ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 514 เรื่องถึงท่านแม่แล้ว
บทที่ 514 เรื่องถึงท่านแม่แล้ว
“ฮือ ๆๆ…ท่านแม่ ท่านต้องมอบความเป็นธรรมให้ข้านะเจ้าคะ…”
ภายในเรือนหลังใหม่ หลินซานเม่ยกับหลินซื่อเม่ยไม่ได้อยู่ที่นั่น กลับเป็นจูปาเม่ยที่กำลังนั่งเล่นกับซานเป่าและซื่อเป่าอยู่บนม้านั่ง
ส่วนเย่อวี๋หรานนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม มือถือเชือกเหมือนกำลังถักอะไรบางอย่าง
“ทำไมข้าเหมือนได้ยินเสียงพี่สะใภ้ห้าของเจ้าร้องไห้เลยเล่า?” เป็นเสียงร้องไห้ที่เพี้ยนไปจากยามปกติ เย่อวี๋หรานเกือบฟังไม่ออก
“พี่สะใภ้ห้าหรือเจ้าคะ?” จูปาเม่ยเงยหน้าขึ้นมาด้วยสีหน้าประหลาดใจ “ไม่หรอกมั้งเจ้าคะ พี่สะใภ้ห้าจะร้องไห้ทำไม?”
ขณะคุยกันอยู่ หลินซื่อก็วิ่งเข้ามาจากข้างนอกด้วยใบหน้าเปื้อนน้ำมูกน้ำตา
“ท่านแม่…ท่านต้องมอบความเป็นธรรมให้ข้านะเจ้าคะ เหล่าอู่ไม่ต้องการข้าแล้ว…”
หลินซื่อคุกเข่าลงตรงหน้าเย่อวี๋หรานเสียงดังตึง
คนในเรือนสะดุ้งตกใจ
“พี่สะใภ้ห้า ท่านทำอะไรน่ะ? พี่ห้าทำอะไรท่าน?” จูปาเม่ยตามไม่ทัน
บางครั้งพี่ห้าของนางอาจดุกับพี่สะใภ้ห้าไปบ้าง แต่คำพูดทำนองว่าไม่ต้องการนางอีกแล้วของพี่สะใภ้ห้ามาจากไหนกัน?
ซานเป่ากับซื่อเป่าเบิกตากว้าง เด็กน้อยทั้งสองไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น
เย่อวี๋หรานจะพูดอะไรบางอย่าง แต่เห็นเด็กสองคนนี้จึงบอกจูปาเม่ยว่า “ปาเม่ย พาซานเป่ากับซื่อเป่าไปเรือนข้าง ๆ”
“หา? แต่ข้า…” จูปาเม่ยมองเย่อวี๋หรานแล้วมองไปยังหลานชายสองคน ได้แต่ตัดสินใจเลือกอย่างจนใจ
เฮ้อ…ข้าต้องเสียสละครั้งใหญ่เพื่อพวกเจ้าเชียวนะ เรื่องสนุกก็อดดูแล้ว
นางจูงมือเด็กน้อยคนละข้างแล้วเดินจากไป
เด็กสองคนเดินตามหลังจูปาเม่ย แต่คอยืดคอยาวหันมองกลับมา
“อาหญิง อาสะใภ้ห้าเป็นอะไรไป?”
“อาหญิง ทำไมอาห้าไม่ต้องการอาสะใภ้ห้าแล้วขอรับ?”
……
จูปาเม่ยเอ็ดว่า “นี่เป็นเรื่องของพวกเขาสองคน เด็กอย่างพวกเจ้าอย่ายุ่ง”
ทำให้ข้าไม่ได้อยู่ดูเรื่องสนุกด้วย พวกเจ้ายังอยากฟังอีก?
ฝันไปเถอะ
เมื่อในเรือนไม่มีคนอื่นอีก เย่อวี๋หรานจึงบอกให้หลินซื่อลุกขึ้นแล้วค่อย ๆ เล่าโดยไม่ต้องรีบร้อน
แต่หลินซื่อไฉนเลยจะยอมลุก นางกอดเย่อวี๋หรานแล้วร้องไห้ “ท่านแม่ คนข้างนอกลือกันว่าเหล่าอู่มีคนอื่นเจ้าค่ะ ฮือ ๆๆ…เขาทำแบบนี้กับข้าได้อย่างไร?”
“เจ้าห้ามีคนอื่น?!” เย่อวี๋หรานประหลาดใจ “จะเป็นไปได้อย่างไร? เจ้าห้ามีนิสัยอย่างไร ข้าจะไม่รู้เชียวหรือ เขาใจกล้าแค่ไหนก็คงไม่ทำเรื่องแบบนี้กระมัง?”
ประเด็นสำคัญคือจูอู่ผู้นี้เป็นคนประเภทเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนโดยแท้
ด้วยสถานการณ์ของสกุลจูในตอนนี้ เขาไปมีคนอื่นอยู่ข้างนอกแล้วจะได้ประโยชน์อะไร?
เขาไม่ได้โง่เสียหน่อย
“ฮือฮือ…จริง ๆ นะเจ้าคะ พี่สะใภ้สี่เป็นคนพูดเอง”
“หลี่ซื่อ? แล้วนางล่ะ?” เมื่อได้ยินว่าเป็นหลี่ซื่อ เย่อวี๋หรานยิ่งประหลาดใจกว่าเดิม
เรื่องแบบนี้ หลี่ซื่อน่าจะเอามาพูดกับนางโดยตรงสิ จะแอบบอกหลินซื่อทำไม?
“ข้าไม่รู้ ข้าร้อนใจก็เลยวิ่งมาก่อนเจ้าค่ะ”
“เจ้าได้ยินเรื่องจากปากนางแล้วก็วิ่งมาที่นี่ทันที?”
“เจ้าค่ะ ข้าร้อนใจนี่นา…ท่านแม่ ท่านอยากให้พี่สะใภ้สี่มาเป็นพยานใช่ไหม? ได้ ข้าจะไปเรียกนางมาเอง” ไม่รอให้เย่อวี๋หรานออกคำสั่ง หลินซื่อที่ร้อนอกร้อนใจก็ลุกขึ้นแล้ววิ่งออกไปหาคนทันที
นางคงโชคดี เพราะเพิ่งออกมาถึงประตูเรือนก็เห็นเงาร่างของหลี่ซื่อ จูอู่ หลินซานเม่ยและหลินซื่อเม่ยมาแต่ไกล
หลินซื่อบังเกิดความคิดเชื่อมโยงที่ไม่สู้ดีนัก พี่สะใภ้สี่คงไม่ย้ายข้างหรอกนะ?
ไม่ได้การ ข้าต้องให้ท่านแม่อยู่ฝ่ายเดียวกับข้า!
นางกลับเข้าไปในเรือนโดยไม่ลังเล
เย่อวี๋หรานเพิ่งเก็บของไปได้ครึ่งเดียวก็เห็นหลินซื่อกลับมาจึงนึกสงสัย “ไวปานนี้?”
“ท่านแม่ ท่านต้องเชื่อข้านะเจ้าคะ หลี่ซื่อเป็นคนบอกข้าจริง ๆ” หลินซื่อเอ่ยอย่างร้อนรน “พวกนางอยู่ที่ประตูเรือนแล้ว เหล่าอู่ก็อยู่ด้วย พวกนั้นจะต้องเข้าข้างกันแน่ ๆ…”
เย่อวี๋หรานงุนงงไปหมด นี่มันเรื่องอะไรกัน?
“ท่านแม่เจ้าคะ/ขอรับ!”
“จูต้าเหนียง!”
จูอู่ หลี่ซื่อ หลินซานเม่ยและหลินซื่อเม่ยหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเย่อวี๋หรานอย่างว่าง่าย ต่างคนต่างก้มหน้าก้มตา คอยชำเลืองมองสีหน้าของนางเป็นระยะ
เย่อวี๋หรานเห็นท่าทางแบบนั้นก็ทราบว่าพวกเขาคงไปทำเรื่องอะไรที่นางไม่รู้มาเป็นแน่
“ว่ามาเถอะ เรื่องอะไรกัน?”
ต่างคนต่างมองหน้ากัน ท่าทางลุกลี้ลุกลน
“น้องห้า เจ้าพูดเองเถอะ” เรื่องนี้หลี่ซื่อไม่กล้าเป็นคนรับหน้า เพราะคงต้องถูกตำหนิแน่นอน
“จะเป็นเรื่องอะไรได้ คงไม่อยากยอมรับล่ะสิ…” หลินซื่อตาแดงก่ำ จ้องจูอู่กับหลี่ซื่ออย่างโกรธแค้น น้ำเสียงมั่นใจอย่างยิ่ง
“แค่ก! ข้าขอคุยกับท่านแม่ตามลำพังได้ไหมขอรับ?” จูอู่เอ่ยขึ้นเพราะไม่อยากล้มเลิกกลางคัน
“ท่านแม่…” หลินซื่อร้อนใจ กลัวว่าเย่อวี๋หรานจะถูกเขาโน้มน้าวใจได้สำเร็จ “ท่านแม่ ท่านอย่าไปฟังที่เขาพูด…”
แต่ไม่รอให้หลินซื่อพูดจบ เย่อวี๋หรานก็กล่าวว่า “ได้ ข้าก็อยากฟังเหมือนกันว่าเจ้าจะพูดอะไร”
“ท่านแม่” หลินซื่อรู้สึกว่าไม่ยุติธรรม
เย่อวี๋หรานกวาดสายตามองอย่างเย็นชา “พวกเจ้ารออยู่ที่นี่ดี ๆ”
หลินซื่อที่คิดจะตามมาด้วยชะงักเท้า น้อยใจยิ่งกว่าเดิม “ท่านแม่…ข้าไม่มีแม่แล้ว ท่านก็คือแม่แท้ ๆ ของข้า ท่านแม่ ท่านจะทำแบบนี้กับข้าไม่ได้…ตอนมีชีวิตข้าเป็นคนสกุลจู ตายไปแล้วก็เป็นผีสกุลจู ถ้าพวกท่านกล้าไล่ข้าออกไป ข้าก็จะเอาหัวชนกำแพงตายตรงนี้…”
พูดไปพูดมา ความหวาดหวั่นพรั่นพรึงในใจยิ่งรุนแรงกว่าเดิม แม้แต่คำขาดเช่นนั้นยังพูดออกมาได้
หลินซานเม่ยและหลินซื่อเม่ยตระหนกจนเงยหน้าขึ้นมา กลัวว่าพี่รองของพวกตนจะทำเรื่องโง่ ๆ ไม่นะ พวกข้าทำเกินไปหรือเปล่า?
หลี่ซื่อใช้หางตามองไป ไม่ได้การ ข้าต้องป้องกันเอาไว้ ถ้าน้องสะใภ้ห้าชนกำแพงจริง ๆ ก็จะกลายเป็นเรื่องใหญ่แล้ว! พวกเราไม่อาจทำเรื่องเลวร้ายด้วยเจตนาดี
“ชนชนชน! ชนหาพระแสงอะไร? นอกจากชนกำแพงแล้วเจ้ายังทำอะไรเป็นบ้าง?” เย่อวี๋หรานหันกลับมาด่าอย่างเกรี้ยวกราด “เอาสมองไปไว้ที่ไหน! ข้าบอกตอนไหนว่าจะไล่เจ้าออกไป?”
หลินซื่อหดศีรษะด้วยความตกใจ
“อยู่ที่นี่เสียดี ๆ ยังไม่รู้ว่าเป็นเรื่องอะไรก็มาเอะอะโวยวายแล้ว หัดใช้สมองหน่อยจะได้ไหม?”
พูดจบ เย่อวี๋หรานก็ทิ้งคนในเรือนไว้ด้านหลังแล้วเดินออกไปกับจูอู่
นางเชื่อว่าด้วยบารมีของนาง คนในเรือนจะต้องไม่กล้าไปไหนแน่นอน
ไม่รู้จักคิดเสียบ้างว่านางเป็นใคร นางโมโหขนาดนี้แล้ว ผู้ใดยังจะกล้าขยับ?
หลี่ซื่อ : ข้าทำอะไรผิดไปงั้นหรือ ทำไมข้าถึงโดนลงโทษไปด้วย? น้องห้า เจ้าติดค้างน้ำใจข้าครั้งใหญ่แล้วนะ!
หลินซื่อ : ฮือ ๆๆๆ…แม่สามีดุยิ่ง แม่สามีต้องไม่ชอบข้าแน่ ๆ คงไล่ข้าออกไปแน่แล้ว…
นางยิ่งคิดก็ยิ่งน้อยใจจนร้องไห้เสียงกระซิก
หลินซานเม่ยและหลินซื่อเม่ยเห็นแล้วก็ทำใจไม่ได้ “พี่รอง…”
“ฮือ ๆๆ…ไม่ต้องสนใจข้า ให้ข้าร้องก่อน” หลินซื่อกล่าวเสียงสะอื้น
หลี่ซื่อทอดถอนใจ “น้องสะใภ้ห้า เจ้าอย่าเพิ่งคิดเหลวไหล เรื่องนี้รอให้ท่านแม่กลับมาจัดการ เจ้าคิดมากไปก็ไม่มีประโยชน์…”
“ฮือ ๆๆ…ข้าน้อยใจนี่นา ข้าคิดไม่ถึงว่าวันนี้จะมาถึงเร็วเช่นนี้…”
หลี่ซื่อมีสีหน้ากระอักกระอ่วน “เอ่อ เจ้าคิดมากไปแล้ว วันนั้นคงไม่มาหรอก?”
โธ่เอ๋ย น้องสะใภ้ห้า เจ้าจะโง่ไปหน่อยไหม?!
เรื่องแบบนี้เอามาคิดส่งเดชได้ด้วยเรอะ?
พูดเหลวไหลลับหลังแบบนี้อาจถูกปลดได้นะ!
“ฮือ ๆๆ…พี่สะใภ้สี่ ท่านไม่เข้าใจ ท่านกับข้าไม่เหมือนกัน บ้านเดิมของท่านดีกว่าข้า” หลินซื่อร้องไห้พลางกล่าวว่า “แม่ข้าตายแล้ว พ่อข้าก็เข้าคุก พี่สาวข้าก็หนีตามผู้ชาย…ข้าต้องเลี้ยงน้องสาวสองคนกับหลานสาวอีกสามคน ถ้าคนอื่นเจอเรื่องแบบนี้คงถูกปลดไปนานแล้ว”