ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 465 ท่านชอบรสจัดหรือรสอ่อน
บทที่ 465 ท่านชอบรสจัดหรือรสอ่อน
ช่วงเวลาที่พ่อค้าขายชาดลังเล พ่อค้าซาลาเปาก็กินก๋วยเตี๋ยวเส้นมันเทศของตนเองเสร็จอย่างรวดเร็ว ก่อนจะพูดเสียงดังอย่างสะใจ “ซี้ด…โล่งมาก!”
“โล่ง?” พ่อค้าขายชาดสงสัย
พ่อค้าซาลาเปายิ้มกว้างแล้วกล่าวว่า “ใช่แล้ว โล่งสบายมาก ข้าไม่เคยกินอะไรที่ทำให้รู้สึกปลอดโปร่งเช่นนี้มาก่อนเลย อันนี้เรียกว่าอะไรหรือ?”
เขาหันมาถามเย่อวี๋หราน
“ก๋วยเตี๋ยว”
“เส้นลื่น ๆ นี่พิลึกเกินไปแล้ว! มันทำมาจากอะไรรึ?”
เย่อวี๋หรานยิ้ม “มันเทศ”
พ่อค้าซาลาเปาชะงักไป “มันเทศ? มันเทศคืออะไร?”
“ตอนนี้มีเพียงหมู่บ้านสกุลจูของพวกข้าที่มีมันเทศ ผ่านไปอีกหลายปี หมู่บ้านอื่นรอบ ๆ เชิงเขาไท่ตังปลูกกันหมดแล้ว พวกเจ้าก็หากินได้แล้ว” เย่อวี๋หรานถาม “เป็นอย่างไรบ้าง ก๋วยเตี๋ยวเส้นมันเทศไม่เลวกระมัง? เจ้าคิดว่าคนที่บ้านเจ้ากินรสชาติแบบนี้ได้หรือไม่?”
“ได้สิ”
จะไม่ได้ได้อย่างไร พ่อค้าซาลาเปาคิดว่าการค้านี้ทำได้แน่แท้เชียว
แม้ว่าก๋วยเตี๋ยวหนึ่งถ้วยจะไม่พอให้คนทั้งครอบครัวแบ่งกันกิน แต่ถ้าซื้อกลับเรือนไปหาอะไรใส่เพิ่มแล้วต้มใหม่อีกครั้ง รสชาติจะต้องยอดเยี่ยมอย่างไม่ต้องสงสัย
เขาถามเผื่อว่าจะซื้ออีกครั้ง ตั้งใจว่าจะนำกลับไปกินที่เรือนด้วยหลังจากขายซาลาเปาช่วงเช้าเสร็จ
“เช่นนั้นเจ้าก็ต้องรีบหน่อย ก๋วยเตี๋ยวเส้นมันเทศของข้ามีปริมาณจำกัด หนึ่งวันมีไม่ถึงร้อยชุด ถ้าขายหมดก็ต้องรอพรุ่งนี้แล้ว” เย่อวี๋หรานกล่าว
“หา เช่นนั้นเจ้าทำให้ข้าก่อนหนึ่งถ้วย พรุ่งนี้ข้าค่อยเอาถ้วยมาคืน เจ้าว่าได้หรือไม่?” ครั้นได้ยินว่าก๋วยเตี๋ยวของอีกฝ่ายมีปริมาณจำกัดเหมือนซาลาเปาของตัวเอง พ่อค้าซาลาเปาก็สั่งเพิ่มทันที
เจ้าสิ่งนี้เหมือนซาลาเปา ไม่กลัวว่าจะเย็น นำกลับไปใส่หม้ออุ่นใหม่ก็ได้ แต่ถ้าขายหมด วันนี้ก็จะไม่ได้กินอีกแล้ว
พ่อค้าขายชาดมองอย่างแตกตื่นระคนสงสัย “อร่อยขนาดนั้นเชียว?”
“อร่อย!” พ่อค้าซาลาเปาพยักหน้า “เจ้ารีบชิมดูสิ ดูว่ายังจะสั่งเพิ่มอีกถ้วยกลับไปหรือไม่ อีกหน่อยพอคนเยอะ เจ้าอยากกินก็ไม่มีแล้วนะ”
พ่อค้าขายชาดไม่เชื่อ แต่ยังฟังคำพูดของอีกฝ่าย จึงลองชิมไปหนึ่งคำ
“ซี้ด…” รสชาติเผ็ดร้อนที่เข้าปากทำให้คนต้องตะลึง
เพราะพ่อค้าขายชาดเริ่มกินช้า ก๋วยเตี๋ยวในถ้วยเขาจึงร้อนกำลังพอดี เขาซดน้ำแกงคำโต ดูดเส้นก๋วยเตี๋ยวเข้าปากไปด้วย
“อร่อย เส้นนี่ลื่นเกินไปแล้ว…” เขาสั่งเย่อวี๋หรานเพิ่มอีกถ้วยทันทีโดยไม่สนว่าตนเองเพิ่งจะเริ่มกิน
พ่อค้าคนอื่นที่ถูกพี่เป้าเชิญมาต่างมีสีหน้าลังเล “นี่พวกเจ้า…เป็นอะไรไป?”
“ไอ้หยา เจ้านี่อร่อยเกินไปแล้ว พวกเจ้ารีบกินเถอะ ชักช้าก็หมดแล้วนะ ร้านพวกเขาขายแค่ไม่ถึงร้อยถ้วย ปริมาณน้อยยิ่งนัก” พ่อค้าขายชาดกล่าวด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม
คนเหล่านั้นก็เหมือนกับพ่อค้าขายชาดในตอนแรก คิดว่าอีกฝ่ายคงหลอกลวงคน มิคาดว่ารอจนพวกเขาได้กินก๋วยเตี๋ยวลงไปแล้วถึงได้รู้ว่าคนเขาพูดความจริง
“นี่คืออะไร อร่อยเกินไปแล้ว?”
“อร่อย!”
“ข้าขออีกถ้วย”
“ข้าเอาด้วยคน”
……
ครั้นพ่อค้าหลายคนมาเยือน ในไม่ช้าก็ขายก๋วยเตี๋ยวไปได้สิบกว่าถ้วย ตรอกน้อยที่เงียบสงบแห่งนี้เปลี่ยนเป็นคึกคักขึ้นมาในชั่วพริบตา
คนไม่น้อยเห็นภาพความครึกครื้นทางนี้ก็อดจะเข้ามาร่วมด้วยไม่ได้
ครั้นทราบว่าเป็นของอร่อยก็มีคนอดใจไม่ไหว อยากลองรับประทานดูสักหน่อย
แต่เมื่อถามราคาทราบว่าถ้วยละแปดเหรียญ พอให้ซื้อซาลาเปาได้สี่ลูกกลับไปให้คนทั้งครอบครัวกินได้เลยทีเดียว ทันใดนั้น คนไม่น้อยก็ตั้งท่าถอยทัพ
ทว่าแน่นอนว่าย่อมมีคนที่ไม่ขาดแคลนเงินจำนวนนี้ จึงเดินตรงมานั่งที่โต๊ะ “เถ้าแก่ เอาก๋วยเตี๋ยวให้ข้าถ้วยหนึ่ง”
“ได้เลย ท่านชอบรสจัดหน่อยหรือรสอ่อนเจ้าคะ?” เย่อวี๋หรานถามเหมือนที่แล้วมา
“เอารสจัดก็แล้วกัน” คนผู้นั้นกล่าว “ตั้งใจมากินรสชาติแบบนี้อยู่แล้ว ไม่อย่างนั้นจะมาร้านเจ้าทำไม”
“ได้ เช่นนั้นก็รสจัดนะเจ้าคะ ถ้าท่านคิดว่ารสจัดเกินไปก็บอกข้า พวกข้าจะได้เพิ่มน้ำแกงเส้นให้ท่านปรับรสชาติ” เย่อวี๋หรานกล่าว แล้วเรียกให้เด็กหนุ่มร่างบึกบึนคนหนึ่งมาช่วยงาน
ถึงอย่างไรต่อไปนางก็คงไม่ได้มาวางแผงขายก๋วยเตี๋ยวด้วยตนเองอยู่แล้ว ย่อมต้องฝึกลูกศิษย์ให้เป็นงานสักคน
นางทำงานมาครู่ใหญ่ ทุกคนคอยยืนมองอยู่ข้าง ๆ ก็พอจะจับทางได้แล้ว
ความจริงก็ไม่ยากแต่อย่างใด ทุกอย่างทำเสร็จเรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงหยิบถ้วยลวกเส้นเติมน้ำแกงก็เป็นอันเรียบร้อย
ถ้ามีคนบอกว่าเผ็ดเกินไปก็ตักน้ำแกงเส้นถ้วยหนึ่งไปส่งให้
อาหารที่รสชาติจัดจ้านเช่นนี้ ทุกคนเพิ่งเคยรับประทานเป็นครั้งแรก ต่างร้องอุทานกันไม่ขาดปาก
ตอนแรกใช่ว่าทุกคนจะคุ้นเคยรสชาติเช่นนี้ แต่ก็ประหลาดนัก กินเสร็จแล้วก็ยังอยากกินอีกคำ คำแล้วคำเล่า ไม่ทันไรก็กินเส้นมันเทศซดน้ำแกงจนเกลี้ยงถ้วยโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว
“ร้านพวกข้ายังมีลูกชิ้นกากเต้าหู้รสเนื้อ เอาลงไปลวกในหม้อน้ำแกง รสเด็ดยิ่งนัก ท่านอยากลองชิมหรือไม่?” เด็กหนุ่มคนนั้นสายตาเฉียบคมกว่าเย่อวี๋หรานเสียอีก สังเกตว่าลูกชิ้นในชามยังไม่ได้ขายก็เป็นฝ่ายแนะนำต่อลูกค้าขึ้นมาเสียเอง
“นั่นคืออะไร?”
“แฮะแฮะ!” เด็กหนุ่มหัวเราะ “ลูกชิ้นสูตรของร้านพวกข้าเอง สองลูกหนึ่งเหรียญ ท่านลองชิมดูก่อนก็ได้”
“ได้ ข้าเอาสองลูก” คนผู้นั้นได้ยินแล้วก็คิดว่าเงินแค่หนึ่งเหรียญไม่ได้แพงอะไรจึงผงกศีรษะ
“ได้เลยขอรับ ท่านรอสักครู่” เด็กหนุ่มผู้นั้นร้องเสียงดังว่า “ก๋วยเตี๋ยวเส้นมันเทศรสจัดหนึ่งถ้วย! ลูกชิ้นกากเต้าหู้รสเนื้อหนึ่งไม้…”
ลูกค้าที่กำลังรอก๋วยเตี๋ยวเส้นมันเทศอยู่ พอได้ยินคำว่า ‘รสเนื้อ’ ก็ตอบสนองรวดเร็วยิ่งนัก โดยเฉพาะเจ้าสิ่งนี้ราคาหนึ่งเหรียญแต่ได้ตั้งสองลูกก็ยิ่งดีอกดีใจ ร่ำร้องว่า “ข้าเอาด้วย”
“เถ้าแก่ ข้าเอาเหมือนกัน ขอลูกชิ้นอะไรนั่นให้ข้าด้วยหนึ่งชุด”
“ใช่แล้ว ลูกชิ้น”
……
เด็กหนุ่มรู้สึกภูมิใจอยู่บ้าง อ้าปากร้องว่า “โต๊ะหมายเลขสามทางทิศใต้เพิ่มลูกชิ้นหนึ่งชุด…โต๊ะหมายเลขหนึ่งทางทิศเหนือเพิ่มลูกชิ้นหนึ่งชุด…”
โต๊ะจำนวนเท่าไหร่หมายเลขอะไร เย่อวี๋หรานเป็นคนกำหนด เตรียมไว้ทั้งสิ้นห้าโต๊ะ
ไม่จำเป็นต้องให้พวกเขาท่องจำหมายเลขโต๊ะ บนนั้นขีดเส้นกำกับแล้วจัดวางโต๊ะตามลำดับ กอปรกับแบ่งตามทิศทั้งสี่ ต่อให้นับเลขไม่เป็นก็สามารถทราบได้ว่าโต๊ะไหนเป็นโต๊ะไหน
เพิ่งวางแผงวันแรก ไม่ได้เตรียมของมาขายมากมายขนาดนั้น จึงไม่จำเป็นต้องกังวลว่าคนมากแล้วจะไม่มีที่พอให้นั่ง
น้องชายของพี่เป้าทำงานอย่างขันแข็ง เจ้าดูแลโต๊ะนั้น ข้าดูแลโต๊ะนี้ พี่เป้าเก็บเงินด้วยตนเอง ผู้ใดจะกล้าชักดาบ?
ก๋วยเตี๋ยวเส้นมันเทศแปดสิบชุดและลูกชิ้นกากเต้าหู้รสเนื้ออีกแปดสิบชุด จะอย่างไรก็ขายได้ราวหกร้อยถึงเจ็ดร้อยเหรียญ
เวลาช่วงเช้าไม่นับว่านาน แต่กลับได้ถือเงินเอาไว้ในมือแล้ว ทั้งยังได้มาโดยสุจริต ให้ความรู้สึกแปลกใหม่ทีเดียว ถึงจะไม่ได้ผลตอบแทนมากเท่าตอนที่พวกเขาทำเรื่องที่ไม่อาจเปิดเผยเหล่านั้น แต่ในใจก็อดจะเป็นสุขไม่ได้
เรื่องที่ไม่อาจพบผู้คนนั้นเป็นรายได้ชั่วครั้งชั่วคราว พอแบ่งกันแล้วก็เป็นเงินไม่กี่ตำลึงเท่านั้น แต่การค้าก๋วยเตี๋ยวเส้นมันเทศสามารถทำได้ทุกวัน ทำหลาย ๆ วัน ทุกคนก็ได้รับส่วนแบ่งไม่น้อย
หากวันหน้ากิจการขยายตัว นำของมาขายมากกว่าเดิม รายรับย่อมต้องมากขึ้นไปอีก
วันแรก เย่อวี๋หรานเก็บแผงขายของด้วยกันกับพวกเขา
ขณะกำลังเก็บร้านกันอยู่ คนที่ได้ข่าวแล้วเร่งรุดมาเห็นก็ต้องประหลาดใจ “ไฉนพวกเจ้าเก็บของกันแล้วเล่า?!”
“ขายหมดแล้ว”
“หา?! ขายหมดไวขนาดนี้เชียว พวกเจ้าเพิ่งจะเริ่มขายกันเองนี่นา? พอข้าได้ข่าวก็รีบมาเลยนะ”
“ขอโทษด้วยจริง ๆ ขายหมดแล้ว วันนี้ลองขายเป็นวันแรกจึงเตรียมมาแค่แปดสิบชุด ทั้งยังไม่ได้เตรียมของอย่างอื่นมาด้วย พรุ่งนี้ท่านมาเร็วกว่านี้สักหน่อย พวกข้ายังมีของอย่างอื่นมาขายอีกนะ”
คนผู้นั้นได้แต่จากไปอย่างเสียดาย
ทว่าเรื่องนี้ก็ทำให้พวกพี่เป้ายินดีกันถ้วนหน้า ทั้งยังเก็บร้านอย่างกระฉับกระเฉงยิ่งกว่าเดิม
ต่างคนต่างเพ้อพก “พวกเราเก็บร้านแล้วยังมีคนมาอีก เห็นทีพวกเราคงเตรียมมาน้อยเกินไป”
“นั่นน่ะสิ จูต้าเหนียง ทำมากกว่านี้ไม่ได้จริง ๆ หรือ? ก๋วยเตี๋ยวเส้นมันเทศนี่ขายดีจริง ๆ นะ”
“คนที่ได้ลองแทบไม่มีใครบอกว่าไม่อร่อย ยอดเยี่ยมยิ่งนัก”