ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 502 แซ่จูเหมือนกัน
บทที่ 502 แซ่จูเหมือนกัน
“ใช่แล้ว พี่ห้า ของสิ่งนี้ล้ำค่าเกินไป”
จากนั้นก็ยัดคืนจูอู่ราวกับเป็นของร้อนลวกมือ
จูอู่ย่อมไม่รับคืนอยู่แล้ว ทั้งยังถอยหลังไปสองก้าว “ชู่ว เบาหน่อย อย่าให้คนอื่นได้ยิน ข้าเป็นคนเก็บได้นะ…”
จูกู่กับจูหมี่มีสีหน้าลำบากใจ
“ไม่ได้จะให้พวกเจ้าเปล่า ๆ เสียหน่อย ข้ามีเรื่องจะให้พวกเจ้าช่วย รับไปเถอะ ต่อไปจะหาเงินได้หรือไม่ยังต้องพึ่งเจ้านี่นะ” จูอู่โน้มน้าว
ครั้นมองเงินนั่นแล้ว จูกู่กับจูหมี่ก็รู้สึกหวั่นไหวอยู่บ้าง
ตั้งแต่ที่พวกเขาเกิดมาจนถึงทุกวันนี้ เงินก้อนเบ้อเริ่มขนาดนี้ก็แค่เคยเห็น แต่ไม่เคยได้สัมผัสมาก่อนเลย
เศษเงินเล็กน้อยก็พอให้ซื้อของมากมายได้แล้ว
“พี่ห้า ท่านมีเรื่องอะไรเชิญพูดมาได้เลย พวกข้าทำให้ท่านแน่นอน”
“ใช่แล้ว พี่ห้า ต่อไปพวกข้าพี่น้องขอติดตามท่านแล้ว”
สองพี่น้องตัดสินใจอย่างเด็ดขาด
มารดาของพวกเขาเป็นแบบนั้นเสียแล้ว เห็นทีคงพึ่งพาไม่ได้ อย่างนั้นมิสู้หาที่พึ่งคนใหม่
เมื่อเห็นพวกเขาตกปากรับคำ จูอู่ก็นึกยินดี เขารู้อยู่แล้ว จะเป็นคนที่รับมือยากแค่ไหนก็ไม่ครณามือเขาหรอก!
แต่สีหน้ากลับไม่ได้เปิดเผยอะไรออกมา เพียงกล่าวอย่างจริงใจกว่าเดิมว่า “พี่น้องกันทั้งนั้น พูดเสียห่างเหินกันไปได้? ทุกคนล้วนแซ่จูเหมือนกัน ช่วยเหลือกันก็เป็นเรื่องสมควรทำอยู่แล้ว อีกอย่างเงินพวกนั้นข้าหาคนเดียวไม่ไหวหรอก ไม่พาพวกเจ้าไปด้วยแล้วจะพาใครไป? เอาล่ะ เก็บเงินไว้ให้ดี ซื้อของกินดี ๆ มาบำรุงตัวเองก่อนเถอะ”
“ร่างกายต้องแข็งแรงก่อนถึงจะมีเรี่ยวแรงทำงาน” พูดพลางกวักมือให้อีกฝ่ายขยับเข้ามาใกล้กว่าเดิม แล้วกระซิบบอกพวกเขา
จูกู่กับจูหมี่เผยสีหน้าประหลาดใจออกมาเป็นระยะ “จริงหรือ?”
“พี่ห้า ท่านช่างดีกับพวกข้าจริง ๆ!”
“พี่ห้า ท่านสบายใจได้ พวกข้าจะตั้งใจทำให้ดีเลย!”
……
ครั้นได้ยินคำมั่นจากอีกฝ่าย จูอู่ลอบเบิกบานใจยิ่งนัก เขาพูดว่า “ถึงตอนนั้นพวกเจ้าต้องตั้งใจให้ดี อย่าไปท้องเสียเอาช่วงเวลาสำคัญแล้วอ้างนู่นอ้างนี่ คราวหน้าถ้ามีเรื่องดีแบบนี้อีก ข้าคงไม่กล้าเอ่ยปากกับคนเขาแล้ว”
“วางใจเถอะ พี่ห้า พวกข้าไม่ทำให้ท่านขายหน้าแน่นอน”
กำไลเงินวงเดียว ใช้ไปแค่ส่วนหนึ่งยังให้ผลลัพธ์ที่น่าทึ่งเช่นนี้ จูอู่อารมณ์ดียิ่งนัก
ระหว่างทางขากลับ เขายังแวะไปอีกหลายบ้าน
ในจำนวนนั้นจูไห่อายุไล่เลี่ยกับจูอู่ หลังจากมารดาให้กำเนิดเขา สุขภาพก็ไม่ดีเหมือนเดิม นับแต่นั้นมาไม่อาจทำงานหนักได้อีก เพียงเหนื่อยเล็กน้อยก็ต้องไปนอนพักผ่อนบนเตียง
แม้ว่าครอบครัวนี้ยังมีบิดาเขาคอยประคับประคอง แต่มารดาที่ป่วยเรื้อรังหนึ่งคนก็เพียงพอจะทำให้สิ้นเนื้อประดาตัวได้แล้ว
หลายปีมานี้ ปู่ย่าของเขายังมักกล่าวโทษมารดา
“ถ้าจะตายก็รีบตายไปเสียที ครึ่งเป็นครึ่งตายแบบนี้ มาเป็นตัวถ่วงคนเขาทำไม?”
“แม่ไห่จื่อ ข้าไม่ได้จะโทษเจ้า แต่เจ้าจะทนอยู่ไปเพื่ออะไร? เจ้าดูไห่จื่อลูกเจ้า เขาโตขนาดนี้แล้ว ถ้าเป็นคนอื่นคงเริ่มดูตัวกันแล้ว”
“เจ้าดูเขาสิ พอคนอื่นได้ยินว่าที่บ้านเขามีแม่ที่นอนป่วยบนเตียงอยู่คนหนึ่ง ผู้ใดยังจะยอมแต่งให้?”
……
จูไห่หิ้วปลาสองตัวกลับมา เพิ่งถึงประตูเรือนก็ได้ยินย่าของเขากำลังพูดเช่นนี้ ในใจทั้งปวดใจและโมโห
แต่เขาไม่กล้าขึ้นเสียงใส่คนเป็นย่า จะอย่างไรมารดาของเขาก็ยังนอนอยู่บนเตียง เวลาในบ้านไม่มีของกินก็เป็นปู่ย่าของเขาที่แอบขโมยอาหารจากในเรือนท่านลุงท่านอามาให้พวกเขา
เขารอให้คนเป็นย่าจากไปด้วยความอึดอัดใจ
ทันใดนั้นมีมือข้างหนึ่งแตะลงบนไหล่ของเขา ทำให้เขาสะดุ้งโหยง
เมื่อหันกลับไปก็เห็นว่าเป็นจูอู่
“พี่ห้า…” จูไห่มีสีหน้าเหยเก
เพราะเขารู้ว่าแม้แต่เขายังได้ยิน จูอู่ก็ต้องได้ยินเช่นเดียวกัน
“ชู่ว…” จูอู่ห้ามให้อีกฝ่ายส่งเสียงพูด แล้วกวักมือเป็นเชิงบอกให้ตามออกมา
จูไห่ลังเลเล็กน้อย จากนั้นจึงเดินตามอีกฝ่ายออกไปจากเรือนตนเอง
“พี่ห้า ท่านมาหาข้ามีเรื่องอะไรหรือ?” จูไห่ไม่สะดวกใจจึงไม่เอ่ยถึงเรื่องในเรือนตนเอง
“เฮ้อ…” จูอู่ถอนหายใจแล้วส่งสิ่งของไปให้ “รับไว้เถอะ อดทนไปก่อน เรื่องที่ข้ารับปากเจ้าไว้ใกล้จะได้เวลาแล้ว ช่วงนี้เจ้าก็ทนไปก่อน ถ้าในตำบลส่งข่าวมา ข้าจะมาบอกเจ้าทันที”
จูไห่ชั่งน้ำหนักในมือก็รู้สึกว่าไม่ถูกต้อง ครั้นเปิดดูก็ต้องตะลึง เงินนี่นา?!
เขาเงยหน้ามองไปทางจูอู่ด้วยความเหลือเชื่อ “พี่ พี่ห้า…ของสิ่งนี้ ท่านได้มาจากไหน? ไม่ใช่สิ ทำไมท่านถึงเอามาให้ข้า…ไม่ได้ ท่านเอาคืนไป นี่มากเกินไปแล้ว! ข้ารับไว้ไม่ได้!”
จูอู่ผลักคืนไปด้วยท่าทียืนกราน “ข้าไม่ได้จะให้เจ้าเปล่า ๆ เสียหน่อย นี่คือเงินลงทุนล่วงหน้า เงินลงทุนน่ะ เข้าใจไหม? วันหน้าถ้าเจ้าจัดการธุระให้ข้า ข้าย่อมมีค่าตอบแทนให้เจ้า เจ้าคิดเสียว่าข้าซื้อใจเจ้าก็แล้วกัน”
จูไห่รู้สึกว่าในใจขมปร่า “พี่ห้า…”
เขารู้ว่าพี่ห้าพูดแบบนี้เพราะไม่อยากให้เขาปฏิเสธ
ก็เหมือนกับทุกวันนี้ที่เขาไปช่วยสกุลจูเก็บแหจับปลา แต่ละครั้งที่ไปเอาแหขึ้นมา จะจับปลาได้มากได้น้อยก็จะแบ่งปลาให้เขาสองตัวเสียทุกครั้งไป
จับปลาไม่ต้องใช้ทักษะอะไร แค่มีแหก็พอแล้ว
คนที่ฉลาดหน่อยเพียงสังเกตเล็กน้อยว่าแหจับปลาของสกุลจูทำขึ้นมาอย่างไรก็สามารถกลับไปทำเลียนแบบเองได้แล้ว ทุกวันนี้จึงจับปลาได้ยากขึ้นทุกที หากจะเลี้ยงชีพด้วยการจับปลาจึงเป็นเรื่องยากยิ่ง
มีเพียงครอบครัวสกุลจูที่มากฝีมือ อาหารที่ทำก็อร่อย มีทั้งลูกชิ้นปลาและปลาตากแห้ง สามารถนำมาขายหารายได้ไม่มากก็น้อย
“เอาน่า พวกเราแซ่จูเหมือนกัน ข้าไม่ช่วยเจ้าแล้วยังจะช่วยใคร?” จูอู่ตบไหล่อีกฝ่าย แล้วกล่าวอย่างใจกว้าง “ตอนนี้เจ้าแค่ลำบากชั่วคราว วันหน้าถ้ามีโอกาสจะต้องดีขึ้นแน่นอน ถึงตอนนั้นไม่แน่ว่าข้าอาจต้องให้เจ้าช่วยเหลือก็ได้”
“ถ้ามีวันนั้นจริง ต่อให้เป็นภูเขาดาบหรือทะเลเพลิง*[1] ข้าก็ต้องช่วยพี่ห้าแน่นอน” จูไห่กล่าวอย่างหนักแน่น
จูอู่ยิ้ม “คงไม่ถึงขั้นขึ้นภูเขาดาบลงทะเลเพลิงหรอก สถานที่พรรค์นั้นเจ้ากล้าไปแต่ข้าไม่กล้าไปนี่นา เอาล่ะ ข้ายังมีธุระคงต้องไปก่อนแล้ว อีกหลายวันค่อยมาหาเจ้าใหม่”
ครั้นมองตามเงาหลังของจูอู่ จูไห่พลันรู้สึกซาบซึ้งใจยิ่งนัก
เมื่อกลับไปถึงเรือนกลับมีเพียงความเงียบสงบ
ตุบ
เขาได้ยินเสียงประหลาดดังออกมาจากห้องของบิดามารดา
หัวใจเขาเต้นผิดจังหวะ รีบวิ่งไปทางนั้นทันที
ภาพภายในห้องทำให้เขาเบิกตาแทบถลน
เหนือเก้าอี้ที่พลิกคว่ำ ขาคู่หนึ่งห้อยต่องแต่งอยู่กลางอากาศ
“ท่านแม่?!”
เขาร้องเสียงหลง ถลันเข้าไปกอดขาคู่นั้น พยายามเอาคนลงมา
“ท่านแม่ ทำไมท่านทำแบบนี้?”
“ท่านแม่?!”
……
เรื่องที่มารดาของจู่ไห่ฆ่าตัวตายลือไปทั่วหมู่บ้านสกุลจูอย่างรวดเร็ว
“ไม่กระมัง แม่ของเขาฆ่าตัวตาย? ทำไมมาฆ่าตัวตายตอนนี้ ไห่จื่อลูกนางก็โตแล้วนี่นา นางโง่หรือเปล่า?”
“พิโธ่พิถัง เจ้าคงไม่รู้เรื่องสินะ? คงเป็นเพราะแม่สามีใจดำของนางไปพูดให้ที่เรือนอีกแล้วน่ะสิ แม่ไห่จื่อเป็นแบบนั้นจะรับไหวได้อย่างไร?”
“เฮ้อ…เรื่องนี้ก็ไม่อาจโทษแม่สามีของนางไปเสียทั้งหมด เจ้าลองคิดดู บ้านไหนมีสะใภ้ที่ต้องกินยานาน ๆ แบบนั้น ใครจะไปแบกรับไหว?”
ทันใดนั้น เหล่าสตรีที่ซุบซิบกันอยู่พลันเงียบเสียง
ก็แล้วไม่ใช่หรือไร ถ้าครอบครัวไหนมีคนป่วย กินยาหลายชุดหน่อยก็เพียงพอจะทำให้ทั้งบ้านหมดเนื้อหมดตัวได้แล้ว นับประสาอะไรกับแม่ของไห่จื่อที่ล้มป่วยมานานหลายปี บิดาของไห่จื่อก็ไม่ได้ทอดทิ้งภรรยาของเขา นับว่าดีต่อนางมากแล้ว
ไม่เห็นหรือว่ากระทั่งบ้านมารดาของแม่ไห่จื่อก็ไม่ดูดำดูดีลูกสาวคนนี้แล้ว?
หลี่ซื่อย่อมได้ยินเรื่องนี้ เมื่อกลับเรือนมาจึงเล่าให้เย่อวี๋หรานฟัง
กล่าวถึงเรื่องนี้ นางยังพูดอีกเรื่องขึ้นมา “ท่านแม่ มีเรื่องหนึ่งแปลกมากเลยเจ้าค่ะ ข้าต้องบอกท่านเอาไว้เสียหน่อย มีคนมาถามข้าว่าบัณฑิตแซ่เจียงคนนั้นคงรวยมากเลยใช่ไหม ถึงได้มาซื้อของที่เรือนพวกเราเป็นประจำ แต่ข้าจำได้แม่นเลยนะเจ้าคะว่าเขาเคยมาซื้อของที่เรือนพวกเราแค่ครั้งเดียวเท่านั้น…”
[1] ภูเขาดาบทะเลเพลิง (刀山火海 ) อุปมาถึงสถานที่ที่เต็มไปด้วยภัยอันตราย