ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 359 ลูกชายข้าไม่ได้เป็นคนแต่งเมียเสียหน่อย
บทที่ 359 ลูกชายข้าไม่ได้เป็นคนแต่งเมียเสียหน่อย
“ข้าเห็นว่าอย่างไรรึ?” เย่อวี๋หรานคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม “ข้าจะมีความเห็นอะไรได้? ลูกชายข้าไม่ได้เป็นคนแต่งเมียเสียหน่อย มาถามข้ากันทำไม?”
“เอ่อ…” ชาวบ้านชะงักค้าง
จูซานเสิ่นและจูซื่อเสิ่นก้มหน้าลงต่ำกว่าเดิม
ภรรยาของหลิวเหวินเกินร่ำไห้ขอร้อง “ฮือ ๆๆ…จูต้าเหนียง จูซานเสิ่นกับจูซื่อเสิ่นพูดแล้ว เรื่องนี้ให้ท่านเป็นคนตัดสินใจ ขอร้องท่านแล้ว ท่านช่วยไป๋ฮวาลูกสาวของข้าด้วยเถอะ ถ้าท่านไม่ช่วยนาง ก็คงไม่มีใครช่วยนางอีกแล้ว”
“ประหลาดแล้ว นางมีพ่อมีแม่ พ่อแม่ของนางไม่ช่วยนาง แต่กลับมาขอร้องข้าที่เป็นคนนอก? เมียเหวินเกิน แม่ไป๋ฮวา เจ้าไม่คิดว่าแปลกบ้างหรือ? นี่เป็นหลักการบ้านไหนกัน ลูกสาวตัวเองถูกคนรังแก คนเป็นพ่อเป็นแม่กลับไม่ออกหน้า แต่กลับมาหาคนที่เขามาดูตัวด้วย ทั้งยังมาขอร้องคนเป็นป้าของเขาอีก ข้าไม่ใช่ใต้เท้าผู้มีใจเที่ยงธรรมในที่ว่าการเสียหน่อย ต้องปกครองไพร่ฟ้าประชาชน แล้วยังต้องมาคอยดูว่าลูกสาวเจ้าถูกคนรังแกหรือไม่อีกหรือ?”
คนอื่นอาจโง่ แต่เย่อวี๋หรานไม่ได้โง่ นางกลับนับถือภรรยาของหลิวเหวินเกินผู้นี้ทีเดียว ฉลาดหลักแหลม ทราบว่าถ้าตนเองแข็งข้อกับแม่สามีซึ่งหน้าก็จะทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง จึงเชิญ ‘กองหนุน’ เข้ามา ให้คนอื่นเล่นบทผู้ร้ายแทน
ทางหนึ่งนางสามารถเล่นบท ‘ผู้อ่อนแอ’ ต่อไปได้ ได้รับความเห็นอกเห็นใจจากคนอื่นต่อไป ทางหนึ่งปัญหาของหลิวไป๋ฮวาก็คลี่คลายได้แล้ว
เย่อวี๋หรานถึงขั้นสงสัยว่า ตอนแรกที่ครอบครัวหลิวเอ้อร์หมิงจะดูตัวกับสกุลจู เป็นไปได้หรือไม่ว่าภรรยาของหลิวเหวินเกินไปได้ยินข่าวเข้าพอดี จากนั้นจึงอาศัยว่าลูกสาวของตนเองมีความสัมพันธ์อันดีกับหลิวเยี่ยน ยุยงให้ลูกสาวใช้หลิวเยี่ยนเป็นสะพานเพื่อให้ได้ดูตัวด้วยกัน?
อย่างไรเสีย ในหมู่บ้านละแวกนี้มีใครไม่เคยได้ยินชื่อเสียง ‘หญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์’ ของนางบ้าง?
ครอบครัวหลิวเอ้อร์หมิงยอมเสี่ยงอันตรายเพื่อมันเทศ ยามปกติถ้าได้ยินว่าครอบครัวนี้ดูตัว แล้วครอบครัวไหนบ้างจะไม่รีบถอยออกไป?
ภรรยาของหลิวเหวินเกินกลับดีนัก ตอนแรกนางไม่บอกว่าตนเองไม่อาจตัดสินใจเรื่องงานมงคลของหลิวไป๋ฮวาออกมาแม้ครึ่งคำ แต่ภายหลัง ระหว่างการดูตัวกลับยั่วโทสะแม่สามีแล้วทำให้เรื่องนี้เปิดเผยออกมาด้วยความบังเอิญ?
คิดว่านางดูเหมือนคนที่ชมชอบ ‘ยุ่งเรื่องชาวบ้าน’ มากนักหรือ?
น่าเสียดาย มาวางหลุมพรางดักนางเช่นนี้ เย่อวี๋หรานรู้สึกไม่สบอารมณ์เสียแล้ว เจ้าอาศัยอะไรมาให้ข้าเล่นบท ‘คนร้าย’ ที่ชอบยุ่งเรื่องชาวบ้าน ส่วนตัวเองกลับเล่นบท ‘คนอ่อนแอ’ เรียกร้องความเห็นใจจากคนอื่น?
ภรรยาของหลิวเหวินเกินหดศีรษะ ท่าทางเหมือนถูกทำให้ตกใจจนขวัญหาย ร้องไห้หนักยิ่งกว่าเดิม “จูต้าเหนียง ข้าเองก็จนปัญญา นอกจากท่านแล้ว ข้าก็คิดไม่ออกว่ายังจะมีใครสามารถช่วยเหลือข้าได้อีก ข้ามีไป๋ฮวาเป็นลูกสาวเพียงคนเดียว ข้าไม่อาจดูนางไปตายโดยที่ไม่ทำอะไรเลย ฮือ ๆๆ…ท่านก็เป็นแม่คน ข้าได้ยินมาว่าท่านก็เอ็นดูลูกสาวแท้ ๆ มากเหมือนกัน ท่านน่าจะเข้าใจหัวอกข้า ถ้าลูกสาวท่านถูกคนเอาตัวไปแลกสะใภ้ ท่านจะไม่ปวดใจงั้นหรือ?”
“ประทานโทษ ข้าไม่เข้าใจหัวอกเจ้าหรอก” เย่อวี๋หรานกล่าวอย่างเฉยเมยและเย็นชา “เพราะข้าคงไม่ใช้เล่ห์เพทุบาย ร้องไห้อ้อนวอนขอความช่วยเหลือจากคนอื่น ลูกสาวของข้า ข้าดูแลเองได้ ถ้ามีคนกล้ารังแกลูกสาวข้า ข้าก็ไม่เสียดายชีวิต แบกมีดไปเอาเรื่องคนคนนั้นโดยตรง”
เย่อวี๋หรานกล่าวพลางจ้องภรรยาของหลิวเหวินเกิน ถามว่า “เจ้ากล้าไหม?”
ภรรยาของหลิวเหวินเกินไม่ตอบ หากเอาแต่ร้องไห้พร่ำว่าหลิวไป๋ฮวาน่าเวทนาเพียงใด และตนเองน่าเวทนาเพียงใด
เย่อวี๋หรานหัวร่อ ‘เฮอะเฮอะ’ ในใจ ก่อนจะตวาดว่า “หยุดร้อง! ร้องหาพระแสงอะไร ร้องไห้แล้วแก้ปัญหาได้ไหม? ถ้าเจ้าเอาเรี่ยวแรงที่ใช้ร้องไห้ไปใช้กับอย่างอื่น ปัญหาก็คงจบไปนานแล้ว”
ภรรยาของหลิวเหวินเกินสะอึก เสียงร้องไห้เบากว่าเดิมเล็กน้อย
“อยากให้ข้าช่วยงั้นหรือ ได้ ข้าขอถามเจ้าก่อน เจ้ารักไป๋ฮวาลูกสาวของเจ้าจริง ๆ?”
“ใครเขาถามคำถามแบบนี้กันตรง ๆ บ้าง?” คนโบราณไม่คุ้นเคยกับการกล่าวคำว่า ‘รัก’ ออกมาตรง ๆ เย่อวี๋หรานมาถามเช่นนี้ ภรรยาของหลิวเหวินเกินจึงรู้สึกอึดอัดใจ
คนรอบข้างต่างก็รู้สึกแปลก ๆ ไม่มากก็น้อย
เย่อวี๋หรานทอดถอนใจ “ได้ ข้าเปลี่ยนวิธีถาม เจ้าเอ็นดูไป๋ฮวาลูกเจ้าจริง ๆ? เจ้าพูดแค่ว่าใช่หรือไม่ก็พอ”
“ใช่”
“เจ้าแน่ใจ?”
“แน่ใจ”
“ดี เช่นนั้นข้าถามเจ้า ในเมื่อเจ้าเอ็นดูไป๋ฮวาลูกสาวเจ้าขนาดนี้ ถ้ามีคนรังแกนาง เจ้าสามารถทุ่มเทถวายชีวิตเพื่อนางไหม?”
ภรรยาของหลิวเหวินเกินไม่ลังเลแม้แต่น้อย “ใช่”
เย่อวี๋หรานยิ้มเย็น “เฮอะ! งั้นหรือ? ข้าว่าไม่ใช่หรอก เจ้าสามารถยอมตายเพื่อหลิวไป๋ฮวาได้? ข้าคิดว่าเจ้าไม่เหมือนคนประเภทนั้น”
“ทำไมจะไม่ใช่? ข้ามีลูกสาวแค่คนเดียว ทำไมข้าจะไม่เอ็นดูนาง? จูต้าเหนียง ถ้าท่านไม่เชื่อ ท่านลองไปถามคนในหมู่บ้านดูก็ได้ว่าปกติข้าเอ็นดูไป๋ฮวาปานไหน…” ภรรยาของหลิวเหวินเกินให้คนในหมู่บ้านเป็นพยานให้ตัวเอง
ชาวบ้านที่มากน้ำใจก้าวออกมาสาธยายว่าปกติภรรยาของหลิวเหวินเกินทะนุถนอมลูกสาวของนางเพียงใด มีของกินของใช้อะไร ภรรยาของเหวินเกินล้วนตัดใจยกให้หลิวไป๋ฮวา เพียงแต่ฐานะครอบครัวไม่อำนวย สิ่งที่สามารถมอบให้ได้จึงมีจำกัด
“อย่างนั้นข้าก็แปลกใจแล้ว ในเมื่อเจ้าเอ็นดูลูกสาวปานนี้ ทั้งยังพูดว่าเพื่อนางแล้วแม้แต่ชีวิตยังไม่ต้องการ ทำไมเจ้าไม่กล้าโต้แย้งแม่สามีเล่า?” เย่อวี๋หรานกล่าว
“ข้า…นั่นคือแม่สามีของข้า” ภรรยาของหลิวเหวินเกินมีสีหน้าลำบากใจ นางกล่าวว่า “ข้าจะทำเช่นนั้นกับแม่สามีได้อย่างไร นั่นคืออกตัญญู ทำไม่ได้เด็ดขาด”
“แสดงว่าเจ้ายังรักหน้าตา รู้สึกว่าหน้าตาสำคัญกว่าลูกสาว สำคัญกว่าชีวิตของเจ้า” น้ำเสียงเย่อวี๋หรานหนักแน่นยิ่งนัก
ภรรยาของหลิวเหวินเกินตัวแข็งค้าง
ขณะนั้นเอง หลิวเหวินเกินที่ได้ทราบข่าวจากหลิวไห่เซิงผู้เป็นลูกชาย ในที่สุดก็เร่งรุดกลับมาถึงบริเวณใกล้กับเรือนของตัวเอง
เขาได้ยินเสียงคนกำลังพูดดังมาจากไกล ๆ
“เจ้าคงจะพูดว่าแม่สามีของเจ้าร้ายกาจมาก ดุร้ายมาก เจ้าเอาชนะนางไม่ได้งั้นสิ ทุกคนก็ได้เห็นกับตาแล้ว เมื่อครู่นี้แม่สามีใช้ไม้กวาดไล่ตีเจ้า เจ้าก็ได้แต่หมอบราบอยู่บนพื้นปล่อยให้ทุบตี ร่างกายเจ็บปวดเหลือประมาณ…”
หลิวเหวินเกินได้ยินถึงตรงนี้ก็ใจกระตุกวูบ อะไรนะ?! แม่ข้ารังแกแม่ไป๋ฮวาอีกแล้ว?!
เขายังไม่ทันได้ผลักประตูเข้าไปก็ได้ยินเสียงดังขึ้นจากข้างในว่า “แต่ข้าคิดว่า คนที่สมควรได้รับความเห็นใจคือแม่สามีของเจ้าต่างหาก ถูกเจ้าใส่ร้ายหนักหน่วงถึงเพียงนี้”
หลิวเหวินเกินชะงักอยู่กับที่ มือที่ยื่นออกไปพลันหดกลับมา อะไรนะ?! แม่ข้าถูก ‘ใส่ร้าย’?!
“ถ้านางร้ายกาจเพียงนั้นจริง เมื่อครู่ทำไมชาวบ้านถึงดึงนางออกได้ง่ายปานนั้นเล่า? ตอนที่เจ้าคุกเข่าร้องไห้ขอร้องข้าเมื่อครู่นี้ แม่สามีเจ้าจะเข้ามาห้าม ยังถูกเสียงคนในหมู่บ้านห้ามปรามเอาไว้ได้อยู่เลยไม่ใช่หรือ? จนถึงตอนนี้ แม่สามีของเจ้ายังโกรธจนเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันอยู่เลย แต่กลับทำอะไรเจ้าไม่ได้ คนหมู่บ้านสกุลหลิวยังอยู่ข้างเจ้ากันหมดอีกต่างหาก”
“ไม่เพียงเท่านั้น น้องสะใภ้สองคนของข้ายังถูกชาวบ้านกดดันจนพูดไม่ออก แม้แต่ข้าก็ยังถูกกักเอาไว้ที่นี่ ถูกกดดันให้ดูตัวกับลูกเจ้า ทำเสียราวกับว่าหากพวกข้าไม่ยอมดูตัว ก็จะทำร้ายลูกสาวเจ้าจนตายอย่างนั้นแหละ
“แต่พวกข้าทำอะไรไปหรือ? พวกข้าไม่ได้ทำอะไรเลย พวกข้าเพียงรับคำแม่สื่อมาดูตัวที่หมู่บ้านสกุลหลิว แต่กลับต้องมาตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ ต่อไปจะต้องทำอย่างไร?
“ไม่ดูตัวก็เท่ากับทำร้ายลูกสาวเจ้า ถ้าดูตัวแต่ไม่ถูกใจ ก็จะไม่ทำร้ายลูกสาวเจ้างั้นหรือ? เมื่อเป็นเช่นนี้พวกข้าก็มีเพียงตัวเลือกเดียว ต้องถูกใจลูกเจ้าเท่านั้น ไม่อย่างนั้นพวกข้าก็จะสูญสิ้นความเป็นคน เห็นคนใกล้ตายแล้วยังไม่ช่วยเหลือ” เย่อวี๋หรานกล่าวต่อไปว่า “เมียเหวินเกิน แม่ไป๋ฮวา เจ้าช่างมีความสามารถจริง ๆ ข้าเคยเจอแม่คนมามากต่อมาก แต่ยังไม่เคยพบใครมีจิตใจลึกซึ้งเท่าเจ้ามาก่อน เจ้าชอบวางอุบายก็เป็นเรื่องของเจ้า แต่เจ้าไม่ควรมาวางหลุมพรางกับข้าแต่แรก หญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์อย่างข้าไม่ใช่คนดีอะไร แต่ข้าก็ไม่ชอบให้ใครมาวางแผนร้ายโดยไม่มีสาเหตุหรอกนะ”