ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 415 ผักดอง
บทที่ 415 ผักดอง
ภายในเรือนสกุลจูเต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งความครึกครื้นยินดี
บนโต๊ะอาหาร ผู้ชายสกุลจูต่างแย่งกันพูดจา ความตื่นเต้นของวันนี้ยังไม่สลายไป
“ฮ่า ๆๆ…พวกเจ้าเห็นไหม ข้าเห็นหน้าอาเหล่าเฉียวอึ้งไปเลย เขาแทบไม่อยากเชื่อว่าข้าวเปลือกของพวกเราจะเมล็ดโตขนาดนั้น”
“นั่นน่ะสิ อาจูจยากำข้าวเปลือกกำนั้นขึ้นมา ยังตัดใจปล่อยมือไม่ได้เลย”
“ก็แค่นี้เอง พวกเราเพิ่งเกี่ยวข้าวกันก็มีคนมาถามข้าแล้วว่าพวกเราจะเก็บไว้ปลูกปีหน้าหรือไม่ อยากเอาเมล็ดพันธุ์ข้าวมาแลกกับพวกเราแน่ะ”
……
หลิ่วซื่อ หลิวซื่อ หลี่ซื่อ และหลินซื่อยิ้มแย้มแจ่มใส บางครั้งบางคราก็จะร่วมวงสนทนาด้วย
เก็บเกี่ยวได้ผลสมบูรณ์เป็นเรื่องน่ายินดี
ปีนี้เกี่ยวข้าวได้มากกว่าเดิมหนึ่งถึงสองตะกร้า ปีหน้าเพิ่มมาอีกสองตะกร้า ถึงตอนนั้นยังต้องกลัวว่าจะไม่มีข้าวกินอีกหรือ?
จูเหล่าโถวลืมเดิมพันระหว่างตนเองกับเย่อวี๋หรานไปเสียสนิท มัวแต่นึกยินดีปรีดา “ใช่แล้ว ครอบครัวเราเป็นครอบครัวธรรมดาที่ไหนกัน? พวกเรามีที่นาน้อยก็จริง แต่ว่ามีคนเยอะนี่นา มีคนเยอะก็เท่ากับว่ามีแรงงานมาก ขอเพียงยอมลำบากสักหน่อยย่อมต้องมีความเป็นอยู่ดีกว่าคนอื่นอยู่แล้ว”
และกระทั่งรวบความดีความชอบทั้งหมดมาเป็นของตนเอง บอกว่าเป็นเพราะเขาชี้นำได้ดี พาลูกชายตรากตรำทำงาน ไม่อย่างนั้นจะมีผลเก็บเกี่ยวแบบในตอนนี้งั้นรึ?
ปีนี้เก็บเกี่ยวมันเทศและข้าวเปลือกได้มากกว่าเดิม ฤดูหนาวนี้คงไม่ต้องอด ๆ อยาก ๆ อีกแล้ว
อ้อ จริงสิ ยังมีมันเทศหน้าหนาวที่ยังไม่ได้เก็บเกี่ยวอีกนี่นา
ครั้นเห็นทุกคนกำลังตื่นเต้นยินดี เย่อวี๋หรานก็ไม่อยากขัดความสุขของพวกเขาเลยจริง ๆ แต่ก็จำต้องเตือนสติพวกเขาว่า “พวกเจ้าคิดอะไรกันอยู่ วันนี้เกี่ยวข้าวได้มากกว่าเดิมหนึ่งตะกร้า ปีหน้าเกี่ยวได้เพิ่มขึ้นอีกหนึ่งตะกร้า ปีถัดไปได้เพิ่มอีกหนึ่งตะกร้า พวกเจ้าคิดว่าที่นาผืนนั้นปลูกทองคำได้หรือไร ปลูกได้ผลผลิตมากทุกปี สิบปีผ่านไปก็ได้ผลเก็บเกี่ยวเป็นเท่าตัว ที่นาหนึ่งหมู่เลี้ยงคนทั้งบ้าน? ปลูกได้ดีแค่ไหน มันก็ยังเป็นแค่ข้าวเปลือกอยู่ดี ยังจะใหญ่เท่าไข่ไก่ได้อย่างนั้นรึ?”
คนทั้งครอบครัวเงียบสงบลงทันใด
สวรรค์?! จริงด้วย ข้าวเปลือกก็คือข้าวเปลือก ต่อให้โตได้ดีแค่ไหน มันยังจะใหญ่กว่าไข่ไก่ได้อีกหรือ?
หรือจะบอกว่าวันนี้เก็บเกี่ยวได้มากกว่าเดิมหนึ่งตะกร้า ปีหน้าก็ไม่มีอีกแล้ว?!
“ท่านแม่ เช่นนั้นปีหน้า…ปีหน้าก็เก็บเกี่ยวได้เท่านี้หรือขอรับ?” จูเอ้อร์รู้สึกว่าตนเองฝันสลาย
เย่อวี๋หรานกล่าวอย่างจนปัญญา “อาจเพิ่มผลผลิตได้ แต่จะเพิ่มมากแค่ไหนก็ยังมีขีดจำกัดอยู่ดี ก็เหมือนกับเจ้ากินข้าวนั่นแหละ เจ้ากินถ้วยเดียวไม่อิ่ม กินสองถ้วยใกล้จะอิ่มแล้ว เจ้ายังจะกินข้าวสิบถ้วยในมื้อเดียวได้อีกหรือ? แบบนั้นเจ้าคงจุกตายพอดี”
“ข้าเข้าใจแล้ว ท่านแม่หมายความว่า ต้นข้าวพวกนี้เมื่อก่อนได้กินไม่อิ่มจึงมีขนาดเล็ก ตอนนี้กินอิ่มแล้วจึงมีขนาดใหญ่กว่าเดิม แต่มันกินอิ่มแล้ว ถ้ากินอีกก็คงโตไปมากกว่านี้ได้ไม่เท่าไหร่ ขนาดไม่ต่างไปจากตอนนี้มากแล้วสินะขอรับ” จูซื่อพูดพลางมองไปทางจูซานซึ่งเป็นคนที่สูงที่สุดในครอบครัว
ตอนนั้น เขาก็อยากกินให้มากกว่าเดิม จะได้ตัวสูงขึ้นอีกนิด หากดีที่สุดคือสูงกว่าพี่สาม
ทว่าน่าเสียดาย ไม่ว่าเขาจะกินอย่างไรก็ยังสูงได้ไม่เท่าพี่สามของเขาอยู่ดี ขณะที่พี่สามของเขาพอสูงถึงระดับหนึ่งแล้วก็ไม่สูงขึ้นอีก
เอ๊ะ ไม่ใช่สิ ปีนี้อาหารการกินดี พี่สามดูเหมือนจะสูงกว่าเดิมเล็กน้อย
แต่เขาก็เข้าใจดีว่า ต่อให้สูงขึ้นก็คงไม่ได้มากมาย คงสูงขึ้นแค่อีกพอประมาณเท่านั้น
คนทั้งหลายรู้สึกผิดหวัง
จูเหล่าโถวที่ถูกทำให้เสียอารมณ์ก็รู้สึกผิดหวัง เขาถลึงตาใส่เย่อวี๋หราน “เจ้าคนนี้ จะให้ทุกคนมีความสุขหน่อยก็ไม่ได้?”
เย่อวี๋หรานกลอกตา “ข้าพูดความจริง ไม่ได้โป้ปดมดเท็จ แม่ไก่ในเรือนย่อมรู้ว่าตัวเองออกไข่ไปกี่ฟองไม่ใช่หรือ? ป้อนอาหารดี ๆ ให้ก็วางไข่ได้มากหน่อย ฟองใหญ่หน่อย แต่จะมากแค่ไหนใหญ่เพียงใด ก็คงไม่เกินขีดจำกัดตามธรรมชาติของมันเอง หรือข้าวพวกนี้มีอะไรพิเศษ สามารถกลายเป็นสิ่งมหัศจรรย์ มีขนาดเท่าไข่ไก่ไปได้?”
“เจ้า…” จูเหล่าโถวสะอึก “ข้าไม่สนใจเจ้าแล้ว”
จากนั้นก็ยกถ้วยตัวเองขึ้นมากินข้าวอย่างฮึดฮัด
เนื่องจากวันนี้เกี่ยวข้าวมาทั้งวันแล้ว เย่อวี๋หรานจึงให้ลูกสะใภ้หุงข้าวสวยแจกจ่ายให้ทุกคนคนละถ้วย ทำกับข้าวอีกสองสามอย่าง และวุ้นเส้นคลุกผักดองหนึ่งจานเพื่อเรียกน้ำย่อย
ผักดองเหล่านี้ดองไว้ในโถเคลือบ ต้มน้ำจนเดือดเทใส่โถเคลือบที่เช็ดแห้งแล้ว เติมเกลือลงไปเล็กน้อย แล้วนำหัวไชเท้ากับผักกาดขาวที่เก็บมาจากในสวนมาล้างให้สะอาด ตากลมให้แห้ง นำไปแช่ไว้ในโถ
ช่วงอากาศร้อนจัดเช่นนี้ ใช้เวลาเพียงสี่ถึงห้าวันก็สามารถดองผักจนมีรสเปรี้ยวได้แล้ว
สะใภ้สกุลจูเพิ่งจะเคยเห็นวิธีการดองเช่นนี้เป็นครั้งแรก เมื่อก่อนถ้าไม่นำผักไปหมักก็นำไปตากให้แห้งเก็บไว้เป็นเสบียง ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าดองแบบนี้ได้ด้วย?!
รสเปรี้ยว ๆ นั้นต่างจากรสชาติที่ได้จากการหมักลิบลับ ใส่เกลือลงไปเล็กน้อยหรือเติมน้ำเชื่อมผลไม้รสหวานลงไป ทำให้คนได้ชิมแล้วติดใจไม่ลืมเลือน
ผักดองโถเดียวรับประทานไม่นานก็หมด จึงมักได้ทำใหม่อยู่บ่อยครั้ง
เย่อวี๋หรานเห็นว่าแบบนี้ไม่สะดวกเท่าไหร่ จึงสอนให้พวกนางนำผักดองไปใช้ทำอาหารอย่างอื่น อาจนำไปผัดร่วมกับผักชนิดอื่น หรือนำไปคลุกกับวัตถุดิบต่าง ๆ สามารถพลิกแพลงได้หลากหลาย เมื่อเป็นเช่นนี้ ต่อให้ผ่านการดองจนมีรสเปรี้ยวแล้วก็ยังสามารถนำมาใช้ทำอาหารได้
ช่วงนี้คนสกุลจูโปรดปรานอาหารที่ใช้ผักดองทำมากเป็นพิเศษ
วุ้นเส้นคลุกผักดองจานนี้ หลังจากนำเส้นมันเทศไปลวกแล้วก็หั่นเป็นท่อน ๆ ยาวประมาณนิ้วมือ แล้วนำไปคลุกเคล้ากับผักดอง คนเดียวคีบกินไม่กี่ครั้งก็หมดแล้ว
กระทั่งจูซาน จูชี ต้าเป่า และเอ้อร์เป่าที่นานครั้งจะได้กลับบ้าน เมื่อได้กินอะไรแบบนี้แล้วก็โปรดปรานยิ่งนัก
“ท่านแม่ ผักดองพวกนี้อร่อยมากเลย คราวหน้าช่วยทำให้ข้าหน่อยนะขอรับ ข้าจะเอาไปกินที่สำนักศึกษาด้วย มันช่วยให้เจริญอาหารยิ่งนัก” จูซานกินไปพลาง พูดไปพลาง
“วางใจเถอะ ข้าให้เมียเจ้าใหญ่เก็บเอาไว้ให้เจ้าแล้ว” เย่อวี๋หรานกล่าว “ผักดองพวกนี้เก็บไว้นานไม่ได้ ถ้าเก็บไว้นานก็จะเปรี้ยว ข้าให้เมียเจ้าใหญ่ทำเพิ่มอีกสองแบบให้เจ้าด้วย พอเอาไปแล้วให้เจ้ากินผักดองก่อน กินหมดแล้วค่อยกินแบบที่ตากแห้ง…”
“ไม่เป็นไรขอรับ ท่านแม่ ถึงตอนนั้นพอทำเสร็จแล้วข้าเอาไปทั้งโถก็เป็นอันใช้ได้ ท่านสอนวิธีทำให้ข้า ถ้าข้ากินหมดแล้วก็สามารถทำกินเองได้” จูซานไม่รู้สึกว่าเรื่องนี้จะลำบากตรงไหน
ผู้ชายสกุลจูมีใครทำอาหารไม่เป็นด้วยหรือ?
ไม่จำเป็นต้องทำได้ดีมาก แค่ตนเองกินได้ก็พอแล้ว
จูซื่อได้ยินดังนั้นก็รีบพูดขึ้นทันที “พี่สาม ข้าช่วยท่านนะขอรับ ข้าจะบอกอะไรให้ ข้าเรียนวิธีทำมาแล้ว ผักดองโถนี้ข้าก็เป็นคนทำเอง ท่านไม่คิดว่าข้าทำได้อร่อยมากเลยหรือ?”
“ได้ เจ้าช่วยข้าทำก็ได้เหมือนกัน ขอแค่มีให้กินก็พอแล้ว”
จูซื่อมีสีหน้าลึกลับ “พี่สาม ท่านไม่อยากรู้บ้างหรือว่าสูตรลับของข้าคืออะไร?”
“ข้าจะเรียนเรื่องพวกนี้ไปทำไม? ไม่ได้จะเอาไปขายเสียหน่อย”
ไม่รอให้จูซื่อตอบ หลี่ซื่อที่อยู่ข้าง ๆ ก็หัวเราะขึ้นมา “พี่สาม ท่านพูดได้เหมาะเจาะยิ่งนัก ข้าบอกท่านเลยนะ ตั้งแต่ครอบครัวพวกเราเอาผักดองไปขายก็ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า ตอนนี้เป็นช่วงเก็บเกี่ยว มีคนมาสั่งข้าไว้หลายคนแล้วนะเจ้าคะ ข้าถึงได้ให้เหล่าซื่อช่วยทำให้ตั้งหลายโถ ถึงตอนที่ท่านจะกลับไปก็สามารถไปเลือกเอาจากของข้าได้เลย”
“เช่นนั้นก็ยอดเยี่ยมไปเลยน่ะสิ ข้าย่อมเชื่อใจฝีมือเจ้าสี่อยู่แล้ว ของที่เขาทำไม่มีทางแย่เกินไปนักหรอก”
เย่อวี๋หรานคาดไม่ถึงเลยว่าผักดองกลับได้รับความนิยมมากกว่าเส้นมันเทศ ขึ้นแท่นสินค้าขายดีของสกุลจู
แต่เมื่อลองใคร่ครวญดูก็เข้าใจได้ เส้นมันเทศนั้นหายากและจัดเป็นอาหาร เว้นหลายวันค่อยกินสักมื้อ แต่ผักดองไม่เหมือนกัน สิ่งที่ใช้ทำคือผักจากในสวน จะทำเมื่อไหร่ก็ย่อมได้ ไม่เพียงแต่ไม่กลัวว่าจะสิ้นเปลืองเท่านั้น แต่ยังสามารถนำไปพลิกแพลงทำอาหารอย่างอื่นได้อีกต่างหาก
ถึงจะชอบกินเส้นมันเทศแต่ก็อาจเกรงใจไม่กล้าพูด ดังนั้นกินผักดองก็คงได้กระมัง?
ผักดองราคาไม่เท่าไหร่เอง