ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 381 ไม่มีพิษ
บทที่ 381 ไม่มีพิษ
เดิมทียังคิดว่าจะได้ดูฉากที่หญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์ห้ำหั่นกันกับหญิงปากสว่าง คิดไม่ถึงเลยว่าผู้อื่นจะมาเหนือเช่นนี้ บดขยี้หญิงปากสว่างอยู่ฝ่ายเดียว
หญิงปากสว่างน่าอนาถเกินไปแล้ว!
เฮ้อ รู้ทั้งรู้ว่าสู้เขาไม่ได้ หญิงปากสว่างยังจะไปยั่วโทสะหญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์ นี่มันแกว่งเท้าหาเสี้ยนชัด ๆ ไม่ใช่หรือไร?
หญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์สมกับที่เป็นหญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์ จะตอนไหนก็ยังแข็งแกร่งอยู่เสมอ
บางคนยิ่งปลงใจแน่วแน่กว่าเดิม ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่อาจไปยั่วโทสะหญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์เป็นอันขาด
ความเย็นเยือกแผ่ซ่านทั่วร่างเย่อวี๋หราน หญิงปากสว่างด่ามาหนึ่งประโยค นางก็ตบไปหนึ่งฉาด ไม่ไว้ไมตรีแม้แต่น้อย
สงสารก็แต่จูหย่งหนิงซึ่งยืนมองอยู่ข้าง ๆ ต้องลำบากใจเหลือประมาณ นางเป็นภรรยาของเขา ตกลงแล้วต้องเข้าไปช่วยดีหรือไม่?
ถ้าไม่ช่วย มองอีกฝ่ายถูกตบต่อไปเช่นนี้ เขาก็รู้สึกว่าขายหน้า แต่ถ้าเข้าไปช่วย เขาเองก็ไม่กล้าเกลี้ยกล่อมหญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์ด้วยซ้ำ กลัวว่าอีกฝ่ายจะพาลตบเขาไปด้วยเพราะความโมโห
ส่วนจ้าวกุ้ยเซิง ในที่สุดเขาก็ระลึกถึงชื่อเสียงอันโด่งดังของ ‘หญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์’ ขึ้นมาได้ จึงยิ่งหวาดกลัวอย่างกับอะไรดี
มารดามันเถอะ เมื่อก่อนได้ยินว่าหญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์ดุร้ายปานไหน เขายังไม่เชื่อ ยามนี้นับว่าได้มาประจักษ์กับตาตัวเองแล้ว
ข้าได้ล่วงเกินนางไปหรือเปล่านะ? คงไม่กระมัง
มองซ้ายแลขวา นึกอยากอาศัยช่วงที่ไม่มีใครสนใจหนีไปทั้งอย่างนั้น
หมอชาวบ้านออกมาเห็นภาพที่ชุลมุนวุ่นวายเช่นนั้นก็คิดว่าแย่แล้ว
เขากลัวว่าเย่อวี๋หรานจะตบคนจนเกิดเรื่องขึ้นมาจึงรีบเข้าไปห้าม “จูต้าเหนียง ท่านทำอะไร?! มีอะไรก็ค่อยพูดค่อยจากัน ถ้ามีใครเป็นอะไรไป ท่านจะลำบากเอานะ…”
เย่อวี๋หรานตวัดสายตาขึ้น หยิบพริกสดสีแดงลงมาจากปาก มองเขาปราดหนึ่งแล้วกล่าวว่า “สบายใจได้ ไม่มีใครตายหรอก ข้ารู้ขอบเขตดี”
นางไม่ได้ตั้งใจมาฆ่าคนเสียหน่อย ไม่ถึงขั้นจะเอาชีวิตหญิงปากสว่าง แต่ถ้าไม่ได้ระบายไฟโทสะในอกออกมาเสียบ้าง ไม่สั่งสอนหญิงปากสว่างสักยก นางก็รู้สึกอึดอัดคับข้องใจไม่ไหวจริง ๆ
มารดามันเถอะ! ข้าเลี่ยงหญิงน่าตายคนนี้ขนาดนี้แล้ว นางก็คอยมาหาเรื่องข้าซ้ำแล้วซ้ำอีก คิดว่าข้าเป็นลูกพลับนิ่มที่จะบีบจะคั้นอย่างไรก็ได้งั้นเรอะ?
ถ้าข้าไม่ได้สั่งสอนเจ้าสักยกก็ไม่ขอแซ่เย่แล้ว
“ไม่สิ จูต้าเหนียง นางยังถูกพิษอยู่เลยนะ” หมอชาวบ้านร้อนใจ ถึงกระต่ายกินผลไม้สีแดงเข้าไปแล้วจะไม่ตาย แต่ถ้าเกิดมันเป็นพิษที่ออกฤทธิ์ช้า ๆ เล่า?
เขายังอยากช่วยล้างมลทินให้จูต้าเหนียงอยู่เลย ถ้านางมาทำป่าเถื่อนเช่นนี้ ต่อไปผู้ใดยังจะเชื่ออีกว่านางไม่ได้เป็นคนทำ?
เดี๋ยวก่อน ในปากจูต้าเหนียงนั่นคืออะไร?!
หมอชาวบ้านแตกตื่น รีบเตือนเย่อวี๋หรานว่าหญิงปากสว่างกินผลไม้สีแดงนี่เข้าไปแล้วถูกพิษ แล้วนางเอาของแบบนั้นเข้าปากไปได้อย่างไร?
“จูต้าเหนียง ท่านรู้สึกไม่ดีตรงไหนหรือไม่? มาให้ข้าตรวจเร็วเข้า”
“ไม่มี” เย่อวี๋หรานปฏิเสธอย่างเฉยเมย แล้วเอ่ยว่า “ของสิ่งนี้ไม่มีพิษ ข้าตั้งใจปลูกเอาไว้เพื่อนำมาขยายพันธุ์ แต่นางกลับทำดีนัก ไม่ถามก็หยิบไปเอง ทำตัวเป็นโจรมาขโมยของในแปลงผักผู้อื่น ไม่รู้จักก็ช่างเถอะ ยังจะมากล่าวหาว่าข้าวางยาพิษนางอีกงั้นหรือ? ฮ่า! คิดว่าข้าใจดีหน่อยก็จะรังแกกันได้แล้วใช่ไหม?”
“หา เจ้านี่ไม่มีพิษหรือ? แต่…” หมอชาวบ้านตะลึง “แต่นางบอกว่า พอนางกินของสิ่งนี้เข้าไปแล้ว ในปากก็แสบร้อนเหมือนถูกพิษ ยังมีกระต่ายที่ข้าเลี้ยงไว้…”
“เหลวไหล! ท่านกินผลซิ่งแล้วไม่เปรี้ยวงั้นเรอะ? ของสิ่งนี้ก็เหมือนกับผลซิ่งนั่นแหละ แต่ไม่ได้มีรสเปรี้ยวเหมือนผลซิ่ง มันเผ็ด เผ็ดร้อนแผดเผา ตอนกินก็จะมีรสชาติแบบนี้”
“เช่นนี้เอง?” หมอชาวบ้านอึ้งไป หมายความว่าที่เขาทำมาทั้งหมดก็เท่ากับเสียเปล่าไปเลยน่ะสิ?
“อีกอย่าง ข้าขอเตือนท่านสักคำ กระต่ายกินหญ้า มันไม่กินผลซิ่งด้วยซ้ำ แล้วจะกินพืชที่เผ็ดร้อนงั้นหรือ? ไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองก็แปลกแล้ว”
หมอชาวบ้านยืนยันอีกครั้ง “ไม่มีพิษจริง ๆ?”
เย่อวี๋หรานยืนยัน “ไม่มี”
คนรอบข้างฮือฮากันทันที
ไม่จริงมั้ง เจ้านี่ไม่มีพิษ?!
แล้วที่หญิงปากสว่างเอะอะโวยวายขนาดนั้น ตกลงแล้วเพื่ออะไรกันแน่?
จูหย่งหนิงตัวแข็งค้าง รู้สึกอับอายจนอยากขุดหลุมฝังตัวเองลงไปทั้งอย่างนั้น
เขาถึงขั้นอยากถามมารดาของตนเองว่า ตาข้างไหนบอดไปหรือ จึงได้สู่ขอคนที่น่าอับอายเช่นนี้มาให้เขา?!
“เป็นไปไม่ได้?! เจ้านี่จะไม่มีพิษได้อย่างไร?! มันมีพิษจริง ๆ นะ นางตั้งใจวางยาพิษข้า…” หญิงปากสว่างเห็นสายตาคนรอบข้างแล้วก็พลันลนลาน รีบปฏิเสธทันที “หญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์โกหก เจ้านี่มีพิษ มีพิษจริง ๆ ถ้าไม่เชื่อข้าก็จะเอาศีรษะชนกำแพงตายเสียตรงนี้ เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเอง”
นางเพิ่งพูดจบ เย่อวี๋หรานก็ส่งเสียงเฮอะ ๆ ขึ้นมา “ทำไม ไม่มีพิษแล้วยังคิดจะเอาความตายมาขู่กันอีกหรือ? หญิงปากสว่าง เจ้าคิดให้ดีนะ ชนกำแพงตายกับถูกพิษตายเป็นวิธีตายที่ไม่เหมือนกันเลย ถ้าชนกำแพงตายแล้วก็ไม่เกี่ยวอะไรกับข้า ทุกคนที่อยู่ตรงนี้ล้วนเป็นคนฉลาด เจ้าเป็นอย่างไรกันแน่ ทุกคนยังไม่รู้อีกหรือ? เจ้าคิดว่ามีเจ้าคนเดียวที่ฉลาด คนอื่นล้วนโง่กันหมดงั้นสิ?”
น้ำเสียงนั้นราวกับจะบอกว่าหญิงปากสว่างเป็นคนโง่
นางลืมไปชั่วขณะว่าเส้นผมตนเองยังอยู่ในมืออีกฝ่าย ได้แต่กางกรงเล็บตวัดมาทางใบหน้าของเย่อวี๋หราน “ข้าจะฆ่าเจ้า นังเฒ่าเจ้าเล่ห์!”
ทว่าเพียงโถมตัวเข้าไปก็มีอันต้องเจ็บหนังศีรษะทันที เจ็บปวดจนหญิงปากสว่างต้องรีบหยุดความเคลื่อนไหว
“ฆ่าข้าไปก็ไม่มีประโยชน์ เจ้าขโมยของในแปลงผักข้าไป ตัวเองไม่รู้จัก ของที่ไม่มีพิษก็ยังยึดถือเป็นของมีพิษ ก่อกวนจนกลายเป็นเรื่องงามหน้าเช่นนี้ยังจะโทษคนอื่นอีก?” พอพูดไปแล้วเย่อวี๋หรานก็พลันเปลี่ยนสีหน้า กล่าวอย่างดุร้ายว่า “นางหญิงเจ้าเล่ห์ ข้าต่างหากที่ต้องถามเจ้า ของที่ข้าเก็บเอาไว้ปลูก เจ้าก็ยังขโมยไป เจ้าไม่อยากได้หัวนี้แล้วใช่ไหม หา?! ถ้าเจ้าไม่อยากได้ ข้าจะได้จัดการให้”
เย่อวี๋หรานเรียกหลี่ซื่อโดยไม่หันหน้า บอกให้นางไปยืมมีดกับหมอชาวบ้านมาเล่มหนึ่ง
วันนี้นางจะขอทำความดี ช่วยเหลือคนอื่นสักครา
“เจ้าค่ะ ท่านแม่” หลี่ซื่อได้ยินดังนั้นก็เดินไปหยิบมีดมาจากห้องครัวของหมอชาวบ้านทันที
หมอชาวบ้านย่อมไม่ยอมให้ยืมอยู่แล้ว แต่หลิ่วซื่อและหลิวซื่อก็หาใช่พวกกินพืช รีบเข้าไปขวางทางไว้ หมอชาวบ้านก็ไม่สามารถทำอะไรพวกนางได้
หลี่ซื่อหามีดพบอย่างรวดเร็ว แล้วนำมาส่งให้เย่อวี๋หราน
“จู…จูต้าเหนียง ท่านจะเอาจริงหรือ?!” คนรอบข้างเห็นนางคว้ามีดมาก็พลันแตกตื่น
คนที่ขวัญอ่อนหน่อยรีบไปหลบอยู่หลังคนอื่น ๆ แล้ว
ผู้ใหญ่ที่พาเด็กเล็กมาด้วย ปฏิกิริยาตอบสนองอันดับแรกก็คือปิดตาพวกเด็ก ๆ เอาไว้ ไม่ให้พวกเขาเห็น
แต่กลับไม่มีใครกล้าเข้ามาขวางสักคน
จ้าวกุ้ยเซิงตระหนกจนแข้งขาอ่อน เอนร่างไปพิงตัวจูหย่งหนิง น้องสาวข้า ฮือ ๆๆ…
ในใจมีเพียงเสียงร้องไห้ด้วยความสำนึกเสียใจ
หากรู้แต่แรกเขาคงไม่มาขอให้น้องสาวช่วยถึงหมู่บ้านสกุลจูแล้ว คราวนี้เป็นอย่างไร ไม่เพียงช่วยไม่ได้เท่านั้น ทว่ายังจะต้องสูญเสียน้องสาวไปอีกคน
ผู้ที่อยู่บริเวณนั้นคล้ายจะไม่มีใครสงสัยเลยว่าเย่อวี๋หรานจะสังหารคนหรือไม่ เพราะสำหรับพวกเขาแล้ว ไม่มีเรื่องไหนที่หญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์ผู้นี้จะทำไม่ได้
ส่วนว่าหลังจบเรื่องแล้วจะจัดการเก็บกวาดอย่างไรนั้น…
ขออภัย เรื่องนี้ไม่อยู่ในขอบเขตความคิดของพวกเขา
ด้วยความสามารถของหญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์ มีเรื่องอะไรที่นางจัดการไม่ได้ด้วยหรือ?
ฉากเช่นนี้ หญิงปากสว่างก็คงจะคิดไม่ถึงเช่นกัน ผมตนเองอยู่ในมือผู้อื่น มีดคมกริบเล่มหนึ่งเปล่งประกายเย็นเยียบขวางอยู่หน้า นางขวัญเสียจนแผดเสียงร้องไห้ออกมา “ฮือ ๆๆๆๆ…ข้าไม่อยากตาย ช่วยด้วย! จะฆ่าคนแล้ว ช่วยด้วย!”