ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 505 ระเบิดอารมณ์
บทที่ 505 ระเบิดอารมณ์
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะช่วงนี้เก็บกดมากเกินไป หรือเป็นเพราะการมองข้ามของจูซื่อและจูอู่ทำให้จูเหล่าโถวโมโหขึ้นมาจริง ๆ เขาพลันระเบิดอารมณ์ออกมา ต่อว่าคนทั้งสองยกใหญ่
ทำราวกับว่าจูซื่อและจูอู่ทำความผิดร้ายแรง
ปฏิกิริยาตอบสนองของจูซื่อและจูอู่คือนิ่งงัน “…”
ท่านพ่อเสียสติไปแล้วหรือ?
ท่านพ่อพูดอะไรเนี่ย? ประหลาดแท้ ๆ
ปฏิกิริยาตอบสนองของจูต้าและจูเอ้อร์ก็นิ่งงัน “…”
ท่านพ่อ ท่านพูดเรื่องพวกนี้ทำไม? ท่านก็ไม่ดูตัวเองบ้าง?
พวกข้าเป็นลูกชายของท่านนะ แต่เรื่องหาเงินแบบนี้ท่านไม่คิดถึงพวกข้า แต่กลับไปคิดถึงอาสามกับอาสี่
จะโทษจูต้ากับจูเอ้อร์ที่คิดเช่นนี้ก็ไม่ได้ เงินทั้งหมดของครอบครัวอยู่ในมือของบรรดาลูกสะใภ้ ผู้ชายอย่างพวกเขากลับไม่ได้ถือเงินสักเหรียญเดียว
มีคนแอบเยาะเย้ยว่าพวกเขาก็เหมือนจูเหล่าโถว ไม่สมชายชาตรี เป็นพวกกลัวภรรยาเหมือนกัน…
พวกเขารู้ว่าคนอื่นพูดเช่นนั้นเพราะอิจฉา แต่ก็อดจะรู้สึกแย่ไม่ได้
ใช่แล้ว ผู้ชายอกสามศอกอย่างพวกข้าทำงานทั้งวันแต่กลับไม่มีเงินแม้แต่เหรียญเดียวเนี่ยนะ
ท่านแม่ไม่ให้พวกเขาค้าขาย แต่ไปรับจ้างคงได้กระมัง?
ดังนั้นเมื่อได้ยินจูซื่อกับจูอู่กล่าวถึงเรื่องงานรับจ้างชั่วคราวขึ้นมา แม้จะได้เงินไม่เท่าไหร่ แต่พวกเขาก็หวั่นไหวเสียแล้ว
พวกเขาคิดว่าการเก็บเกี่ยวเสร็จเรียบร้อยแล้ว มันเทศก็เอาลงดินไปตั้งนานแล้ว พวกเขาออกไปทำงานรับจ้างก็คงไม่กระทบต่องานเพาะปลูก
ยุคนี้มีใครรังเกียจว่าได้เงินเยอะด้วยหรือ?
คิดไม่ถึงว่าพวกลูกชายสกุลจูยังไม่ทันพูดอะไร จูปาเม่ยกลับระเบิดขึ้นมาเสียก่อน “ท่านพ่อ ท่านไม่พูดจะได้ไหม?”
“เจ้าหมายความว่าอย่างไร?” จูเหล่าโถวตวัดสายตามองมา “ข้ายังพูดไม่ได้อีกเรอะ? ข้าพูดกับพี่ชายเจ้าอยู่นะ เด็กผู้หญิงอย่างเจ้าจะสอดปากขึ้นมาทำไม?”
“ท่านจัดการเรื่องของตัวเองให้ดีก่อนเถอะ ไม่ต้องไปสนเรื่องอื่น เรื่องในบ้านท่านแม่กับพวกพี่ ๆ จะเป็นคนดูแลเอง” สำหรับจูปาเม่ย เรื่องแม่ม่ายฉินนั้นยังไม่จบ แต่เป็นเสมือนหนามแหลมที่ปักอยู่ในใจนาง ไม่ว่าอย่างไรก็ถอนไม่ออกเสียที
“เจ้ากล้าพูดแบบนี้กับข้า?!” จูเหล่าโถวคิดไม่ถึงว่าจูปาเม่ยจะพูดเช่นนี้กับตัวเอง ใบหน้าเขาถึงกับเขียวคล้ำ
เขาลุกขึ้นแล้วปราดเข้ามาหาจูปาเม่ย เค้นถามออกมาว่า “แม่เจ้าเสี้ยมสอนเจ้ามาใช่ไหม?!”
“ต้องให้ท่านแม่สอนด้วยหรือเจ้าคะ? ท่านเป็นคนทำแท้ ๆ แต่ไม่อนุญาตให้คนอื่นพูด?” จูปาเม่ยเองก็ตรงไปตรงมา นางลุกขึ้นตอบโต้กลับไปอย่างโกรธเกรี้ยว “ท่านว่ามาสิ หลังจากท่านทำเรื่องพรรค์นั้นไปแล้ว ท่านเคยขอโทษท่านแม่ ขอโทษพวกข้าไหม? ท่านไม่ได้ทำผิดเลยงั้นเรอะ…”
บรรดาลูกชายกับลูกสะใภ้สกุลจูยังไม่ทันได้เข้าไปห้ามก็ได้ยินเสียง ‘เพียะ’
ฝ่ามือของจูเหล่าโถวฟาดลงบนใบหน้าของจูปาเม่ย
“สามหาว! เจ้ามันเนรคุณแล้ว!” เขาถลึงตามองจูปาเม่ย เดือดดาลจนร่างสั่นระริก
เขาคิดว่าเรื่องนี้ผ่านไปแล้ว ภรรยากับลูกชายล้วนไม่พูดอะไร แต่เด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมคนนี้กลับกระโดดออกมาพูดเนี่ยนะ?!
นางทำแบบนี้หมายความว่าอย่างไร?
นางคิดว่าเด็กอย่างนางจะมาสั่งสอนเขาได้งั้นเรอะ?
แบบนี้มันกบฏแล้ว!
“ท่านพ่อ!”
“ท่านพ่อ ท่านทำอะไร?”
“ท่านพ่อ ท่านอย่าโมโห ปาเม่ยไม่ได้ตั้งใจ…”
……
จูต้า จูเอ้อร์ จูซื่อ และจูอู่แตกตื่นกันหมด พวกเขารีบลุกขึ้นมาแล้วโถมเข้าไปกอดเอวจูเหล่าโถว ขวางอยู่ระหว่างบิดาและบุตรสาว ด้วยกลัวว่าบิดาของพวกตนจะตบน้องสาวอีกครั้ง
จูปาเม่ยโตขนาดนี้แล้ว มาตบหน้านางต่อหน้าคนมากมายเช่นนี้ ต่อไปจูปาเม่ยจะสู้หน้าคนอื่นได้อย่างไร?
จูปาเม่ยอัดอั้นใจเหลือประมาณ ขอบตาแดงก่ำโดยพลัน นางโตมาจนป่านนี้ ท่านแม่ยังไม่เคยแตะต้องนางแม้แต่เส้นขน สามีที่นอกใจภรรยาตัวเองอย่างเขามีสิทธิ์อะไร?!
นางเชิดหน้าขึ้นเสียงใส่จูเหล่าโถว
“ท่านตีสิ ตีข้าให้ตายไปเลย!”
“ข้ามันเนรคุณแล้วจะทำไม?”
“แน่จริง ท่านก็ตีข้าให้ตายเลยสิ!”
……
หลิ่วซื่อ หลิวซื่อ หลี่ซื่อ และหลินซื่อตระหนกยิ่ง รีบกอดจูปาเม่ยแล้วดึงตัวออกมาอีกฝั่ง
ดึงคนพลางผลัดกันเกลี้ยกล่อมว่า “ปาเม่ย เจ้าก็พูดให้น้อยลงหน่อยเถอะ!”
“ใช่แล้ว ปาเม่ย เรื่องมันผ่านไปแล้ว เจ้าจะพูดขึ้นมาทำไม?”
“ปาเม่ย เจ้าอย่าทำอะไรโง่ ๆ!”
……
เมื่อครู่ก่อนนั้นเป็นจูซื่อกับจูอู่ที่ถูกตำหนิ แค่พริบตาเดียวกลับกลายเป็นจูเหล่าโถวทะเลาะกันกับจูปาเม่ย
จูปาเม่ยที่ไม่เคยได้รับความน้อยเนื้อต่ำใจมาก่อนระเบิดอารมณ์ออกมา หากไม่ใช่เพราะนางตัวเล็ก เรี่ยวแรงสู้พี่สะใภ้หลายคนไม่ได้ คนทั้งหลายก็เกือบจะขวางไม่อยู่
ชั่วขณะนั้น เหล่าพี่สะใภ้จึงตระหนักว่า สมแล้วที่เป็นลูกสาวบังเกิดเกล้าของแม่สามี พอได้ระเบิดอารมณ์ขึ้นมา คนทั่วไปล้วนเอาไม่อยู่!
เมื่อเผชิญหน้ากับสถานการณ์เช่นนี้ ปฏิกิริยาแรกของเย่อวี๋หรานคือนิ่งงัน “…”
เดี๋ยวก่อน พวกเราพูดถึงเรื่องรับจ้างชั่วคราวกันอยู่ไม่ใช่หรือ?!
แต่เมื่อมองไปยังจูปาเม่ยที่มีปฏิกิริยาตอบสนองรุนแรงเช่นนั้น นางถึงตระหนักได้ว่าตนเองคงพลาดอะไรไปบางอย่าง
‘ปัง’
เสียงตบโต๊ะดังขึ้น
คนทั้งหลายที่กำลังวุ่นวายกันอยู่พลันชะงัก ความเงียบปกคลุมเข้ามา
ครั้นเห็นทุกคนหันกลับมา เย่อวี๋หรานที่รู้สึกเจ็บมือและอยากยกมือขึ้นมานวดจึงพยายามหักห้ามใจเอาไว้ มารดามันเถอะ ตบแรงเกินไป! เมื่อครู่นี้ข้าไม่น่าใช้มือตบโต๊ะเลย
สายตาเหลือบไปเห็นถ้วยชามจอกชาบนโต๊ะ ลอบคิดว่าอุปกรณ์ช่วยเหลือมีเยอะแยะขนาดนี้ ข้านี่มันโง่จริง ๆ!
“ทะเลาะอะไรกัน?”
“พูดกันดี ๆ ไม่ได้หรือไร ทะเลาะกันอยู่นั่นแหละ นอกจากทะเลาะกัน พวกเจ้าทำอะไรเป็นบ้าง?”
“เจ้าใหญ่ เจ้ารอง พาพ่อพวกเจ้ากลับห้องไปพักผ่อน”
“เจ้าสี่ เจ้าห้า ไปทำธุระของพวกเจ้าเสีย”
“เมียเจ้าใหญ่ เมียเจ้ารอง และเมียเจ้าห้า พาพวกเด็ก ๆ เก็บโต๊ะทำความสะอาด เสร็จแล้วก็แยกย้ายไปนอน”
“เมียเจ้าสี่ พาซานเป่ากับซื่อเป่าไปล้างเนื้อตัวแล้วเข้านอนได้แล้ว”
……
สั่งความทุกคนเสร็จ เย่อวี๋หรานก็พาจูปาเม่ยแยกตัวออกไป
ตอนจากไป จูปาเม่ยยังถลึงตาใส่จูเหล่าโถวอย่างไม่ยินยอม ดวงตาแดงเรื่อเต็มไปด้วยความอัดอั้นและขุ่นเคือง
ความรู้สึกซับซ้อนที่สั่งสมมาได้สักพักแล้วพลันระเบิดออกมาจนสิ้นในชั่วขณะนั้นเอง
จะอย่างไรก็เป็นเด็กที่ตัวเองเลี้ยงมา หลิ่วซื่อเห็นแล้วอดจะปวดใจไม่ได้
นางยืนอยู่ที่เดิม มองเงาหลังของน้องสามีที่เดินจากไป สองจิตสองใจยิ่งนัก
หลิวซื่อเดินเข้ามาลูบไหล่หลิ่วซื่อเบา ๆ “ไปทำงานเถอะ ถ้าท่านแม่กลับมาเห็นจะว่าเอาได้”
“อืม”
จูซื่อกับจูอู่ที่เดินออกมาจากเรือนแล้วก็รู้สึกแย่เช่นกัน
ท้องฟ้ามืดมิด ภายใต้การขับเน้นของราตรี รอบด้านเงียบสงัดวังเวง
เงาของสองพี่น้องถูกแสงจันทร์บนท้องฟ้าดึงรั้งให้ทอดยาว
“พวกเราละเลยปาเม่ยเกินไปหรือเปล่านะ?” จูซื่ออดจะถามขึ้นมาไม่ได้
ถ้าไม่บังเอิญค้นพบเรื่องเจียงหยวนซือ พวกเขาอาจไม่ได้หันมาสนใจจูปาเม่ยเลยก็ได้
แต่ถึงจะเป็นเช่นนี้ พวกเขากลับไม่มีใครสังเกตเลยว่าเรื่องที่จูเหล่าโถวนอกใจจะส่งผลกระทบต่อจูปาเม่ยมากขนาดนี้ การตอบสนองของจูปาเม่ยทำให้เขารู้สึกกลัวอยู่บ้าง
จูอู่ที่ร่าเริงมาตลอดก็เปลี่ยนเป็นเงียบขรึมเช่นกัน “อืม”
ทั้ง ๆ ที่ได้รับงานมาแล้ว พวกเขาทำตามที่รับปากทุกคนได้แล้ว เห็นอยู่กับตาว่าแผนการของพวกตนกำลังก้าวหน้าไปอีกขั้น จูอู่กับจูซื่อกลับดีใจไม่ลง
“เฮ้อ…ครอบครัวเรามีปาเม่ยเป็นเด็กผู้หญิงคนเดียว คงเหงานั่นแหละ ถ้านางมีพี่สาวด้วยสักคนก็คงดี” จูซื่อทอดถอนใจ นึกเสียดายที่มารดาของตนคลอดลูกสาวออกมาแค่คนเดียว
เด็กผู้หญิงมีความรู้สึกอ่อนไหวง่ายโดยกำเนิด ถ้ามีพี่น้องผู้หญิงสักสองสามคน คงไม่รู้สึกว่าทุกคนล้วนละเลยจูปาเม่ยเช่นนี้แล้ว
เขายังพูดอีกว่า “ถึงจะมีหลินซานเม่ยกับหลินซื่อเม่ยอยู่เป็นเพื่อน แต่พวกนางก็เป็นคนนอกอยู่ดี!”
ไม่อย่างนั้น พวกนางจะไม่สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงหรือความผิดปกติของจูปาเม่ยเลยได้อย่างไร?