ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 521 จูเอ้อร์เม่ย
บทที่ 521 จูเอ้อร์เม่ย
“แม่สามีของเจ้าไม่อยู่?” หลินจ้าวซื่อเห็นเช่นนั้นก็ประหลาดใจ “ข้าได้ยินมาว่าตอนนี้แม่สามีของเจ้าไม่ค่อยออกไปไหนไม่ใช่หรือ?”
หลินซื่อเทน้ำชาให้แขกพลางกล่าวว่า “ปกติไม่มีธุระอะไร ท่านแม่ก็ไม่ค่อยออกจาเรือนเจ้าค่ะ แต่วันนี้ที่เรือนอาสามกับอาสี่มีเรื่องเล็กน้อย ท่านแม่จึงพาพี่สะใภ้ใหญ่ พี่สะใภ้รอง กับพี่สะใภ้สี่ไปช่วย”
“เช่นนั้นพวกข้าคงมาผิดจังหวะจริง ๆ” หลินจ้าวซื่อกล่าว “ถ้าแม่สามีเจ้าไม่ว่าง พวกข้าค่อยมาวันหลังก็ได้ ที่จริงก็ไม่ได้มีธุระสำคัญอะไร ก็แค่เรื่องแป้งมันเทศ…”
“ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ปาเม่ยไปเรียกก็คงได้แล้ว”
……
มาอยู่โลกนี้ก็ตั้งนานแล้ว แต่ว่ากันตามตรง เย่อวี๋หรานเคยพูดจากับน้องสาวแท้ ๆ ของจูเหล่าโถวแค่ไม่กี่ประโยคเท่านั้น
ที่ผ่านมาเวลาที่เรือนจัดงานมงคล อีกฝ่ายเพียงบากหน้ามากินข้าวมื้อเดียวก็จากไป
บางครั้งแม้แต่คนก็ยังไม่มา แค่ให้คนส่งของขวัญมาให้เท่านั้น
ภาพลักษณ์ของอีกฝ่ายในความทรงจำของเย่อวี๋หรานก็คือหน้าเหลืองผอมแห้ง สวมเสื้อผ้าเก่าโทรม ท่าทางยากจนข้นแค้น
แต่จูเอ้อร์เม่ยที่เป็นเช่นนี้กลับโวยวายว่าถูกปลดเนี่ยนะ?!
หญิงปากสว่างเรือนข้าง ๆ ที่ก่อเรื่องไว้ขนาดนั้น นางยังไม่เห็นว่าจูหย่งหนิงจะปลดเลย ไม่รู้ว่าจูเอ้อร์เม่ยทำอะไรลงไป เป็นย่าคนแล้วเหมือนกัน แต่กลับถูกสามีปลดเนี่ยนะ?!
ไม่เพียงแค่เย่อวี๋หรานที่ประหลาดใจ จูเหล่าโถว จูเหล่าซาน และจูเหล่าซื่อก็ตกใจเช่นกัน “เจ้าทำอะไรไป เขาถึงจะปลดเจ้า?”
“ฮือ ๆๆ…ข้าไม่ได้ทำอะไรเสียหน่อย ข้าลำบากตรากตรำเพื่อตระกูลเฉียนของพวกเขามาครึ่งค่อนชีวิต ลูกชายกับหลานชายก็โตหมดแล้ว เขายังจะปลดข้า ข้าจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน?”
“พี่ใหญ่ ท่านต้องเรียกร้องความเป็นธรรมให้ข้านะเจ้าคะ”
“ทำแบบนี้เท่ากับบีบให้ข้าถึงทางตายชัด ๆ”
……
จูเอ้อร์เม่ยนั่งอยู่บนพื้น ร้องไห้น้ำหูน้ำตานองหน้า น่าอเนจอนาถเหลือประมาณ
ความคิดแรกของจูเหล่าโถว จูเหล่าซาน และจูเหล่าซื่อก็คือ จูเอ้อร์เม่ยจะต้องทำอะไรผิดมาแน่นอน ไม่อย่างนั้นถึงขั้นเป็นย่าคนแล้ว คนเขายังจะปลดนางได้อย่างไร?
ถามไปถามมาก็บอกให้นางพูดมาเสียโดยดีว่าตนเองทำอะไรลงไปกันแน่
แต่จูเอ้อร์เม่ยเอาแต่พูดว่าตนเองถูกปรักปรำ ยืนกรานว่าตนเองไม่ได้ทำอะไรผิด คนสกุลเฉียนต่างหากที่ไร้ยางอาย จะปลดนางโดยไร้เหตุผล
นางสาธยายว่าตอนนางแต่งเข้าบ้านสกุลเฉียน ครอบครัวเขายากจนอย่างกับอะไรดี เล่าว่าหลังจากนั้นนางคลอดลูกมาอย่างยากเย็นแค่ไหน ต้องลงไปทำนา ทำให้สุขภาพเสื่อมโทรม เว้นช่วงไปหลายปีก็ยังไม่ท้อง
ภายหลังตั้งครรภ์แล้วก็ต้องแท้งบุตรเพราะความโหดร้ายของแม่สามี
สรุปได้ว่า ชั่วชีวิตของนางผ่านมาอย่างอเนจอนาถยิ่งนัก
เนื่องจากไม่ได้คุ้นเคย เย่อวี๋หรานจึงไม่ค่อยพูดอะไร นางนั่งอยู่บนเก้าอี้นิ่ง ๆ มองพี่น้องสกุลจูคุยกัน
พ่อเฒ่าจูและแม่เฒ่าจูก็ร้อนใจ แต่พวกเขาอายุมากแล้ว ถามอยู่หลายคำก็ยังไม่ได้ความ จึงยกให้ลูกชายกับลูกสะใภ้จัดการต่อ
คนของทั้งสามบ้านยืนออกันอยู่ในลานเรือนของจูเหล่าซานและจูเหล่าซื่อ (ส่วนใหญ่เป็นคนจากครอบครัวจูเหล่าโถว ผู้ใดใช้ให้เขามีลูกชายมากกันเล่า?)
“ท่านแม่ ทำไมข้ารู้สึกว่าเรื่องนี้แปลก ๆ ล่ะเจ้าคะ?” หลี่ซื่อฟังมานานแล้วจึงขยับมากระซิบข้างหูเย่อวี๋หราน “ท่านว่า ถ้าอาหญิงท่านนี้ไม่ได้ทำอะไรผิด แล้วสกุลเฉียนจะปลดนางทำไมเจ้าคะ? หญิงปากสว่างข้างเรือนเราทำผิดร้ายแรงขนาดนั้น สุดท้ายก็ยังไม่ปลดเลยนี่นา?”
หลิวซื่อก็ขยับเข้ามาใกล้เย่อวี๋หราน กระซิบเสียงเบาว่า “ท่านแม่ ข้าคิดว่าเรื่องนี้มีปัญหา ต้องมีปัญหาแน่นอนเจ้าค่ะ…เรื่องที่อาหญิงรองพูดมาไม่แน่ว่าจะเป็นความจริง สามีที่ไหนจะปลดภรรยาโดยไร้สาเหตุ เรื่องนี้ต้องลองไปถามเสียหน่อย”
ภายในเรือนแทบไม่มีใครเชื่อคำพูดของจูเอ้อร์เม่ย เพราะในยุคสมัยนี้ ถ้าเจ้าไม่ได้ทำผิด สามีก็ไม่อาจปลดเจ้า
เย่อวี๋หรานไม่ได้พูดอะไร
ขณะที่จูเอ้อร์เม่ยพบว่าตนเองร้องไห้ฟ้องความมานานแล้ว แต่กลับไม่มีใครเชื่อถือ เอาแต่เร่งให้นางพูดความจริง นางจึงรู้สึกสิ้นหวัง
หรือจะเป็นอย่างที่ผู้ชายคนนั้นพูด ขอแค่เขาอยากปลดนางก็จะไม่มีใครช่วยนาง?!
ทำไมกัน?
ทำไมถึงเป็นเช่นนี้ นางไม่ได้ทำอะไรผิดเสียหน่อย…
นางคว้าชายเสื้อของจูเหล่าโถวเอาไว้แน่น “พี่ใหญ่ ท่านต้องเชื่อข้านะ ข้าไม่ได้ทำอะไรผิดจริง ๆ เหล่าเฉียนเขาจะปลดข้าอย่างไม่มีเหตุผล เขาไม่มีเหตุผล…”
“พี่รอง” จูเหล่าโถวยังไม่ทันพูดอะไร จูเหล่าซานก็เอ่ยปากขึ้นมาก่อน เขาทอดถอนใจก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า “ท่านบอกความจริงมาเถอะ คนสกุลเฉียนไม่ได้โง่ ถ้าท่านไม่ได้ทำอะไรผิด ท่านเป็นย่าคนแล้วนะ ใครจะมาปลดท่าน? ต่อให้เขาอยากปลดท่าน คนในวงศ์ตระกูลเขาจะปล่อยให้ทำเช่นนั้นหรือ?”
“ฮือ ๆๆ…” จูเอ้อร์เม่ยน้ำตาไหลพราก “ข้าจะไปรู้ได้อย่างไร? พอข้าตื่นขึ้นมา เขาก็โยนหนังสือหย่ามาให้ข้า จะปลดข้าให้ได้ ฮือ ๆๆ…”
นางมองไปทางจูเหล่าโถวอย่างขุ่นเคือง “พี่ใหญ่ ท่านเป็นพี่ชายแท้ ๆ ของข้านะ ท่านกลับไม่เชื่อข้างั้นหรือ?!”
จากนั้นนางก็หันไปทางจูเหล่าซานและจูเหล่าซื่อ “น้องสาม น้องสี่ พวกเจ้าก็ไม่เชื่อข้าเหมือนกันใช่ไหม?”
ทั้งยังมองไปทางพ่อเฒ่าจูและแม่เฒ่าจู “ท่านพ่อ ท่านแม่ พวกท่านก็ไม่เชื่อข้าเหมือนกัน?”
“ทำไม? ทำไม? ทำไมพวกท่านไม่เชื่อข้าสักคน?!”
นางตะโกนออกมา “พวกท่านเป็นพี่ชายข้า น้องชายข้า เป็นพ่อแม่ของข้า พวกท่านกลับไม่มีใครเชื่อข้าสักคน! พวกท่านอยากบีบให้ข้าตายงั้นหรือ?!”
“ดี ข้าจะตายให้พวกท่านดูก็ได้”
จูเอ้อร์เม่ยยืนขึ้นมาได้ก็จะพุ่งเข้าชนกำแพง
คราวนี้จูเหล่าโถว จูเหล่าซาน และจูเหล่าซื่อกลับตอบสนองว่องไว เข้าไปกอดตัวจูเอ้อร์เม่ยเอาไว้ทันที
“เจ้าทำอะไรของเจ้า? เอาแต่ร้องไห้แบบนี้ มันใช้ได้ที่ไหน?”
“พี่รอง ข้าไม่ได้ว่าท่านนะ แต่มาร้องไห้โวยวายว่าจะฆ่าตัวตายแบบนี้ ผู้ชายที่ไหนก็ทนท่านไม่ไหวหรอก ท่านเป็นย่าคนแล้ว ท่านไม่รู้จักคิดสักหน่อยเลยหรือ?”
“ใช่แล้ว ท่านไม่ใช่เด็กสาวอายุน้อย ๆ แล้วนะ ทำไมถึงยังหุนหันพลันแล่นแบบนี้? มีอะไรทำไมไม่นั่งลงพูดจากันดี ๆ?”
……
จูเอ้อร์เม่ยที่ถูกกอดเอาไว้ยิ่งปวดใจกว่าเดิม นางร่ำร้องว่า “พวกท่านจับข้าไว้ทำไม? จับข้าไว้ทำไม? พวกท่านไม่เชื่อข้า ทำไมไม่ปล่อยให้ข้าตาย ๆ ไปเสีย!”
พ่อเฒ่าจูโมโหจนร่างสั่นเทิ้ม ชี้หน้านางพลางด่าว่า “ตายตายตาย! นอกจากฆ่าตัวตายแล้วเจ้ายังทำอะไรได้บ้าง? อายุขนาดนี้แล้ว ถ้าไม่ได้ทำอะไรจริง ๆ คนสกุลเฉียนจะปลดเจ้าทำไม? บอกให้เจ้าพูดความจริง เจ้าก็ไม่พูด! ไม่ใช้ชีวิตดี ๆ ในบ้านสามี แต่แล่นกลับมาร้องหาความตายที่บ้านเดิม เจ้าอยากทำให้ข้าเคราะห์ร้ายใช่ไหม?”
เดิมทีตนเองก็อายุมากแล้ว ยังมีชีวิตต่อไปได้อีกสักกี่ปีก็ไม่รู้ กลายเป็นว่าหลานสาวล้วนไม่มีเรื่องอะไร แต่กลับเป็นลูกสาวแท้ ๆ ของตนเองที่กลับมาก่อเรื่องถึงเรือน
พ่อเฒ่าจูรู้สึกแย่อย่างถึงที่สุด
“เจ้าเห็นว่าสกุลจูมีชีวิตดีขึ้นทุกวัน ในใจนึกอิจฉา เลยคิดจะเอาเคราะห์ร้ายกลับมาให้ที่นี่ใช่ไหม?”
“จูเอ้อร์เม่ย ข้าบอกเจ้าไว้เลย เจ้าอย่าแม้แต่จะคิด ต่อให้เจ้าตายอยู่ที่บ้านแม่สามี ก็อย่าหวังว่าจะได้กลับมาตายที่เรือนสกุลจู ทำให้ธรณีประตูเรือนสกุลจูต้องแปดเปื้อน”
“ไสหัวกลับไปเรือนสกุลเฉียนให้ข้าเดี๋ยวนี้ ต่อให้คุกเข่า เจ้าก็ไปคุกเข่าจนตายที่เรือนสกุลเฉียน ขอร้องให้พวกเขารับเจ้ากลับไป”
“เจ้าที่เป็นผู้อาวุโสในครอบครัวกลับมาทำเรื่องเสื่อมเสียวงศ์ตระกูลแบบนี้ เจ้าจะให้หลานสาวหลานชายของเจ้าไปพบหน้าผู้คนได้อย่างไร?”
……
พ่อเฒ่าจูคิดได้มากกว่า ไม่ว่าจูเอ้อร์เม่ยจะได้ทำอะไรผิดไปหรือไม่ นางอายุมากขนาดนี้แล้ว ไม่อาจกลับเรือนสกุลจูได้เด็ดขาด
มิฉะนั้นหากเรื่องลือออกไป คนที่ออกเรือนไปแล้วหรือหลานสาวที่ยังไม่ออกเรือนจะทำอย่างไรเล่า?