ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 430 หลินต้าเม่ยตายแล้วหรือ?!
บทที่ 430 หลินต้าเม่ยตายแล้วหรือ?!
หลี่ว์ต้ายา หลี่ว์เอ้อร์ยา และหลี่ว์ซานยาหลบอยู่เบื้องหลังหลินซื่อ จับชายเสื้อของนางไว้แน่น แววตาที่มองไปยังหลี่ว์ต้าซุ่นเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
พวกนางได้แต่เดินตามหลินซื่อ ราวกับว่ามีเพียงนางเท่านั้นที่จะสามารถปกป้องพวกนางได้
“หลินเอ้อร์เม่ย เจ้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?!” หลี่ว์ต้าซุ่นมองไปยังหลินซื่อด้วยสีหน้าตกตะลึง “ต้ายา เอ้อร์ยา ซานยา ทำไมพวกเจ้าถึงไปซ่อนตัวอยู่หลังคนอื่นเช่นนั้น? ออกมานี่…”
หลี่ว์ต้ายา หลี่ว์เอ้อร์ยา และหลี่ว์ซานยาส่ายหัว และยิ่งหลบซ่อนตัวเองมากขึ้นไปอีก
หลินซื่อมองไปยังหลี่ว์ต้าซุ่น สีหน้าเต็มไปด้วยความขุ่นเคือง แทบอยากจะฆ่าเขาให้ตาย “หลี่ว์ต้าซุ่น ถ้าวันนี้เจ้าไม่มีคำอธิบายให้ข้า ข้ายอมเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อไม่ให้ครอบครัวเจ้าอยู่เป็นสุข ในเมื่อชีวิตข้าไม่เป็นสุข เจ้าก็อย่าหวังว่าจะอยู่อย่างเป็นสุขเลย”
“อะไรนะ? ข้ากับเจ้าไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกัน แล้วเจ้ามาหาข้าทำไม? ถ้าจะหาก็ไปหาผู้ชายของเจ้านู่น…” การตอบสนองแรกของหลี่ว์ต้าซุ่นคือหลินต้าเม่ยไม่กล้าไปฟ้องเจ้าหน้าที่หลี่ว์ แต่กลับไประบายให้หลินเอ้อร์เม่ยผู้เป็นน้องฟัง
แล้วหลินเอ้อร์เม่ยเป็นใครกันเล่า?
นางเป็นลูกสะใภ้ของหญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์น่าตายผู้นั้น นิสัยก็ย่อมไม่ต่างจากหญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์
หลินต้าเม่ยไม่กล้าสร้างเรื่อง แต่แน่นอนว่าคนเป็นน้องสาวนั้นกล้า
ทันใดนั้นก็รู้สึกปวดหัวขึ้นมา แต่เขาคิดในใจว่า ข้าแค่นอนกับเมียตัวเอง ข้าจะมีความสุขมันก็ไม่ใช่เรื่องของเจ้า!
เขายังกวักมือเรียกให้หลี่ว์ต้ายา หลี่ว์เอ้อร์ยา และหลี่ว์ซานยามาหา
แต่หลี่ว์ต้ายา หลี่ว์เอ้อร์ยา และหลี่ว์ซานยากลับไม่กล้าไป หลี่ว์ต้าซุ่นโกรธมากจนย่างสามขุมไปข้างหน้าเพื่อจะพาเด็กหญิงทั้งสามกลับมา
เขาดึงคนไปต่อว่าไป “พอได้ประโยชน์ทั้งจากคนในคนนอก มาครานี้ใครเป็นคนใน ใครเป็นคนนอกก็แยกไม่ออกแล้วหรือ? ข้าเป็นพ่อของพวกเจ้า พวกเจ้ายังไม่ช่วยพ่อตัวเอง แล้วยังจะไปช่วยคนนอก เชื่อไหมว่าข้าจะตีขาคนสอพลอเช่นพวกเจ้าให้หักเสีย?”
เขาตะโกนไปดึงไป แต่หลี่ว์ต้ายา หลี่ว์เอ้อร์ยา และหลี่ว์ซานยากลับกอดขาหลินซื่อไว้แน่น เด็กตัวน้อยกอดแขนหลินซื่อไว้ ดึงรั้งและตะโกนสุดเสียง “ช่วยด้วยเจ้าค่ะ!”
“ข้าไม่ไป ช่วยด้วย!”
“ข้าไม่อยากไป ข้าไม่อยากไปกับเขา เขาเป็นคนไม่ดี!”
……
หลี่ว์ต้าซุ่นที่ถูกปฏิเสธทั้งหงุดหงิดและอับอาย จึงยกมือข้างหนึ่งขึ้นมา
เพียะ!
ใบหน้าของหลี่ว์ต้ายาปูดนูนขึ้นมา
เจ้าหน้าที่หลี่ว์เห็นก็โกรธเป็นอย่างมาก “นี่มันเรื่องอะไรกัน! ต่อหน้าข้าเจ้ายังกล้าตีคน ลับหลังเจ้าจะไม่กล้าทำยิ่งกว่านี้หรือ?”
จากนั้นก็เรียกให้พวกหลี่ว์วั่งไฉมาแยกตัวหลี่ว์ต้าซุ่น ออกจากพวกหลี่ว์ต้ายา หลี่ว์เอ้อร์ยา และหลี่ว์ซานยา
ในขณะเดียวกันหลี่ว์ต้ายา หลี่ว์เอ้อร์ยา และหลี่ว์ซานยาที่หลบอยู่หลังหลินซื่อก็ถูกคนทำให้ตกใจกลัว
หลินซื่อปลอบใจอยู่ครู่หนึ่ง และหันไปด่าทอว่าหลี่ว์ต้าซุ่นไม่ใช่คน แม้แต่ลูกสาวตัวเองยังรังแกได้ลงคอ
หลี่ว์ต้าซุ่นตะโกนว่า “ข้าจะไปรังแกพวกนางได้อย่างไร? ข้าไปรังแกพวกนางตั้งแต่เมื่อไหร่? ไม่ใช่ว่าเจ้าเป็นคนสอนพวกนางให้ทำเช่นนี้หรือ? ข้ายังไม่ได้ทำอะไรเลย…”
หลินซื่อตะโกนกลับทันที “ถ้าเจ้าไม่ได้ทำอะไร พวกนางจะกลัวจนมีสภาพเช่นนี้หรือ? จะมาบอกว่าข้าเป็นคนสอนพวกนางงั้นหรือ? ข้าจะไปสอนพวกนางตอนไหน? แล้วข้าจะไปสอนพวกนางได้อย่างไร? เด็กน่ะไม่ได้ซับซ้อนอะไรเลย ใครทำดีกับพวกนาง ใครทำชั่วกับพวกนาง ครู่เดียวก็แยกออกแล้ว”
“เจ้าลองดูพวกนางที่กลัวจนมีสภาพเช่นนี้ คิดว่าเป็นเพราะเรื่องที่เกิดขึ้นแค่วันเดียวหรือ?”
พวกผู้หญิงในหมู่บ้านเห็นฉากนี้ก็ตกใจขึ้นมา
พวกนางเพียงแค่ได้ยินมาว่าครอบครัวของหลี่ว์ต้าซุ่นนั้นไม่ได้เรื่อง มักจะไม่ยอมให้อาหารแก่เด็กหญิงทั้งสามคน แต่เด็กหญิงทั้งสามคน ‘กลัว’ พ่อตัวเองถึงเพียงนี้ นี่ไม่เกินไปหน่อยหรือ?
หลี่ว์ต้าซุ่นต้องทำอะไรบางอย่างเป็นแน่ พวกนางถึงได้ตกใจกลัวถึงเพียงนี้?!
เป็นอีกครั้งที่มีคนเริ่มซุบซิบกันขึ้นมา
“พวกเจ้าว่าเรื่องที่หลินซื่อพูดไม่ใช่ว่าเป็นเรื่องจริงหรอกหรือ?! ถ้าไม่เช่นนั้น พวกนางสามคนจะกลัวถึงเพียงนี้หรือ?”
“ไม่ใช่ว่าเจ้าก็เห็นเองกับตาแล้วหรือ?”
“แม้จะไม่เห็น แต่พวกเด็ก ๆ น่ะความรู้สึกไวนัก พวกนางจะต้องแยกดีชั่วออกแน่นอน”
……
ก่อนหน้านี้ยังสงสัยแค่สามส่วน แต่ในยามนี้แทบจะเชื่อสนิทใจแล้ว
ตอนนี้หลี่ว์ต้าซุ่นยังไม่รู้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น
เขาพบว่าตัวเองถูกพวกหลี่ว์วั่งไฉหาเชือกมามัดไว้กับพื้นก็ยังสับสนมึนงง “พวกเจ้าทำอะไรกัน?! พวกนางเป็นลูกสาวข้า ข้าจะทำร้ายลูกสาวตัวเองได้อย่างไร? ปล่อยข้า บอกให้ปล่อยไม่ได้ยินหรือ?”
“เจ้าทำอะไร เจ้าย่อมรู้ดีแก่ใจ” เจ้าหน้าที่หลี่ว์ก้าวมาข้างหน้า จ้องมองไปที่อีกฝ่ายและพูดว่า “หลี่ว์ต้าซุ่น ข้าเตือนเจ้าไปแล้ว เตือนซ้ำแล้วซ้ำเล่าให้เจ้าพูดมาตามจริง แต่เจ้าก็ยังทำเป็นหูทวนลม เจ้าลองมองตัวเองเถอะว่าทำอะไรลงไป!”
“ข้าทำอะไรเล่าขอรับ?”
“เจ้ายังจะกล้าเฉไฉ” ในใจเจ้าหน้าที่หลี่ว์ยังสงสัยไม่น้อย เขาตัดสินใจหลอกล่อหลี่ว์ต้าซุ่น “เจ้าทำอะไรในใจเจ้าก็รู้ดีไม่ใช่หรือ? เจ้าก็เห็นว่าคนทั้งหมู่บ้านวางมือจากงานเก็บเกี่ยวฤดูใบไม้ร่วงที่สำคัญเพื่อมาที่นี่ เพื่ออะไรกันเล่า? ไม่ใช่เพราะเรื่องของเจ้าหรือ เจ้าพูดเองว่าเจ้าเป็นคนซื่อสัตย์ และยังเป็นข้าที่คอยช่วยเก็บกวาดเรื่องของเจ้าไม่ใช่หรือ?”
ในที่สุดหลี่ว์ต้าซุ่นก็ตระหนักได้ว่าคนกลุ่มนี้ไม่ไปเก็บเกี่ยวในช่วงฤดูใบไม้ร่วง แต่ล้วนมาดูเรื่องสนุก และไม่ใช่เรื่องสนุกของใครอื่นแต่เป็นเรื่องของเขาเอง
เขาประหลาดใจอยู่บ้างแต่ไม่ได้เกรงกลัวแม้แต่น้อย เพราะเขาไม่ได้รู้สึกว่าเรื่องที่เขาทำกับหลินต้าเม่ยจะมีปัญหาอะไร
“ท่านเจ้าหน้าที่ หากท่านไม่มีเรื่องอะไรทำไมต้องมาขู่ข้าเล่า? ข้าน่ะไม่กลัวหรอก ข้ากับหลินต้าเม่ยแค่มีเรื่องกันเล็กน้อย ต้องทำให้เป็นเรื่องใหญ่โตถึงเพียงนี้เชียวหรือ?”
เจ้าหน้าที่หลี่ว์ตอบว่า “นั่นก็ขึ้นอยู่กับว่าเป็นเรื่องอะไร ถ้าเป็นเรื่องใหญ่อย่างการฆาตกรรม เจ้าคิดว่าอย่างไรเล่า?”
“อะไรนะขอรับ?!” หลี่ว์ต้าซุ่นตกตะลึง “หลินต้าเม่ยตายแล้วหรือ?! จะเป็นไปได้อย่างไร ข้าเตะนางไปไม่กี่ทีจะทำคนตายได้อย่างไร? เป็นไปไม่ได้…”
เขารีบแก้ตัว บอกว่าเขาไม่ได้ลงมือรุนแรงจนคนตายจริง ๆ
เขาลงมือด้วยความโกรธกับหลินต้าเม่ยอยู่ครู่หนึ่ง แต่ยามที่เขาลงมือ เขาก็ระวังเรื่องแรงของตัวเองอยู่ อย่างมากก็บาดเจ็บเพียงเล็กน้อยและเจ็บปวดอยู่ไม่กี่วัน ไม่ทำให้คนถึงตายหรอก
“เจ้าเตะนางไปไม่กี่ทีหรือ?!” หลินซื่อตะโกนเสียงดังราวกับจับได้แล้ว “พวกเจ้าคืนดีกันแล้ว แล้วเหตุใดเจ้าต้องตีนาง? เจ้ามันสมควรตายพันครั้ง ไม่ว่าพี่สาวข้าจะพูดอะไร ก่อนหน้านี้ก็เคยเป็นเมียเจ้า คลอดลูกให้สกุลหลี่ว์ของพวกเจ้า ถึงจะไม่เห็นแก่ที่นางเพียรทำงานอย่างหนัก แต่เจ้าปฏิบัติกับนางเช่นนี้ได้อย่างไร?!”
“ข้าตีนางแล้วจะทำไม? ใครใช้ให้นางไร้ความสามารถ แม้แต่ลูกชายสักคนยังคลอดออกมาไม่ได้? คลอดลูกชายไม่ได้ถือเป็นความผิดร้ายแรง มีโทษสมควรตาย…” ยังไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่หลินซื่อโกรธแค้น ตัวของหลี่ว์ต้าซุ่นเองก็เต็มไปด้วยความขุ่นเคืองเช่นกัน ถ้าไม่ใช่เพราะหลินต้าเม่ยคลอดลูกชายให้ตนไม่ได้ เขาคงไม่ต้องมาอยู่กับหม่าซานเหนียง และแต่งกับหญิงขี้เกียจอย่างหม่าซานเหนียงเช่นนี้ไม่ใช่หรือ?
ถ้าเขาไม่แต่งหม่าซานเหนียงเข้าบ้าน เขาจะต้องไปทำงานในไร่อย่างยากลำบากเพียงคนเดียวเช่นนี้หรือ?
แล้วเขายังจะต้องอยู่ที่นี่และถูกคนพวกนี้ ‘สอบปากคำ’ อีกหรือ?
เขาตะโกนออกไปว่าข้านอนกับหลินต้าเม่ย และทุบตีนางแล้วจะทำไม?
ชีวิตของเขากลายเป็นเช่นนี้ทั้งหมดก็เพราะหลินต้าเม่ย ถ้านางให้กำเนิดลูกชายสักคนออกมาได้ เรื่องเหล่านี้จะเกิดขึ้นหรือ?
หลินซื่อยังคงทะเลาะกับอีกฝ่าย “พี่สาวข้าคลอดลูกชายไม่ได้ เป็นปัญหาของพี่สาวข้าคนเดียวหรือ? ตัวเจ้าเองก็ไม่ได้หว่านเมล็ด แล้วจะมาโทษพี่สาวข้าหรือ? พวกเราทุกคนล้วนรู้ดีว่าหว่านเมล็ดเช่นไรย่อมได้ผลผลิตเช่นนั้น ตัวเจ้าเองก็หว่านเมล็ดของลูกชายไม่ได้ แล้วจะมาโทษพี่สาวข้าได้หรือ?”