ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 366 ครึ่งแรกของชีวิตแม่ม่ายฉิน
บทที่ 366 ครึ่งแรกของชีวิตแม่ม่ายฉิน
แม่ม่ายฉินลอบแขวะในใจ ข้าร้อนใจที่ไหนกัน ท่านต่างหากที่เอาแต่เกริ่น ครึ่งค่อนวันก็ยังไม่เข้าประเด็นเสียที ถ้าข้าไม่พูดดักเอาไว้ ชิงพูดขึ้นมาก่อนท่าน รอจนท่านออกปากแล้ว ข้ายังจะปฏิเสธได้หรือ?
“เจ้าก็รู้ว่ามันเทศหน้าหนาวสำคัญแค่ไหน ทั้งยังต้องรอปลูกมันเทศหน้าหนาว ถ้าอย่างนั้นข้าถามเจ้า จูต้าเหนียงที่รับผิดชอบเรื่องมันเทศหน้าหนาวสำคัญหรือไม่?”
หญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์ผู้นั้นย่อมสำคัญอยู่แล้วสิ
แม่ม่ายฉินล้วงข่าวจากจูเหล่าโถวมาแล้ว ทราบว่าปริมาณผลผลิตมันเทศดีกว่าที่รับรู้กันภายนอกเสียอีก จึงตั้งตารอมาแต่แรก
นอกจากนี้ คราวก่อนจูเหล่าโถวแอบนำมันเทศจำนวนหนึ่งมาส่งให้ เมื่อนางและลูกชายสองคนได้ชิมแล้วก็ต้องอัศจรรย์ใจ
แม่เจ้าโว้ย เหตุใดบนโลกจึงมีอาหารเลิศรสปานนี้?!
แม่ม่ายฉินคันยุบยิบในใจ ครุ่นคิดว่าจะเกลี้ยกล่อมให้จูเหล่าโถวเอากล้ามันเทศมาให้ครอบครัวตัวเองเพิ่มขึ้นอีกนิดอย่างไรดี
ถ้าขออย่างเปิดเผยไม่ได้ ให้จูเหล่าโถวแอบเอามาให้พวกนางก็ได้เหมือนกัน
แม่ม่ายฉินตอบโดยไม่ลังเล “สำคัญ”
“ในเมื่อสำคัญ แล้วถ้ามีคนกล้าไปทำเรื่องล่วงเกินจูต้าเหนียง ทำให้จูต้าเหนียงโมโห ข้าก็ควรจัดการคนผู้นั้นใช่หรือไม่?” จวบจนยามนี้ ผู้อาวุโสค่อย ๆ เปิดเผยจุดประสงค์การมาเยือนของตน
ไม่อาจตำหนิเขาที่อ้อมค้อมขนาดนี้ แต่เป็นเพราะเรื่องนี้เขาเองก็ไม่มีหลักฐานอะไรมากมาย
ในเมื่อไม่ได้จับได้คาหนังคาเขา แล้วจะกล่าวโทษที่จูเหล่าโถวชอบมาเดินเล่นที่เนินเขาฝั่งนี้ได้อย่างไร? แม่ม่ายฉินก็อาจพูดได้ว่า ‘ใช่แล้ว ข้าไม่เห็นหรอก นี่ไม่ใช่ภูเขาของบ้านข้าเสียหน่อย เขาชอบเดินเล่นที่ไหน ข้ายังจะทำอะไรได้?’
แม่ม่ายฉินตามไม่ทัน นางกล่าวว่า “สมควรอะไรหรือผู้อาวุโส ใครไปล่วงเกินจูต้าเหนียงเข้าให้?”
ผู้อาวุโสจ้องนางนิ่ง ไม่พูดจา
แม่ม่ายฉินคล้ายจะคิดอะไรขึ้นมาได้ “ผู้อาวุโส ท่านจ้องข้าแบบนี้ทำไม? ท่านคงไม่ได้หมายความว่า…ข้า?!”
นางชี้หน้าตัวเอง ท่าทางตะลึงพรึงเพริด
“ข้าไปล่วงเกินจูต้าเหนียงได้อย่างไร?” นางกล่าวต่อไปว่า “เรือนข้าอยู่ห่างจากเรือนนางตั้งไกล ปกติไม่ได้เจอหน้าจูต้าเหนียงด้วยซ้ำ แล้วจะไปล่วงเกินนางได้อย่างไร? อย่าว่าแต่นางเลย กระทั่งลูกสะใภ้ของนาง ข้าก็ไม่เคยเจอ”
“แค่กแค่ก!” ผู้อาวุโสไอเบา ๆ หลายที “มีคนเห็นว่าจูเหล่าโถวเคยมาช่วยทำนาให้เจ้า”
แม่ม่ายฉินใจเต้นรัว “ผู้อาวุโส ท่านหมายความว่าอย่างไร? พี่ใหญ่จูเห็นแก่ความสัมพันธ์กับสามีข้าในอดีต จะช่วยข้าสักหน่อยก็ไม่ได้หรือ? ผู้อาวุโส ท่านคงไม่ได้คิดว่าที่นารกร้างของครอบครัวพวกข้ากว้างขนาดนั้น ผู้หญิงคนเดียวอย่างข้าจะสามารถจัดการได้หรอกนะ? ปกติท่านก็ไม่ได้ให้คนมาช่วยข้านี่นา?”
ในพริบตานั้น แม่ม่ายฉินก็ตัดสินใจเด็ดขาด ขอเพียงไม่ได้ถูกจับได้คาหนังคาเขาบนเตียง ตีให้ตายนางก็ไม่มีทางยอมรับ
นับประสาอะไรที่นางกับจูเหล่าโถวก็ยังไปไม่ถึงขั้นนั้นจริง ๆ
ถึงปกตินางจะคอยตีสนิท ยอมให้จูเหล่าโถวเอาเปรียบไปไม่น้อย แต่นางยังไม่กล้าไปถึงขั้นที่มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งเป็นจริงเป็นจัง
หญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์มีชื่อเสียงอย่างไรกัน ขึ้นชื่อว่าเป็นเมียโหดของหมู่บ้านย่านนี้เชียวนะ ถ้าหญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์พบว่านางกับจูเหล่าโถวมีความสัมพันธ์อะไรกัน แล้วจะไม่คว้ามีดมาสับประตูเรือนของนาง และมุ่งตรงมาจัดการนางเลยหรือ?
แม่ม่ายฉินไม่คิดว่าตนเองจะเป็นคู่ประมือของหญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์
อีกอย่าง จูเหล่าโถวถูกหญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์ข่มเอาไว้มานานปี นางไม่คิดว่าตนเองจะมีความสามารถถึงขั้นทำให้จูเหล่าโถว ‘ทอดทิ้งบุตรและภรรยา’ มาแต่งงานด้วยได้
ประการแรก นางไม่ใช่แม่นางน้อยอายุเยาว์อีกแล้ว ไม่ได้มีรูปโฉมงดงามมากพอที่จะดึงดูดใจเขา ประการที่สอง จูเหล่าโถวไม่ได้ขาดแคลนลูกชาย จำนวนของลูกชายเขานั้น ใช้มือข้างเดียวนับก็ยังไม่หมด เรื่องนี้ก็คงเวียนมาไม่ถึงรอบนางเช่นกัน
อย่าเห็นว่าปกติแล้วนางมากเล่ห์เพทุบาย บางครั้งก็บ่นกระปอดกระแปดให้ลูกชายสองคนฟัง อิจฉาอยากได้ใคร่มีเหมือนคนอื่น
แต่สมองของนางยังแจ่มชัดดี หลังจากคิดไปคิดมาอยู่เป็นนานก็คิดว่าตอนนี้นางหาแต่ผลประโยชน์ที่สามารถคว้าได้จะดีกว่า ด้วยเหตุนี้จึงแค่สะกิดจูเหล่าโถวให้คันหัวใจยุบยิบ ให้เขาลักเอาผลประโยชน์เล็ก ๆ น้อย ๆ มาให้นางลับหลังหญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์
นางคิดว่าชีวิตหญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์ดีขนาดนั้น อาศัยช่วงที่สกุลจูรุ่งเรืองเฟื่องฟู ให้จูเหล่าโถวเจียดขี้เล็บออกมาให้ก็พอให้นางกินแล้ว
“เจ้ากับจูเหล่าโถวไม่มีอะไรจริง ๆ?” ผู้อาวุโสจ้องสีหน้านางโดยไม่คลาดสายตา
แม่ม่ายฉินตอบทันทีว่า “ไม่มี”
“เจ้าเอาลูกชายสองคนของเจ้ามาสาบาน” ผู้อาวุโสย่อมไม่เชื่อนางง่ายดายถึงเพียงนั้น หลายปีมานี้ ผู้หญิงคนนี้ล่อลวงผู้ชายคนไหนมาบ้างก็ไม่อาจรู้ได้ แต่จะต้องมีมาอยู่ไม่ขาดแน่นอน
ทว่าก่อนหน้านี้ไม่มีคนมาโวยวาย เขาก็เพียงหลับตาข้างหนึ่ง ลืมตาข้างหนึ่ง ถึงอย่างไรนางก็เป็นแม่ม่าย ผู้หญิงคนเดียวเลี้ยงลูกสองคนตามลำพังก็ไม่ง่าย มีผู้ชายเต็มใจมาช่วยเหลือนางก็คือ ‘โชคดี’ ของนางแล้ว
ก็เหมือนกับที่เขาคุยกันไว้กับเจ้าหน้าที่ ถ้าไม่ใช่เพราะกลัวว่าเรื่องนี้เปิดเผยออกมาแล้วทำให้จูต้าเหนียงบันดาลโทสะจนโยนภาระนี้ทิ้งไปไม่เอาด้วยแล้ว พวกเขาก็ไม่อยากจะเข้ามายุ่ง
แม่ม่ายฉินตื่นตระหนก เบิกตากว้าง กล่าวอย่างตกอกตกใจว่า “ผู้อาวุโส! ท่านหมายความว่าอย่างไร?! ท่านเห็นข้าเป็นคนอย่างไร? ท่านคิดว่าข้าเป็นผู้หญิงจากหอคณิกาในตำบลออกมาทำการค้าอย่างนั้นหรือ? ข้าเป็นลูกสะใภ้ที่หมู่บ้านสกุลจูสู่ขอมาอย่างถูกต้องตามธรรมเนียมนะ ทั้งยังคลอดลูกชายให้สกุลจูตั้งสองคน เลี้ยงทายาทสกุลจูมาอย่างยากลำบาก ทำความชอบใหญ่หลวงขนาดนี้กลับไม่พูดสักคำ แต่กลับมาสงสัยข้าเพียงเพราะคำพูดของหญิงลิ้นยาวที่ปั้นน้ำเป็นตัวเนี่ยนะ?! ข้าไม่ขอมีชีวิตอีกต่อไปแล้ว…”
นางกล่าวพลางโขกศีรษะลงบนโต๊ะ ท่าทางเหมือนจะโขกให้ตายไปเสียอย่างนั้น
ปัง
ปัง
ปัง
ท่าทางโขกศีรษะอย่างเอาเป็นเอาตายของนางทำให้ผู้อาวุโสตกใจยิ่งนัก
แม้จะทราบว่าอีกฝ่ายเพียงต้องการทำให้ตัวเองตกใจเท่านั้น แต่ผู้อาวุโสก็กลัวว่าจะเกิดโศกนาฏกรรมได้ ได้แต่ตบโต๊ะอย่างโมโหปนร้อนใจและตวาดว่า “เจ้าทำอะไร?! แม่ม่ายฉิน เจ้ากำลังขู่ข้างั้นเรอะ? ข้าบอกเจ้าไว้เลย เจ้าทำอะไรไปก็รู้อยู่แก่ใจ ถ้าเจ้ากล้าทำให้เรื่องใหญ่ของหมู่บ้านสกุลจูพังไม่เป็นท่า ข้าจะมาเอาชีวิตเจ้าเป็นคนแรก”
แม่ม่ายฉินหัวเด็ดตีนขาดก็ไม่มีทางยอมรับ “ข้าไม่ได้ทำก็คือไม่ได้ทำ ผู้อาวุโส ท่านป้ายสีข้า แล้วยังจะไม่ให้ข้าพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเองอีกหรือ? ถ้าท่านอยากได้ชีวิตข้าก็เอาไปได้เลย แต่จะให้ข้ายอมรับเรื่องเสื่อมเสียพรรค์นี้ก็ฝันไปเสียเถอะ ข้าแม่ม่ายฉินไม่ผิดต่อฟ้าไม่ละอายต่อดิน ข้าคลอดลูกชายให้สกุลจูสองคนแล้ว เลี้ยงพวกเขามาจนโต นี่คือความชอบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแล้ว…”
แม่ม่ายฉินเชื่อเช่นนั้นจริง ๆ นางรู้ว่าถ้าคนอื่นทราบเรื่องที่นางไปข้องแวะพัวพันกับผู้ชายในหมู่บ้าน นางย่อมจะต้องถูกจับยัดคอกหมูถ่วงน้ำแน่นอน
แต่นางไม่ยินยอมพร้อมใจ นางไม่ได้เป็นคนฆ่าสามีของนางเสียหน่อย เขาเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตไปเอง พอเขาตายแล้วทุกประการก็จบสิ้น แต่กลับทำให้นางต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก ประสบความทุกข์ยากตลอดหลายปีมานี้
คิดว่านางเต็มใจงั้นหรือ?
นางเองก็เป็นผู้หญิง ย่อมอยากเป็นสตรีที่ดีงาม ออกเรือนให้บุรุษมากความสามารถ คลอดลูกชายสองคนอย่างสะอาดผุดผ่อง จากนั้นก็เลี้ยงพวกเขาให้เติบใหญ่ ถึงคราวตายจะได้นอนตายตาหลับ
แต่สวรรค์กลั่นแกล้งนาง คลอดลูกชายสองคนแล้ว แต่สามีกลับเสียชีวิต นางก็ไม่อาจสะอาดผุดผ่องได้อีกแล้ว
ครั้งแรกที่ถูกคนกดลงบนกองฟางข่มเหงย่ำยี นางนั่งอยู่กลางลำธารกลางดึกกลางดื่น ขัดถูร่างกายอย่างเอาเป็นเอาตาย พลางร้องไห้อย่างทุกข์ทรมานใจแสนสาหัส
นางด่าว่าสามีของนางชั่วช้าสารเลว ในเมื่อจะด่วนตายไปขนาดนั้น แล้วจะแต่งเมียมาหาพระแสงอะไร? นี่ไม่เท่ากับว่าทำร้ายคนอื่นหรอกหรือ?
นางด่าผู้ชายที่ข่มขืนนางคนนั้นว่าชั่วช้าสารเลว อยากมาช่วยนางทำงานที่ไหนกัน อยากได้ร่างกายนางชัด ๆ ตั้งใจมาเอาเปรียบนางต่างหาก
“ผู้ชายที่สมควรตาย ล้วนเป็นพวกชั่วช้าสามานย์ ฮือ ๆๆ…มีเมียแล้วยังมาย่ำยีข้า เมียเจ้าเป็นคน แต่ข้าไม่ใช่คนงั้นรึ?”
“ฮือ ๆๆ…ชีวิตข้าทำไมถึงอาภัพอย่างนี้?”