ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 511 ไม่มีไร่นาที่ไถนาแล้วสภาพแย่
บทที่ 511 ไม่มีไร่นาที่ไถนาแล้วสภาพแย่
จูอู่มุมปากกระตุกเล็กน้อย นิสัยท่านแม่เป็นเช่นนั้นจะลำบากหรือ? ก่อนหน้านี้ท่านพ่อก่อเรื่องก็ยังผ่านมาได้ไม่ใช่หรือ?
เพียงแต่เรื่องนี้เขาขี้เกียจจะ ‘เถียง’ กับพี่สี่
จะปลุกคนที่แสร้งทำเป็นหลับนั้นเป็นเรื่องที่ยากเกินไปอย่างแท้จริง!
สองพี่น้องทำธุระเสร็จกลับมาฟ้าก็มืดแล้ว
หลี่ซื่อและหลินซื่อรอพวกเขาอยู่ตลอด เมื่อเห็นว่าพวกเขากลับมาแล้วก็รีบออกมาทักทาย ยื่นเสื้อผ้าให้ ตักน้ำให้พวกเขาและส่งไปให้ด้วย
“เป็นอย่างไรบ้าง เดินทางครั้งนี้ราบรื่นหรือไม่?” หลี่ซื่อย้ายม้านั่งมานั่งตรงข้ามกับจูซื่อ ล้างเท้าให้เขาไปก็ถามไปพลาง
จูซื่อตกใจเมื่อถูกนางเอาใจใส่ “เจ้าทำอะไรเนี่ย?”
“ไอ้หยา ทำไมต้องหลบด้วย? ข้าปรนนิบัติเจ้าแต่เจ้ากลับไม่พอใจหรือ?” หลี่ซื่อคว้าเท้าของเขาที่กำลังจะวิ่งหนี
จูซื่อกล่าวว่า “อย่าทำอะไรน่าอายเลยน่า พวกเราแต่งงานกันมานานถึงเพียงนี้ เจ้ายังไม่เคยล้างเท้าให้ข้าสักครั้งเลย”
“เฮอะเฮอะ…” หลี่ซื่อหัวเราะและพูดว่า “ก็ต้องเป็นเพราะวันนี้ข้าอารมณ์ดีน่ะสิ ไม่ใช่หรือ?”
“มีเรื่องน่ายินดีหรือ ถึงได้อารมณ์ดีถึงเพียงนี้?”
“เพราะสามีข้ามีอนาคตแล้วอย่างไรเล่า” หลี่ซื่อมองเขา แววตาฉายชัดถึงความยินดี
แม้จะดูเหมือนหยอกล้อ แต่สิ่งที่นางพูดก็เป็นความจริง
ปกติแล้วจูซื่อจะทำตัวเอ้อระเหยอยู่กับจูซานและจูอู่ แต่ในยามนี้จูซานตั้งตัวได้แล้วเหลือเพียงเขากับจูอู่สองคนที่ยังอยู่บ้านใช้ชีวิตเอ้อระเหยไปวัน ๆ
ที่ดินในบ้าน ต่อไปในภายภาคหน้าคงไม่ตกมาถึงพวกเขาครอบครัวที่สี่แน่นอน
แม้ว่าในมือหลี่ซื่อจะกุมการค้าในสกุลเอาไว้ แต่จะกี่มากน้อยนางก็ยังหวังว่าสามีของตัวเองจะมีอนาคตที่สดใส ไม่กลายเป็นคนที่เกาะผู้หญิงกิน
ยามที่นางกลับไปถึงบ้านเดิม แม่ของนางก็เตือนนางเช่นกันว่าให้นางระวังไว้สักหน่อย “ผู้ชายคนนี้ที่น่ากลัวที่สุดคือการที่จะกลายเป็นพวกเกาะผู้หญิงกิน หากได้เป็นเช่นนั้นแล้วคนคงย่อยยับ”
ยังไม่ลืมที่จะยกตัวอย่างเพื่อโน้มน้าวใจหลี่ซื่อเพิ่มอีกด้วย
ต้องกล่าวว่ามีแม่ที่ชาญฉลาดคนหนึ่ง ไม่เพียงแต่จะช่วยเรื่องของบ้านแม่สามีได้มาก แต่ยังทำให้ตัวนางเองมีความสุขมากอีกด้วย
เมื่อเทียบกับความกลมเกลียวของจูซื่อกับหลี่ซื่อแล้ว จูอู่กับหลินซื่อที่อยู่ห้องข้าง ๆ เห็นได้ชัดว่าดูฝืนไปสักหน่อย
จูอู่ “…”
เจ้าไม่พูดเสียดีกว่า
“เอาเถอะ เจ้ารีบไปนอนเสีย ข้าจะจัดการเอง” จูอู่เฉยชา ผลักหลินซื่อและก้มตัวลง
ด้านหนึ่งชื่นชมเขา ด้านหนึ่งก็ถามไถ่ว่างานของเขาเอาไปให้ผู้ใด ได้ ‘ผลประโยชน์’ เท่าใด แต่เมื่อได้ฟังแล้วก็มีสีหน้าไม่สบอารมณ์ “เจ้ามันโง่ ทำไมเจ้าถึงไม่ฉวยเอาผลประโยชน์ใดไว้แต่กลับเอาไปให้คนอื่นเล่า?”
หมายความว่าอย่างไร?
ตกลงคิดจะมา ‘ชื่นชม’ เขาหรือคิดจะมา ‘ต่อว่า’ เขากันแน่?
พ่อของเขาจะดุด่าพวกเขาพี่น้องบนโต๊ะอาหารก็แล้วไปเถอะ แต่พอกลับมาบ้านยังต้องถูกผู้หญิงด่าอีกหรือ?
ในใจจูอู่รู้สึกไม่พอใจ คิดว่าแม่ของเขายังไม่พูดอะไร แล้วทำไมภรรยาของเขาถึงมาต่อความยาวสาวความยืดเช่นนี้เล่า?
“ข้าล้างเท้าให้เจ้า เจ้ายังไม่มีความสุขอีกหรือ?” หลินซื่อรู้สึกน้อยใจ ไม่รู้ว่าทำผิดพลาดไปตรงไหน
จูอู่รู้สึกปวดเศียรเวียนเกล้า “เจ้าจะเป็นห่วงก็แล้วไปเถอะ แต่เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นห่วงคนอื่นหรือห่วงตัวเอง? เจ้าว่าตัวเจ้าเองนั้นตั้งแต่พาน้องสาวและหลานสาวเจ้าเข้ามาในสกุลข้า ในใจของเจ้าล้วนนึกเป็นห่วงใครเล่า?”
“ข้า….” หลินซื่ออยากจะเถียง แต่เมื่อเห็นสีหน้าอีกฝ่ายกลับไม่รู้ว่าตัวเองควรจะพูดอะไร
เพราะนางรู้ว่าอีกฝ่ายพูดถูกจริง ๆ
นางมีน้องสาวสองคนและหลานสาวอีกสามคนที่ต้องดูแล แล้วจะไม่ให้นางเป็นห่วงได้หรือ?
“แต่….จะให้ข้าทอดทิ้งพวกนางได้อย่างไร?” หลินซื่อตาแดงก่ำ
“เพราะอย่างนั้นข้าถึงไม่พูดอะไร เจ้าอย่าเพิ่งมาพูดกับข้าตอนนี้ ให้ข้าอยู่คนเดียวสักพักเถอะ ข้าหงุดหงิดมากแล้ว” จูอู่คิดว่าตัวเองควรพอกับเรื่องนั้นแล้ว
หากเป็นสกุลอื่น ภรรยาตัวเองจะเอาเงินในสกุลไปใช้เลี้ยงดูคนของบ้านเดิมคงโกรธจนแยกทางกันไปแล้ว
แต่เขาพูดอะไรหรือ?
แม่เขาพูดอะไรหรือไม่?
ดังนั้นคนก็ไม่ควรจะไม่รู้จักพอสิ
หลินซื่อเห็นอีกฝ่ายหันหน้าหนีไม่มองนางแม้แต่น้อยก็น้ำตาไหลรินออกมาเงียบ ๆ
นางออกมาจากห้อง มองไปห้องข้าง ๆ ที่ยังมีไฟส่องสว่างอยู่รวมทั้งเสียงหัวเราะที่ดังออกมาเป็นระยะก็มีสีหน้าอาฆาต
นี่เป็นความผิดนางหรือ?
ครอบครัวแม่สามีมั่นคงตั้งมาก แต่บ้านเดิมของนางทุกข์ยากถึงเพียงนี้ นางจะทำอย่างไรได้เล่า?
หลี่ซื่อเคลื่อนเข้าไปใกล้ริมฝีปากของจูซื่อและจูบอีกฝ่าย ก่อนจะหัวเราะคิกคักไม่หยุด
เท้าของจูซื่อยังอยู่ในอ่าง จึงบอกให้นางอย่าก่อกวน หากอ่างน้ำล้างเท้าพลิกคว่ำขึ้นมา ถึงตอนนั้นคงต้องมาทำความสะอาดอีก
“เจ้ารอก่อนเถอะ อีกเดี๋ยวข้าจะจัดการเจ้า!”
หลี่ซื่อวิ่งหนีทันทีจนจูซื่อรู้สึกมันเขี้ยว
หลังจากล้างเท้าเสร็จเรียบร้อยก็รีบเช็ดเท้า หยิบอ่างและวิ่งออกไปข้างนอก
คิดแต่เพียงจะรีบกลับมา ‘จัดการ’ คน
แต่คิดไม่ถึงว่าเกือบจะชนเข้ากับคนอื่น
“น้องสะใภ้ห้า?!” จูซื่อตกใจ “กลางคืนหนาวเช่นนี้ ทำไมเจ้าไม่อยู่ในห้องแต่ออกมายืนอยู่หน้าห้องพวกข้าเล่า?”
หลินซื่อมีสีหน้ากระดากอาย นางจะพูดได้อย่างไรว่านางไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะพุ่งออกมาตอนนี้เพราะกำลัง ‘ฟัง’ เสียงข้างในเพลิน ๆ
หลี่ซื่อได้ยินการเคลื่อนไหวจากด้านนั้นก็ไม่มีทางที่จะไม่รู้
นางกลอกตาลอบพึมพำอยู่ในใจ ‘ยังจะเพราะอะไรอีกเล่า แน่นอนว่าต้องเป็นเพราะทะเลาะกับน้องห้า ก็เลยมาแอบฟังพวกเราผ่านกำแพงน่ะสิ!’
ถึงได้บอกว่าอยู่ในเรือนเดียวกันก็ไม่ดีตรงนี้
นางจะรีบหาเงิน รีบสร้างเรือนใหม่ จะได้รีบย้ายออกจากเรือนนี้
หลังจากนั้นไม่นาน หลี่ซื่อก็มุ่งมั่นมากขึ้นว่าตัวเองต้องขยันทำงานเพื่อหาเงิน
หลังจากจูซื่อเทน้ำล้างเท้าแล้วก็กลับมาคุยกับนางเรื่องนี้ “เจ้าว่าน้องห้ากับน้องสะใภ้ห้ามีเรื่องอะไรกันหรือ นางถึงได้มายืนอยู่หน้าห้องพวกเรากลางค่ำกลางคืนเช่นนี้ ข้าเกือบจะเทน้ำใส่นางแล้ว ทำข้าตกใจแทบตาย…”
“ชู่ว…” หลี่ซื่อให้เขาลดเสียงลงสักหน่อย “อาจจะยังอยู่ข้างนอก อย่าให้คนได้ยินเลย”
“ได้ยินก็ได้ยินไปสิ น้องห้ายังจะไม่พอใจข้าเรื่องนี้ได้หรือ? เป็นนางเองที่แปลกไม่ใช่หรือ?”
“ก็ได้ ๆ อย่าโมโหเลยนะ…” หลี่ซื่อคลี่รอยยิ้มออกมา โน้มไปที่ข้างหูของเขาและถามรายละเอียดเสียงเบา
จูซื่อไม่ได้คิดมาก โน้มตัวไปกระซิบกระซาบที่ข้างหูของนางเสียงเบาและบอกนางไป
แน่นอนว่าเรื่องของจูกู่และจูหมี่ เขาก็บอกกับหลี่ซื่อไปก่อนหน้านี้แล้วด้วย
ดังนั้นเมื่อหลี่ซื่อได้ยินจึงไม่ได้แปลกใจนัก ทั้งยังชื่นชมด้วยว่าเขาทำงานได้ดี “พวกเจ้าทำถูกแล้ว มีแต่ต้องดึงพวกเขามาเป็นพวกเท่านั้นจึงจะสามารถป้องกันไม่ให้พวกเขาล้ำเส้นสกุลของเราในอนาคตได้…”
นางโน้มตัวไปข้างหูจูซื่อและบอกถึงการเปลี่ยนแปลงของสกุลจูในปีนี้
ตามแผนของท่านแม่ ไม่ว่าจูชีจะสอบถงเซิงผ่านหรือไม่ ชีวิตความเป็นอยู่ในสกุลของพวกเขาก็จะดีขึ้นเรื่อย ๆ แน่นอน
ชีวิตความเป็นอยู่ของครอบครัวตัวเองอยู่ดีไม่มีปัญหา แต่เกรงว่าจะมีคน ‘อิจฉา’ เมื่อถึงตอนนั้นคงสร้างความเดือดร้อนในบ้าน
“เอาเถอะ ไม่พูดเรื่องนี้แล้ว พวกเรามาทำเรื่องที่น่าสนใจกว่านี้กันดีกว่า…” จูซื่อเผยรอยยิ้มและจูบที่ใบหน้าของหลี่ซื่อ
คืนที่น่ายินดีเช่นนี้ เขาไม่อยากเสียเปล่าไปกับเรื่องอื่น
หลี่ซื่อก็ยิ้มออกมาพลางมองไปที่เขา “เรื่องที่น่าสนใจอะไรหรือ?”
“เจ้าว่าเรื่องอะไรล่ะ?”
“เฮอะเฮอะเฮอะ…ใครกลัวเล่า? ระวังเถอะ ถ้าพรุ่งนี้ลุกไม่ไหวแล้วท่านแม่ให้ข้าไปทำงานในไร่แทน เจ้าได้ขายหน้าแน่”
“เหอเหอเหอ…ไม่เป็นเช่นนั้นแน่ เจ้าต้องเชื่อในฝีมือของสามีเจ้าสิ”
“ไม่มีไร่นาที่ไถนาแล้วสภาพแย่ มีแต่วัวที่จะเหนื่อยตาย รู้หรือไม่?”
……
อุณหภูมิในห้องสูงขึ้นเรื่อย ๆ จนร้อน
อะแฮ่ม ดับไฟ!
ส่วนที่เหลือนั้น ทุกท่านคงจินตนาการได้เองว่านี่เป็นคู่รักที่ ‘หวานชื่น’ เป็นอย่างมาก