ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 500 ไม่ชอบมาพากล
บทที่ 500 ไม่ชอบมาพากล
หญิงปากสว่างไม่ถูกกันกับเย่อวี๋หราน ย่อมไม่มีสีหน้าดีอะไร นางกลอกตาใส่จูปาเม่ย
จูปาเม่ยไม่กลัว ถามเรื่องนั้นเรื่องนี้โดยไม่ใส่ใจ ซ่อนสิ่งที่ตัวเองต้องการจะสอบถามไว้ในรายละเอียดเหล่านั้น
เมื่อสอบถามได้สามสี่คนแล้ว นางก็เริ่มแน่ใจ
เจียงหยวนซือคนนี้มีปัญหาจริง ๆ ด้วย!
บัณฑิตคนอื่นเป็นอย่างไร นางไม่เคยเห็น แต่พี่เจ็ดของนางเป็นบัณฑิตนี่นา
กอปรกับมารดามักพูดให้ฟังอยู่บ่อย ๆ ว่าบัณฑิตที่แท้จริงมีลักษณะอย่างไร ในสมองของจูปาเม่ยจึงพอมีเค้าโครงอยู่บ้าง
เจียงหยวนซือ บัณฑิตที่กระทั่งท่องกลอนก็ยังท่องผิดเนี่ยนะ?
จูปาเม่ยเริ่มจับเค้าลางอะไรได้ อีกด้านหนึ่ง หลี่ซื่อก็บ่นให้สามีฟังตอนเย็นช่วงก่อนจะเข้านอน
“ช่วงนี้ปาเม่ยวัน ๆ ทำงานอยู่แต่ในเรือน น่าจะอุดอู้เกินไป”
“วันนี้นางมาถามข้าว่าช่วงนี้ในหมู่บ้านมีเรื่องแปลกใหม่อะไรหรือเปล่า”
“จะมีอะไรได้ เรื่องใหม่ ๆ ส่วนใหญ่ก็เป็นเรื่องครอบครัวเราทั้งนั้น ข้าเองก็เอาไปซุบซิบข้างนอกไม่ได้”
“อ้อ พวกเราพูดเรื่องบัณฑิตคนนั้นไปนิดหน่อย…”
……
จูซื่อสงสัย อยู่ดีไม่ว่าดี ปาเม่ยมาถามเรื่องบัณฑิตทำไม?
“บัณฑิตผู้นี้เคยมาหมู่บ้านพวกเรา?”
หลี่ซื่อตอบ “เคย มาซื้อของที่หมู่บ้านพวกเรา ข้าเคยเจอเขา”
“เจ้าคิดว่าคนผู้นี้เป็นอย่างไรบ้าง?” จูซื่อถามราวกับคิดอะไรอยู่
หลี่ซื่อจะกล้าชมชายอื่นต่อหน้าสามีตัวเองได้อย่างไร นางตอบว่า “ข้าจะไปรู้หรือ? ข้าไม่ทันสังเกต…”
“ข้าถามจริงจัง”
หลี่ซื่อสังเกตสีหน้าของเขาดูคล้ายจะมีเรื่องอะไรจริง ๆ จึงตอบตามตรง “หน้าตาดีทีเดียว แต่รู้สึกว่าลักษณะไม่เหมือนเจ้าเจ็ด ดูไม่คล้ายคนเป็นบัณฑิตสักเท่าไหร่”
จูชีย่อมต่างจากคนทั่วไปอยู่แล้ว เดิมทีเขาก็ทึ่ม ๆ บื้อ ๆ หลังจากไปเรียนกับอาจารย์เสินก็ยิ่งทึ่มกว่าเดิม
เมื่อได้รับการอบรมสั่งสอนวิชาความรู้ธรรมเนียมมารยาทจากอาจารย์เสิน บุคลิกลักษณะของจูชีก็เกิดความเปลี่ยนแปลงชนิดพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน
แต่ละครั้งที่กลับมาก็จะพบความเปลี่ยนแปลงเช่นนั้น
อากัปกิริยายามยกมือวาดเท้า วาจาแฝงโวหาร มองปราดเดียวก็ทราบว่านั่นคือบัณฑิตผู้หนึ่ง ทั้งยังเป็นประเภทที่ก้มหน้าก้มตาเรียน คงแก่เรียนโดยแท้ แต่กลับทำให้คนหมั่นไส้ไม่ลง มีแต่จะชื่นชมเลื่อมใส
เจียงหยวนซือเดิมทีก็ไม่ใช่บัณฑิต เขาเพียงเลียนแบบเอาเท่านั้น กล่าวได้ว่าเลียนแบบได้คล้ายคลึงเพียงสามในสิบส่วน หลอกได้แค่คนที่ไม่เคยพบโลกกว้างมาก่อน
เขานึกว่าคนสกุลจูหลอกง่าย แต่กลับละเลยไปเรื่องหนึ่ง ต่อให้คนสกุลจูเป็นชาวนา แต่ก็เป็นคนที่เคยเห็นโลกกว้างมาแล้ว
เย่อวี๋หรานพยายามปรับปรุงคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของคนสกุลจูโดยไม่หยุดยั้ง ทำให้ครอบครัวสกุลจูแลดูมีสง่าราศีขึ้นไปอีกระดับ
สภาพจิตใจไม่เหมือนเดิม ทั้งยังขัดเกลาด้านกิริยามารยาท เกิดการหล่อหลอมทีละน้อย ย่อมเปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิมอีกเป็นธรรมดา
บางทีแม้แต่หลี่ซื่อเองก็คงไม่รู้ตัวว่าเพราะเหตุใดแต่ละครั้งที่กลับบ้านเดิมไปมักรู้สึกไม่ชิน รู้สึกอยู่เสมอว่ามีบางอย่างแปลก ๆ
แท้จริงแล้วความแปลกนั้นอธิบายได้ว่า นางก้าวหน้าไปอีกขั้น แต่คนที่บ้านเดิมยังหยุดยั้งอยู่ที่เดิม จึงบังเกิดความรู้สึกแปลกแยก
วาจาของหลี่ซื่อวนเวียนไปมาอยู่ในความคิดจิตใจของจูซื่อ
เขาไม่เคยพบเจียงหยวนซือ ไม่รู้ว่าคนผู้นี้เป็นอย่างไร ถ้าได้ยินคนอื่นพูดคงไม่กระไร แต่บังเอิญว่าคนที่พูดเป็นน้องสาวของเขาจึงรู้สึกตื่นตัวขึ้นมา
วันรุ่งขึ้น เขานำเรื่องนี้ไปปรึกษาจูอู่
“ท่านบอกว่าปาเม่ยไปสอบถามเรื่องบัณฑิตคนนี้?”
“ใช่”
จูอู่ลูบคาง “ได้ งั้นวันนี้ข้าจะทำงานให้เสร็จเร็วหน่อย จะได้ออกไปเดินดูรอบ ๆ”
จูซื่อได้ยินเช่นนั้นก็ทราบว่าน้องห้าจะออกไปสืบข่าว
ผู้หญิงมีวิธีการของผู้หญิง ผู้ชายก็มีวิธีการของผู้ชายเช่นกัน
จูอู่ดูไปอายุยังน้อย แต่นิสัยเปิดเผยร่าเริง มีสหายมากมาย
คนในหมู่บ้านที่วัยใกล้เคียงกับเขามีอยู่ไม่กี่คนที่ไม่สนิทกับเขา กระทั่งจูกู่กับจูหมี่ที่เปิดโปงความผิดของมารดาตนเอง (แม่ม่ายฉิน) ยังถูกจูอู่ตีสนิทได้สำเร็จ
แน่นอนว่านั่นเป็นอีกเรื่องราวหนึ่ง
หลังจากเย่อวี๋หรานจัดการแม่ม่ายฉินก็ทราบว่าสถานการณ์ของครอบครัวอีกฝ่ายย่ำแย่ลงทุกวัน
เมื่อขาดเสาหลักของบ้าน ชีวิตความเป็นอยู่จะดีขึ้นได้อย่างไร?
จูกู่กับจูหมี่อาจถึงวัยที่สามารถแต่งงานได้แล้ว แต่ก็เป็นเพียงเด็กอายุสิบกว่าขวบเท่านั้น ถึงจะพูดว่าดูแลครอบครัวได้ แต่ก็ยังเป็นเรื่องยากอยู่ดี
คนที่มีปัญหากับเย่อวี๋หรานคือแม่ม่ายฉิน เย่อวี๋หรานไม่คิดจะไปซ้ำเติมเด็กสองคนนี้ การสร้างศัตรูมากเกินไปยังไม่เป็นผลดีต่อสกุลจู
นอกจากนี้ จูกู่กับจูหมี่ยังเป็นคนสกุลจู หากนางคิดจะทำอะไร ผู้อาวุโสก็ไม่แน่ว่าจะเห็นดีเห็นงาม
ด้วยเหตุนี้ เย่อวี๋หรานจึงไปหาจูอู่ บอกให้เขาหาวิธีตีสนิทเด็กสองคนนั้น
“คนเราถ้าถูกบีบคั้นจนไร้ทางไปก็อาจทำเรื่องสุดโต่งได้ง่าย ๆ”
“ทุกคนในครอบครัวพวกเราล้วนสำคัญ ข้าไม่อยากทำร้ายคนในบ้านเพียงเพื่อจะจัดการกับคนชั่วเพียงคนเดียว”
“เจ้าห้า เจ้าฉลาดมากไหวพริบ คงรู้ว่าควรทำอย่างไรกระมัง?”
……
มารดาออกปากแล้ว จูอู่ย่อมต้องไปดำเนินการ
แม้จะยังไม่ชัดเจนเท่าไหร่ แต่จูอู่รู้สึกคลับคล้ายคลับคลาว่าได้ค้นพบเส้นทางที่เหมาะสมกับตัวเองแล้ว
คนในหมู่บ้านมีมาก ต่อให้เจียงหยวนซือซ่อนตัวได้ดีแค่ไหน เมื่อเวลาผ่านไปย่อมถูกคนในหมู่บ้านพบเห็นไม่มากก็น้อย
แต่ก่อนนี้เขาเคยมาซื้ออาหารที่เรือนสกุลจู ดังนั้นพอคนเห็นเขาจึงไม่รู้สึกประหลาดใจ อย่างมากก็แค่บ่นว่า “มีสาวใช้กับแม่นมไม่รู้จักใช้ แต่กลับมาด้วยตัวเองเนี่ยนะ?”
เอาเป็นว่าพวกเขาคงไม่มีวันทำความเข้าใจพวกคนมีอันจะกินหรือบัณฑิตเหล่านี้ได้
เมื่อจูอู่ออกไปสืบข่าวย่อมได้ร่องรอยมาบ้าง
คนอื่นพูดโดยไม่คิดอะไร แต่ตนเองฟังแล้วกลับคิดว่า เจียงหยวนซือผู้นี้คงไม่ได้หมายตาครอบครัวพวกเขาแต่แรกหรอกนะ ทำไมขยันมาหมู่บ้านสกุลจูขนาดนั้น ทั้งยังเดินเตร่อยู่ใกล้ ๆ เรือนพวกเขาอีกต่างหาก?
“พี่สี่ ท่านถามพี่สะใภ้สี่หน่อยว่าเจียงหยวนซือผู้นี้มาซื้อของที่เรือนพวกเรากี่ครั้งแล้ว”
“ครั้งเดียว” จูซื่อตอบ
“ครั้งเดียว? ท่านแน่ใจนะ?” จูอู่มุ่นคิ้ว
ทำไมคนอื่นถึงบอกว่ามาเรือนพวกเขาหลายครั้งแล้วเล่า?
จูซื่อพยักหน้า “นานทีถึงจะมีบัณฑิตมาซื้อของที่เรือนพวกเราสักครั้ง พี่สะใภ้สี่ของเจ้าจะจำผิดได้อย่างไร?”
จูอู่เริ่มรู้สึกว่าไม่ชอบมาพากล
จูซื่อเห็นแววตาของอีกฝ่ายก็เริ่มสังหรณ์ใจไม่ดี
ทันใดนั้น สองพี่น้องพลันนิ่งเงียบไป
“เรื่องนี้ต้องบอกท่านแม่หรือไม่?”
“ยังไม่รู้เลยว่าสถานการณ์เป็นอย่างไร รอไปก่อน พวกเราน่าจะ…”
“ไปถามปาเม่ยก่อน?”
“…เด็กผู้หญิงหน้าบาง ไม่มีหลักฐานก็ไม่รู้จะถามอย่างไร”
จูซื่อ : เจ้าแน่ใจนะว่าปาเม่ยหน้าบาง นั่นเรียกว่าหน้าบางงั้นหรือ?
จูอู่ : …ข้าแค่พูดผิดไปนิดเดียว ท่านอย่าจริงจังขนาดนั้นได้ไหม?
จูอู่ย่อมไม่คิดว่าจูปาเม่ยหน้าบางอยู่แล้ว แต่กลัวว่านางจะไม่กล้าพูดออกมา ทั้งยังวิตกว่าจูปาเม่ยอาจหน้ามืดทำเรื่องเลอะเลือน
ถึงอย่างไรนี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรก
อีกทั้งจูปาเม่ยก็ยังอายุน้อย
แทนที่จะแหวกหญ้าให้งูตื่น*[1] จูปาเม่ยปากแข็งไม่ยอมรับ มิสู้จับให้ได้คาหนังคาเขา ดูว่านางยังจะแก้ตัวอย่างไรได้อีก
ถ้าจูปาเม่ยรู้ว่าจูอู่คิดอะไรอยู่คงต้องประท้วงเป็นแน่
พี่ห้า คนเราก็ต้องเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ทำไมในใจท่านข้าถึงเป็นแบบนั้นอยู่ร่ำไปเล่า?
จูอู่ : …ไม่เคยคิดว่าเจ้าฉลาดมาแต่แรกแล้วนี่นา
[1] แหวกหญ้าให้งูตื่น (打草惊蛇) หมายถึง ทำให้ฝ่ายตรงข้ามรู้สึกตัว
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
8XZ37JWA
เจอโค๊ดแล้วอย่าเพิ่งเมินเฉย โค๊ดนี้สามารถนำมากรอกเพื่อรับเหรียญได้ที่เว็บไซต์ Enjoybook
ไปที่โปรไฟล์ >> รหัสแลกรับ >> ใส่โค๊ดที่ได้ (ตัวพิมพ์ใหญ่)
ลุ้นรับเหรียญสูงสุด 100 เหรียญ ตั้งแต่วันนี้ – 30 ตุลาคม
ด่วน! ใครใช้โค๊ดก่อน ได้เหรียญก่อนนะ