ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 432 วางแผนการล่วงหน้า
บทที่ 432 วางแผนการล่วงหน้า
เจ้าหน้าที่หลี่ว์ไม่ได้พูดอะไรอีก เพราะเขาพบว่าสิ่งที่ผู้อาวุโสหลี่ว์พูดมานั้นถูกต้อง
เรื่องนี้ก็เป็นเช่นนี้ หากยังสร้างปัญหาต่อไปย่อมไม่เป็นผลดีต่อใคร ไม่สู้…
ห่างออกไปไม่กี่ลี้ที่หมู่บ้านสกุลจู
หลังจากที่หลินซื่อพาเด็กหญิงทั้งสามคนออกไปแล้ว ในใจของจูปาเม่ยก็รู้สึกราวกับมีแมวข่วน คิดอยากจะไปคุยกับพี่ชายของนาง แต่น่าเสียดายที่จูอู่ไปทำไร่กับทุกคน จึงไม่สามารถกลับมาก่อนเที่ยงได้
เมื่อถึงเที่ยงก็เห็นเงาคนที่กำลังมากินข้าว
นางรั้งรอมาตลอดทั้งเช้า ในที่สุดก็มีโอกาส ดังนั้นจึงเรียกจูอู่ไว้
“พี่ห้า เรื่องที่ท่านขอให้ทำ ข้าก็จัดการให้แล้ว ท่านบอกข้ามาได้แล้วว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น?” จูปาเม่ยคว้าจูอู่ไว้ไม่ให้วิ่งหนี
จูอู่สะบัดมือออก “เจ้าทำอะไร? โตเป็นสาวแล้วยังจะมาฉุดกระชากลากจูงเช่นนี้ ถ้าคนอื่นมาเห็นเข้าจะเป็นอย่างไร?”
จูปาเม่ยหน้าบึ้งตึงอย่างไม่พอใจ “ที่นี่ไม่มีคนนอกเสียหน่อย อีกอย่างท่านเป็นพี่ชายข้า ข้าจะดึงท่านแล้วอย่างไร? ข้าจะดึงตัวพี่ชายตัวเองไม่ได้เลยหรือ?”
“ชายหญิงล้วนแตกต่าง แม้ว่าพวกเราจะเป็นพี่น้องกัน แต่ปกติแล้วท่านแม่สอนเจ้าว่าอย่างไรเล่า” จูอู่จิ้มหน้าผากนางและพูดว่า “สมองเจ้าทำไมถึงจำอะไรได้ไม่นานนักนะ จำใส่ใจไว้บ้างหรือไม่ ท่านแม่สอนสิ่งเหล่านั้นให้เจ้าแล้ว คิดว่าหญิงคนอื่นจะได้เรียนรู้เช่นเจ้าหรือ? ข้าจะบอกเจ้าให้ นี่เป็นสิ่งที่คนอื่นอิจฉาเจ้ามานานแล้ว…”
จูปาเม่ยพึมพำ “ข้ารู้ทั้งการทำชาด วิธีย้อมผ้า และการเย็บปักถักร้อย ที่เป็นอยู่ตอนนี้มีหลายคนในหมู่บ้านที่อิจฉาข้า ปกติยามที่ข้าออกไปข้างนอกก็มีคนมากมายรายล้อมตัวข้าและถามเรื่องต่าง ๆ กับข้า”
“เรื่องของครอบครัวเรา เจ้าอย่าได้เอาไปพูดข้างนอกสุ่มสี่สุ่มห้า หลายสิ่งที่ท่านแม่สอนไม่อาจนำไปแพร่งพรายให้คนภายนอกรับรู้ได้” สีหน้าจูอู่ดูระแวดระวัง เกรงว่าน้องสาวผู้เอาแต่ใจคนนี้จะสับสนไม่เข้าใจ
ก่อนหน้านี้เป็นคนที่ไม่มีหัวคิดคนหนึ่ง ซึ่งทึ่มยิ่งกว่าเจ้าเจ็ด หากคนอื่นล่อลวงด้วยคำพูดไม่กี่คำก็อาจคายผลประโยชน์ไปให้คนอื่นเสียหมด
หากไม่ใช่เพราะการสั่งสอนของท่านแม่ในช่วงนี้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ จูอู่คงไม่คิดจะมาพูดคุยกับน้องสาวคนนี้
“ข้ารู้ ข้าก็ไม่ได้โง่ ไม่เพียงแต่ไม่พูดเรื่องที่ท่านแม่สอน แต่เรื่องในครอบครัวก็ไม่อาจเอาไปพูดนอกบ้าน พี่สะใภ้สี่บอกข้าแล้ว…” จูปาเม่ยบอกว่าหลี่ซื่อมักจะสอนเรื่องเหล่านี้ให้นางเป็นการส่วนตัว
หลิ่วซื่อเป็นคนซื่อตรง หลิวซื่อเป็นคนใจแคบ หลินซื่อก็เด็กเกินไป มีแค่หลี่ซื่อที่ฉลาดหน่อย เพื่อรักษาหน้าตาของเย่อวี๋หราน อีกฝ่ายจึงมักสอนสิ่งต่าง ๆ ให้จูปาเม่ยอยู่ไม่น้อย
สิ่งที่นางสอนส่วนใหญ่คือสิ่งที่แม่หลี่ของนางสอนหลี่ซื่อมา ‘เรื่องไม่น่าดูในครอบครัว’ ไม่อาจแพร่งพรายให้คนนอกรู้ ส่วน ‘เรื่องดี ๆ’ ในครอบครัวก็ไม่อาจนำไปพูดให้คนนอกรู้อย่างสุ่มสี่สุ่มห้า
เรื่องไม่น่าดูของครอบครัวอาจทำลายหน้าตาของสกุลได้ แต่ ‘เรื่องดี ๆ’ จะทำให้คนอื่นอิจฉา และนำปัญหามาให้ครอบครัวได้
ดังนั้นการ ‘เงียบไว้’ จึงถือเป็นสิ่งวิเศษที่สุดที่จะช่วยรักษาชีวิตที่มั่นคงไว้ได้
จูอู่ได้ยินก็ขมวดคิ้ว “ไม่เลว ดูเหมือนพี่สะใภ้สี่จะสอนเจ้ามาไม่น้อย จะเรียนรู้กับพี่สะใภ้สี่มากหน่อยก็ไม่เป็นไร ในบรรดาพวกพี่สะใภ้ของเจ้า พี่สะใภ้สี่เป็นคนที่ค่อนข้างฉลาด รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร และสามารถจับประเด็นสำคัญได้ ไม่เหมือนคนอื่นที่ทึ่มไม่มีเล่ห์เหลี่ยม หรือไม่ก็เงอะงะไม่รู้เรื่องรู้ราว คว้าจับแต่สิ่งที่ไม่สลักสำคัญอยู่ตลอด…”
“ข้ารู้ ท่านแม่ยังชื่นชมพี่สะใภ้สี่ว่าทำเรื่องต่าง ๆ ได้ดี ในยามที่ข้าไม่มีอะไรทำก็ให้ไปเรียนรู้กับพี่สะใภ้สี่ให้มากหน่อย” จูปาเม่ยพยักหน้า “ปกติข้าก็ชอบอยู่กับพี่สะใภ้สี่มากที่สุดอยู่แล้ว แต่พี่ห้า ท่านอย่าพยายามเปลี่ยนเรื่อง ท่านให้ข้าใช้ให้หลินซื่อเม่ยไปส่งต่อคำพูด ให้นางไปสอน
‘ความคิด’ ให้พี่สะใภ้ห้า ข้าก็ทำให้แล้ว ท่านพูดว่าหากทำสำเร็จท่านจะบอกข้าว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น”
จูอู่รีบให้นางลดเสียงลงหน่อย ก่อนจะมองไปรอบ ๆ และพูดว่า “ชู่ เรื่องนี้เจ้าอย่าเอามาพูดข้างนอกสุ่มสี่สุ่มห้าหากไม่อยากให้เป็นเรื่อง”
“อย่ากังวลเลย ข้าปากหนักมาก ข้าแค่อยากรู้ที่มาที่ไปของเรื่องนี้ จะได้ไม่มาสับสนในภายหลัง และจะได้ไม่ถูกเอาเปรียบเช่นนี้ด้วย” จูปาเม่ยทำตามท่าทีของเขา กดเสียงลงต่ำ
จูอู่เห็นว่าน้องสาว ‘เรียนรู้ได้ดี’ เช่นนี้ เรื่องนี้จูปาเม่ยมีส่วนในการ ‘สร้างเส้นสาย’ และ ‘ส่งข่าว’ จึงเลือกสิ่งที่สามารถพูดได้บอกนางไป
และยังให้นางวิเคราะห์ว่าทำไมต้องทำเช่นนี้ ภายหลังเมื่อนางเป็นภรรยา เป็นลูกสะใภ้ เป็นแม่สามี ก็จะสามารถมองปัญหาจากมุมมองต่าง ๆ และรู้ว่าควรจัดการอย่างไร
ดวงตาของจูปาเม่ยเบิกกว้างอย่างไม่อยากจะเชื่อ “สวรรค์ มีเรื่องราวมากมายถึงเพียงนี้เชียวหรือ?! ข้ายังคิดไปว่าพี่สะใภ้ห้าถูกทอดทิ้งเสียแล้ว…”
แต่ดูเหมือนจะไม่ได้เป็นเช่นนั้น
ไม่ว่าจะเป็นท่านแม่หรือพี่ห้าก็ล้วนวางแผน ‘ฝึกฝน’ พี่สะใภ้ห้า
เพียงแต่พี่สะใภ้ห้าทึ่มไปเสียหน่อยจึงอาจจะไม่รู้
อา ใช่แล้ว ไม่ใช่เพียงพี่สะใภ้ห้าเท่านั้น แต่ยังเป็นการ ‘เคาะ’ เตือนสะใภ้คนอื่น ๆ อีกด้วย บอกว่าสิ่งไหนที่พวกนางทำได้ และสิ่งไหนที่พวกนางทำไม่ได้
“ยามนั้นเมื่อข้าเห็นสีหน้าของท่านแม่ ข้ากลัวมาก คิดว่าท่านแม่จะให้พี่สะใภ้ห้าหย่าเสียแล้ว” จูปาเม่ยอดไม่ได้ที่จะมองไปรอบตัวและกระซิบเสียงเบา “ข้ายังเห็นว่าท่านเหยียบย่ำพี่สะใภ้ห้า จึงคิดไปว่าท่านแอบจัดการกับพี่สะใภ้ห้าหรือไม่”
แอบเปิดเผยว่า ความจริงแล้วนางสังเกตเห็นว่าจูอู่แอบลงมือกับพี่สะใภ้ห้า
ไม่ใช่แค่นางเท่านั้น คาดว่าหลินซานเม่ยและหลินซื่อเม่ยก็ล้วนรู้เรื่องนี้ แต่ทั้งสองคนก็เก็บเงียบไม่พูดไม่จา
จูอู่รู้ว่าเรือนของครอบครัวตนนั้นมีขนาดเล็ก อีกทั้งผนังกั้นก็บาง ดังนั้นหากมีการเคลื่อนไหวใดในห้องข้าง ๆ ก็ล้วนได้ยิน แต่เขาคาดไม่ถึงว่าจูปาเม่ยซึ่งเป็นหญิงที่ยังไม่แต่งงานจะสังเกตเห็น
เขาหัวเราะเล็กน้อย “เจ้าสังเกตได้ดี เป็นท่านแม่ที่ให้การบ้านเจ้าหรือ? ก่อนหน้านี้ไม่เห็นเจ้าจะรู้จักคิดอย่างละเอียดรอบคอบ”
จูปาเม่ยแลบลิ้น “ท่านแม่บอกว่าข้าต้องเรียนรู้วิธีเข้ากับแม่สามี และกับสะใภ้คนอื่นให้ได้ ข้าอยากจะเรียนรู้เมื่อยามที่ไม่มีอะไรต้องทำ จึงให้ข้าไปสังเกตดูระหว่างพวกท่านพี่ชายและพี่สะใภ้ว่าเป็นอย่างไร”
“ท่านแม่ไม่ได้ช่วยเจ้าวิเคราะห์ว่ามีตรงไหนที่พวกเราทำไม่ถูกหรือ?” จูอู่ไม่เชื่อ คิดว่าด้วยนิสัยของแม่เขาจะไม่สอนให้จูปาเม่ยมีความ ‘ฉลาดเฉลียว’ เลยหรือ?
ท่านแม่มีทัศนคติต่างจากแม่สามีทั่วไป
ในฐานะแม่สามี นางย่อมไม่ต้องการให้ลูกชายตัวเองเสียเปรียบ ลูกสะใภ้ซื่อสัตย์สักหน่อยย่อมดีที่สุด แต่ในฐานะแม่ก็ย่อมไม่อยากให้ลูกสาวต้องเสียเปรียบ และหวังว่าจะมีลูกเขยที่ ‘ซื่อสัตย์’ สักหน่อย
จูปาเม่ยไม่กล้าพูดว่า ‘ไม่ใช่ แม่ให้ข้าดูเอาเอง คิดเอาเอง แต่ไม่ได้บอกกับข้า ท่านแม่บอกว่าแต่ละคนล้วนแตกต่างกัน นางไม่แน่ใจว่ามันจะเหมาะกับข้า ต้องให้ข้าค่อย ๆ คิดด้วยตัวเอง คิดไตร่ตรองทีละนิด…‘
จูอู่รู้ความแตกต่างระหว่างการเลี้ยงดูลูกชายและลูกสาว เขามีความคิดบางอย่างอยู่ในใจแต่กลับไม่ได้โพล่งออกมา ยังคงพูดเรื่องหลินซื่อต่อไป
เขาเดาว่าการที่หลินซื่อกลับไปที่หมู่บ้านสกุลหลี่ว์จะต้องไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างแน่นอน
ดูเอาเถอะ ไป ‘ก่อเรื่อง’ อยู่พักหนึ่งก็หายไปเลย
แต่จูอู่ไม่ได้หวังว่าตระกูลหลินจะทำอะไร ตราบใดที่เรื่องนี้แพร่งพรายออกไปเช่นนั้นก็พอแล้ว ถึงครานั้นทุกคนก็จะรู้กันหมดว่าการหายตัวไปของหลินต้าเม่ยไม่เกี่ยวข้องกับสกุลจู นอกจากนี้ยังเป็นการปูทางให้สกุลจูได้ ‘รับเลี้ยง’ หลี่ว์ต้ายา หลี่ว์เอ้อร์ยา และหลี่ว์ซานยาในอนาคตอีกด้วย