ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 360 ถูกเปิดโปง
บทที่ 360 ถูกเปิดโปง
เมื่อคำกล่าวนี้ดังขึ้น เรือนของหลิวเหวินเกินก็เงียบสงบลงทันที เงียบจนกระทั่งเข็มเงินหล่นสักเล่มก็ยังได้ยิน
ภายในห้อง หลิวไป๋ฮวาตื่นตะลึงจนเบิกตาโพลง อะไรนะ?! แม่ข้าเป็นคนวางแผน?!
ถึงจะไม่อยากเชื่อ แต่ชื่อเสียงของหญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์ก็แผ่หราอยู่ตรงนั้น ทั้งยังกล่าวอย่างถูกต้องชอบธรรม ว่ากันตามเหตุและผล ทำให้คนหาข้อโต้แย้งไม่ได้เลย
หลิวไป๋ฮวายังขบคิดไม่กระจ่างว่าเรื่องราวเป็นอย่างไรกันแน่ นางทราบเพียงเรื่องเดียวคือการดูตัวในครั้งนี้ นางคงหมดหวังจริง ๆ เสียแล้ว
“ฮือ ๆๆ…” นางทรุดกายลงร้องไห้ ทั้งยังไม่กล้าร้องเสียงดังด้วยกลัวว่าคนข้างนอกจะได้ยินเข้า
ในลานเรือน มารดาของหลิวเหวินเกินอ้าปากตาค้าง “อะไรนะ?! ข้าถูกใส่ร้าย?!”
ความไม่พอใจที่อัดอั้นเอาไว้ประดังขึ้นมา นางฉวยไม้กวาดจากบนพื้นขึ้นมาอีกครั้ง ปรี่เข้าไปตีภรรยาหลิวเหวินเกิน
“สารเลว! ข้าว่าแล้วเชียว อยู่ดีไม่ว่าดี ทำไมชื่อเสียงของข้าถึงย่ำแย่ได้ขนาดนั้น คนทั้งหมู่บ้านล้วนหาว่าข้าเป็นแม่ผัวใจโฉด ที่แท้ก็เป็นฝีมือของเจ้า”
“ข้าจะตีเจ้าให้ตาย!”
“สารเลว ทำให้ข้าโมโหแทบตายแล้ว!”
……
เดิมทีคนในหมู่บ้านไม่อยากเข้ามาห้าม แต่เห็นท่าทางเดือดดาลของมารดาหลิวเหวินเกินแล้ว กลัวว่าหลิวเหวินเกินยังกลับมาไม่ถึงก็เกิดเหตุโศกนาฏกรรมขึ้นเสียก่อน จึงได้แต่เข้าไปขัดขวาง
ขณะเดียวกัน ภรรยาของหลิวเหล่าเกินตื่นตระหนกจนนิ่งงันอยู่กับที่ จิตใจลอบสั่นสะท้าน
สวรรค์! แม่ไป๋ฮวาใจคอลึกซึ้งปานนี้ ยามปกติข้าล่วงเกินนางหนักขนาดนั้น นางคงไม่ได้วางอุบายข้าด้วยหรอกนะ?
หรือว่าหลังจากที่ข้าแต่งให้หลิวเหล่าเกินแล้วชื่อเสียงกลับแย่ลงอย่างประหลาด เรื่องนี้นางคงไม่ได้เป็นคนอยู่เบื้องหลังกระมัง?
แล้วก็ลูกชายที่อดีตภรรยาหลิวเหล่าเกินทิ้งเอาไว้ก็เกลียดชังข้าขนาดนั้น คงไม่ใช่เพราะ…
ภรรยาหลิวเหล่าเกินหนาวสันหลังวาบ ตระหนักได้ว่าตนเองไม่ใช่คู่มืออีกฝ่าย
ถ้าไม่ถูกหญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์เปิดโปงออกมาเสียก่อน ภรรยาของหลิวเหล่าเกินก็อดจะสงสัยไม่ได้ว่า ชั่วชีวิตนี้จนถึงตอนที่นางตายไปก็คงไม่มีโอกาสได้รู้เลยกระมัง?
ในขณะที่ภรรยาของหลิวเหวินเกินคิดไม่ถึงเลยว่าวันหนึ่งจะถูกคนอื่นเปิดโปงอุบายของตน นางลนลานสุดแสน
เป็นไปได้อย่างไร?
ผู้หญิงคนนี้ล่วงรู้แผนการของนางได้อย่างไร?!
นางแต่งให้หลิวเหวินเกินมานานหลายปี อาศัยแผนการของตัวเองกุมหลิวเหวินเกินไว้ได้เสียอยู่หมัด กระทั่งแม่สามียังกลายเป็น ‘แม่ผัวใจร้าย’ ในสายตาคนอื่นภายใต้การจัดการอันแยบยลของนาง
ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น คนอื่นไม่มีทางคิดว่านางไม่ดี มีแต่จะคิดว่านางถูกแม่สามี ‘รังแก’ อีกแล้ว
เมื่อเป็นเช่นนี้ แม้หลิวเหวินเกินจะไม่กล้าต่อต้านมารดาเพื่อนาง แต่ก็ยืนอยู่ฝ่ายนาง นางพูดเช่นไรก็เป็นเช่นนั้น
แต่นางไม่คิดไม่ฝันเลยว่าวันหนึ่งจะมีคนมา ‘เปิดโปง’ นางซึ่งหน้าเสียได้?!
“ไม่ใช่นะ ข้าเปล่า ข้า…”
ภรรยาของหลิวเหวินเกินอยากอธิบาย แต่ก็พบว่าถ้อยคำของตนเองไร้พลังโดยสิ้นเชิง พูดหักล้างหญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์อย่างเย่อวี๋หรานไม่ได้เลยสักนิด
นางรู้สึกเสียใจทีหลังเป็นครั้งแรก นางไม่น่าลำพองใจจาก ‘ความสำเร็จ’ หลายปีที่ผ่านมาแล้วดูเบา ‘หญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์’ ที่ชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วผู้นั้นเลย นึกว่าอีกฝ่ายเอาแต่อาศัยกำลังหักหาญ ไม่รู้จักใช้สมอง
ใช่แล้ว นางคิดไว้เช่นนั้นเอง
นางคิดว่าหญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์โง่มาก ถ้าฉลาดสักนิด ผู้ใดจะทำให้ตนเองเสื่อมเสียจนมีชื่อเสียงเลวร้ายเช่นนั้น?
หญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์ควรเอาเยี่ยงอย่างนาง ไม่เพียงยืนอยู่เบื้องหลังเท่านั้น แต่เปลือกนอกก็ยังน่ามอง เช่นนี้จึงเรียกว่า ‘ทั้งได้ประโยชน์และมีชื่อเสียงดีงาม’
“ท่านพ่อ ท่านยืนอยู่ตรงนี้ทำไมขอรับ?” หลิวไห่เซิงอายุยังน้อย วิ่งได้ช้ากว่า เขาจึงมาถึงประตูเรือนช้ากว่าหลิวเหวินเกิน
เมื่อเขาเห็นบิดาของตนเองยืนอยู่หน้าประตูเรือนก็รู้สึกประหลาดใจ
แต่เมื่อเขากล่าวขึ้นเช่นนี้ก็ทำให้คนในเรือนได้ยินไปด้วยเช่นกัน
อะไรนะ?! หลิวเหวินเกินกลับมาแล้ว?!
เดิมทีภรรยาของหลิวเหวินเกินยังคิดหาวิธีกอบกู้สถานการณ์ นึกดีใจที่หลิวเหวินเกินไม่มาได้ยิน รอจนหญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์จากไปแล้ว อย่างมากนางค่อยอธิบายว่าหญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์ใส่ร้ายนางก็ได้
อย่างไรเสียชื่อเสียงของหญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์ก็เลวร้ายขนาดนั้น หลิวเหวินเกินถูกนางปิดหูปิดตามาหลายปี จะต้องเชื่อนางแน่นอน
แต่แล้วเสียงของลูกชายกลับดับความเพ้อฝันของนาง
“ไม่มีอะไร!” หลิวเหวินเกินตอบกลับลูกชาย แล้วผลักประตูเรือนเข้าไป
เขาสวมเสื้อผ้าเก่าที่เต็มไปด้วยรอยปะชุน บนขายังมีคราบโคลนและหญ้าแห้ง หน้าผากเต็มไปด้วยเหงื่อ เห็นได้ชัดว่าเขารีบร้อนวิ่งกลับมา
สามารถรับรู้ได้ว่าระหว่างทางกลับมานี้ เขาร้อนใจเพียงใด กังวลว่าจะเกิดเรื่องกับครอบครัวถึงเพียงไหน
คนที่ซื่อสัตย์เช่นนี้เอง เขามองไปทางภรรยาที่ยังคุกเข่าอยู่บนพื้น ถามอย่างเจ็บปวดว่า “ที่นางพูดมาเป็นเรื่องจริงหรือไม่?”
“เจ้าหมายถึงใคร?” ภรรยาของหลิวเหวินเกินพยายามฉีกมุมปากเป็นรอยยิ้ม นางพยายามแก้ตัว “เหวินเกิน เจ้าต้องเชื่อนะ ข้าแต่งให้เจ้ามาหลายปี ถึงจะไม่มีคุณงามความดี แต่ก็พากเพียรทำงานหนัก ข้าคลอดลูกชายและสั่งสอนลูกสาวให้เจ้า ข้า…”
นางพยายามบอกว่าตนเองทำเพื่อครอบครัวนี้มามากมายเพียงใด
แม้ว่าตอนที่นางออกเรือนให้หลิวเหวินเกินในปีนั้นจะไม่ได้มีสินเดิมมามากมาย แต่นางอยากใช้ชีวิตร่วมกับเขาด้วยใจจริง
หลายปีมาแล้ว ลูกชายลูกสาวก็โตกันแล้ว ถึงวัยเจรจางานมงคลแล้ว เขาไม่อาจสงสัยคนข้างหมอนเพียงเพราะคำพูดของคนนอก
ภรรยาของหลิวเหวินเกินยังคงพูดต่อไป แม่สามีของนางเห็นหลิวเหวินเกินแล้วก็กล่าวขึ้นเช่นกันว่า “เหวินเกินเอ๊ย เจ้าอย่าไปฟังนางพูดเหลวไหล นางเป็นหญิงอสรพิษ เจ้าฟังข้า เมื่อกี้หญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์ไม่ได้โกหกเจ้า ที่นางพูดมาล้วนเป็นความจริง นาง…”
ก็เหมือนกับที่เย่อวี๋หรานพูด หากกล่าวถึงแรงกาย ที่จริงแล้วมารดาของเหวินเกินสู้ลูกสะใภ้ผู้นี้ไม่ได้เลยสักนิด
ต่างก็กำลังพูดจาเหมือนกัน มารดาของหลิวเหวินเกินกลับพูดสู้ลูกสะใภ้ไม่ได้ อ้าปากพูดกี่ครั้งก็ถูกแย่งพูดไปทุกครา ถ้าไม่ใช่ถูกพูดแทรกขึ้นมา ก็ถูกเสียงกลบทับ ไม่มีโอกาสพูดสิ่งที่ต้องการจะพูด
แต่ภรรยาของหลิวเหวินเกินไม่เหมือนกัน สตรีผู้นี้ดูอ่อนแอบอบบาง น้ำเสียงก็น่าฟังยิ่งนัก น้ำเสียงยามพูดจายิ่งชวนสะเทือนอารมณ์ แต่ละครั้งที่พูดจาล้วนสามารถกลบเสียงมารดาของเหวินเกินได้อย่างพอดิบพอดี
เป็นเหตุให้หลิวเหวินเกินฟังคนสองคนพูดจาอยู่ชัด ๆ แต่กลับถูกภรรยาของเขาดึงดูดความสนใจได้สำเร็จทุกคราไป ไม่อาจได้ยินว่ามารดากำลังพูดอะไรอยู่
หลักฐานคาตาทำให้เพื่อนบ้านทั้งหลายต้องอุทาน ร้ายกาจ! มิน่าล่ะพวกข้าถึงถูกผู้หญิงคนนี้ต้มจนเปื่อย แม้แต่ตัวหลิวเหวินเกินเองยังถูกหลอก คงไม่ต้องพูดถึงพวกเขาแล้ว
“เจ้าพูดจบหรือยัง? ถ้าเจ้าพูดจบแล้ว ข้าอยากฟังแม่ข้าพูดบ้าง” หลิวเหวินเกินเป็นคนซื่อก็จริง แต่เห็นได้ชัดว่าเขาหาได้โง่อย่างไม่มีขอบเขต
คำพูดของเขาทำให้ภรรยาไม่อาจพูดต่อไปได้อีก เปลี่ยนเป็นร้องไห้โฮขึ้นมาทันที
คราวนี้กลับร้องไห้จริง ๆ ร่ำร้องอย่างสิ้นหวังและเจ็บปวด น้ำเสียงยังเปลี่ยนเป็นสูงแหลมไม่เหมือนที่ผ่านมา “หลิวเหวินเกิน เจ้าไม่เชื่อข้างั้นหรือ?!”
คนหมู่บ้านสกุลหลิวรีบเอามืออุดหู แม่เจ้าโว้ย ที่แท้เสียงนางก็เสียดโสตปานนี้!
ท่ามกลางเสียงของนาง หลิวเหวินเกินเดินไปคุกเข่าลงตรงหน้ามารดา แล้วกล่าวอย่างเสียใจว่า “ท่านแม่ ข้าผิดต่อท่าน”
“ลูกเอ๋ย…” มารดาของหลิวเหวินเกินราวกับได้รับความอยุติธรรมใหญ่หลวงก็ไม่ปาน กอดศีรษะลูกชายร้องไห้อย่างเจ็บปวด “คนเลวคนนั้นรังแกแม่เจ้า หลายปีมานี้ แม่เจ้าถูกรังแกมาตลอด ฮือ ๆๆๆ…ลูกแม่ ข้าปวดใจยิ่งนัก แค่คิดถึงว่าเจ้าถูกคนชั่วผู้นั้นปั่นหัว ข้าก็ปวดใจยิ่งแล้ว ข้าบอกเจ้าแต่แรกแล้ว เมียเจ้าคนนี้ไม่ใช่คนดีอะไร ทำไมเจ้าไม่รู้จักฟังข้า”
“ท่านแม่ ลูกสำนึกผิดแล้ว”
……