ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 382 ชดใช้ค่าเสียหาย
บทที่ 382 ชดใช้ค่าเสียหาย
ในขณะที่ปล่อยเสียงร้องโฮออกมา ใต้ร่างของนางก็มีของเหลวบางอย่างไหลนอง
ทว่ายามนั้นไม่มีผู้ใดหัวเราะเยาะนาง พวกเขามองสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นตรงหน้า และเพียงรู้สึกว่าน่ากลัวเป็นที่สุดแล้ว
คนคนหนึ่งกำลังจะตายอยู่ต่อหน้าต่อตาพวกเขา แต่พวกเขากลับไม่สามารถทำอะไรได้เลย
เย่อวี๋หรานใช้สันมีดตบหน้าหญิงปากสว่างเบา ๆ “เมื่อครู่นี้เจ้ายังอยากตายให้ได้อยู่เลยไม่ใช่หรือ คิดจะใช้ความตายมาพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเอง เป็นอะไรไปเล่า ข้าก็แค่อยากสงเคราะห์เจ้าอีกแรง เหตุใดเจ้าต้องตื่นตูมขนาดนี้ด้วย? ข้าจะถามเจ้าเป็นครั้งสุดท้าย ตกลงแล้วเจ้าอยากตายหรืออยากมีชีวิตต่อไปกันแน่?”
“อยาก ข้าอยากมีชีวิต…” ด้ามมีดเย็นเฉียบทำให้หญิงปากสว่างตกใจจนแทบพูดไม่ออก
“น่าเสียดาย” เย่อวี๋หรานมีสีหน้าเสียอกเสียดาย “ข้ายังนึกว่า ในที่สุดข้าก็มีโอกาสทดสอบว่ามีดข้าเร็วพอหรือไม่แล้วเสียอีก”
หญิงปากสว่างมองอีกฝ่ายด้วยท่าทางน่าสงสาร น้ำมูกน้ำตานอง ส่ายศีรษะอย่างไม่คิดชีวิต
ประกอบกับกลิ่นปัสสาวะบนร่าง กล่าวได้ว่ามีสภาพน่าสังเวชได้เพียงใดก็ชวนสังเวชได้เพียงนั้น คนรอบข้างชมดูจนจิตใจสั่นสะท้าน ถึงขั้นปัสสาวะราดแล้ว จูต้าเหนียง ท่านก็อย่าขู่คนอีกเลย!
“ไม่อยากตายงั้นหรือ ได้ เจ้าขโมยพริกของบ้านข้าไปใช่ไหม?” ยามนั้นเย่อวี๋หรานเรียกว่าได้เปรียบโดยสมบูรณ์ แต่เมื่อเทียบกับสภาพชวนสังเวชใจของใครบางคน นางย่อมเสียดายพริกในแปลงผักของตนเองมากกว่า
มารดามันเถอะ นางอดทนมาเป็นปี ตนเองยังตัดใจกินไม่ลงด้วยซ้ำ ปลูกมาจนถึงตอนนี้ ยากนักกว่าจะโตมาได้ เก็บเอาไว้สำหรับขยายพันธุ์ แต่กลับมาถูกคนอื่นเด็ดไปเนี่ยนะ?!
นางอยากจะฆ่าให้ตายเสียจริง!
ทางด้านหญิงปากสว่างยอมรับทั้งน้ำตา “ใช่…ข้าเด็ดไปเอง…”
ขณะที่นางอยากพูดว่าตนเองไม่ได้ ‘ขโมย’ เย่อวี๋หรานก็ถลึงตาใส่ หญิงปากสว่างรีบกลืนถ้อยคำลงไปทันที
“เด็ดไปกี่เม็ด?”
“สีแดงทั้งหมดเลย”
“สีเขียวได้เด็ดหรือไม่?”
“เปล่า”
“ไม่ได้ทำต้นเสียหายกระมัง?”
“ไม่”
“ยังนับว่าเจ้ามีมโนธรรมอยู่ ถ้าเจ้ากล้าทำลายต้นพริกทั้งหมดนั้น ข้าก็จะใช้มีดเดียวนี้ปลิดชีวิตเจ้าเสีย” เย่อวี๋หรานโล่งใจ เด็ดไปแค่พริกแดง ส่วนอื่นยังเหลืออยู่ก็ดีแล้ว
ตราบใดที่ยังมีต้นกับพริกเขียวอยู่ ก็ไม่ต้องกลัวว่าวันหน้าจะขยายพันธุ์ไม่ได้
เย่อวี๋หรานเรียกหาลูกสะใภ้ของหญิงปากสว่าง บอกให้อีกฝ่ายเอาพริกแดงที่เหลืออยู่มาแลกคน ทั้งยังบอกให้หลี่ซื่อไปดูที่แปลงผักเพื่อตรวจสอบว่าหญิงปากสว่างพูดความจริงหรือไม่
แบ่งทัพไปสองทาง หลี่ซื่อตรงไปยังแปลงผัก ส่วนลูกสะใภ้ของหญิงปากสว่างก็ถามจนทราบว่าพริกแดงอยู่ที่ไหน แล้วรีบกลับเรือนไปเอากลับมา
การรอคอยมักยาวนานเป็นธรรมดา เย่อวี๋หรานคร้านจะคุมตัวหญิงปากสว่างเอาไว้ด้วยตนเองต่อไป จึงเรียกหาหลิ่วซื่อและหลิวซื่อ บอกให้พวกนางเอาเชือกมามัดคนไว้
ในที่สุดจูหย่งหนิงก็ระลึกได้ว่านั่นคือภรรยาของตนเอง จึงเข้ามาเจรจากับเย่อวี๋หรานด้วยท่าทางขลาดกลัว ขอให้นางไม่ต้องมัดคน เรื่องราวมาถึงขั้นนี้แล้ว หญิงปากสว่างหนีไปไม่ได้หรอก
เย่อวี๋หรานตวัดสายตามองเขา แค่นเสียงเย็น “คนทำผิดคือเมียเจ้า จะขอร้องแทนนางก็เป็นเรื่องของเจ้า แต่คนที่ถูกขโมยของทั้งยังถูกใส่ร้ายคือข้า จะตกลงหรือไม่ตกลงก็เป็นเรื่องของข้า”
ไม่ไว้หน้าจูหย่งหนิงเลยสักนิด บอกว่าให้มัดคนก็มัดคนเอาไว้ทันที
หญิงปากสว่างคิดไม่ถึงว่าจูหย่งหนิงจะขอร้องแทนตนเอง จึงยิ่งร้องไห้เสียงดังกว่าเดิม แม้จะถูกจับมัดเอาไว้ ทว่าในใจกลับรู้สึกอุ่นวาบ
ส่วนว่านางได้สำนึกในความผิดของตนเองหรือไม่นั้นก็ไม่มีใครรู้ได้แล้ว
คนรอบข้างเห็นเย่อวี๋หรานใส่ใจพริกแดงถึงเพียงนี้ก็นึกสงสัย เจ้าพริกแดงนี่คืออะไรกัน จูต้าเหนียงจึงให้ความสำคัญปานนี้?
หมอชาวบ้านคล้ายจะได้ยินว่าเป็น ‘สมุนไพร’ ก็ยิ่งสงสัยเข้าไปใหญ่ รอจนเรื่องราวจวนจะยุติลงแล้วค่อยเดินเข้าไปสอบถามกับเย่อวี๋หราน
คนอื่นเห็นว่ามีคนเข้าไปถามก็รีบกางหูรอฟัง
“ความลับทางการค้า” เย่อวี๋หรานไม่อยากพูดมาก
สำหรับนางในชาติที่แล้ว พริกไม่ใช่ของหายากหรือของล้ำค่าราคาแพงอะไรเลย แต่เมื่อมาถึงโลกใบนี้ นางสำรวจไปทั่วก็ยังไม่พบแม้แต่เงาของพริก
ไม่ง่ายเลยกว่าจะได้พริกหนึ่งกระจาดกลับมาปลูก นางจะกล้า ‘สิ้นเปลือง’ ได้อย่างไร
มันเทศนั้นนางยังกล้าปลูกสองครั้งต่อปี แต่สำหรับพริกนางไม่กล้า ระวังแล้วระวังเล่า กลัวว่าปลูกแล้วจะปลูกไม่รอด เสียของไปเปล่า ๆ ปลี้ ๆ
ของสิ่งนี้ล้ำค่ากว่ามันเทศมากนัก ก่อนหน้านี้ปลูกไปหลายครั้งแต่ก็ล้มเหลว เหลือเพียงกำสุดท้าย ในที่สุดก็ปลูกได้สำเร็จเสียที เติบโตผลิผลให้เชยชม
ด้วยเหตุนี้ ถ้ามีคนมาทำให้พริกของนางเสียหาย เย่อวี๋หรานจะไม่โกรธได้อย่างไร?
ผ่านไปพักหนึ่ง หลี่ซื่อก็กลับมาแล้วยืนยันว่าต้นพริกในแปลงผักไม่ได้เสียหาย
ลูกสะใภ้ของหญิงปากสว่างก็ประคองถ้วยใส่พริกแดงกลับมาเช่นกัน นอกจากพริกเม็ดที่หญิงปากสว่างกัดไปหนึ่งคำแล้วถูกหมอชาวบ้านหั่นเป็นชิ้น ๆ พริกเม็ดอื่น ๆ ล้วนยังสมบูรณ์ดี
เย่อวี๋หรานนับจำนวนอยู่ครู่หนึ่ง หลังจากแน่ใจว่าไม่มีอะไรผิดพลาดแล้วจึงบอกให้ปล่อยคน
แน่นอนว่าก่อนที่จะปล่อยคน นางยังไม่ลืมคิดค่าเสียหายกับครอบครัวจูหย่งหนิง
นางคร้านจะเปลืองคำพูดกับหญิงปากสว่าง จึงให้จูหย่งหนิงที่เป็นหัวหน้าครอบครัวลงนามในสัญญาชดใช้ค่าเสียหาย พริกแดงหลายเม็ดนี้เก็บไว้สำหรับปลูกทั้งหมด ตอนนี้กลับถูกเด็ดมาเสียก่อน พริกยังไม่สุกดีก็เท่ากับว่าเสียเปล่าแล้ว
เมล็ดพันธุ์พริกหนึ่งเมล็ดคิดเป็นเงินสองอีแปะ ลองนับดูว่าพริกไม่กี่เม็ดนี้จะได้เมล็ดพันธุ์กี่เมล็ด จูหย่งหนิงก็ต้องชดใช้เป็นเงินจำนวนเท่านั้น
“อะไรนะ?! เมล็ดพันธุ์หนึ่งเม็ดคิดเงินสองอีแปะ ทำไมเจ้าไม่ขู่กรรโชกไปเลยเล่า?!” หญิงปากสว่างเพิ่งจะถูกแก้มัด พอได้ยินเย่อวี๋หรานกล่าวเช่นนั้นก็โวยวายขึ้นมาทันที “เจ้านี่จะหายากสักแค่ไหนเชียว เหตุใดจึงแพงเช่นนี้?!”
เย่อวี๋หรานมองอีกฝ่ายด้วยสีหน้าเย็นชา “เมล็ดพันธุ์ที่ข้าซื้อมาตอนแรกราคาเมล็ดละสองอีแปะ ข้าไม่ได้เรียกค่าแรงจากเจ้า คิดแค่ค่าเมล็ดพันธุ์ก็นับว่าไว้หน้ากันมากแล้ว เป็นอะไรไป? เจ้าไม่อยากให้? ได้ ไม่ให้ก็ทิ้งหัวเจ้าเอาไว้ที่นี่”
ครั้นหญิงปากสว่างได้ยินว่าอีกฝ่ายต้องการศีรษะตนเองก็ทั้งกลัวทั้งโกรธ
เจ้านี่เม็ดหนึ่งมีเมล็ดพันธุ์ตั้งเยอะ พริกเม็ดที่ถูกนางกัดไปคำหนึ่งนั้น มองไปก็เห็นสิบกว่าเมล็ดแล้ว
ทั้งยังเด็ดพริกแดงมาเจ็ดแปดเม็ด ทั้งหมดนั้นจะคิดเป็นเงินเท่าไหร่กัน?!
เมื่อกล่าวถึงเงินขึ้นมา หญิงปากสว่างก็ปวดใจเสียเต็มประดา แทบจะเป็นลมไปเสียเดี๋ยวนั้น
“เมล็ดพันธุ์อะไรจะแพงขนาดนั้น? เมล็ดละสองอีแปะเจ้าเป็นคนพูด พวกข้าไม่รู้ด้วยเสียหน่อย ผู้ใดจะไปรู้ว่าเจ้าหลอกข้าหรือเปล่า? หญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์ เจ้าบอกว่าเจ้าซื้อมาเมล็ดละสองอีแปะ เช่นนั้นเจ้าก็เอาหลักฐานออกมาสิ…” นางไม่กล้าเผชิญหน้ากับเย่อวี๋หรานตรง ๆ แต่หลบอยู่ข้างหลังจูหย่งหนิง จึงค่อยรวบรวมความกล้าตะโกนออกมาได้ “ไข่หนึ่งฟองยังสองอีแปะ เมล็ดพันธุ์ของเจ้าจะแพงกว่าไข่ไก่ได้อย่างไร?”
“จูหย่งหนิง ครอบครัวเจ้า เจ้าเป็นคนตัดสินใจ หรือเมียเจ้าเป็นคนตัดสินใจ?” เย่อวี๋หรานมองจูหย่งหนิงพลางกล่าวว่า “เจ้าว่ามาเถอะ เมล็ดพันธุ์นี้ตกลงจะชดใช้หรือไม่ชดใช้? ไม่ชดใช้ก็ได้ เช่นนั้นหลังจากช่วงเก็บเกี่ยวปีนี้ ครอบครัวพวกเจ้าก็ไม่ต้องปลูกมันเทศแล้ว”
“มีสิทธิ์อะไร?!” ไม่รอให้จูหย่งหนิงพูด หญิงปากสว่างก็ร้องขึ้นมาเสียก่อน “เจ้ามีสิทธิ์อะไรไม่ให้พวกข้าปลูก? คนอื่นได้ปลูกกันหมด มีแค่ครอบครัวข้าไม่ได้ปลูก เจ้าคิดจะปล่อยให้พวกข้าอดตายงั้นหรือ…”
จูหย่งหนิงที่นิ่งเงียบมานานอดกลั้นไม่ไหวอีกต่อไป หันกลับไปตบหญิงปากสว่างหนึ่งฉาด
เพียะ!
หญิงปากสว่างถูกตบจนอึ้งไป คนรอบข้างก็สะดุ้งตกใจเช่นกัน
“เจ้ากล้าตบข้า?!” หญิงปากสว่างไม่อยากจะเชื่อ
กลิ่นปัสสาวะบนร่างนางเมื่อครู่นี้ สามีผู้นี้ก็หาได้รังเกียจ แต่ตอนที่นางต่อสู้เพื่อครอบครัว เขากลับหันมาตบนางเนี่ยนะ?!