญญา รีบเข้าไปแยกคนด้วยกันกับแม่สื่อ
“นี่จะทำอะไร? ดูตัวกันอยู่ดี ๆ กลับมาทะเลาะกันเสียได้?” แม่สื่อยื้อคนพลางร้องเรียกภรรยาของหลิวเหล่าเกินที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ให้เข้ามาช่วย
ภรรยาของหลิวเหล่าเกินอยากให้น้องสะใภ้ที่ดูแคลนตัวเองผู้นี้ถูกสั่งสอนต่อไปใจจะขาด ปากรับคำ แต่มือกลับตามน้ำไปอย่างนั้น ไม่ได้ออกแรงช่วยแม้สักน้อย
จนเพื่อนบ้านรุดเข้ามาช่วยเหลือ จึงสามารถแยกภรรยาของหลิวเหวินเกินกับแม่สามีของนางออกจากกันได้
มีคนถามว่า “หลิวเหวินเกินเล่า? แม่กับเมียเขาลงไม้ลงมือกันแล้ว เขาอยู่ที่ไหน?”
มีคนตอบว่า “ข้าเห็นเขาแบกจอบไปทำนาแล้ว แม่เขาคงบอกให้เขาไปทำงานในนาแล้วหรือเปล่า?”
คนผู้นั้นจึงไม่พูดอะไรอีก
เรื่องที่มารดาของหลิวเหวินเกินชอบสั่งให้ลูกชายคนรองไปช่วยลูกชายคนโตทำงานมักเกิดขึ้นเป็นประจำ แต่คิดไม่ถึงว่าวันสำคัญอย่างวันดูตัวเช่นนี้ นางยังจะสั่งให้บิดาของหลานสาวไปทำงานอีก
ไม่รู้เหมือนกันว่าถึงตอนที่หลิวเหวินเกินทราบเรื่อง ในใจจะรู้สึกอย่างไร
เฮ้อ…คนซื่อบื้อแบบนั้นก็คงจะกลัดกลุ้มอยู่ไม่นานแล้วก็ปล่อยผ่านไปกระมัง
น่าเสียดายก็แต่หลิวไป๋ฮวา เด็กสาวดี ๆ คนหนึ่งมาถูกมารดาและย่าของนางทำแบบนี้ก็คงจบสิ้นแล้ว เกรงว่าคงจะออกเรือนไปได้ยากกว่าเดิม
ยามนั้น จูซานเสิ่นและจูซื่อเสิ่นหนักใจยิ่งนัก
เรื่องอย่างการแลกสะใภ้ก็ช่างเถอะ แต่ความสัมพันธ์ระหว่างแม่สามีกับลูกสะใภ้ย่ำแย่ถึงเพียงนี้ ถ้าแต่งเข้าเรือนไปจะไม่พลอยเดือดร้อนไปด้วยหรือ?
เพียงดูสะใภ้ห้าของพี่สะใภ้ใหญ่ก็รู้ได้ มี ‘ย่า’ ที่ร้ายกาจเช่นนี้อยู่ ลูกสะใภ้ผู้นี้จะได้รับความยากลำบากมากมายเพียงใด
ลุกลามบานปลายจนหลินหมู่ถึงแก่ชีวิต บิดาของหลินซื่อก็ออกไปรับจ้างทำงานข้างนอกแล้ว
ทอดทิ้งหลินซานเม่ยและหลินซื่อเม่ยเอาไว้ที่เรือนสกุลจูโดยไม่สนใจไยดี
พวกนางลงความเห็นว่าพี่สะใภ้ใหญ่จิตใจดีมากแล้ว ถ้าเปลี่ยนเป็นครอบครัวอื่น หลินซื่อคงประสบชะตากรรมโดนปลดทิ้งสถานเดียว
แม้พวกนางจะเห็นใจหลินซื่อ แต่ก็ไม่คิดจะตบแต่ง ‘ลูกสะใภ้’ เช่นนี้เข้าเรือนตัวเอง