ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 392 ทำโม่หินอันใหม่
บทที่ 392 ทำโม่หินอันใหม่
คนสกุลจูเห็นแล้วก็หัวเราะครืน
หลี่ซื่อเห็นเย่อวี๋หรานกลับมาแล้วก็รีบรายงานความคืบหน้าอยู่ในห้องครัว
“ในเมื่อใกล้จะเสร็จแล้ว ก็ให้สองคนแยกออกมาเตรียมผักที่จะได้ใช้เย็นนี้ ประเดี๋ยวข้าจะมาสอนพวกเจ้าทำ…” เย่อวี๋หรานบอกรายการวัตถุดิบที่จะใช้เย็นนี้
หลี่ซื่อฟังแล้วก็จดจำไว้ในใจ “เจ้าค่ะ ข้าทราบแล้ว ท่านแม่ ท่านนั่งพักผ่อนก่อนสักครู่ ข้าเข้าไปช่วยงานต่อก่อนนะเจ้าคะ”
ยามนั้น จูปาเม่ยยกเก้าอี้จากในเรือนออกมาให้เย่อวี๋หราน “ท่านแม่ เชิญนั่งเจ้าค่ะ”
“อื้ม! เจ้ากับพวกซานเม่ยซื่อเม่ยทำงานถึงไหนกันแล้ว?” เย่อวี๋หรานถามหลังจากนั่งลงแล้ว
“ท่านแม่ เพิ่งทำเสร็จเจ้าค่ะ” จูปาเม่ยพูดจบก็ร้องเรียกเข้าไปในเรือน
หลินซานเม่ยและหลินซื่อเม่ยจึงหิ้วตะกร้าออกมาจากในเรือน
ในตะกร้ามีตุ๊กตาผ้ารูปคนที่ทำเสร็จแล้วหนึ่งตัวและสร้อยข้อมืออีกจำนวนหนึ่ง
เย่อวี๋หรานหยิบขึ้นมาวิจารณ์ไปทีละชิ้น “ในภาพรวมยังใช้ได้ แต่ตุ๊กตาผ้าแบบนี้ไม่ได้เน้นทำให้เหมือนคนจริง ๆ แต่ต้องทำให้น่ารักเข้าไว้ เหมือนลูกแมวลูกสุนัขที่เพิ่งเกิดใหม่ได้ไม่กี่วัน แค่เห็นแวบแรกก็ทำให้คนรักคนชอบได้แบบนั้น…”
เย่อวี๋หรานพยายามบรรยายให้เห็นภาพเพื่อให้พวกนางเข้าใจ
ในยุคนี้การทำตุ๊กตาผ้าให้เหมือนคนจริง ๆ กลับไม่ใช่เรื่องดี แต่ต้องทำให้น่ารักน่าเอ็นดู เพียงเห็นก็ดึงดูดใจได้ทันที เช่นนั้นจึงจะไม่มีใครต้านทานเสน่ห์ของมันได้
กระต่ายน้อยหรือแมวน้อยที่เย่อวี๋หรานสอนให้พวกนางทำก่อนหน้านี้ แม้จะเป็นรูปแบบง่าย ๆ แต่ในด้านการออกแบบล้วนทำให้น่ารักไว้ก่อน
นอกจากความน่ารักแล้ว ก็เป็นเสื้อผ้าอาภรณ์และหมวกประดับขนาดกระจุ๋มกระจิ๋ม
ทั้งน่ารักน่าเอ็นดูแล้วยังสามารถเปลี่ยนชุดได้ เท่านี้ก็สามารถดึงดูดความสนใจของเด็กผู้หญิงได้แล้ว
จูปาเม่ย หลินซานเม่ย และหลินซื่อเม่ยฟังอย่างตั้งอกตั้งใจ
แม้ว่าพวกนางสามคนจะยังมีความสามารถไม่ถึงขั้นที่จะรับผิดชอบงานด้านใดด้านหนึ่งตามลำพังได้ แต่ก็ต้องยอมรับว่างานชิ้นนี้มอบความรู้สึกภาคภูมิใจให้แก่พวกนาง ระหว่างที่ทำ พวกนางเองก็ชมชอบยิ่งนัก
ทำแล้วสนุกกว่าสานสร้อยข้อมือเสียอีก
น่าเสียดายที่ตุ๊กตาผ้าขายยากกว่าสร้อยข้อมือ
ทำอย่างไรได้ สร้อยข้อมือใช้ไข่ไก่หนึ่งหรือสองฟองมาแลก ครอบครัวไหนพอตัดใจซื้อได้ก็จะซื้อ
แต่ตุ๊กตาผ้าไม่เหมือนกัน ยิ่งทำให้ดีก็ยิ่งต้องใช้เวลามาก ราคาที่ขายก็สูงตามไปด้วย
เวลานี้เย่อวี๋หรานไม่ได้ต้องการให้พวกนางทำได้ยอดเยี่ยมอะไรมาก เพียงให้พวกนางฝึกฝีมือ หัดใช้เข็มและด้าย
ฝึกได้พอสมควรแล้วค่อยเริ่มปักผ้า เรียนรู้ให้ลึกซึ้งขึ้นทีละนิด
เมื่อครั้งเจ้าของร่างเดิมยังเป็นสาวใช้ นางปรารถนาจะคว้าใจคุณชายใหญ่ให้ได้ จึงไปเรียนการปักดอกไม้จากช่างปักผ้าในจวนอยู่บ่อยครั้ง
น่าเสียดายที่นางไม่ได้เรียนรู้ลึกซึ้งมากนัก ทำได้เพียงงานปักเล็กน้อย
แต่ฝีมือเท่านั้นก็เพียงพอสำหรับการใช้งานของเย่อวี๋หรานแล้ว พื้นฐานของเจ้าของร่างเดิมจับคู่กับความคิดสร้างสรรค์ของนางก็คงพอให้รังสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ออกมาได้บ้าง
ส่วนการเย็บปักที่ซับซ้อนกว่านั้น ถึงตอนที่สกุลจูร่ำรวยแล้ว นางค่อยไปเชิญช่างปักผ้าจากในตำบลก็สามารถเรียนรู้ได้แล้วนี่นา?
เย่อวี๋หรานไม่กังวลตรงจุดนี้เลยแม้แต่น้อย
มื้อค่ำ เย่อวี๋หรานไม่ได้ลงครัวด้วยตนเอง แต่ยืนกำกับอยู่ข้างเตา คอยสอนวิธีทำให้เหล่าลูกสะใภ้
คอยกำกับงานครัวมาหลายหนปานนี้ เย่อวี๋หรานนับว่าดูออกแล้วว่าคนสมัยนี้ชอบกินเนื้อสัตว์ กินของมัน
ต่างจากนางซึ่งมาจากยุคปัจจุบันที่ชอบกินรสชาติค่อนไปทางจืดมากกว่า
ทว่านางก็ไม่ได้ตระหนี่ ให้ลูกสะใภ้หั่นเนื้อแดดเดียวมาชิ้นโต ซอยเป็นชิ้นบาง ๆ แล้วนำไปทอดในกระทะที่ใส่น้ำมันเอาไว้จนท่วม
จากนั้นก็เป็นพวกหัวหอม ขิง กระเทียม ตามด้วยผักอีกเล็กน้อย
ผัดจนกระทั่งกึ่งสุกค่อยใส่เครื่องปรุงรส เติมน้ำแล้วผัดต่อ
หลังจากนั้นก็ตอกไข่ใส่ลงไปชามโต โปรยผักใบเขียวลงไป
อย่างแรกตั้งใจจะให้คนอื่น ๆ กิน อย่างหลังเอาไว้ให้นางและซานเป่าซื่อเป่ากิน
เด็กเล็กนั้นจะเลี้ยงตามมีตามเกิดเพียงไรก็ต้องใส่ใจบ้าง เนื้อแดดเดียวจัดอยู่ในใประเภทเนื้อรมควัน เด็กเล็กไม่ควรกินเยอะ
นางยังตักซีอิ๊วมาแบ่งใส่ในถ้วยของทุกคน “คราวก่อนหมักซีอิ๊วได้สำเร็จไม่เยอะเท่าไหร่ คราวหน้าไม่รู้ว่าจะได้ทำอีกทีตอนไหน พวกเจ้ากินแต่น้อย ปรุงรสสักหน่อยก็พอแล้ว ถ้าเกลือไม่ถึงก็ซดน้ำแกง…น้ำแกงจะกลมกล่อมมากกว่า อร่อยกว่า”
หลังจากทำน้ำแกงเสร็จแล้ว เย่อวี๋หรานกะปริมาณอาหารของคนในครอบครัวแล้วบอกให้พวกลูกสะใภ้นำเส้นมันเทศที่หั่นเป็นเส้น ๆ แล้วลงไปต้มในหม้อสักครู่
เมื่อตักขึ้นมาชิมคราวนี้ รสชาติย่อมกลมกล่อมกว่าเมื่อตอนเที่ยงมากนัก
แล้วก็เป็นดังคาด หลี่ซื่อชิมแล้วก็ต้องประหลาดใจ “ท่านแม่ รอบนี้ดูจะอร่อยกว่ามื้อเที่ยงอีกนะเจ้าคะ!”
เย่อวี๋หรานมีสีหน้านิ่งเฉย ปอกกระเทียมสองเม็ดใส่ถ้วยตัวเองแล้วกล่าวว่า “ตอนเที่ยงเพียงสนใจในถ้วยของตัวเอง คราวนี้เอาเส้นลงไปต้มในหม้อก็ต้องเข้าเนื้อกว่าอยู่แล้ว แต่เจ้านี่ไม่ควรต้มนานเกินไป เส้นจะเละได้…”
แล้วไม่ใช่หรือไร เพราะคนที่ได้ตักก่อนนั้น เส้นมันเทศในถ้วยยังค่อนข้างสมบูรณ์ดี ทว่าคนท้าย ๆ กลับได้เส้นที่ขาดเป็นท่อน ๆ เพียงคีบก็ขาดออกมาแล้ว
แต่สำหรับคนที่ชอบกินของแปลกใหม่กลุ่มนี้ ขาดไม่ขาดล้วนไม่ใช่ปัญหา
“ท่านแม่ ขาดก็ไม่เป็นไรขอรับ ยังลื่นอยู่ดี แต่เวลากัดไม่แข็งเหมือนเดิมแล้ว” จูซื่อพูดพลางเป่าเส้นที่ใช้ตะเกียบคีบขึ้นมาไปด้วย
“นั่นไม่ได้เรียกว่าแข็ง แต่เรียกว่าเหนียวนุ่ม เส้นที่ยิ่งอร่อยก็จะยิ่งเหนียวนุ่ม เคี้ยวหนุบหนึบ เส้นที่พวกเราทำกันเองไม่ได้พิถีพิถันมาก หากต้มนานหน่อย เส้นก็ละลายแล้ว…” เย่อวี๋หรานเป็นคนที่ไม่รีบร้อนกินที่สุดแล้วในครอบครัวนี้ นางมองทุกคนอย่างใจเย็นและกล่าวว่า “เจ้าห้า ถ้ามีเวลา เจ้าช่วยหาช่างหินเก่ง ๆ ในละแวกนี้ให้ข้าสักหน่อย ข้าอยากทำโม่หินสักอัน”
“หา ที่เรือนเราก็มีอยู่แล้วไม่ใช่หรือขอรับ?” จูอู่ถาม
เย่อวี๋หรานส่ายศีรษะ “อันเดิมใช้ไม่ดี ทำมาสำหรับใช้ชั่วคราวไปก่อนเท่านั้น แค่ผลักโม่ก็ต้องสิ้นเปลืองเรี่ยวแรงปานไหนแล้ว? ข้าอยากทำโม่หินที่ทุ่นแรงได้ดีกว่านี้ ต่อให้ต้องจ่ายเงินมากกว่าเดิมก็ต้องหาช่างหินเก่ง ๆ ให้ได้สักคน ทำเสร็จแล้วจะใช้โม่ถั่วเหลืองก็ดีหรือโม่แป้งมันเทศก็ได้”
“ท่านแม่ ข้าคิดว่าโม่หินที่มีอยู่ตอนนี้ก็ใช้ดีมากแล้วนะเจ้าคะ” หลิวซื่อออกจะเสียดายเงินของตัวเอง
ตอนกลางวันแม่สามีเพิ่งพูดขึ้นมา นางกลัวว่าแม่สามีจะบอกให้ทุกคนช่วยกันออกเงิน ถึงอย่างไรนี่ก็เป็น ‘ของส่วนกลาง’ เรื่องแบบนี้ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นเป็นครั้งแรก
เย่อวี๋หรานช้อนสายตามองอีกฝ่าย “ใช้ดีหรือไม่ ทำโม่หินอันใหม่ออกมาได้ก็รู้แล้ว พวกเจ้าไม่อยากออกเงินก็ไม่เป็นไร ข้าออกเอง แต่ในเมื่อข้าเป็นคนออกเงิน เช่นนั้นต่อไปถ้าเจ้าอยากใช้โม่อันใหม่ก็ต้องจ่ายค่าใช้งาน โม่ถั่วเหลืองหนึ่งจิน จ่ายถั่วเหลืองหนึ่งถ้วย”
หลิวซื่อนิ่งงัน “…” เห็นหรือไม่ นางว่าแล้วเชียว
“ท่านแม่ ค่าใช้งานที่ท่านว่ามานับเป็นเงินกองกลางไหมเจ้าคะ?” หลี่ซื่อค่อนข้างหัวไว คิดถึงเรื่องนี้ได้ในทันที
เย่อวี๋หรานกล่าวว่า “ข้าใช้เงินส่วนตัวออกเองก็ต้องเป็นของข้าสิ ทำไมรึ มีแต่พวกเจ้าที่คิดวิธีหาเงินได้ ข้าจะหาวิธีหาเงินส่วนตัวบ้างไม่ได้?”
พูดถึงขนาดนี้แล้ว สะใภ้สกุลจูยังจะพูดอะไรได้อีก?
ต่างคนต่างสะกิดสามีของตนเองให้พูดอะไรบ้าง แต่น่าเสียดาย บุรุษสกุลจูไม่เคยดูแลเรื่องเงินทอง ไม่ได้ตระหนักเลยว่าเรื่องนี้จะมีปัญหาตรงไหน
หลังมื้อเย็น หลิวซื่อกลับเข้าห้องนอนก็ไประบายอารมณ์ใส่จูเอ้อร์
ถึงแม่สามีจะย้ายไปนอนเรือนหลังใหม่แล้ว แต่กำแพงมีหู นางกลัวว่าคนอื่นมาได้ยินเข้าแล้วจะนำความไปฟ้องแม่สามี จึงลดเสียงลงแล้วตวาดใส่จูเอ้อร์เบา ๆ “เมื่อครู่ข้าส่งสายตาให้เจ้าช่วยพูด ทำไมเจ้าไม่พูดอะไรเลย? ทึ่มจริง ๆ ไม่เห็นหรือว่าท่านแม่อายุก็ปูนนี้แล้ว ทั้งยังได้อยู่เรือนหลังใหม่แล้วด้วย ยังต้องหาเงินส่วนตัวทำไมอีก?”
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
ZM9WZEEA
เจอโค๊ดแล้วอย่าเพิ่งเมินเฉย โค๊ดนี้สามารถนำมากรอกเพื่อรับเหรียญได้ที่เว็บไซต์ Enjoybook
ไปที่โปรไฟล์ >> รหัสแลกรับ >> ใส่โค๊ดที่ได้ (ตัวพิมพ์ใหญ่)
ลุ้นรับเหรียญสูงสุด 100 เหรียญ ตั้งแต่วันนี้ – 30 ตุลาคม
ด่วน! ใครใช้โค๊ดก่อน ได้เหรียญก่อนนะ