ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 441 เยี่ยมเยือนพี่เป้า
บทที่ 441 เยี่ยมเยือนพี่เป้า
เย่อวี๋หรานกล้าพูดเช่นนี้ นอกจากจะเป็นเพราะเก็บเมล็ดไว้เพาะพันธุ์จำนวนมากแล้ว อีกเหตุผลก็คือ พริกไม่สามารถนำมากินต่างข้าว มื้อหนึ่งเพียงใช้ปรุงรสอาหารไม่กี่อย่าง ถ้าปลูกได้ปริมาณมากย่อมนำมารับประทานได้โดยไม่มีปัญหา
นอกจากนี้ เย่อวี๋หรานเองก็อยากกินด้วยเช่นกัน แทบอยากนำมารับประทานตั้งแต่ต้นปีถึงท้ายปีเสียด้วยซ้ำ
เรื่องพริกดำเนินการไปได้ครึ่งหนึ่งแล้ว นางค่อยสงบใจได้บ้าง เมื่อจูซานกลับมาเอาเสบียง นางจึงตามเขากลับเข้าตำบลไปด้วย
“เจ้ากลับไปที่สำนักศึกษาก่อนเถอะ ข้าจะไปเยี่ยมพี่เป้าสักหน่อย” เมื่อมาถึงตำบล เย่อวี๋หรานก็ให้จูซานล่วงหน้าไปก่อน ส่วนตนเองแยกไปอีกทาง
จูซานทราบว่าเย่อวี๋หรานรู้ที่อยู่ของพี่เป้าจึงผงกศีรษะ “ขอรับ ข้าจะล่วงหน้าเอาของไปเก็บที่สำนักศึกษาก่อน แล้วค่อยออกมารับท่านแม่”
“ไม่ต้องหรอก ข้าจำทางได้ เดี๋ยวกลับมาเอง” นานทีจึงจะได้เข้าตำบลมาสักครั้ง เย่อวี๋หรานจึงอยากไปเดินเล่นที่สำนักศึกษาสักรอบ
จูซานเห็นเย่อวี๋หรานยืนกรานเช่นนั้นจึงปล่อยเลยตามเลย
เย่อวี๋หรานหิ้วตะกร้าตรงไปยังเรือนพี่เป้า
ในฐานะหัวหน้ากลุ่มอันธพาล ทั้งยังเป็นผู้มีอิทธิพลแห่งท้องถนน เรือนของพี่เป้ากลับไม่ได้โอ่อ่าหรูหราอย่างที่ใคร ๆ คิด แต่เป็นเพียงเรือนหลังเล็กที่แสนธรรมดาหลังหนึ่ง
บริเวณหน้าเรือนมีไว้รับรองแขกเหรื่อ ท้ายเรือนบุกเบิกที่ดินผืนน้อยเอาไว้ปลูกผักสำหรับรับประทานในชีวิตประจำวัน
แปลงผักนี้ย่อมไม่ใช่ความคิดของพี่เป้า แต่เพราะเขารับบุตรบุญธรรมหลายคน ตนเองก็ยุ่งจนไม่อาจปลีกเวลามาได้ จึงเชิญแม่เฒ่าจากเรือนข้างเคียงมาช่วยดูแล แม่เฒ่าผู้นี้เป็นคนขยัน รับปากคำเดียวก็ช่วยจัดการให้แล้ว
นอกจากจะทำอาหารให้พวกพี่เป้ากิน บางครั้งแม่เฒ่าก็จะเก็บผักจากในแปลงกลับไปทำอาหารให้คนที่บ้านกินด้วยเช่นกัน
ตอนที่เย่อวี๋หรานมาเคาะประตู แม่เฒ่ากำลังดูแลความเรียบร้อยภายในเรือน ขณะที่เสี่ยวฝูจื่อกำลังเล่นม้าไม้อยู่ในลานเรือน
ม้าไม้นี้ เย่อวี๋หรานสั่งทำกับช่างไม้ไฉแล้วส่งมาให้ทางนี้โดยเฉพาะ
“ท่านย่า?!” เสี่ยวฝูจื่อเห็นว่าเป็นนางก็รุดออกมาต้อนรับอย่างดีอกดีใจ “ฮ่า ๆๆ…ท่านย่า ท่านมาได้อย่างไรขอรับ? ข้าดีใจจริง ๆ ท่านไม่ได้มาหาข้านานแล้ว”
เย่อวี๋หรานมองปราดเดียวก็เห็นว่าบนพื้นยังมีของเล่นที่ทำจากไม้ อย่างเช่นกระบี่ไม้ และตุ๊กตารูปสัตว์ที่ทำจากไม้ ซึ่งนางไหว้วานให้จูซานนำมาส่งให้ วางกันอยู่กลาดเกลื่อน
สีสันและลวดลายบนนั้นเป็นอนุสรณ์จากการฝึกฝีมือของจูปาเม่ย หลินซานเม่ย และหลินซื่อเม่ย
นางไม่ได้คาดหวังว่าเด็กสาวทั้งสามคนจะได้เรียนรู้ทักษะการวาดที่เลิศล้ำอันใด แต่อย่างน้อยได้สัมผัสทำความเข้าใจ ใช้สมองไปกับเรื่องเหล่านี้ เมื่อไปสัมผัสเรื่องประเภทเดียวกันก็จะเรียนรู้ได้ไวขึ้น
“ข้าไม่ได้มาแต่ก็ส่งของมาฝากเจ้าไม่น้อย เป็นอย่างไร ข้าฝากอาสามเอาของเล่นมาให้เจ้าเยอะแยะแบบนี้ ชอบหรือไม่?”
เทียบกับตุ๊กตาไม้ที่ไม่อาจเคลื่อนไหวได้ซึ่งวางขายอยู่ในท้องตลาด ของเล่นที่เย่อวี๋หรานให้ช่างไม้ไฉทำเหล่านี้ ไม่เพียงลงสีเท่านั้น แต่ส่วนแขนขายังสามารถบิดได้ นับว่าถูกอกถูกใจเด็กเล็กยิ่งนัก
เสี่ยวฝูจื่อจะไม่ชอบได้อย่างไร เขาโปรดปรานยิ่งแล้ว “ชอบ ชอบมากขอรับ ท่านย่า ท่านดู ข้าชอบแม่ทัพใหญ่ตัวนี้มาก…”
เขากล่าวพลางล้วงเอาตุ๊กตาแม่ทัพที่สะพายฝักดาบไว้บนหลังออกมาจากในอกเสื้อ
ตุ๊กตาแม่ทัพสวมเกราะดำ ส่วนมือทำเป็นวงแหวน เมื่อดึงกระบี่ออกมาจากฝักบนหลังแล้วสามารถนำมาเสียบไว้ในมือได้อย่างพอดิบพอดี
เสี่ยวฝูจื่อสาธิตให้ดูรอบหนึ่ง เห็นได้ชัดว่าถูกใจอย่างยิ่ง
นอกจากนี้ เมื่อพินิจจากระดับความสึกหรอของตุ๊กตาแม่ทัพก็รู้ได้ว่านั่นเป็นหนึ่งในของเล่นที่เขามักจะหยิบออกมาเล่นมากที่สุด
เย่อวี๋หรานยิ้มพลางลูบศีรษะของเขา “ชอบก็ดีแล้ว คราวหน้าถ้ามีของดีอีก ข้าจะให้อาสามของเจ้าส่งมาให้”
“ขอบคุณท่านย่า ข้าชอบท่านย่าที่สุดแล้ว!” เสี่ยวฝูจื่อเผยรอยยิ้มสดใส
“พ่อบุญธรรมของเจ้าเล่า อยู่เรือนไหม?”
“ออกไปข้างนอกขอรับ อีกสักพักก็คงกลับมา ท่านย่า ท่านนั่งรอก่อน ข้าจะไปยกน้ำชามาให้”
ความจริงไม่จำเป็นต้องให้เสี่ยวฝูจื่อไปทำเอง แม่เฒ่าก็ยกน้ำชาออกมาแล้ว
แม่เฒ่ายิ้มพลางพูดว่า “จูต้าเหนียง ว่าง ๆ เจ้าต้องมาบ่อย ๆ แล้ว เจ้าเด็กนี่ทำให้คนปวดหัวจริง ๆ มีแต่ตอนที่เจ้ามาค่อยพูดง่ายรู้ความเป็นพิเศษ หลายวันก่อนได้รับของที่เจ้าฝากคนเอามาให้ก็โอ้อวดอยู่ทุกวัน ทำเอาเด็กแถวนี้อิจฉาจะแย่แล้ว”
นางยังหัวเราะพลางพูดว่าเด็กพวกนี้ยังเคยทะเลาะกันเพื่อแย่งของเล่นในมือเสี่ยวฝูจื่ออีกด้วย
เห็นได้ชัดว่าของเล่นที่เย่อวี๋หรานให้คนส่งมาให้นั้นชวนให้คนชมชอบปานไหน
แต่ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก ถึงอย่างไรตำบลอันจิ่วแห่งนี้ก็ค่อนข้างห่างไกลความเจริญ ต่อให้ในเมืองหลวงมีของเล่นแปลกใหม่ก็ไม่มีทางมาไกลถึงที่นี่ มีแต่เย่อวี๋หรานที่ย้อนยุคมาจึงยอมทุ่มเทความคิดและให้ช่างไม้ไฉช่วยทำให้เพื่อเอาใจเด็กเล็กในครอบครัว
ทว่างานไม้นั้นเดิมทีก็เป็นงานที่ต้องใช้เวลา อย่าเห็นว่าของเล่นเหล่านี้มีขนาดเล็ก แต่ความจริงแล้วสิ้นเปลืองเวลาไม่น้อย
ผู้อื่นสั่งงานกับช่างไม้ไฉต้องรอตามลำดับซึ่งนานพอสมควร ทว่าแต่ละครั้งที่เย่อวี๋หรานไปมักจะมาพร้อมกับความคิดใหม่ ๆ จึงมักได้รับของเล่นเหล่านี้ก่อนใคร
เมื่อนางได้รับของแล้ว นอกจากเก็บไว้ให้เด็ก ๆ ในครอบครัว ก็มักส่งไปให้เพื่อนบ้านและญาติสนิทมิตรสหาย
เสี่ยวฝูจื่อก็คือหนึ่งในนั้น
เขาได้ครอบครองของเล่นที่ไม่มีใครมี นอกจากจะทำให้ผองเพื่อนอิจฉาแล้ว ยังกลายเป็นมูลเหตุของการทะเลาะกันอีกด้วย
“ทะเลาะกันไม่ดี เสี่ยวฝูจื่อ คราวหน้าเจ้าอย่าทะเลาะกับพวกเขา” เย่อวี๋หรานพูดขึ้นทันที “ถ้าเจ้าชอบมาก ทำใจยกให้พวกเขาเล่นไม่ได้ ก็อย่าเอาออกมาให้ใครเห็น ถ้าคิดว่าของสิ่งนั้นสามารถนำไปแบ่งปันกับคนอื่นได้ เจ้าค่อยเอาออกมา จากนั้นก็ตกลงกับคนอื่นให้ดีว่าแต่ละคนจะเล่นได้นานเท่าไหร่ ทุกคนผลัดกันเล่นตามลำดับถึงจะไม่ทะเลาะกัน เช่นนี้ทุกคนก็จะได้เล่นของเล่น เจ้าเองก็จะได้มีเพื่อนเยอะ ๆ…”
เย่อวี๋หรานทราบว่าพี่เป้าค่อนข้างหยาบกระด้าง ปกติอาจไม่ค่อยได้สั่งสอนเสี่ยวฝูจื่อเท่าใดนัก นางจึงอบรมเขาไปหลายประโยคโดยไม่ลังเล
คนอื่นพูด เสี่ยวฝูจื่อไม่ใคร่จะฟัง แต่เย่อวี๋หรานเป็นผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตเขา พี่เป้าก็มักจะพูดถึงเรื่องนี้กับเขาบ่อย ๆ เขาจึงพยักหน้าอย่างว่าง่าย “ข้ารู้แล้ว ท่านย่า ข้าเชื่อฟังท่านขอรับ”
“เด็กดี! คราวนี้ย่าไม่ได้เอาของอร่อยมาฝาก แต่เอาของเล่นชิ้นหนึ่งที่เล่นแค่ภายในเรือนมาฝากเจ้า” เย่อวี๋หรานพูดพลางล้วงเอาของสิ่งหนึ่งออกมาจากในตะกร้า “เจ้านี่เรียกว่า ‘ตึกถล่ม’ [1] ”
แวบแรกเห็นว่าของเล่นนี้ชิ้นนี้มีขนาดใหญ่ยิ่งนัก แต่เมื่อนางเทออกมากลับเป็นแท่งไม้ทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดเท่านิ้วหัวแม่มือกองพะเนิน แต่ละแท่งมีหมายเลขกำกับ เป็นเลขหนึ่งถึงห้าสิบสี่
นอกจากนี้ยังมีลูกเต๋าและค้อนไม้จิ๋วอย่างละหนึ่งอัน
เสี่ยวฝูจื่อหยิบแท่งไม้ที่มีหมายเลขกำกับขึ้นมาด้วยสีหน้าพิศวง “นี่เล่นอย่างไรหรือขอรับ? ดูแล้วเหมือนเล่นไม่ง่ายเลย”
แต่เขารู้จักลูกเต๋าอันนั้นดีทีเดียว เพราะเห็นพ่อบุญธรรมเล่นอยู่บ่อย ๆ
เย่อวี๋หรานหัวเราะ “ของเล่นชิ้นนี้สนุกกว่าที่เจ้าคิด ทั้งยังฝึกสมอง เจ้าต้องฉลาดถึงจะเล่นเก่ง”
นางกล่าวพลางสอนวิธีนำแท่งไม้ที่มีหมายเลขกำกับมาเรียงต่อกันเป็นชั้น ๆ ให้เขาดู
ต้องเรียงกันให้ชิดเป็นระเบียบและมีแบบแผนจึงจะสามารถเล่นต่อไปได้
นางเรียงไปพลางสอนให้เขานับเลขอารบิกที่กำกับไว้บนแท่งไม้
นอกจากตัวเลขอารบิก บนแท่งไม้ยังมีเส้นตรงแถวหนึ่งกำกับเอาไว้เผื่อกรณีที่เขาไม่รู้จักตัวเลข
นางบอกเขาว่า “เจ้าดู ตัวเลขนี้หมายถึงหนึ่ง เจ้าลองนับดู ข้างบนนี้มีขีดเดียวใช่ไหม? ตรงนี้มีสองขีด เลขนี้จึงหมายถึงเลขสอง เมื่อนับต่อไปก็จะเป็นสาม สี่ ห้า หก…”
[1] เกมตึกถล่ม 叠叠高(Jenga)
ที่มารูปภาพ : https://baike.baidu.com/item/%E5%8F%A0%E5%8F%A0%E9%AB%98/10284657