ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 427 ไม่เห็นคนก็ไม่แน่ว่าจะเกิดเรื่อง
บทที่ 427 ไม่เห็นคนก็ไม่แน่ว่าจะเกิดเรื่อง
“หลินต้าเม่ย พี่สาวคนโตของข้าคือภรรยาคนแรกของหลี่ว์ต้าซุ่น หลินต้าเม่ยเจ้าค่ะ” หลินซื่อไม่อยากจะเชื่อว่าผ่านไปไม่นานผู้คนหมู่บ้านสกุลหลี่ว์ก็ลืมพี่สาวของนางไปเสียแล้ว?!
สวรรค์?!
ยามปกติพี่สาวของนางใช้ชีวิตมาอย่างไรกัน?
“หลินต้าเม่ย?!” หลี่ว์หวังไฉมีสีหน้าตื่นตระหนก “เจ้าคือ…หญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์ ไม่ใช่สิ ลูกสะใภ้ของจูต้าเหนียงหรือ?!”
ถ้าเป็นคนที่มีความเกี่ยวข้องกับหลินต้าเม่ย นอกจากคนผู้นั้นที่แต่งเข้าหมู่บ้านสกุลจูแล้ว เขาก็คิดไม่ออกอีกว่าจะเป็นใครไปได้
“ใช่เจ้าค่ะ แม่สามีของข้าคือจูต้าเหนียง ข้าแต่งให้ลูกชายคนที่ห้าของบ้านนาง” หลินซื่อตอบเสียงใส เชิดหน้าขึ้น รู้สึกภาคภูมิใจขึ้นมาทันที
เหอะ! แม่สามีของข้าคือจูต้าเหนียง มาดูกันว่าพวกเจ้าจะมีใครกล้าไม่สนใจเรื่องของข้า
หลี่ว์หวังไฉมองไปรอบ ๆ ทันที กลัวว่าจะเห็นร่างของจูต้าเหนียง
หากเรื่องนี้จูต้าเหนียงมาเกี่ยวข้องด้วย ย่อมเป็นเรื่องยากที่จะจัดการได้
“จูต้าเหนียง นางก็มาด้วยหรือ?”
“แล้วอย่างไรเล่าเจ้าคะ หากแม่สามีข้าไม่มา พวกท่านคิดจะไม่สนใจเรื่องนี้หรือ?”
หลินซื่อเลียนแบบสีหน้าเย็นชาของเย่อวี๋หรานตามปกติและสวมหน้ากากนั้นไว้ “พี่สาวของข้าแต่งเข้าหมู่บ้านสกุลหลี่ว์ของพวกท่าน เป็นตายไม่มีใครบอกได้ เช่นนี้แล้วพวกท่านยังคิดจะไล่ข้ากลับไปอีกหรือ? คิดง่ายเกินไปกระมัง ข้าจะบอกพวกท่านให้ วันนี้หากหลี่ว์ต้าซุ่นไม่มีคำอธิบายให้ข้า และส่งพี่ใหญ่ของข้ากลับมา ข้าจะป่าวประกาศให้รู้กันไปทั่วว่าพี่สาวของข้าแต่งเข้าหมู่บ้านสกุลหลี่ว์ไม่กี่ปีก็หายตัวไป”
แน่นอนว่าหลี่ว์หวังไฉไม่ได้กลัวหลินซื่อ แต่กลัวคนที่อยู่เบื้องหลังนางอย่างหญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์
เขารีบกลับเข้าเรือนไปบอกเรื่องนี้กับพ่อของเขา
ท่าทีของเจ้าหน้าที่หลี่ว์เปลี่ยนไปในทันที “เป็นนางได้อย่างไร!”
“นี่มันเวลาไหนกัน นางไม่อยู่บ้านช่วยเรื่องการเก็บเกี่ยว แต่กลับวิ่งมาก่อเรื่องวุ่นวายอะไรที่นี่กัน?”
คำถามของพ่อเขานั้น หลี่ว์หวังไฉเองก็จนปัญญาที่จะตอบ
“ไปเชิญคนเข้ามาก่อนแล้วค่อยว่ากัน” เจ้าหน้าที่หลี่ว์โล่งใจอยู่บ้างที่อย่างน้อยก็แน่ใจได้ว่าเย่อวี๋หรานไม่ได้มาด้วย
แต่หลังจากสิ้นสุดการเก็บเกี่ยวช่วงฤดูใบไม้ร่วงก็จะเป็นมันเทศฤดูหนาว ใกล้ถึงเวลาแล้วยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าจะได้ต้นกล้ามันเทศเท่าไหร่ ทั้งหมดล้วนขึ้นอยู่กับคนจะให้
ยามนี้เจ้าหน้าที่หลี่ว์ไม่ต้องการสร้างความขุ่นเคืองให้คนสกุลจู ด้วยเกรงว่าจะส่งผลกระทบใหญ่ต่อหมู่บ้าน
หลินซื่อเห็นว่าคนของบ้านเจ้าหน้าที่หลี่ว์สุภาพเช่นนี้ ความมั่นใจก็เริ่มค่อย ๆ เพิ่มขึ้นมา จึงอธิบายจุดประสงค์อย่างตรงไปตรงมา
“จะให้เข้าไปนั้นข้าไม่เข้าหรอก คุยกันข้างนอกนี่แหละเจ้าค่ะ หาใช่ว่าข้าไม่เชื่อใจเจ้าหน้าที่หลี่ว์ เพียงแต่เรื่องนี้ค่อนข้างเป็นเรื่องใหญ่ ข้าเกรงว่าเมื่อถึงยามนั้นหลี่ว์ต้าซุ่นจะไม่ยอมรับ สู้พูดต่อหน้าทุกคนให้ชัดเจนย่อมดีกว่า…”
เห็นเงาร่างคนค่อย ๆ เข้ามาทีละคน หลินซื่อย่อมไม่คิดที่จะจากไป
นางไม่เก่งเท่าแม่สามีที่สามารถพูดโน้มน้าวเจ้าหน้าที่และผู้อาวุโสได้ด้วยคำพูดเพียงไม่กี่คำ สิ่งเดียวที่นางพอจะใช้ประโยชน์ได้ก็คือหารยืม ‘ปาก’ ของทุกคน
เพียงแต่หลินซื่อลืมไปอย่างหนึ่ง นางทำเช่นนี้ย่อมทำให้เจ้าหน้าที่อับอาย
ช่วงเก็บเกี่ยวฤดูใบไม้ร่วงนั้นเป็นช่วงเวลาที่ยุ่งที่สุด จะมีบ้านไหนที่อยากให้เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นบ้างเล่า?
ผลลัพธ์คือมาอยู่ภายใต้การจัดการของสกุลเขา สกุลหลี่ว์ยังจะพอใจได้อยู่อีกหรือ?
ตำแหน่งเจ้าหน้าที่ทางการนี้ไม่เหมือนกับตำแหน่งผู้อาวุโสที่เป็นการสืบทอดกันรุ่นสู่รุ่น แต่เป็นการที่คนสามคนได้รับการเสนอชื่อขึ้นมา หลังจากนั้นจะถูกเลือกโดยชาวบ้าน
แต่สวรรค์สูงเสียดฟ้าฮ่องเต้อยู่ห่างไกล[1] ที่นี่เป็นพื้นที่ห่างไกล อีกทั้งเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นยังขี้เกียจเกินกว่าจะมาตรวจตราอย่างละเอียด ตราบใดที่ไม่เกิดเรื่องใหญ่อะไรขึ้น โดยพื้นฐานแล้วลูกชายคนโตของเจ้าหน้าที่หลี่ว์จะได้รับสืบทอดตำแหน่งนี้ไป
ยามนี้เป็นช่วงสำคัญที่เจ้าหน้าที่หลี่ว์วางแผนจะผลักดันให้หลี่ว์หวังไฉ ดังนั้นจึงเป็นธรรมดาที่จะไม่อยากให้มีเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้น
“นางไม่ยอมหรือ?!” เจ้าหน้าที่หลี่ว์เดิมทีไม่ได้สนใจอะไรกับเรื่องนี้ เขาสนใจแค่ว่าหญิงผู้นี้เหตุใดจึงไม่ยอมเล่า?
เป็นไปได้หรือไม่ที่นางจะอยากทำให้เรื่องนี้กลายเป็นเรื่องใหญ่?
คิดแล้วก็รู้สึกแย่ขึ้นมาทันที
“เจ้าเกลี้ยกล่อมไม่ได้หรือ? ตอนนี้เป็นช่วงเวลาใด เจ้าโง่ เช่นนี้ยังจะให้นางก่อเรื่องอยู่ข้างนอกอีกหรือ?”
หลี่ว์หวังไฉผู้น่าสงสารถูกพ่อของเขาดุด่าอยู่ครู่หนึ่ง
เขารู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรม ไม่ใช่ว่าเขาไม่พยายามเกลี้ยกล่อม แต่หากคนไม่ฟังแล้วเขาจะทำอย่างไรได้?
เจ้าหน้าที่หลี่ว์ไม่สบอารมณ์ที่หลินซื่อไม่ไว้หน้าเขา
เมื่อได้ยินจากลูกชายว่ามีคนเริ่มมามุงดูแล้ว เขาก็อดไม่ได้ที่จะด่าไปหลายประโยค “พวกเขาว่างมากนักหรือ? ช่วงเก็บเกี่ยวฤดูใบไม้ร่วงยังไม่รีบไปเกี่ยวข้าว แต่กลับวิ่งโร่มาถึงหน้าประตูเรือนข้า ไม่อยากมีข้าวกินใช่หรือไม่?”
ด่าก็ส่วนด่า แต่เมื่อเดินออกมาหน้าประตู กลับต้องระงับความโกรธเอาไว้ก่อน
เมื่อเปิดประตูลานบ้านออกไปก็ไม่เพียงแต่เห็นหลินซื่อคุกเข่าอยู่ที่พื้นเท่านั้น แต่ยังมีพวกชาวบ้านของหมู่บ้านสกุลหลี่ว์มามุงดูอยู่รอบ ๆ ด้วย
“มามุงดูอะไรกัน? ยังไม่รีบไปทำงานอีกรึ?” เจ้าหน้าที่หลี่ว์เห็นว่านอกจากคนที่กำลังทำงานในไร่แล้ว คนส่วนใหญ่ก็ล้วนมามุงดู เขาจึงโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ
“ไอ้หยา วันนี้ร้อนถึงเพียงนี้ จะรีบร้อนไปทำไมเล่าขอรับ? พูดไปแล้วงานนี้ก็ใช่ว่าจะทำเสร็จได้ในวันเดียว” มีคนหนึ่งพึมพำขึ้นมาท่ามกลางฝูงชน
“ใช่แล้ว ไม่ใช่ว่าได้ยินว่ามีคนถูกฆ่าหรือ ทุกคนจึงกังวลกัน ถึงอย่างไรก็เป็นคนหมู่บ้านเดียวกัน”
“ท่านเจ้าหน้าที่ ท่านรีบถามเถอะขอรับว่าหลินต้าเม่ยเป็นอะไร? แล้วตายได้อย่างไร?”
……
เจ้าหน้าที่หลี่ว์มองไปยังหลินซื่อ และถามอย่างเย็นชา “จะไม่เข้าไปในเรือนจริงหรือ?”
หลินซื่อรู้สึกว่าสีหน้าของอีกฝ่ายไม่ถูกต้อง แต่เมื่อนึกถึงแผนการในใจก็กัดฟันพูด “ไม่เข้าเจ้าค่ะ”
“ย่อมได้ เช่นนั้นเจ้าก็คุกเข่าไปแล้วพูดให้ชัดเจนว่าตกลงแล้วเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่ พี่สาวเจ้าแยกทางกับหลี่ว์ต้าซุ่นแล้ว แม้แต่ลูกสาวทั้งสามคนของนางข้าก็จัดการแบ่งเรือนและที่ดินให้ไปอย่างดีที่สุดแล้ว…แม่สามีของเจ้าก็ไม่ได้มายุ่งวุ่นวายอะไรด้วย ตกลงว่าเหตุใดเจ้าถึงได้มาก่อเรื่อง?” ก่อนอื่นเจ้าหน้าที่หลี่ว์ต้องการจะทดสอบว่าเรื่องนี้ตกลงแล้วเป็นความต้องการของนางคนเดียว หรือเป็นความต้องการของสกุลจู
ต้นเหตุต่างกัน วิธีจัดการก็ย่อมต่างกัน
“ข้ารู้เจ้าค่ะ ข้ารู้สึกขอบคุณท่านเจ้าหน้าที่เป็นอย่างยิ่ง คนในหมู่บ้านสกุลหลี่ว์ ผู้อาวุโส และท่านเจ้าหน้าที่ก็ปฏิบัติต่อพี่สาวของข้าด้วยความเมตตา ดูแลอย่างเหมาะสม หากพี่สาวข้าได้ใช้ชีวิตอย่างดี สนับสนุนลูกสาวทั้งสามคนเช่นนั้นก็แล้วไป แต่ว่า…” หลินซื่อพูดไปก็ร้องไห้และดึงหลี่ว์ต้ายา หลี่ว์เอ้อร์ยา และหลี่ว์ซานยามา และขอให้เจ้าหน้าที่หลี่ว์ดูให้ดี ๆ
ดูซิว่าเด็กหญิงทั้งสามคนตอนนี้มีสภาพเป็นอย่างไร?
นี่ยังนับว่าเป็นคนที่ใช้ชีวิตทั่วไปได้อีกหรือ?
เรื่องนี้ก็แล้วไปเถอะ แต่ทำไมหลี่ว์ต้าซุ่นถึงไม่ปล่อยพี่สาวของนางไป แล้วยังอยากจะฆ่าพี่สาวนางให้ตายด้วยเล่า?
“เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าพี่สาวเจ้าตายแล้ว?”
“ฮือฮือฮือ…” หลินซื่อร้องไห้และพูดว่า “ในตอนเช้าตรู่ เด็กหญิงทั้งสามคนนี้มาปรากฏตัวที่หน้าประตูเรือนของครอบครัวข้า บอกว่าพวกนางไม่เห็นแม่ของตัวเอง นอกจากหลี่ว์ต้าซุ่นจะทำร้ายพี่สาวข้าแล้ว ยังจะเป็นใครไปได้อีกหรือเจ้าคะ?”
“ไม่เห็นก็ไม่แน่ว่าจะเกิดเรื่องนี่ อาจเป็นเพราะไม่ได้เจอคนมาพักหนึ่ง คำพูดของเด็กนั้นเจ้าเชื่องั้นหรือ? เจ้าได้ไปหาพี่สาวเจ้าที่บ้านนางหรือยัง?”
“จะไม่เชื่อได้อย่างไรเจ้าคะ? พวกนางเป็นญาติที่เหลืออยู่ของพี่สาวข้า ต้องพึ่งพากันไปตลอดชีวิต หากพี่สาวข้าเป็นอะไรไป คนที่กังวลที่สุดก็ต้องเป็นพวกนางไม่ใช่หรือเจ้าคะ? ถ้าไม่ใช่ว่าหลี่ว์ต้าซุ่นทำอะไรลงไป เด็กหญิงทั้งสามคนนี้จะหนีห่างจากพ่อของพวกนาง วิ่งโร่ไปถึงหมู่บ้านสกุลจูเพื่อไปหาข้าหรือเจ้าคะ? ต้องเป็นเพราะมีเรื่องเกิดขึ้นเป็นแน่…ฮือฮือฮือฮือ ท่านเจ้าหน้าที่ ท่านต้องช่วยพวกนางทั้งสามคนนะเจ้าคะ จะให้พวกนางถูกรังแกอย่างไม่เป็นธรรมไม่ได้นะเจ้าคะ”
“ได้ เช่นนั้นข้าขอถามหน่อย ไม่เห็นคนก็ไม่แน่ว่าจะเกิดเรื่อง คนอาจจะไปเกิดอุบัติเหตุขึ้นพอดีก็เป็นได้” เจ้าหน้าที่หลี่ว์โบกมือให้คนที่อยู่บ้านใกล้เรือนเคียงกับหลินต้าเม่ยออกมา ถามว่าวันนี้ตอนไปทำงานเห็นหลินต้าเม่ยหรือไม่
คนผู้นั้นส่ายหน้า “ไม่ขอรับ เมื่อวานตอนเย็นยังเห็นคน แต่วันนี้ตอนเช้ากลับไม่เห็นแม้แต่เงาขอรับ”
เจ้าหน้าที่หลี่ว์จึงพูดว่า “บางทีอาจจะไปทำงานข้างนอกแล้วไม่มีใครเห็น เช่นนั้นใครช่วยไปดูที่บ้านพวกเขา แล้วค่อยไปดูที่ไร่ที…”
เขาสั่งให้คนที่ดูกระตือรือร้นอยากร่วมวงด้วยที่สุดสองสามคนให้ไปจัดการ
[1] สวรรค์สูงเสียดฟ้าฮ่องเต้อยู่ห่างไกล หมายถึง สถานที่อันห่างไกลที่อำนาจจากศูนย์กลางไปไม่ถึง
………………………………………………………………………………….
M3TWCB3H
เจอโค๊ดแล้วอย่าเพิ่งเมินเฉย โค๊ดนี้สามารถนำมากรอกเพื่อรับเหรียญได้ที่เว็บไซต์ Enjoybook
ไปที่โปรไฟล์ >> รหัสแลกรับ >> ใส่โค๊ดที่ได้ (ตัวพิมพ์ใหญ่)
ลุ้นรับเหรียญสูงสุด 100 เหรียญ ตั้งแต่วันนี้ – 30 ตุลาคม
ด่วน! ใครใช้โค๊ดก่อน ได้เหรียญก่อนนะ