ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 358 กดดันให้ดูตัว
บทที่ 358 กดดันให้ดูตัว
เย่อวี๋หรานเตือนพวกนางแต่แรกแล้วว่าให้สืบข่าวให้ชัดเจน อย่าไปหาลูกสะใภ้ที่มีบ้านเดิมเป็นภาระ เห็นได้ชัดว่ามีประสบการณ์ได้รับความลำบากเพราะเหตุนี้มาแล้ว ไม่หวังให้พวกนางต้องเจอเรื่องทำนองเดียวกันอีก
ไม่คาดคิดว่าไหว้วานแม่สื่อก็แล้ว สืบข่าวกันเองก็แล้ว ตรวจสอบกันมาดิบดี แต่ก็ยังมาเจอเรื่องแบบนี้จนได้
ยามนี้แยกคนออกจากกันได้แล้ว แต่จูซานเสิ่นยิ่งคิดก็ยิ่งไม่สบายใจ
วันข้างหน้านางจะใช้ชีวิตยามแก่เฒ่าไปกับจูซื่อเสิ่น สองครอบครัวอยู่ร่วมกัน ถ้าจูซื่อเสิ่นตบแต่งลูกสะใภ้เช่นนี้เข้าเรือนมา นางก็คงไม่อาจ ‘อยู่อย่างสงบ’ ได้เช่นกัน
นางรีบดึงจูซื่อเสิ่นเข้ามากระซิบกระซาบ “เรื่องนี้ข้าว่าให้แล้วไปเถอะ บ้านนี้ปัญหาเยอะเกินไป”
จูซื่อเสิ่นผงกศีรษะ เอ่ยเสียงเบาเช่นกัน “แน่นอนอยู่แล้ว ทุกบ้านล้วนมีเรื่องสกปรกกันทั้งนั้น แต่มีใครกล้านำมาทะเลาะต่อหน้าคนมาดูตัวด้วยหรือ? ลูกสะใภ้แบบนี้ข้าไม่กล้ารับไว้หรอก”
ทั้งสองค่อนข้างหวาดผวากรณีแบบหลินซื่อ
จูซื่อหู่เห็นว่าก่อนหน้านี้จูซานจ้วงดูตัวราบรื่นดี พอถึงรอบตัวเองจึงอดจะตั้งความหวังขึ้นมาไม่ได้ คิดไม่ถึงว่าเมื่อมาถึงเรือนคู่ดูตัวกลับต้องมาเจอเรื่องเช่นนี้
เขาอ้าปากตาค้าง ในใจเริ่มรู้สึกไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ทำไมถึงเป็นข้าที่ต้องมาเจอเรื่องเฮงซวยแบบนี้ด้วย?
ตอนแรกที่ตกลงกันว่าจะดูตัวกับใครล้วนมีญาติผู้ใหญ่เป็นคนจัดการ แต่ก็ได้ถามความเห็นของพวกเขาสองคนแล้ว
คนในครอบครัวลงความเห็นว่า จูซานจ้วงอายุมากกว่าเล็กน้อย ให้เลือกลูกสะใภ้ที่เก่งกล้าสักหน่อยจะได้จัดการเรื่องราวในเรือนได้ ส่วนจูซื่อหู่อายุน้อยกว่า ให้เลือกคนที่นิสัยอ่อนโยนสักหน่อย จะได้ไม่ผิดใจกันกับพี่สะใภ้
สาเหตุที่เลือกหลิวไป๋ฮวาก็เพราะได้ยินว่านางมีชื่อเสียงไม่เลว คนหรือก็เอาการเอางาน ทั้งยังสนิทสนมกับหลิวเยี่ยน คิดว่าถ้าสู่ขอเข้าเรือนมาพร้อมกันจะต้องมี ‘ครอบครัวปรองดองทุกประการรุ่งเรือง’ เป็นแน่แท้
เห็นได้ชัดว่าเป็นการเลือก ‘ตัวเลือกที่เหลือ’ แต่ก็ยังต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ ช่างทำให้คนรู้สึกว่ายากจะยอมรับได้
ไม่มีใครทันสังเกตอารมณ์ของจูซื่อหู่ ส่วนจูซานเสิ่นและจูซื่อเสิ่นเจรจากันแล้วก็รีบบอกกล่าวต่อเย่อวี๋หราน ให้แม่สื่อเป็นคนออกหน้า แจ้งเจตนาของพวกนางออกไป จะได้จากไปโดยสะดวก
เรื่องวุ่นวายในครอบครัวผู้อื่น พวกนางไม่อยากชมดู ทั้งยังไม่อยากมีส่วนร่วมใด ๆ ทั้งสิ้น
เพื่อนบ้านยังคงเกลี้ยกล่อมภรรยาของหลิวเหวินเกินกับแม่สามี บอกว่าตอนนี้กำลังดูตัวกันอยู่ มาทะเลาะกันต่อหน้าคนเขาไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ทั้งยังกลัวว่าจะเกลี้ยกล่อมไม่สำเร็จ จึงแอบส่งคนไปตามตัวหลิวเหวินเกินจากทุ่งนากลับมา ซึ่งความจริงแล้วก็ไม่จำเป็นต้องไป เพราะหลิวไห่เซิงเห็นว่าสถานการณ์ไม่สู้ดีจึงวิ่งไปเรียกคนก่อนหน้านี้แล้ว เพียงแต่ยังมาไม่ถึงเท่านั้น
หลิวไป๋ฮวาที่อยู่ในห้องได้ยินถึงตรงนี้ก็อดจะมีความหวังขึ้นมาไม่ได้ เพื่อนบ้านหรือ? หมายความว่าการดูตัวของนางมีความหวังแล้วใช่หรือไม่?
นางอยากให้การดูตัวลุล่วงเสียเดี๋ยวนี้ให้รู้แล้วรู้รอด นางจะได้เก็บข้าวของตามคนเขาจากไปในทันที
ตอนนี้ยังต้องสนใจว่าจะได้ออกเรือนไปดี ๆ หรือไม่อีกหรือ? ขอเพียงสามารถออกเรือนไปได้ หนีไปจากครอบครัวนี้ได้ก็พอแล้ว
นอกห้องนั้น แม่สื่อรับทราบความเห็นของจูซานเสิ่นและจูซื่อเสิ่นแล้วก็ก้าวออกมา ‘กล่าวคำอำลา’ กับคนสกุลหลิวอย่างอ้อมค้อมยิ่งนัก
ภรรยาของหลิวเหวินเกินได้ยินว่าอีกฝ่ายจะจากไปแล้วก็ร้อนใจขึ้นมา “อะไรกัน?! ไป๋ฮวาของพวกข้ายังไม่ได้ดูตัวเลยนะ”
ภายในห้อง หลิวไป๋ฮวาก็ร้อนใจแล้วเช่นกัน นางผุดลุกขึ้นมา จริงด้วย! ข้ายังไม่ได้ดูตัวเลย
“ครอบครัวพวกเจ้ามีธุระไม่ใช่หรือ? พวกเจ้าสะสางธุระกันเสร็จแล้วค่อยว่ากันใหม่ ไม่พูดแล้ว หมู่บ้านสกุลจูอยู่ไกลจากหมู่บ้านสกุลหลิว พวกข้ายังต้องรีบเดินทางอีก ประเดี๋ยวฟ้าจะมืดเสียก่อน…” แม่สื่อพยายามหาข้ออ้าง
“ไม่ได้ ไปไม่ได้เด็ดขาด ไป๋ฮวาของข้ายังไม่ได้ดูตัว พวกเจ้าจะไปไม่ได้…” ภรรยาของหลิวเหวินเกินวิ่งไปขวางอยู่หน้าประตูเรือน นางกล่าวว่า “จูต้าเหนียง ข้าขอร้องท่านล่ะ ลองดูไป๋ฮวาของพวกข้าก่อนเถอะ ไป๋ฮวาของพวกข้าดีมากจริง ๆ นะ ทั้งกตัญญูและขยันขันแข็ง ขอเพียงได้ออกเรือนให้สกุลจู ท่านให้นางทำสิ่งใดก็ได้ทั้งนั้น…”
นางอ้อนวอนขอร้องอยู่ตรงนั้น แต่มารดาของหลิวเหวินเกินกลับคอยขัดขวาง “เฮอะ! คนสกุลจูเขาไม่ต้องการแล้ว เจ้ายังจะคะยั้นคะยอให้เขาดูตัวอีก เจ้าคิดว่าไป๋ฮวาเป็นอะไร? เป็นคนชั้นต่ำเรอะ? ของที่ไม่มีใครต้องการ ให้เปล่าคนเขายังไม่เอา ข้าว่าควรเอาไปแลกสะใภ้ดีกว่า ถึงจะไม่มีสินสอด แต่อย่างน้อยก็แลกเมียเลี้ยง[1] มาให้สกุลหลิวได้…”
ภรรยาของหลิวเหวินเกินไม่กล้าโต้แย้งแม่สามี แต่กลับร่ำไห้คุกเข่าลงตรงหน้าประตูเรือน อ้อนวอนขอร้องเย่อวี๋หราน “จูต้าเหนียง ข้าคุกเข่าให้ท่านแล้ว ขอร้องท่านล่ะ มอบทางออกให้ไป๋ฮวาลูกข้าด้วยเถอะ ฮือ ๆๆ…ข้ามีลูกสาวแค่คนเดียว ข้าไม่อยากให้นางถูกคนเอาตัวไปแลกสะใภ้ ครอบครัวที่ยอมแลกสะใภ้ได้จะมีคนดี ๆ ด้วยหรือ? ครอบครัวที่หาเมียแต่งไม่ได้ แม้แต่ข้าวก็ยังไม่มีกิน ถ้าไป๋ฮวาถูกแลกไปก็คงต้องไปเป็นวัวเป็นม้ารับใช้คนอื่น…”
นางร่ำไห้รำพันว่าครอบครัวหนึ่งทางฝั่งตะวันออกในหมู่บ้านของบ้านเดิมของนางก็เคยถูกเอาตัวไปแลกสะใภ้มาก่อน ปรากฏว่าอายุไม่ครบสิบแปดก็ถูกคนเป็นสามีทำร้ายจนถึงแก่ชีวิต
ตรากตรำทำงานแต่กลับไม่ได้กินข้าว น่าสังเวชยิ่งแล้ว
ครั้นเพื่อนบ้านได้ยินเช่นนั้น ในใจก็อดจะสงสารไม่ได้ นึกเห็นใจภรรยาของหลิวเหวินเกิน
คนเหล่านั้นไม่กล้าขอร้องเย่อวี๋หรานที่มีสีหน้าไร้ความรู้สึก แต่หันไปพูดกับจูซานเสิ่นและจูซื่อเสิ่น “ไม่อย่างนั้นก็ดูตัวไปเถอะ ไป๋ฮวาน่าสงสารมากจริง ๆ”
“น่าสงสารจริง ๆ ตั้งแต่เล็กเพิ่งหัดเดินได้ก็ถูกย่าของนางใช้งานเสียแล้ว เด็กคนนี้รู้ความยิ่งนัก ให้ทำอะไรก็ทำ ตัดหญ้าเลี้ยงหมู ทำอาหาร ซักเสื้อผ้า ไม่มีเรื่องใดที่นางทำไม่ได้”
“ขยันเอาการเอางาน พูดน้อย เป็นเด็กสาวที่ดีจริง ๆ ถ้าถูกคนเอาตัวไปแลกสะใภ้ก็น่าสงสาร”
……
จูซานเสิ่นและจูซื่อเสิ่นที่เดิมทีตั้งใจว่าจะจากไป พอถูกโน้มน้าวเช่นนี้ก็พลันหาทางลงไม่ได้
พวกนางไม่อยากได้ลูกสะใภ้ที่มีบ้านเดิมเป็นภาระ แต่พอคนทั้งกลุ่มมาพูดเช่นนี้ก็ราวกับว่าถ้าพวกนางไม่สู่ขอหลิวไป๋ฮวา ก็จะเป็นการทำร้ายลูกสาวคนอื่นให้ถึงที่ตายอย่างไรอย่างนั้น ทำให้พวกนางลำบากใจเป็นล้นพ้น
ยามนั้น พวกนางอยากให้มารดาของหลิวเหวินเกินพูดอะไรสักคำจริง ๆ
น่าเสียดายที่คนหมู่บ้านสกุลหลิวมีน้ำใจเร่าร้อนยิ่งนัก เจ้าพูดหนึ่งคำ ข้าพูดหนึ่งคำ ประสานเสียงกันพูดจนกลบเสียงมารดาของหลิวเหวินเกินจนสิ้น
มารดาของหลิวเหวินเกินโมโหจนอัดอั้นเต็มอก แต่กลับไม่อาจทำอย่างไรกับชาวบ้านที่มีจิตใจเร่าร้อนทั้งกลุ่มได้ ได้แต่เบิกตาโปน ถลึงตาใส่คนนั้นทีคนนี้ที กัดฟันกรอดอย่างโกรธแค้นอยู่เช่นนั้น
ส่วนภรรยาของหลิวเหล่าเกินยิ่งไม่ส่งเสียงสักคำ
พูดเป็นเล่นไป เดิมทีนางก็แต่งเข้ามาทีหลัง ลูกชายของอดีตภรรยาก็ทำให้ชีวิตนางยากพออยู่แล้ว รวมกับแม่สามีจอมร้ายกาจคนหนึ่ง ถ้าชื่อเสียงยังมาเสื่อมเสียไปอีก นางคงถึงคราวต้องจมน้ำลายตายกันพอดี
โชคดีที่จูซานเสิ่นและจูซื่อเสิ่นยังนับว่ามีความคิดอ่านแจ่มใสดี จำได้ว่าเย่อวี๋หรานก็อยู่ที่นี่ด้วยเช่นกัน พวกนางจนปัญญายิ่งแล้ว จึงปัดเรื่องมาที่เย่อวี๋หรานอย่างติด ๆ ขัด ๆ “เรื่องนี้…เรื่องนี้ต้องถามความเห็นจากป้าของเขา”
“ใช่แล้ว ต้องถามความคิดเห็นจากป้าของเขา แต่งเข้ามาแล้วยังต้องไปมาหาสู่กับป้าของเขาอยู่นะ”
……
เมื่อโยนเรื่องมาให้เย่อวี๋หราน คนหมู่บ้านสกุลหลิวก็ไม่กล้าโน้มน้าวกันอย่างออกนอกหน้าอีก
เพราะพวกเขาทราบว่าจูต้าเหนียงแห่งหมู่บ้านสกุลจูเป็นสตรีร้ายกาจ ไร้เหตุผลยิ่งกว่ามารดาของหลิวเหวินเกิน เป็นคนป่าเถื่อนโหดร้าย จะถกเหตุผลกับนางงั้นหรือ? เกรงว่าคงได้ขึ้นสวรรค์กันพอดีน่ะสิ
มีคนถามเสียงอ่อนว่า “จูต้าเหนียง ท่านคิดว่าเรื่องนี้…”
ภรรยาของหลิวเหวินเกินยังคงคุกเข่าร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่บนพื้น ท่าทางเหมือนถ้าไม่ยอมรับปากก็จะไม่ลุกขึ้นมา รอบข้างยังมีชาวบ้านผู้มีจิตใจร้อนระอุห้อมล้อม นับว่าเย่อวี๋หรานต้องตกที่นั่งลำบากกว่าจูซานเสิ่นและจูซื่อเสิ่นเสียอีก
อย่างไรเสีย พวกนางก็แค่ถูกชาวบ้านล้อมเอาไว้ ภรรยาของหลิวเหวินเกินไม่ได้คุกเข่าให้พวกนางไม่ใช่หรือ?
ทั้งสองร้อนตัวจนไม่กล้ามองสีหน้าเย่อวี๋หรานเลยสักนิดเดียว
[1] เมียเลี้ยง 童养媳 (ถงหย่างสี) หมายถึง เด็กผู้หญิงที่ถูกรับเลี้ยงเพื่อให้เป็นภรรยาในอนาคต