ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 431 ความจริงจะเป็นเช่นไรไม่สำคัญ
บทที่ 431 ความจริงจะเป็นเช่นไรไม่สำคัญ
พี่สาวของนางถูกกล่าวโทษว่า ‘ให้กำเนิดลูกชายไม่ได้’ มาตลอดชีวิต นางยอมไม่ได้ที่ข่าวลือเช่นนี้จะตกมาถึงนาง น้องสาวทั้งสองคนของนาง หรือแม้แต่หลานสาวทั้งสามคนของนาง
ถ้าเป็นเช่นนี้ในอนาคต พวกนางจะใช้ชีวิตต่อไปได้อย่างไร?
ไม่ใช่ว่าแม่สามีทุกคนที่จะเหมือนแม่สามีของนางที่จะให้ ‘ผู้หญิงเหนือกว่าผู้ชาย’
“หา?! เป็นปัญหาของข้าหรือ?!” หลี่ว์ต้าซุ่นร้องไห้ไม่ได้หัวเราะไม่ออก “ถ้าเป็นข้าที่มีปัญหาแล้วหม่าซานเหนียงจะคลอดลูกชายได้หรือ? หม่าซานเหนียงคลอดได้ แต่พี่สาวเจ้าคลอดไม่ได้ เช่นนั้นก็ย่อมเป็นพี่สาวเจ้าที่มีปัญหา”
“เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าหม่าซานเหนียงคลอดลูกของเจ้า? หากเป็นลูกของคนอื่นเล่า?” หลินซื่อไม่ได้ชี้ชัดว่าหมายถึงใคร แต่ทุกคนล้วนรู้ดีว่ายามที่หม่าซานเหนียงและหลี่ว์ต้าซุ่นมีความสัมพันธ์กัน นางยังเป็นภรรยาของหลี่ว์มู่อยู่
ตอนนั้นแม่ของหลี่ว์มู่ก็บอกว่าเด็กคนนั้นไม่แน่ว่าอาจเป็นของครอบครัวพวกเขา เพียงแต่ถูกเสียงที่ดังกว่าของแม่หลี่ว์ต้าซุ่นกลบไป
มายามนี้หลินซื่อยกเรื่องนี้ขึ้นมาก็มีคนฉุกคิดขึ้นมาว่า หากไม่ใช่เล่า ในครานั้นแม่ของหลี่ว์มู่ก็ดูเหมือนจะเคยบอกว่าหม่าซานเหนียงตั้งท้องลูกของสกุลพวกเขา
มีคนมองหน้ากันด้วยความตกใจ และเริ่มสงสัยว่าตกลงแล้วหม่าซานเหนียงให้กำเนิดลูกชายของหลี่ว์ต้าซุ่นหรือหลี่ว์มู่กันแน่?
“นี่ไม่บังเอิญเกินไปหรือ? หลินต้าเม่ยให้กำเนิดลูกตั้งหลายคน แต่ไม่เคยให้กำเนิดลูกชาย แต่ทำไมพอเป็นหม่าซานเหนียงกลับให้กำเนิดลูกชายได้ในทันทีเล่า?”
“เรื่องนี้พูดยากจริง ๆ”
……
แต่หลี่ว์ต้าซุ่นยอมรับความจริงนี้ได้ที่ไหน เขาโกรธเป็นอย่างมาก “พูดจาไร้สาระ หม่าซานเหนียงตั้งท้องลูกของข้า เด็กที่เป็นเชื้อสายตัวเอง ข้าจะดูไม่ออกได้อย่างไร? แม้จะกลายเป็นขี้เถ้าก็ดูออก”
ในยุคนี้ถ้าผู้ชายถูกสงสัยว่าให้กำเนิดลูกชายไม่ได้ เช่นนั้นถือว่าเป็นการโยนศักดิ์ศรีของเขาลงพื้นและเหยียบย่ำโดยแท้
ถ้าไม่ใช่เพราะถูกคนดึงรั้งไว้ เขาก็แทบจะวิ่งออกไปฉีกหลินซื่อเป็นชิ้น ๆ
เสียงดังถึงเพียงนี้ ทำให้หัวของเจ้าหน้าที่หลี่ว์ปวดร้าวไปหมด
“จะทะเลาะกันทำไม? จะต่อปากต่อคำกันไปเพื่ออะไร? ตกลงว่าหลินต้าเม่ยอยู่ที่ใด ยังต้องการหาอยู่หรือไม่?”
สิ้นเสียงนั้น หลินซื่อก็หยุดพูดไปทันที
หลี่ว์ต้าซุ่นพูดว่า “หาเลยขอรับ หาให้เจอแล้วถามให้ชัดเจนไปเลยว่าตกลงแล้วเป็นนางที่คลอดลูกชายไม่ได้ หรือเป็นข้าที่ให้กำเนิดลูกชายไม่ได้ ถ้านางมีความสามารถ ก็คลอดลูกชายให้ข้าเห็นสักคนสิ”
“หลินต้าเม่ยตายแล้ว” เจ้าหน้าที่หลี่ว์มองอีกฝ่ายแล้วกล่าวออกมา “ข้าจะไปหานางได้ที่ไหน?”
“ไม่ใช่กระมัง ตายจริงหรือขอรับ? ท่านเจ้าหน้าที่ ข้าขอพูดให้ชัดเจน ข้าแค่เตะนางไม่กี่ที เป็นไปไม่ได้ที่คนจะตาย…”
“ถ้าเตะคนไม่ตาย แล้วคนไปอยู่ที่ไหนเล่า?”
“ข้าจะไปรู้ได้อย่างไรขอรับ? ข้าถูกใส่ความ” หลี่ว์ต้าซุ่นพูด “ถ้าข้าเตะคนตายจริงก็สมควรตายแล้ว แต่หลังจากนั้นสองวันไม่ใช่ว่านางก็ยังสบายดีหรือ?”
เขารีบเรียกเพื่อนบ้านของหลินต้าเม่ย ถามว่าสองวันมานี้พวกเขาเห็นนางหรือไม่
เมื่อสองวันก่อนยังมีคนเห็นนางอยู่จริง ๆ เมื่อวานนี้ก็เห็นเช่นกัน แต่หลังจากเมื่อคืนก็ไม่มีใครเห็นนางอีก
หลินซื่อยังคงยืนยันหนักแน่นว่าหลี่ว์ต้าซุ่นฆ่านางไปแล้ว ไม่เช่นนั้นหลินต้าเม่ยจะหายตัวไปได้อย่างไร
แต่หลี่ว์ต้าซุ่นก็ปฏิเสธข้อกล่าวหา เขาทุบตีหลินต้าเม่ยและหลับนอนกับนาง วิธีการของเขารุนแรงไปหน่อย แต่ในยามที่เขาเดินจากมาคนก็ยังมีชีวิตอยู่
เพราะช่วงเวลาไม่ถูกต้อง การสืบสวนจึงถึงทางตัน
อีกด้านหนึ่ง แม่ของหลี่ว์ต้าซุ่นไม่สามารถ ‘รีรอ’ ได้อีกต่อไป เมื่อได้ยินเรื่องราวก็รีบวิ่งมาที่นี่ทันที
เมื่อมาถึง นางก็กระชากผมของหลินซื่อ “เจ้ามันสมควรตายพันครั้ง พี่สาวเจ้าหายตัวไปแล้วเกี่ยวอะไรกับลูกชายข้า? ไม่แน่ว่าตัวนางเองอาจจะหนีไปกับชายอื่นแล้วมันเกี่ยวอันใดกับลูกชายข้า? กล้าใส่ร้ายลูกข้ารึ ข้าจะตีเจ้าให้ตาย”
“ข้าไปใส่ร้ายลูกชายเจ้าเมื่อไหร่กัน? เจ้าเอาตาไปไว้ที่ไหน? พี่สาวข้าหายตัวไป ไม่ใช่หลี่ว์ต้าซุ่นฆ่าแล้วจะเป็นใครไปได้อีก?” หลินซื่อหลบเลี่ยงไม่ทัน ได้แต่ปกป้องพวกหลี่ว์ต้ายา หลี่ว์เอ้อร์ยา และหลี่ว์ซานยาไปด้วย และกัดฟันสู้กับแม่ของหลี่ว์ต้าซุ่นไปด้วย
อย่ามองว่าหญิงเฒ่าผู้นี้อายุมากแล้ว นางมีประสบการณ์ในการตบตีมามากมาย ทั้งยังถนัดในการเล่นอุบายสกปรกเป็นพิเศษ ทั้งหมดนี้ไม่ใช่สิ่งที่หลินซื่อจะรับมือได้
“โอ๊ย…” หลินซื่อร้องด้วยความเจ็บปวดอยู่หลายครั้ง
ก่อนหน้านี้เห็นแม่สามีจัดการกับคนอื่นได้อย่างง่ายดาย คิดไม่ถึงว่าพอเป็นตัวเองถึงได้รู้ว่าเรื่องนี้ยากเพียงใด
เจ้าหน้าที่หลี่ว์ก็หวังให้ทั้งสองฝ่ายเสียหายกันทั้งคู่ ปล่อยให้พวกนางทะเลาะกันอยู่ครู่หนึ่งถึงเรียกคนมาแยกพวกนางออกจากกัน
ในยามนี้ผมเผ้าและเสื้อผ้าของหลินซื่อล้วนถูกกระชากจนยุ่งเหยิงไปหมด และกำลังตกที่นั่งลำบาก
นางจ้องมองแม่ของหลี่ว์ต้าซุ่นด้วยความโกรธแค้น แทบอยากจะฆ่าให้ตาย “ข้าจะบอกเจ้าให้ยายแก่ต่ำช้า ข้าไม่กลัวเจ้าหรอก ข้ามีชีวิตเดียวอย่างมากก็แค่สู้ตายกับพวกเจ้า หากพวกเจ้ายังไม่คืนพี่สาวข้ามา ข้าจะไม่ยอมจบเรื่องนี้แน่!”
“ข้าก็มีชีวิตเดียว ชีวิตแม่เฒ่าใช้มาเกือบทั้งชีวิตก็พอแล้ว ถ้าอยากสู้ตาย ข้าก็ไม่กลัวเจ้าหรอก!” แม่ของหลี่ว์ต้าซุ่นตะคอกกลับไป “ถ้าใครกล้าแตะต้องลูกชายข้า แม่เฒ่าคนนี้จะฆ่ามันให้ตาย อย่างมากก็แค่หนึ่งชีวิตแลกหนึ่งชีวิต”
“หนึ่งชีวิตแลกหนึ่งชีวิตไม่ใช่ว่าเหลวไหลรึ? ตอนนี้ยังหาหลินต้าเม่ยไม่พบ พวกเจ้ายังจะมาพูดอะไรอีก? แค่หนึ่งชีวิตยังไม่พอ ยังคิดจะเอามากกว่านี้อีกหรือ?” เจ้าหน้าที่หลี่ว์เห็นว่าเรื่องเริ่มบานปลายแล้วจึงปรามพวกนางทั้งสองคนในทันที
ถึงอย่างไรวันนี้เขาก็อารมณ์ไม่ดี ใครก็ล้วนมายั่วโมโหเขาไม่ได้
เมื่อเห็นว่าเรื่องมาถึงทางตัน เขาก็ไม่รู้จะจัดการอย่างไรไปชั่วขณะหนึ่ง ทำได้เพียงส่งคนไปเชิญผู้อาวุโสหลี่ว์มา
เขายังนึกด่าในใจ เจ้าเฒ่าไร้ศีลธรรมนี่รู้จักหลบเลี่ยง(เรื่องยุ่ง)ดีนัก ไม่มีใครเชิญเขาก็ไม่คิดจะปรากฏตัวสร้างภาพอะไรเลยหรือ?
แม้ว่าทั้งสองคนจะพูดคุยเรื่องต่าง ๆ ภายในหมู่บ้าน แต่ก็มีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ ไม่ได้สมัครสมานสามัคคีกันอย่างที่คนภายนอกเห็น
ไม่มีใครอยากจะมีชนักติดหลังตลอดเวลา และไม่มีใครอยากเสียผลประโยชน์ในมือ นี่คือพื้นเพของมนุษย์
ผู้อาวุโสหลี่ว์มาถึงก็ปรึกษาหารือกับเจ้าหน้าที่หลี่ว์ครู่หนึ่ง “เรื่องนี้เกรงว่าจะไม่สามารถจัดการได้ในเวลาอันสั้น ตอนนี้เป็นช่วงเก็บเกี่ยวฤดูใบไม้ร่วง ยุ่งกันจะแย่อยู่แล้ว ไม่เช่นนั้นก็ทำเช่นนี้เถอะ ก่อนอื่นถามหลินเอ้อร์เม่ยว่าต้องการอะไร แล้วก็ปลอบขวัญนางไปเสีย รอให้ผ่านช่วงเก็บเกี่ยวฤดูใบไม้ร่วงไปแล้วหลังจากนั้นค่อยว่ากันอีกที”
“ข้าก็คิดเช่นนั้น แล้วคนผู้นี้ตกลงว่าพวกเรายังต้องหาคนอยู่หรือไม่? ถ้าไม่หาคนตอนนี้แล้วรอให้ผ่านช่วงเก็บเกี่ยวฤดูใบไม้ร่วงไปก่อน เกรงว่าคงหาได้ยากแล้ว” เจ้าหน้าที่หลี่ว์กล่าว
ผู้อาวุโสหลี่ว์ถามว่า “เช่นนั้นเจ้าอยากหาหรือไม่อยากหาเล่า?”
“หมายความว่าอย่างไร?”
“ยามนี้สถานการณ์ของหลินต้าเม่ยเป็นเช่นไรพวกเราก็ไม่รู้ แต่ก็แบ่งได้เป็นสองกรณี หนึ่งคือยังมีชีวิตอยู่ แต่หาคนไม่พบ ไม่รู้ว่านางไปไหน? หรือมีคนอื่นเอานางไปซ่อน หรืออาจจะเป็นนางเองที่ไปซ่อนตัวอยู่ไม่อยากให้พวกเราหาเจอ ถ้าเป็นในกรณีนี้จริงก็เป็นเรื่องธรรมดาที่จะหาคนไม่พบ”
“แล้วอีกกรณีเล่า?”
“อีกกรณีหนึ่ง” ผู้อาวุโสหลี่ว์หรี่ตาลงเล็กน้อยและพูดว่า “นั่นคือคนผู้นั้นตายไปแล้ว อาจเป็นหลี่ว์ต้าซุ่นฆ่าหรืออาจเป็นคนอื่น ไม่ว่าจะอย่างไหน เจ้าจะอยากให้มีคดีฆาตกรรมเกิดขึ้นในหมู่บ้านสกุลหลี่ว์หรือ?”
เจ้าหน้าที่หลี่ว์ชะงักไปครู่หนึ่ง
“เรื่องระหว่างหลี่ว์ต้าซุ่นกับหม่าซานเหนียงก่อนหน้านี้ก็ทำให้ชื่อเสียงของหมู่บ้านสกุลหลี่ว์เสื่อมเสียไปแล้ว หากเรื่องนี้ยังดำเนินต่อไปอีก ในอนาคตจะยังมีใครกล้าแต่งงานกับผู้หญิงของหมู่บ้านสกุลหลี่ว์อีกเล่า?” เมื่อพูดถึงเรื่องในอนาคต ผู้อาวุโสก็กล่าวอย่างมีความนัย “ดังนั้น ความจริงจะเป็นเช่นไรไม่สำคัญ ที่สำคัญคือจะทำอย่างไรให้เรื่องนี้ผ่านไปอย่างราบรื่น”