ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 445 แม่ม่ายฉินมาหาเรื่อง
บทที่ 445 แม่ม่ายฉินมาหาเรื่อง
“นี่มันเรื่องอะไรกัน? หลี่ซื่อ เจ้าไปดูหน่อยซิ” เย่อวี๋หรานได้ยินเสียงก็รู้สึกว่าค่อนข้างคุ้นหู แต่คิดไม่ออกว่าเป็นใคร
“เจ้าค่ะ ข้าไปดูเดี๋ยวนี้” หลี่ซื่อลุกขึ้นออกไปดูที่ประตูเรือนทันที
เมื่อนางเห็นว่าใครมาก็ค่อนข้างประหลาดใจ รีบหดศีรษะกลับเข้ามารายงานเย่อวี๋หราน
“ท่านแม่ เป็นแม่ม่ายฉินเจ้าค่ะ”
หลิวซื่อที่กำลังแกะถั่วเหลืองอยู่สะดุ้งโหยง อะไรนะ?! แม่ม่ายฉิน?!
นางคิดถึงเรื่องวันนั้นขึ้นมาได้ เดิมทีนางตั้งใจว่าจะให้บิดามารดาตนเองมาเรียกร้องห้องในเรือนหลังใหม่ให้นางสักห้อง แต่กลับไปเห็นพ่อสามีกอดกันกับแม่ม่ายฉิน หลังจากนั้นก็ไม่กล้าโวยวายอีก
ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อแบบนั้น นางกลัวว่าถ้าเรื่องนั้นเปิดเผยออกมาด้วย แม่สามีหาทางลงไม่ได้แล้วจะพาลมาจัดการนาง
เพียงคิดถึงเรื่องนี้ หลิวซื่อก็กระสับกระส่ายแล้ว
อยู่ดีไม่ว่าดี ผู้หญิงคนนั้นวิ่งมาที่เรือนพวกข้าทำไมกัน?!
นางไม่รู้ตัวเลยหรือว่าตนเองทำอะไรลงไป เรื่องแบบนี้ให้คนอื่นรู้ได้ด้วยเรอะ?
ถ้าเป็นนางคงพยายามอยู่ให้ไกลจากแม่สามีของนางมากที่สุดไว้เป็นดี ภาวนาขอให้ตัวเองไม่ถูกจับได้
“นางมาทำไม?” กล่าวกันตามตรง ตอนนี้เย่อวี๋หรานไม่อยากเจอสักนิด
สตรีผู้นี้มีความสัมพันธ์คลุมเครือกับจูเหล่าโถว หากจัดการได้ไม่ดีก็คือระเบิดลูกหนึ่งดี ๆ นี่เอง
ยามนี้สกุลจูอยู่ในช่วงสร้างเนื้อสร้างตัว ไม่อาจต้านทานแรงกระเพื่อมใด ๆ แม้แต่น้อย
“ท่านแม่ ดูเหมือนจะเป็นเรื่องกล้ามันเทศนะเจ้าคะ…” หลี่ซื่อเอ่ยเสียงเบา “ข้าไม่รู้ว่าจริงหรือไม่จริง แต่ดูเหมือนว่าแม่ม่ายฉินจะทำให้ผู้อาวุโสไม่พอใจ นางจึงถูกเขี่ยออกไปจากเรื่องปลูกมันเทศหน้าหนาวคราวนี้เจ้าค่ะ”
เย่อวี๋หรานพลันสงสัยว่าเรื่องนี้ เหตุใดนางจึงไม่รู้?
นางเดาได้ทันทีว่าผู้อาวุโสคงทำเรื่องนี้โดยไม่บอกนาง แต่คิดไม่ถึงว่าแม่ม่ายฉินจะกล้ามาหานางถึงที่
ทว่าผู้อาวุโสและเจ้าหน้าที่เป็นผู้ตัดสินใจว่าครอบครัวไหนมีสิทธิ์ได้รับกล้ามันเทศ และได้รับจำนวนเท่าไหร่ ตามหลักแล้วควรไปหาพวกเขาไม่ใช่หรือ? มาหานางทำไม? นางไม่มีสิทธิ์ไปตัดสินใจแทนพวกเขาเสียหน่อย
เย่อวี๋หรานวางของในมือลง ปัดมือเล็กน้อยแล้วค่อยเดินออกไปข้างนอก
หลิวซื่อเห็นหลี่ซื่อเดินตามหลังแม่สามีออกไปก็โยนฝักถั่วในมือทิ้งแล้วตามออกไปโดยไม่ลังเล
เรื่องมาหาถึงที่แล้ว ข้าต้องลงมือโดยคล้อยตามสถานการณ์สิ!
คนอื่น ๆ มองหน้ากันเลิ่กลั่ก แม้จะไม่ได้โยนสิ่งของในมือทิ้ง แต่ก็อดจะลุกขึ้นตามออกไปชมความครึกครื้นด้วยไม่ได้
แอ๊ด
ประตูใหญ่ของเรือนสกุลจูเปิดออก
หญิงปากสว่างที่ยืดคอออกมาดูรีบหดคอกลับไปพลัน หลบอยู่ตรงมุมหนึ่ง
ก่อนหน้านี้เพิ่งขัดแย้งกับหญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์ไปหมาด ๆ เกือบทำให้ครอบครัวตนเองพลาดสิทธิ์ปลูกมันเทศไปเสียแล้ว ตอนนี้ครอบครัวนางได้รับส่วนแบ่งน้อยที่สุดแล้ว นางไม่อยากให้หญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์นั่นจับได้ จนกระทั่งผลประโยชน์เล็กน้อยนี้ต้องหลุดมือไปหรอกนะ
ขณะที่แม่ม่ายฉินเห็นเย่อวี๋หรานก็อดจะหดคอลงไม่ได้เช่นกัน
นางกริ่งเกรงหญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์ผู้นี้อยู่ไม่มากก็น้อย แต่ครั้นคิดถึงว่าครอบครัวตนเองไม่ได้รับกล้ามันเทศมาสักต้น กอปรกับไพ่ไม้ตายที่อยู่ในมือตนเอง นางจึงกัดฟันพูดว่า “หญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์ เจ้าออกมาได้เสียทีนะ เจ้ามาได้พอดีเลย! ข้าอยากถามเจ้านัก ทำไมคนอื่นได้รับกล้ามันเทศ แต่มีแค่พวกข้าที่ไม่ได้?”
เย่อวี๋หรานเลิกคิ้ว “เรื่องนี้เจ้าควรไปถามผู้อาวุโสกับเจ้าหน้าที่กระมัง? ข้าไม่ได้เป็นคนกำหนดรายนามคนได้รับสิทธิ์ปลูกมันเทศสักหน่อย เจ้ามาถามข้า แล้วข้าจะรู้ได้อย่างไร?”
“เจ้าจะไม่รู้ได้อย่างไร? เจ้ารวมหัวกับเจ้าหน้าที่และผู้อาวุโส เจ้าคิดว่าข้าไม่รู้เรอะ?!” แม่ม่ายฉินถลึงตากล่าวว่า “พวกเจ้ามันก็ตะเภาเดียวกัน!”
คนที่ได้ยินเสียงความวุ่นวายแล้วทยอยมาร่วมชมความครึกครื้นต่างนิ่งงัน “…”
ร้ายกาจ เจ้ากล้าพูดกับหญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์เช่นนี้ ไม่กลัวนางเอามีดมาฟันเจ้ารึ?
“เจ้าก็รู้ว่าพวกข้าเป็นพวกเดียวกัน เจ้าก็ยังจะมาหาข้า?” เย่อวี๋หรานรู้สึกว่าน่าขัน “เจ้าคงอยากหาคนที่จัดการได้ง่าย เจ้าคิดว่าในหมู่พวกข้า ข้าคือคนที่จัดการได้ง่ายที่สุดแล้วสินะ?”
แม่ม่ายฉินย่อมไม่ยอมรับอยู่แล้ว นางมั่นใจว่าเรื่องนี้เย่อวี๋หรานต้องเป็นคนริเริ่มแน่นอน นางว่าแล้วเชียว หญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์ต้องไม่ยอมปล่อยนางไป
ทำราวกับว่าระหว่างเย่อวี๋หรานกับนางมีความแค้นใหญ่หลวงที่ไม่อาจอยู่ร่วมกันได้อย่างไรอย่างนั้น
เย่อวี๋หรานทราบเรื่องระหว่างแม่ม่ายฉินกับจูเหล่าโถวอย่างทะลุปรุโปร่ง แต่ฝ่ายตรงข้ามจะดูเบานางไปหน่อยแล้วกระมัง?
คิดว่านางเป็นเหมือนแม่ม่ายฉิน นอกจากเรื่องเหล่านั้นระหว่างชายหญิง ก็ไม่มีเรื่องอื่นอีกแล้วงั้นรึ?
หากไม่ใช่เพราะตอนนี้ยังไม่เหมาะจะหย่าขาดจากกัน อีกฝ่ายอยากได้จูเหล่าโถว อย่างมากนางก็แค่ยกผู้ชายให้อีกฝ่ายไปเสียก็สิ้นเรื่อง
“เอาล่ะ ไม่ต้องโวยวายแล้ว ไปเชิญเจ้าหน้าที่กับผู้อาวุโสมาเถอะ ข้าบอกแล้วว่าข้าไม่ได้เป็นคนดูแลเรื่องนี้ เจ้ามาหาข้าก็ไม่มีประโยชน์ ควรไปหาเจ้าหน้าที่กับผู้อาวุโสต่างหาก”
เย่อวี๋หรานหันไปบอกหลี่ซื่อและหลินซื่อ สั่งความให้พวกนางไปแจ้งเจ้าหน้าที่และผู้อาวุโส
ความจริงไม่จำเป็นต้องให้พวกนางไปเชิญ ทางด้านเจ้าหน้าที่และผู้อาวุโสก็ได้รับทราบเรื่องแล้ว
“อะไรนะ? แม่ม่ายฉินไปอาละวาดที่เรือนจูต้าเหนียงแล้ว?!” เจ้าหน้าที่หน้าเปลี่ยนสีทันที
ตอนแรกที่ให้ผู้อาวุโสไปตักเตือนแม่ม่ายฉินก็เป็นผลจากการหารือกันระหว่างเขากับผู้อาวุโส
ภายหลังที่ริบสิทธิ์กล้ามันเทศของแม่ม่ายฉินก็เพราะต้องการมอบ ‘บทเรียน’ ให้อีกฝ่าย คิดไม่ถึงว่าสตรีผู้นี้จะบ้าบิ่นเช่นนี้ ถึงกับยอมเสี่ยงกับการล่วงเกินพวกเขา บุกไปหาจูต้าเหนียงถึงเรือน?
เขาเรียกลูกชายแล้วออกจากเรือนมาทันที
อีกด้านหนึ่ง สีหน้าของผู้อาวุโสไม่น่ามองอย่างมาก
เพราะการกระทำอุกอาจเช่นนี้ของแม่ม่ายฉินก็เหมือนกับการตบหน้าเขาตรง ๆ เรื่องดี ๆ กลับถูกเขาจัดการจนมีสภาพนี้
แม่ม่ายฉินได้ยินว่าเย่อวี๋หรานให้คนไปเชิญเจ้าหน้าที่และผู้อาวุโสก็แตกตื่นลนลาน ถ้าพวกเขาสองคนมาแล้ว ละครฉากนี้ของนางยังจะแสดงต่อไปได้อย่างไร?
นางเริ่มร้อนใจเสียแล้ว จึงร่ำร้องว่า “หญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์ ข้ารู้ว่าข้าทำผิดต่อเจ้า แต่เจ้าก็โหดเหี้ยมเกินไปแล้ว เจ้าทำแบบนี้เท่ากับบีบคั้นข้าให้อับจนหนทาง!”
“เจ้าไม่ปล่อยข้าไป คิดจะไม่ให้ครอบครัวข้ามีชีวิตดี ๆ เจ้าก็อย่าหวังว่าจะได้มีชีวิตที่ดีเลย”
จากนั้นก็ตะโกนเข้าไปในเรือนสกุลจู “จูเหล่าโถว เจ้าออกมานะ! หญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์คิดจะบีบให้พวกข้าแม่ลูกต้องตายชัด ๆ ถ้าเจ้าไม่ออกมาทวงความเป็นธรรมให้ข้า พวกข้าแม่ลูกคงต้องตายจริง ๆ แล้วนะ”
คนส่วนใหญ่ล้วนไม่เข้าใจ เจ้ามาหาเรื่องหญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์ แล้วจะเรียกหาจูเหล่าโถวทำไม?
เจ้าไม่รู้หรือว่าบ้านนี้ใครใหญ่ที่สุด เรียกจูเหล่าโถวออกมาจะมีประโยชน์อะไรเล่า?
เย่อวี๋หรานประหลาดใจอยู่บ้าง แต่ก็อดจะเตือนอีกฝ่ายไม่ได้ “ไม่ต้องร้องแล้ว เขาไม่อยู่”
“ข้าไม่เชื่อ!” แม่ม่ายฉินถลึงตาใส่ ไม่เชื่อคำพูดของเย่อวี๋หรานสักนิด
เพราะก่อนที่นางจะมาก็ได้สืบมาดีแล้ว เนื่องจากเพิ่งเกี่ยวข้าวเสร็จ ทั้งยังยุ่งอยู่กับเรื่องปลูกมันเทศหน้าหนาว หลังจากคนสกุลจูรับประทานมื้อเที่ยงเสร็จแล้วก็จะพักผ่อนสักครู่ ไม่ออกไปไหนในเวลานี้
แต่แม่ม่ายฉินพลาดไปเรื่องหนึ่ง วันนี้จูเหล่าโถวออกไปข้างนอกจริง ๆ เขากับพวกลูกชายขึ้นเขาไปตัดถั่วเหลืองป่ากันแล้ว
“จูเหล่าโถว! เจ้าออกมานะ อย่าทำตัวเป็นเต่าหดหัว กล้าทำไม่กล้ารับใช่ไหม?”
“ข้าบอกเจ้าเลยนะ ถ้าเจ้ายังไม่ออกมาอีก ข้ากับลูกชายจะเอากบาลชนประตูเรือนสกุลจูตายเสียตรงนี้ ทำให้เจ้าไม่อาจอยู่อย่างสงบไปทั้งชีวิต”
“ฮือ ๆๆ…จูเหล่าโถว เจ้าได้ยินไหม?”
……