ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 380 เจ็บแทน
บทที่ 380 เจ็บแทน
แม่สามีดี ๆ แบบนี้ยังจะไปหาจากที่ใดได้อีก?
ครั้นได้ยินคำกล่าวเหล่านั้นของหลี่ซื่อก็มีคนนึกอิจฉาขึ้นมา ก่อนหน้านี้เพียงทราบว่าหญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์อนุญาตให้ลูกสะใภ้ถือเงิน แต่คิดไม่ถึงว่านางยังดูแลลูกสะใภ้เป็นอย่างดีเช่นนี้อีกด้วย?
ถึงขั้นมีคนเริ่มหวั่นไหว บ้านเดิมพวกเขายังมีเด็กสาวที่ยังไม่ออกเรือน ควรพิจารณาครอบครัวหญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์ด้วยดีหรือไม่?
หญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์โหดก็จริง แต่นางดีต่อลูกสะใภ้นี่นา
อีกด้านหนึ่ง หลินซื่อวิ่งกระหืดกระหอบมาตลอดทางจนกลับมาถึงเรือนสกุลจู
“ท่านแม่ แย่แล้ว เกิดเรื่องแล้วเจ้าค่ะ!”
เย่อวี๋หรานเงยหน้าขึ้นมา “เกิดเรื่องอะไร? เจ้าไปดูความครึกครื้นไม่ใช่รึ แล้วทำไมวิ่งกลับมาเสียเล่า?”
หลินซื่อกล่าวเสียงหอบแฮก “ท่านแม่ เกิดเรื่องจริง ๆ เจ้าค่ะ หญิงปากสว่าง หญิงปากสว่างโดนพิษ นางบอกว่าท่านแม่เป็นคนวางยา”
เย่อวี๋หรานมีสีหน้างุนงง “ข้าวางยา? ข้าจะไปวางยาพิษนางทำไม? ไม่ได้พูดกันว่านางถูกจับได้ว่ามีชู้ ถึงได้ถูกกรอกยาพิษหรอกหรือ?”
“ไอ้หยา พูดไปก็ไม่รู้เรื่องหรอกเจ้าค่ะ ท่านแม่ ตอนนี้คนยังอยู่ที่เรือนหมอชาวบ้าน ท่านจะไปดูสักหน่อยไหมเจ้าคะ?”
เย่อวี๋หรานไม่รู้ว่าเรื่องนี้มาเกี่ยวข้องกับตนเองได้อย่างไรจึงกล่าวว่า “ได้ ข้าไปดูสักหน่อยก็แล้วกัน เจ้าไม่ต้องไปแล้ว อยู่ที่เรือนนี่แหละ”
“หา?!”
เย่อวี๋หรานยืนขึ้นแล้วกล่าวว่า “พอข้าไป ที่เรือนก็ไม่มีผู้ใหญ่แล้ว ข้าไม่วางใจ”
เมื่อแม่สามีกล่าวเช่นนี้ หลินซื่อค่อยนึกขึ้นได้ จริงด้วย! ในเรือนมีของกินของใช้มากมาย ตอนนี้คนทั้งหมู่บ้านล้วนทราบว่าพวกนางอยู่ดีกินดีกันแล้ว ถ้าในเรือนไม่มีผู้ใหญ่อยู่ด้วยก็ค่อนข้างอันตรายจริง ๆ
ถึงนางจะอยากไปร่วมชมความครึกครื้นด้วยใจจะขาด ดูว่าแม่สามีจะ ‘จัดการ’ หญิงปากสว่างอย่างไร แต่ก็จำต้องอยู่เฝ้าเรือนด้วยความเสียดาย
เย่อวี๋หรานเอาแต่ครุ่นคิดถึงเรื่องนี้มาตลอดทาง ใคร่ครวญกลับไปกลับมาแล้วก็ยังหาสาเหตุของเรื่องราวไม่ได้
วันนี้ทั้งวันนางได้พบหญิงปากสว่างที่แปลงผักเพียงครั้งเดียว ตอนนั้นหญิงปากสว่างยังดี ๆ อยู่เลย ไฉนผ่านไปไม่ทันไรก็ถูกคนกรอกยาพิษเสียเล่า ทั้งยังดึงนางเข้ามาพัวพันด้วยอีกต่างหาก กลัวก็แต่กรอกยาพิษเป็นเรื่องเท็จ ใส่ร้ายนางจึงจะเป็นเรื่องจริงมากกว่ากระมัง?
เย่อวี๋หรานจนใจยิ่งนัก รู้สึกว่าหญิงปากสว่างลงทุนทำถึงขั้นนี้เพียงเพื่อกล้ามันเทศนับว่าอยู่นอกเหนือความคาดหมายของคนทั่วไปจริง ๆ
เมื่อนางไปถึงเรือนหมอชาวบ้าน ภายในลานเรือน จ้าวกุ้ยเซิงและจูหย่งหนิงก็ขจัดความเข้าใจผิดเรื่องสวมหมวกเขียวเรียบร้อยแล้ว
ทุกคนมองจ้าวกุ้ยเซิงที่ถูกให้ร้ายจนกลายเป็น ‘ชายโฉด’ ทั้งยังถูกทุบตีเสียอนาถแล้วก็นึกเห็นใจยิ่งนัก
มาเยี่ยมญาติอยู่ดี ๆ กลับต้องมาถูกคนอื่นเข้าใจว่าเป็น ‘ชายโฉด’ โดนทุบตีไปยกหนึ่ง ไม่ว่าใครก็คงไม่มีทางจะรู้สึกดีไปได้หรอกกระมัง?
ไม่รู้เหมือนกันว่าหลังจากนี้พี่น้องจากบ้านเดิมของพวกเขายังจะกล้ามาหมู่บ้านสกุลจูอีกหรือไม่
ขณะเดียวกัน พวกเขายังหาเหตุผลมาสนับสนุนกลุ่มคนที่ไปลงไม้ลงมือกับผู้อื่น เป็นต้นว่า แท้จริงแล้วก็ไม่ใช่ความผิดของทุกคนไปเสียทีเดียว แต่เป็นเพราะพี่น้องจากบ้านเดิมของหญิงปากสว่างน้อยครั้งนักจึงจะมาเยี่ยมนางสักครา ทุกคนไม่คุ้นหน้าคุ้นตา จะเข้าใจผิดก็ไม่แปลก
ภายในห้อง หมอชาวบ้านปวดเศียรยิ่งแล้ว เขาเอาพริกสดมาทดลองอยู่นานสองนานก็ไม่พบว่าเจ้าสิ่งนี้จะมีพิษตรงไหน
สุดท้ายเขาจำต้องหั่นพริกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยด้วยความอับจนปัญญา แล้วฝืนทำใจโหดยัดใส่ปากกระต่ายที่จับมาทดลองยา
หลังจากนั้น เขาก็เห็นว่าเจ้ากระต่ายพยายามพ่นของในปากออกมาด้วยท่าทางแตกตื่นพรั่นพรึง ปฏิกิริยาตอบสนองรุนแรงยิ่งนัก
หมอชาวบ้านตื่นตระหนก คงไม่ได้มีพิษจริง ๆ หรอกนะ?
ว่ากันตามตรง เขาไม่หวังให้หญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์เป็นคนวางยาพิษสักเท่าใด ถึงนางจะโหดไปบ้าง แต่ตอนนั้นแม้แต่จูเหล่าโถวยังตัดใจทอดทิ้งจูชีแล้ว แต่นางกลับยืนกรานช่วยเหลือ ทำให้เขาประทับใจไม่เสื่อมคลาย
หมอชาวบ้านตระหนักได้ว่าที่จริงแล้วหญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่ทุกคนคิด นางเป็นมารดาที่ดีคนหนึ่ง!
มารดาที่ดีที่รู้จักปกป้องลูกคนหนึ่งจะมีนิสัยชั่วร้ายได้สักเท่าไหร่เชียว?
เขากัดฟันอดทนรอคอย ต้องการจะเห็นว่าเจ้ากระต่ายจะสิ้นใจอย่างไร
ปรากฏว่ารออยู่ครู่ใหญ่ กระต่ายน้อยได้สติคืนมาแล้ว แต่กลับไม่ตาย
มันหามุมเหมาะ ๆ หนีห่างเขาไปไกล แล้วแทะหญ้าแห้งอยู่ตรงนั้น
หมอชาวบ้าน “…”
คราวนี้เสียเวลาไปนานจนกระทั่งเขาได้ยินเสียงคนข้างนอกพูดกันว่า “จูต้าเหนียงมาแล้ว!”
การมาถึงของหญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์ทำให้ลานเรือนที่เดิมทีเงียบสงบเปลี่ยนเป็นคึกคักขึ้นมาในชั่วพริบตา คนไม่น้อยคอยสังเกตสีหน้าท่าทางของนาง ต้องการจะคาดเดาให้รู้เงื่อนงำล่วงหน้า
เมื่อหญิงปากสว่างเห็นอีกฝ่าย สีหน้าก็เปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง ผุดลุกขึ้นมาทันที “หญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์! เจ้ายังมีหน้ามาอีกหรือ?! เจ้าฆาตกรสังหารคน เจ้าถึงขั้นคิดจะวางยาพิษฆ่าข้า เจ้าคอยดูเถอะ รอจนท่านหมอรักษาข้าเสร็จแล้ว ข้าจะขอแลกชีวิตกับเจ้า…”
เย่อวี๋หรานมีสีหน้าไร้ความรู้สึก จะชำเลืองแลอีกฝ่ายสักนิดยังคร้านจะทำ นางเรียกหาหลี่ซื่อ บอกให้อธิบายให้ฟังว่าเรื่องราวเป็นมาอย่างไรกันแน่
หลี่ซื่อได้เรียบเรียงคำพูดในสมองเอาไว้ตั้งแต่ทราบว่าแม่สามีจะมาแล้ว นางอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้นโดยใช้คำพูดไม่กี่ประโยค
ครั้นเย่อวี๋หรานได้ยินว่าหญิงปากสว่าง ‘ขโมย’ พริกสดสีแดงไป สีหน้าก็เย็นชาขึ้นมาทันที “พริกเล่า?”
“ตรงนี้มีอันหนึ่ง” ในกลุ่มคน คนที่มาถึงช้าผู้หนึ่งรีบส่งสิ่งของออกมาให้
เย่อวี๋หรานเห็นว่าเป็นพริกสีแดงดังคาดก็รับมา แล้วเดินขึ้นหน้าไปตบหญิงปากสว่างหนึ่งฉาด
เพียะ!
คนทั้งกลุ่มตะลึงอึ้งอยู่กับที่
สวรรค์?! ไม่เสียทีที่เป็นจูต้าเหนียง ร้ายกาจ!
ตบกันทั้งอย่างนี้เลยเรอะ?! จะเร็วไปเกินไปหรือไม่?
บางคนลูบคลำใบหน้าของตนอย่างอดใจไม่ไหว รู้สึกว่าใบหน้าตนเองพลอยเจ็บปวดไปด้วย
“เจ้ากล้าตบข้า?!” หญิงปากสว่างถูกตบฉาดจนโซเซก็เบิกตาโพลง โมโหจนแทบกระอักเลือด
“นังเฒ่าเจ้าเล่ห์! เจ้ากล้าตบข้า?! เจ้าวางยาพิษข้ายังไม่พอ ยังกล้ามาตบข้าอีกหรือ?! ข้าขอสู้ตายกับเจ้าแล้ว…”
นางแผดเสียงดังลั่นแล้วปรี่เข้าหาเย่อวี๋หรานโดยไม่คิดชีวิต
เย่อวี๋หรานตาสว่างวาบ ชิงถีบท้องของหญิงปากสว่างเสียก่อน
แม้จะไม่ถึงกับถีบจนหญิงปากสว่างร่างกระเด็นหวือ แต่ก็ทำให้นางถอยออกไปหลายก้าว
สุดท้ายก็ไม่อาจยืนได้มั่น ล้มก้นจ้ำเบ้าลงบนพื้น
เย่อวี๋หรานแผ่รังสีกดดันผู้คน ท่าทางประดุจเทพขวางสังหารเทพ พาให้คนรอบข้างไม่กล้าขยับแม้แต่น้อย
นางไม่เพียงถีบหญิงปากสว่างไปตรง ๆ แต่ยังก้าวสามขุมเข้าไปกระชากผมของอีกฝ่ายต่อหน้าจ้าวกุ้ยเซิงและจูหย่งหนิง
หญิงปากสว่างไม่ยอมแพ้ ยื่นมือออกมาหมายทุบตีอีกฝ่าย
เย่อวี๋หรานตอบสนองฉับไว ไม่รอให้มือของหญิงปากสว่างเอื้อมมาถึง ก็กระชากผมของอีกฝ่ายไปข้างหลังอย่างรุนแรง จนหญิงปากสว่างคิดว่าแม้แต่หนังศีรษะของตนเองก็คงจะหลุดออกไปด้วยแล้ว จึงร้องตกอกตกใจออกมา “ปล่อยข้า! ปล่อยข้านะ นังเฒ่าเจ้าเล่ห์…”
ยังจะมีแก่ใจไปตีคนอีกที่ไหน หญิงปากสว่างรีบหดมือกลับไปแกะมือของเย่อวี๋หรานทันที
เล็บของนางจิกลงไปบนมือของเย่อวี๋หรานลึกจนในไม่ช้าก็มีเลือดไหลซึมออกมา
แต่เย่อวี๋หรานก็ยังไม่ปล่อยมือ ไม่เพียงไม่ปล่อยมือเท่านั้น แต่ยังดึงเอาไว้แน่นหนากว่าเดิม ก่อนจะยัดพริกสดใส่ปากตนเอง ทำให้มือข้างหนึ่งว่าง แล้วฟาดตบลงบนใบหน้าหญิงปากสว่างอย่างต่อเนื่อง
เพียะ!
เพียะ!
เพียะ!
หญิงปากสว่างร้องโหยหวน “อ๊าย! ข้าขอสู้ตายกับเจ้า นังเฒ่าเจ้าเล่ห์!”
น่าเสียดาย ยามนี้นางนั่งอยู่บนพื้น เส้นผมถูกกระชากอยู่ในมือผู้อื่น ไม่อาจลุกขึ้นมาได้เลย
เมื่อคิดจะดิ้นรนขัดขืน หนังศีรษะก็เจ็บแสบ ใบหน้าก็ปวดแปลบ ไม่รู้ว่าต้องสนใจฝั่งใดก่อนแล้ว
ชั่วขณะนั้น คนทั้งหลายต่างก็รู้สึกเจ็บแทนหญิงปากสว่าง
แพ้ในกระบวนท่าเดียว ถูกสยบไว้ทุกกระบวนท่า ไม่อาจตอบโต้ได้เลยแม้แต่น้อย