ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 513 จูอู่นอกใจ
บทที่ 513 จูอู่นอกใจ
ยามบ่ายวันหนึ่งภายในเรือนสกุลจู
หลี่ซื่อคอยท่ารอโอกาส เมื่อเห็นหลินซื่อกลับมาจากไปซักผ้าและกำลังตากผ้าอยู่ จึงเดินเข้าไปหาทันที
“อะแฮ่ม…” นางกระแอม
หลินซื่อเห็นอีกฝ่ายมาโผล่ด้านหลังตนเองก็นึกสงสัย “ท่านเอาแต่ตามหลังข้ามาทำไม? ซานเป่ากับซื่อเป่าเล่า ทำไมไม่เห็นพวกเขาเลย?”
“น้องสาวเจ้าพาพวกเขาไปเล่นที่เรือนข้าง ๆ แล้ว พวกนางว่างพอดีจึงอยากช่วยสอนให้พวกเขาท่องกลอนคัดอักษร…”
หลินซื่อยิ้ม “ถ้าอย่างนั้นท่านต้องขอบคุณน้องสาวของข้าแล้วนะ ถ้าไม่ใช่เพราะพวกนาง ลูกชายสองคนของท่านคงไม่ได้ถูกเลี้ยงมาดีปานนี้”
“เจ้าพูดถูกทีเดียว ถ้าไม่ใช่เพราะเจ้ามีน้องสาวที่รู้ความสองคนแบบนี้ บางครั้งข้ายังคร้านจะสนใจเจ้า ชีวิตที่สุขสงบ เจ้ายังทำให้ยุ่งเหยิงได้ มันช่าง…”
หลี่ซื่อยังพูดไม่จบ หลินซื่อก็หน้าเปลี่ยนสีเสียแล้ว “ท่านพูดแบบนี้หมายความว่าอย่างไร? ข้าไปล่วงเกินท่านตรงไหน ถึงได้มาพูดแบบนี้กับข้า?”
“เอ่อ” หลี่ซื่อมีท่าทางร้อนตัว แต่ก็ยังพูดอ้อมไปอ้อมมา “ไม่มีอะไรสักหน่อย แค่ได้ยินข่าวลือที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่มาเท่านั้น ก็จริงนะ เป็นแค่ข่าวลือ อาจจะไม่จริงก็ได้ เจ้าถือว่าข้าเสียสติพูดจาเหลวไหลก็แล้วกัน…”
พูดจบแล้วก็หมุนกายตั้งท่าจะจากไป
หลินซื่อประหลาดใจ เอ๋ แปลกจริง ทำไมนางไม่ทะเลาะกับข้าเสียเล่า?
ข่าวลือไม่แน่ว่าจะจริงอะไรกัน นางต้องการพูดอะไรกันแน่?
ถ้าหลี่ซื่อทะเลาะกับนางเสียตรงนั้น หลินซื่ออาจไม่คิดอะไรมาก แต่ปฏิกิริยาของอีกฝ่ายนั้นไม่ถูกต้อง ทำให้นางยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกไม่เข้าทีจึงรีบตามมา
“นี่ ท่านหยุดอยู่ตรงนั้นนะ!”
หลี่ซื่อได้ยินเสียงแล้วแต่ยังทำเป็นเดินหน้าไปอีกหลายก้าว
“หลี่ซื่อ ข้าบอกให้หยุด ไม่ได้ยินเรอะ…”
หลี่ซื่อหยุดฝีเท้าแล้วเก็บงำความรู้สึกบนใบหน้า นางหันกลับมาพูดอย่างไม่สบอารมณ์ “เจ้าเรียกใคร? เจ้ามีสิทธิ์เรียกข้าว่าหลี่ซื่อด้วยเรอะ?”
หลินซื่อสะอึก รีบเปลี่ยนคำพูดทันที “พี่สะใภ้สี่ ท่านอย่าโมโหสิ ข้าร้อนใจนี่นา…”
นางวิ่งมาถึงตรงหน้าหลี่ซื่อ ทั้งยังคว้าข้อมืออีกฝ่ายไว้ไม่ให้หนีไปได้
“เมื่อกี้ท่านพูดถึงข่าวลืออะไรนั่น หมายความว่าอย่างไรหรือเจ้าคะ?”
“ข้าพูดหรือ? ข้าพูดเสียที่ไหน…เจ้าได้ยินผิดแล้ว ข่าวลืออะไรกัน? ไอ้หยา ข้ายังมีงานต้องทำนะ…” ปากพูดเช่นนั้น แต่หลี่ซื่อก็ไม่ได้สะบัดมือหนี แต่ความลุกลี้ลุกลนบนใบหน้ากลับชัดเจนขึ้นทุกขณะ
ยิ่งเป็นเช่นนี้ หลินซื่อยิ่งร้อนใจ “พี่สะใภ้สี่ ขอร้องท่านล่ะ ท่านพูดมาเถอะน่า ตกลงเป็นข่าวลืออะไรกันแน่? เกี่ยวกับข้าหรือน้องสาวข้าใช่ไหม?”
หลี่ซื่อปรายตามอง “นี่…ข้าก็บอกแล้วว่าเป็นข่าวลือ เจ้ายังจะถามไปทำไม? รู้แล้วเจ้าก็มีแต่จะไม่สบายใจ อีกอย่าง ข้ายังไม่แน่ใจเลยว่าเป็นเรื่องจริงหรือเปล่า ถ้าบอกเจ้าแล้วเกิดไม่ใช่เรื่องจริงขึ้นมา เจ้ามาโทษข้า แล้วข้าจะทำอย่างไร?”
“ไม่ได้ ข้าไม่บอกเจ้าหรอก!” หลี่ซื่อทำท่ายืนกรานไม่ยอมบอก
“พี่สะใภ้สี่” หลินซื่อร้อนใจ “ข้าขอร้องท่านแล้ว ท่านยังจะเอาอย่างไรอีก? ท่านบอกข้ามาเร็วเข้า ข่าวลืออะไรกัน? เกิดเรื่องแล้วใช่ไหม? เกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่?”
จะไม่ให้ร้อนใจได้หรือ?
เรื่องอะไรกันที่ทำให้พี่สะใภ้สี่ลำบากใจได้ถึงเพียงนี้?
หลินซื่อยิ่งคิดก็ยิ่งประหวั่น
“เฮ้อ…” หลี่ซื่อถอนหายใจ “น้องสะใภ้ห้า เจ้าเป็นคนบอกให้ข้าพูดเองนะ ข้าต้องพูดให้ชัดเจนก่อน ข้าไม่รู้ว่าเป็นเรื่องจริงหรือเท็จ แค่ได้ยินมาเท่านั้น”
“ท่านพูดมาเถอะ ข้าร้อนใจจะตายแล้ว”
“เป็นเรื่องของจูอู่”
“จูอู่ทำไมหรือ?”
หลี่ซื่อกล่าวด้วยท่าทางลำบากใจ “ช่วงนี้เจ้าทะเลาะกันกับเจ้าห้าบ่อย ๆ ใช่ไหม?”
“เปล่านี่…” ปากพูดเช่นนั้น แต่หัวใจหลินซื่อกลับกระตุกวาบ
เพราะช่วงนี้ไม่ได้ทะเลาะกัน แต่หลายวันก่อนทะเลาะกันนี่นา
นางคิดขึ้นมาได้ว่าเมื่อวานตอนเข้านอน จูอู่ยังขยับออกไปข้าง ๆ ไม่ยอมให้นางเข้าใกล้
“พี่สะใภ้สี่ ท่าน…ท่านอย่าทำให้ข้ากลัวสิ…” ขอบตาหลินซื่อแดงก่ำ สัญชาตญาณผู้หญิงทำให้นางสัมผัสได้ว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล
“ต่อให้ไม่ได้ทะเลาะกัน แต่เกรงว่าความสัมพันธ์ระหว่างพวกเจ้าคงไม่ดีเท่าไหร่กระมัง? เฮ้อ…ก่อนหน้านี้ข้าก็เคยเตือนเจ้าไปแล้ว ให้เจ้าระวังไว้บ้าง เจ้า…”
“พี่สะใภ้สี่ ตกลงมันเรื่องอะไรกันแน่?”
“มีคนบอกว่าเหมือนจะไปเห็นเจ้าห้ากำลังคุยกับผู้หญิงคนอื่น” หลี่ซื่อรีบย้ำทันที “แค่คุยกันเท่านั้น ไม่ได้ทำอย่างอื่น เจ้าอย่าเพิ่งร้อนใจ อาจแค่เจอกันโดยบังเอิญก็ได้ เจ้าก็รู้ หมู่บ้านสกุลจูก็แค่นี้…”
“อะไรนะ?!” หลินซื่อเบิกตากว้างด้วยความไม่อยากเชื่อ นางคว้าแขนหลี่ซื่อเอาไว้แน่น “พี่สะใภ้สี่ ท่านเพิ่งพูดอะไรน่ะ เหล่าอู่ไปมีคนอื่นอยู่ข้างนอก?!”
“ข้าไม่ได้บอกว่าเขามีคนอื่น แค่บอกว่าเขาคุยกับผู้หญิงคนอื่นอยู่ข้างนอก ฟังเข้าใจไหม? แค่พูดกันเท่านั้น ไม่ได้ทำอย่างอื่น…”
“ข้าไม่เชื่อ!” หลินซื่อส่ายหน้า สองตาแดงก่ำ “ท่านโกหกข้า! ถ้าเขาไม่ได้ทำอะไร แล้วทำไมท่านต้องทำลับ ๆ ล่อ ๆ เห็นได้ชัดว่าต้องมีอะไรแน่แล้ว”
พูดไปพูดมา หลินซื่อก็ร้องไห้คร่ำครวญขึ้นมา
“ฮือ ๆๆ…เขากล้าได้อย่างไร? เขากล้าได้อย่างไร?!”
“ท่านแม่บอกแล้วนี่ ผู้ชายสกุลจูอายุสี่สิบ ถ้ายังไม่มีลูกชายถึงจะรับอนุได้ เขากล้าดีอย่างไร?”
“เขาทำแบบนี้กับข้าได้อย่างไร?”
……
เห็นอีกฝ่ายร้องไห้อย่างปวดใจเช่นนั้น หลี่ซื่อเองก็ลำบากใจ
แต่นางจำเป็นต้องทำ จึงได้แต่อดทนเอาไว้
นางกล่าวว่า “อย่าร้อง ยังไม่แน่เลยว่าจะเป็นเรื่องจริง ข้าบอกแล้วนี่นาว่าแค่คุยกันเท่านั้น”
“ไร้ลมก็ปราศจากคลื่น แมลงวันไม่ตอมไข่ที่ไร้รอยแตก ถ้าไม่มีอะไรทำไมทุกคนถึงเอาไปพูด? ต้องมีเรื่องแน่ ๆ มีแต่ข้าที่ไม่รู้เรื่อง ข้าโง่งมนัก…ฮือ ๆๆๆ…ข้าทำอะไรผิดงั้นหรือ เขาถึงได้ทำแบบนี้กับข้า?”
“แล้วเจ้าคิดว่าเจ้าเคยทำอะไรเพื่อเขาบ้าง?” หลี่ซื่อถาม
หลินซื่อสะอึก แต่ก็ยังคร่ำครวญต่อไป “ข้า…ข้าแค่เลี้ยงน้องสาวกับหลานสาวไม่กี่คน ข้าทำไมหรือ? ข้าไม่ได้คบชู้ ข้ายังมีลูกได้ เชื่อฟังแม่สามีและเชื่อฟังเขา เขายังต้องการอะไรอีก?”
ฟังสิ่งที่หลินซื่อพูดออกมาแล้ว มุมปากของหลี่ซื่อมีอันต้องกระตุก
อะไรนะ เจ้าไม่คบชู้ เชื่อฟังแม่สามีและเชื่อฟังสามี เจ้าก็เป็นฝ่ายถูกแล้ว?
ไม่รู้จักพิจารณาเรื่องที่ตัวเองทำลงไปเสียบ้าง มีลูกสะใภ้บ้านไหนเอาของในเรือนแม่สามีไปเลี้ยงดูคนจากบ้านเดิมบ้าง?
เจ้าล้ำเส้นมากขึ้นทุกที เจ้าห้าสุดจะทนแล้ว ถึงได้…
แต่หลี่ซื่อไม่กล้าพูดกับหลินซื่อตรง ๆ ถึงอย่างไรบทบาทที่นางสวมอยู่ในตอนนี้ก็คือคนที่มาแจ้งข่าวเท่านั้น ส่วนที่เหลือให้เป็นหน้าที่คนอื่นก็แล้วกัน
“อย่าร้องไห้ ถ้าท่านแม่มาได้ยินคงไม่ดี…” นางเกลี้ยกล่อม
“ใช่ ๆๆ ข้าต้องไปหาท่านแม่…” หลินซื่อราวกับถูกเคาะสมอง กระโดดผลุงขึ้นมาทันที
“นี่ เจ้าจะไปหาท่านแม่ทำไม? เรื่องนี้เจ้าไม่ควรไปหาเจ้าห้าหรอกหรือ?” หลี่ซื่อร้อนใจ ทำไมไม่เหมือนกับที่คุยกันไว้เล่า?
เห็นอยู่กับตาว่ารั้งหลินซื่อไว้ไม่อยู่ คนวิ่งไปทางเรือนแม่สามีแล้ว หลี่ซื่อได้แต่ตบปากตัวเอง
“ดูปากของเจ้าสิ หาแต่เรื่องแท้ ๆ เรื่องแค่นี้ก็ทำให้ดีไม่ได้!”
นางรีบวิ่งออกไปจากเรือน แต่ก็ยังตามหลินซื่อไม่ทัน จึงต้องไปส่งข่าวบอกคนอื่น ๆ ว่าไม่ต้องแสดงแล้ว เรื่องลุกลามไปถึงท่านแม่แล้ว!