ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 515 ข้านึกว่าเจ้าไม่ต้องการข้าอีกแล้ว
บทที่ 515 ข้านึกว่าเจ้าไม่ต้องการข้าอีกแล้ว
หลี่ซื่อคิดในใจ ‘ที่แท้เจ้าก็รู้เหมือนกัน? รู้แล้วทำไมยังทำอีก?’
“แต่ข้ายังจะทำอย่างไรได้? นี่ก็น้องสาวแท้ ๆ นั่นก็หลานสาวแท้ ๆ นอกจากข้าแล้วยังจะมีใครดูแลพวกนาง? จะให้ข้าเบิกตามองพวกนางไปตายโดยไม่ทำอะไรเลยงั้นหรือ?”
“เอ่อ ไม่ได้มีใครห้ามไม่ให้เจ้าเลี้ยงนี่…” หลี่ซื่อลองใคร่ครวญจากมุมมองของอีกฝ่ายเป็นครั้งแรก รู้สึกว่าสถานการณ์ของน้องสะใภ้ห้าผู้นี้ชวนลำบากใจอยู่บ้างจริง ๆ
จะเลี้ยงก็ไม่ดี ไม่เลี้ยงก็ไม่ดี
“พวกท่านไม่ได้ห้ามข้าก็จริง” หลินซื่อพูดอยู่น้ำตาก็ร่วงลงมา “แต่พวกท่านก็ไม่ได้มีสีหน้าดี ๆ ให้ข้า ข้าไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองทำอะไรผิด ทำไมพวกท่านถึงทำแบบนี้กับข้า?”
หลี่ซื่อเห็นอีกฝ่ายร่ำไห้โศกาก็พลันใจอ่อนไปชั่วขณะ
ความจริงแล้วปัญหาพวกนั้นของหลินซื่อก็มีแต่เรื่องเดิม ๆ ก่อนหน้านี้เย่อวี๋หรานเคยพูดไปแล้ว
น่าเสียดายที่หลินซื่อไม่เคยฟังใส่ใจ
เมื่อหลินซื่อได้ฟังหลี่ซื่อเน้นย้ำอีกครั้ง จิตใจก็พลันพังทลาย
“ข้า…”
“น้องสะใภ้ห้า ไม่มีใครรอเจ้าตลอดไปและไม่มีใครสมควรช่วยเจ้าไปตลอด ดังนั้นเหนือสิ่งอื่นใดนั้นเจ้าคือเมียของน้องห้า ถ้าวันไหนเจ้าไม่ใช่แล้ว…”
……
อีกด้านหนึ่ง จูอู่สูดลมหายใจเข้าลึกแล้วเล่ารายละเอียดแผนการที่เขาและพวกพี่สะใภ้สี่ร่วมกันคิดออกมาจนหมดสิ้น
เย่อวี๋หรานรู้สึกเหนือความคาดหมายอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้ประหลาดใจไปเสียทีเดียว เพราะหลินซื่อทำอะไรไปบ้าง ทุกคนก็รู้กันอยู่
“ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้ ในเมื่อเจ้ารู้ว่าต้องทำอย่างไรก็ทำตามแผนการของพวกเจ้าเถอะ แต่ว่า…” เย่อวี๋หรานมองจูอู่พลางเอ่ยเตือน “เจ้าต้องระวังเอาไว้ให้ดี อย่าเล่นละครจนกลายเป็นเรื่องจริงไปเสีย”
“ท่านแม่ เป็นไปไม่ได้หรอกขอรับ เดิมทีก็ไม่มีคนผู้นั้นอยู่แล้ว ผู้หญิงคนนั้นสมมติขึ้นมานะขอรับ” จูอู่หัวเราะไม่ออกร้องไห้ไม่ได้
“เจ้าสมมติขึ้นมา ไม่มีอะไรก็จริง แต่สำหรับหลินซื่อ คนผู้นั้นมีตัวตนอยู่จริง ๆ ต่อให้เรื่องนี้ผ่านไปแล้วก็อาจทิ้งร่องรอยไว้ในใจนาง ทำให้นางฟุ้งซ่านคิดไปสารพัด…”
จูอู่ครุ่นคิดตาม แต่ถึงอย่างไรก็ยังเยาว์วัย มีประสบการณ์ไม่มาก เมื่อต้องวางแผนการบางอย่างจึงอาจเกิดกรณีที่ใคร่ครวญไม่รัดกุมขึ้นได้
เย่อวี๋หรานเพียงอยากสะกิดเตือนอีกฝ่าย ไม่ว่าความจริงจะเป็นเช่นไร ขีดจำกัดบางอย่างก็ไม่ควรไปล่วงล้ำ
“เหมือนกับตอนนี้ที่เจ้ากำลังเล่นละครอยู่ เรื่องบางอย่างไม่เกี่ยวกับว่าเจ้าได้ทำหรือไม่ได้ทำ แต่นางเข้าใจว่าเจ้าได้ทำหรือไม่ต่างหาก”
จูอู่มีท่าทางครุ่นคิด
“หากเจ้าอยากให้บทเรียนนางก็ไม่มีปัญหา แต่จะสั่งสอนอย่างเดียวไม่ได้ ต้องให้พุทราหวานกับนางด้วย ไม่อย่างนั้นถ้านางหมดใจ ครอบครัวก็คงถึงคราวแตกแยก”
ทำอย่างไรได้ เย่อวี๋หรานพบว่าจูอู่ชอบสั่งสอนและขู่ขวัญหลินซื่อยิ่งนัก แต่กลับไม่ค่อยผูกใจหลินซื่อ
แต่เขาทำไม่เป็นเช่นนั้นหรือ?
ชัดเจนว่าไม่ใช่ ตอนที่เขาไปตีสนิทจูกู่และจูหมี่ก็ทำได้ดียิ่ง
อธิบายได้เพียงว่า เขาคงดูเบาหลินซื่อเกินไป
เย่อวี๋หรานกังวลใจมาตลอดว่าเมื่อเวลาผ่านไปนานเข้าจะมีสักวันที่หลินซื่อทนไม่ไหว ถึงตอนนั้น…
หลินซื่อขาดความรู้สึกปลอดภัย ไม่ว่าสิ่งใดก็พยายามไขว่คว้าเอาไว้ ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้เลย
“ท่านแม่ ข้าเข้าใจแล้วขอรับ”
เย่อวี๋หรานไม่รู้ว่าเขาเข้าใจจริง ๆ หรือไม่ แต่เขารับปากแล้ว ขณะที่ข้างนอกก็ยังมีคนรออยู่จึงไม่สะดวกจะพูดมาก ได้แต่ปล่อยไปเช่นนี้
“ก็ได้ ถ้าอย่างนั้นข้าก็จะทำตามแผนของพวกเจ้า” เย่อวี๋หรานกล่าว
“ขอบคุณขอรับ ท่านแม่!” จูอู่ตอบรับ
สองแม่ลูกสนทนากันเสร็จแล้วก็เดินกลับมา
ภายในเรือน หลินซื่อร้องไห้น้ำหูน้ำตาไหล หลี่ซื่อ หลินซานเม่ย และหลินซื่อเม่ยคอยปลอบโยนนาง
“ฮือ ๆๆ…ถ้าข้าปรับปรุงตัวเอง เขาจะยังต้องการข้าจริง ๆ ใช่ไหม?”
“ต้องการสิ ทำไมจะไม่ต้องการ? ถ้าเจ้าไม่ทำให้เขาหมดใจไปเสียก่อน เขาก็ยังต้องการเจ้าเหมือนเดิมอยู่แล้ว”
“พี่สะใภ้สี่ ขอบคุณท่าน ท่านช่างดีจริง ๆ!”
“ไม่ต้องขอบคุณ ที่ข้าพูดล้วนเป็นถ้อยคำจากใจ เจ้ากับน้องห้ามีความสุข ข้าเห็นแล้วก็มีความสุขไปด้วย”
……
เย่อวี๋หรานกับจูอู่สบตากัน นี่ยังต้องแสดงต่อไหม?
หลินซื่อเงยหน้าขึ้นมา เมื่อเห็นจูอู่ก็วิ่งเข้ามาสวมกอดเขา
นางเอ่ยว่า “ข้าผิดไปแล้ว ข้าสำนึกผิดแล้วจริง ๆ ต่อไปข้าจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว เจ้าอย่าไม่ต้องการข้าเลยนะ ฮือ ๆๆ…”
จูอู่ใจอ่อนยวบ กล่าวเป็นเชิงทอดถอนใจ “ข้าไม่ได้ไม่ต้องการเจ้า”
เย่อวี๋หรานส่งสัญญาณให้หลี่ซื่อ หลินซานเม่ย และหลินซื่อเม่ยตามนางออกไป เพื่อให้สองสามีภรรยาได้อยู่กันตามลำพัง
เรื่องราวต่อจากนี้ยกให้จูอู่จัดการเองก็แล้วกัน
บางครั้งเรื่องระหว่างสามีภรรยา คนนอกก็ไม่อาจยื่นมือเข้าไปยุ่งมากเกินไป
เมื่อออกมาข้างนอก หลี่ซื่อ หลินซานเม่ย และหลินซื่อเม่ยล้วนกระสับกระส่าย จะอย่างไรพวกนางก็แอบไปทำลับหลังเย่อวี๋หราน ทั้งไม่รู้ว่าเย่อวี๋หรานคิดอย่างไรกับเรื่องนี้
เย่อวี๋หรานหยุดชะงักกลางทาง เห็นพวกนางมองมาที่ตนเองด้วยสายตาไม่แน่ใจ นางกลับรู้สึกว่าน่าหัวเราะ “ทำไม ตอนแอบก่อเรื่องลับหลังข้าแต่ละคนใจกล้านักไม่ใช่หรือ ตอนนี้พอมาอยู่ต่อหน้าข้ากลับกลายเป็นมุสิกขี้ขลาดไปแล้ว?”
หลี่ซื่อเห็นสีหน้าของเย่อวี๋หรานก็พลันโล่งอก นางยิ้มประจบพลางพูดว่า “ท่านแม่ ข้าแค่อยากช่วยน้องห้ากับน้องสะใภ้ห้านี่เจ้าคะ ขอแค่ท่านไม่โกรธก็พอแล้ว กลัวก็แต่ท่านจะไม่พอใจ…”
“ข้าไม่พอใจ เจ้าก็จะไม่ช่วย?” เย่อวี๋หรานจงใจแหย่
หลี่ซื่อทราบว่าแม่สามีไม่ได้จริงจังจึงยิ้มแล้วกล่าวว่า “ช่วยเจ้าค่ะ ทำไมจะไม่ช่วย? ช่วยแล้วอย่างมากท่านแม่ก็แค่ด่าข้าสักยก แต่ถ้าไม่ช่วย ท่านแม่คงด่าข้าหลายยก คำนวณดูแล้วถูกท่านด่ายกเดียวคุ้มกว่า…”
เย่อวี๋หรานเรียกหลินซานเม่ยและหลินซื่อเม่ยมาหาแล้วลูบศีรษะพวกนาง
“เฮ้อ…ปล่อยให้พวกเจ้าต้องกังวลใจแล้ว!”
หลินซานเม่ยและหลินซื่อเม่ยค่อนข้างเกรงใจ “จูต้าเหนียง พวกข้าต่างหากที่ทำให้ท่านกังวลใจ ถ้าท่านไม่รับพวกข้ากับหลานสาวเอาไว้ ป่านนี้ไม่รู้ว่าพวกข้าจะกลายเป็นอะไรไปแล้ว ท่านคือผู้มีพระคุณของพวกข้าเจ้าค่ะ”
“ทุกคนล้วนเป็นญาติพี่น้อง พี่รองของพวกเจ้ายังเป็นลูกสะใภ้ของข้า ถือว่าเป็นลูกสาวข้าครึ่งหนึ่ง ถ้าช่วยไม่ได้ก็เป็นเรื่องจนปัญญา แต่ถ้าช่วยได้ก็ย่อมต้องช่วยอยู่แล้ว”
แน่นอนว่าถ้าหลังจากช่วยเหลือแล้ว อีกฝ่ายรู้สึกขอบคุณบ้าง ในใจย่อมจะรู้สึกยินดีกว่าเดิม
เย่อวี๋หรานยอมรับว่านางไม่อยากช่วยหมาป่าตาขาว (คนเนรคุณ)
หลายวันหลังจากนั้น ในที่สุดทางด้านพี่เป้าก็ส่งข่าวมาว่าสืบพบตัวตนของเจียงหยวนซือแล้ว
แต่ข่าวนั้นไม่ค่อยดีเท่าไหร่
“เจียงหยวนซือผู้นี้สารเลวเกินไปแล้ว คิดไม่ถึงว่าเขาไปทำให้ลูกสาวคนอื่นท้องแล้วหนีไป”
“จูต้าเหนียง ท่านต้องอยู่ให้ห่างเจ้าหมอนี่เอาไว้ ข้าไม่รู้ว่าท่านสืบเรื่องเขาไปทำไม แต่เขามันชั่วช้าจริง ๆ!”
“ตอนที่ข้ารู้เรื่องก็อยากจะตีเขาให้ตายจริง ๆ โชคดีที่เขาไม่มาก่อปัญหาในถิ่นข้า ไม่อย่างนั้น…”
……
พี่เป้ามีสีหน้าโกรธแค้น เขาดูแคลนผู้ชายต่ำช้าที่รังแกผู้หญิงพรรค์นี้ยิ่งนัก
ผู้ชายอะไรไร้ศักดิ์ศรีสิ้นดี ไม่อาศัยความสามารถของตัวเองทำมาหากิน แต่กลับมาหลอกลวงผู้หญิงทำตัวเป็นแมงดา
มารดามันเถอะ ทำให้ผู้ชายอย่างพวกเขาขายหน้าเกินไปแล้ว!
เย่อวี๋หรานซึ่งนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามมีสีหน้าหนักอึ้ง
ชายโฉดเช่นนี้มาเพ่นพ่านอยู่บริเวณเรือนของพวกนาง?!
เคราะห์ดีที่ยังไม่เกิดเรื่อง ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นจะทำอย่างไร?!