ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 429 ตีให้ตายก็ไม่ยอมรับ
บทที่ 429 ตีให้ตายก็ไม่ยอมรับ
หลี่ว์ต้าซุ่นพูดอย่างไม่แยแส “เมื่อเรือถึงท่าก็จะหาทางเทียบท่าได้เอง[1] เมื่อถึงครานั้นก็ค่อยว่ากันเถอะขอรับ”
เจ้าหน้าที่หลี่ว์พูดไม่ออก “…เจ้ายังมีชีวิตอยู่ได้อีกหรือ? มิน่าเล่าก่อนหน้านี้ที่หลินต้าเม่ยไปบ้านเจ้าเพื่อขออาหารให้ลูกสาวทั้งสามคน แม่เจ้าถึงไม่ยอมแบ่งให้แม้แต่น้อย ไม่ใช่ว่าเจ้าทะเลาะกับคนขึ้นมาหรอกกระมัง?”
พูดมาถึงตรงนี้ เจ้าหน้าที่หลี่ว์ก็ยังไม่ลืม ‘เรื่องสำคัญ’ จึงเริ่มพูดขึ้นมาอย่างเป็นธรรมชาติ
หลี่ว์ต้าซุ่นไม่ได้คิดมาก พลางแย้งว่า “ท่านเจ้าหน้าที่ ไม่ใช่ว่าครอบครัวข้าไม่อยากให้ แต่หญิงผู้นั้นเรียกร้องมากเกินไป ทั้งยังดุร้ายเกินไป อยากได้ถุงใหญ่หน่อย บ้านข้ามีถุงใหญ่ถึงเพียงนั้นที่ไหนกัน? หากบ้านข้ามีหม่าซานเหนียงจะทะเลาะกับข้าจนพาลูกกลับบ้านเดิมไปหรือ?”
ถึงอย่างไรก็เป็นเพียงการอธิบายว่า ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากแบ่งอาหารให้ แต่แท้จริงเป็นเพราะในบ้านลำบากมาก
เขาบอกไปแล้วว่าให้หลินต้าเม่ย ‘อย่าถือสา’ รออีกสองวันหลังจากที่เก็บเกี่ยวฤดูใบไม้ร่วงเสร็จแล้วพอมีกินมีใช้เดี๋ยวจะแบ่งไปให้
“หลินต้าเม่ยยอมหรือ?”
“ก็ไม่ยอมน่ะสิขอรับ ทะเลาะกับข้าอยู่สองประโยค…” หลี่ว์ต้าซุ่นยังคิดว่าหลินต้าเม่ยมาที่นี่แล้วฟ้องเจ้าหน้าที่หลี่ว์ จึงด่าสาดเสียเทเสียไปพลางทำตัวน่าสงสารไปด้วย
ก่อนหน้านี้ยังคิดจะไปเผชิญหน้ากับนาง และให้นางกลับมาเป็นอนุภรรยาของเขา แต่กล้ามาฟ้องเรื่องนี้กับเจ้าหน้าที่หลี่ว์ เช่นนั้นตอนนี้ก็อย่าหวังเลย
เขาโชคดีมากที่ตัวเองยังไม่ได้พูดเรื่องนี้กับหลินต้าเม่ย
“แค่มีปากเสียงกันหรือ? ไม่ได้ลงไม้ลงมือกระมัง?”
ใบหน้าของหลี่ว์ต้าซุ่นแสดงสีหน้าปั้นยาก ทั้งยังชี้ไปที่ใบหน้าของตัวเองที่มีรอยเล็บจาง ๆ อยู่ “ท่านเจ้าหน้าที่ ไม่ใช่ว่าข้าอยากลงไม้ลงมือ แต่เป็นนางที่เริ่มก่อน ข้าเพียงแค่ป้องกันตัวเองเท่านั้น ท่านดูนี่ ผ่านมาตั้งสองสามวันแล้วยังไม่หายเลย…”
เมื่อเขายืดคอขึ้น เจ้าหน้าที่หลี่ว์ก็เห็นรอยเล็บบนคอของเขาที่ยังดูสดใหม่อยู่
“นี่อะไร?” เจ้าหน้าที่หลี่ว์ขยับอยู่ครู่หนึ่ง
“หือ? ตรงไหนขอรับ?”
“ตรงนี้”
หลี่ว์ต้าซุ่นลูบดู ทันใดนั้นก็นึกขึ้นได้ว่าวันนั้นก่อนที่หม่าซานเหนียงจะกลับบ้านเดิมได้ทะเลาะกับเขา และดูเหมือนนางจะเอาเล็บมาข่วนเขาอยู่หลายที นี่น่าจะเป็นรอยแผลที่ได้มาจากตอนนั้น
แต่เขากลอกตาคราหนึ่ง แล้วเอาเรื่องนี้มา ‘ใส่ร้าย’ หลินต้าเม่ย บอกว่าหลินต้าเม่ยเป็นคนทำ
“ไอ้หยา ท่านเจ้าหน้าที่ ข้าไม่อยากพูดถึงเพราะอายที่จะพูด” หลี่ว์ต้าซุ่นยืดคออีกหน่อยแล้วชี้ไปที่รอยเล็บพลางกล่าวว่า “ท่านดูสิว่านางข่วนแรงแค่ไหน หลังของข้าก็โดนแบบนี้…”
ว่าแล้วก็เผยแผ่นหลังที่เปลือยซึ่งปรากฏรอยขีดข่วนทีละเส้น มองดูก็รู้แล้วว่าเป็นผู้หญิงทิ้งรอยไว้
และหญิงผู้นี้ยังเล็บยาวอยู่บ้างอีกด้วย
หลายคนได้ยินก็ล้วนหันมามอง
หลี่ว์ต้าซุ่นหาได้รู้สึกละอายไม่ ทั้งยังเปิดเสื้อเผยให้ทุกคนดูเพื่อแสดงให้เห็นว่าหญิงผู้นี้ ‘ร้ายกาจ’ มากนัก
“ข้ากับนางแยกทางกันแล้ว พวกเจ้าดูสิ นางเป็นแค่ผู้หญิงคนเดียวยังกล้าลงมือหนักถึงเพียงนี้ นางยังเป็นผู้หญิงอยู่อีกหรือ?”
“ก่อนหน้านี้พวกเจ้ายังรู้สึกสงสารนาง ว่าหม่าซานเหนียงไม่ต้องการนาง แต่จะโทษข้าได้อย่างไร? แยกทางกันไปแล้วยังลงมือหนักถึงขั้นนี้ พวกเจ้าลองคิดดูว่าก่อนที่จะแยกทางกัน ข้าล้วนต้องใช้ชีวิตมาอย่างไร?”
“หญิงผู้นั้นดูไปแล้วก็ร้ายกาจมากจริง ๆ …”
เขาพึงพอใจที่สามารถใส่ร้ายหลินต้าเม่ยได้ ราวกับว่าสิ่งนี้จะสามารถลบล้างความผิดที่ติดตัวเขาอยู่ได้
ผู้คนรอบข้างพากันพูดคุย แต่กลับมีเพียงไม่กี่คนที่ตอบกลับเขา
เขาคิดว่าคนอื่นกำลังพูดคุยเรื่องของตัวเองอยู่ แต่กลับไม่รู้ว่าทิศทางความคิดเห็นของคนทั้งหมดเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิงแล้ว
“ดูเอาเถอะ ช่างร้ายกาจนัก เกิดเรื่องนี้ขึ้นก็น่าจะจับไอ้คนโฉดนั่นได้แล้วไม่ใช่หรือ?”
“ไม่ใช่ว่าต้องแก้ตัวอย่างถึงที่สุดจนกว่าจะถูกจับได้หรอกหรือ?!”
“เหอะ เจ้าคิดว่าทะเลาะกันนานเพียงนี้แล้ว ยังหาตัวหลินต้าเม่ยไม่เจอ ไม่ใช่ว่าเกิดเรื่องขึ้นจริง ๆ หรอกหรือ?!”
……
เดิมทีทุกคนคิดว่าเป็นเรื่องปกติที่จะหาหลินต้าเม่ยไม่เจอไปสักพัก
แต่สิ่งที่หลี่ว์ต้าซุ่นพูดทำให้ทุกคนสงสัยขึ้นมา
ไม่มีทางที่จะมีใครไม่รู้ว่าปกติหลี่ว์ต้าซุ่นปฏิบัติต่อหลินต้าเม่ยอย่างไร?
ดีไม่ดี แค่มองแม่และพวกลูก ๆ ที่หิวโซก็รู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น
ยังมีส่วนที่น่าสงสัยอยู่บ้าง
ประการแรกคือเป็นเรื่องจริงหรือไม่ ถึงจะบอกว่าถามหลินต้าเม่ยเดี๋ยวก็รู้ แต่หลี่ว์ต้าซุ่นไม่กลัวว่าจะมี ‘ข้อโต้แย้ง’ เลยแม้แต่น้อย นี่แสดงให้เห็นอะไรเล่า?
ก็แสดงให้เห็นว่าเขารู้ว่าตัวเองสามารถมั่นใจในคำพูดตัวเองได้
ความมั่นใจแบบใดกันที่จะทำให้คนคนหนึ่งเชื่อมั่นได้ถึงเพียงนี้?
ก็คนตายพูดไม่ได้อย่างไรเล่า
ประการที่สอง หลินต้าเม่ยเป็นคนเช่นไร มีคนในหมู่บ้านที่ไม่รู้ด้วยหรือ?
หากนางกล้าหาญถึงเพียงนั้น ถึงขั้นกล้าที่จะ ‘ต่อต้าน’ จริง ๆ ก็คงไม่รอจนถูกหลี่ว์ต้าซุ่นไล่ออกมา แล้วปล่อยให้หม่าซานเหนียงเข้าไปอยู่ในบ้านได้สำเร็จหรอก
ขอเพียงนางร้ายกาจกว่านี้อีกสักหน่อย อย่างน้อยก็คงไม่จบลงด้วยสถานการณ์เช่นนี้
ผู้หญิงแบบนี้ หากเจอเรื่องเช่นนี้จะกล้าทิ้งรอยแผลไว้ให้อีกฝ่ายหรือ?
ยิ่งคิดก็ยิ่งน่าสงสัย
ในใจเจ้าหน้าที่หลี่ว์ก็มีข้อสันนิษฐานอยู่เช่นกัน เขามองไปยังท่าทางของหลี่ว์ต้าซุ่นและเริ่มมีท่าทีเย็นชา
“ท่านเจ้าหน้าที่ ทำไมถึงมองข้าเช่นนั้นเล่าขอรับ?” หลี่ว์ต้าซุ่นพูดอย่างมั่นอกมั่นใจ แต่กลับพบว่าสายตาที่อีกฝ่ายมองมาที่ตัวเองนั้นกลับไม่เป็นดังคาด จึงรู้สึกสับสนมึนงง
“เจ้าพูดมาตามตรงเถอะว่าเจ้าทำอะไรกับหลินต้าเม่ยกันแน่?”
“ข้าจะทำอะไรได้เล่า?” หลี่ว์ต้าซุ่นใจเต้นแรง ต่อให้ถูกตีจนตายก็จะไม่ยอมรับ “ท่านต้องถามว่านางทำอะไรกับข้าถึงจะถูก ตัวข้ามีแผลก็เห็นกันอยู่ เป็นนางที่ลงมืออย่างโหดเหี้ยม ถ้าไม่เชื่อข้าก็เรียกนางออกมา แล้วข้าจะเผชิญหน้ากับนางเอง หากนางกล้าใส่ร้ายข้าเช่นนั้นก็ต้องมีหลักฐานสิขอรับ”
วันนั้นเขากับหลินต้าเม่ยมีปากเสียงกัน แต่ไม่ได้จบลงง่าย ๆ เพียงคำพูดไม่กี่ประโยค
เขาได้รับความคับข้องใจจากหม่าซานเหนียงเป็นอย่างมาก จึงไม่สามารถอดทนต่อไปได้ และพลั้งมือตบหลินต้าเม่ยไปสองสามที
นอกจากนี้ เพราะช่วงนี้หม่าซานเหนียงไม่ยอมให้เขาขึ้นเตียงด้วย เขาจึงรู้สึกอดกลั้นเป็นอย่างมาก เมื่อเห็นหลินต้าเม่ยถูกเขาผลักจนล้มลงกับพื้น เผยให้เห็นเอวขาวละเอียด ในใจก็เกิดความรู้สึกบางอย่าง…
เหอะ! ถึงอย่างไรก็เป็นเมียเขา ก่อนหน้านี้ก็ไม่ใช่ว่าไม่เคยนอนด้วยกันมาก่อน
จึงถอดเสื้อผ้าของนางออก และข่มเหงนาง
เขายังขู่ด้วยว่า “หากเจ้ากล้าร้องเรียกจนคนอื่นรู้ เจ้าก็จะกลายเป็นผู้หญิงที่มั่วผู้ชาย รู้ใช่หรือไม่? หญิงที่ทำผิดประเวณีก็ต้องถูกจับยัดคอกหมูนำไปถ่วงน้ำ!”
หลังจากร่วมหลับนอนแล้ว หลี่ว์ต้าซุ่นก็ยังรู้สึกรังเกียจอยู่บ้าง
“ทั้งตัวมีแต่กระดูก จับไม่ถนัดเหมือนหม่าซานเหนียง คนอายุมากกว่าเจ้ายังถูกเลี้ยงดูมาดีกว่าเจ้า ไม่รู้ว่าเจ้าถูกเลี้ยงดูมาอย่างไร คราแรกที่ข้าเลือกเจ้า ต้องเป็นเพราะถูกใบหน้าของเจ้าล่อลวงเป็นแน่…”
ยังบ่นอีกว่าเห็นใบหน้าของหลินต้าเม่ยในยามนี้ที่เต็มไปด้วยรอยเหี่ยวย่นและริ้วรอย ผิวหนังหยาบกว่าฝ่าเท้า นอกจากเขาแล้วไม่รู้จะยังมีผู้ชายคนไหนหันมาเหลียวแลนางอีก
เจ้าหน้าที่หลี่ว์มองออกในทันทีว่าท่าทีของอีกฝ่ายไม่ถูกต้อง จึงถามอย่างเย็นชาว่า “หลี่ว์ต้าซุ่น ข้าเคยบอกเจ้ากี่ครั้งแล้วว่าให้ซื่อสัตย์และอย่าสร้างปัญหา หากเจ้ายังกล้าสร้างปัญหาในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อเช่นนี้ให้ข้า ข้าก็มีแต่ต้องจัดการเจ้า”
“ท่านเจ้าหน้าที่ทำไมถึงพูดเช่นนั้นเล่าขอรับ?! ข้าไปสร้างปัญหาเมื่อไหร่กัน ข้ายังไม่ได้ทำอะไรเลย…” หลี่ว์ต้าซุ่นคิดว่าหลินต้าเม่ยต้องไม่กล้าพูดเรื่องนี้เป็นแน่
หากพูดไปแล้ว ตัวนางเองจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน
ดังนั้นต่อให้เขาถูกตีจนตายก็จะไม่มีทางยอมรับ สู้ยอมกัดฟันตายเสียดีกว่า
“เจ้าไม่ได้ทำอะไร แล้วเหตุใดผู้หญิงที่แต่งเข้าสกุลจูไปแล้วถึงวิ่งมาร้องเรียนกับข้าเล่า?” เจ้าหน้าที่หลี่ว์ยกมือขึ้น ให้หลินซื่อที่หลบอยู่หลังฝูงชนปรากฏตัวออกมา
[1] เมื่อเรือถึงท่าก็จะหาทางเทียบท่าได้เอง หมายถึง เมื่อถึงเวลา ทุกอย่างก็จะเรียบร้อยเอง