ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 527 พวกข้ากลับมาหาท่านเพราะมีเรื่อง
บทที่ 527 พวกข้ากลับมาหาท่านเพราะมีเรื่อง
“เจ้ามีอะไรปิดบังข้าหรือไม่?” เย่อวี๋หรานจ้องอีกฝ่ายนิ่ง ๆ
จูเอ้อร์เม่ยชูมือข้างหนึ่งขึ้นมาแล้วกล่าวอย่างหนักแน่น “ข้าขอสาบานต่อฟ้า ถ้าข้าทำเรื่องที่ผิดต่อครอบครัวเหล่าเฉียนจริง ขอให้ฟ้าผ่า!”
นางกล่าวเสียงดังฉะฉานเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเอง
เย่อวี๋หรานจึงเอ่ยว่า “ดี ข้าเชื่อเจ้า!”
น้ำตาพลันไหลลงมาจากหางตาของจูเอ้อร์เม่ยอีกครั้ง “ขอบคุณ…”
นางซาบซึ้งใจยิ่งนัก
เพราะการไปครานี้ไม่ราบรื่นอย่างยิ่ง แม้เจ้าหน้าที่และผู้อาวุโสของหมู่บ้านสกุลจูจะออกหน้าให้แล้ว คนเหล่านั้นก็ไม่ได้ทำอะไรต่อนาง
แต่ท่าทีของเหล่าเฉียนแทบทำให้ทุกคนมั่นใจว่านางต้องทำอะไรลงไปแน่นอน ไม่อย่างนั้นเหล่าเฉียนก็คงไม่เป็นเช่นนี้
ภรรยาของเจ้าหน้าที่และผู้อาวุโสหมู่บ้านเฉียนเฉวียนยังให้นางเข้าพบตามลำพัง ถามว่านางทำอะไรลงไปใช่หรือไม่
พวกนางยังบอกนางว่าไม่ต้องกลัว ขอเพียงไม่ใช่เรื่องที่หนักหนาเกินไป เรื่องนี้ก็ให้แล้วกันไป…
“ข้าไม่ได้ทำ!” จูเอ้อร์เม่ยพูด
“ใช่ ท่าทีแบบนี้แหละ ต่อไปไม่ว่าใครจะถามอย่างไร เจ้าก็ต้องยืนกรานว่าเจ้าไม่ได้ทำ เข้าใจไหม?” ภรรยาของเจ้าหน้าที่มองตานางพลางกล่าวอย่างจริงจัง
แต่จูเอ้อร์เม่ยรู้สึกว่าตนเองถูกปรักปรำ “…”
ข้าไม่ได้ทำอะไรเลยจริง ๆ ข้าต้องพูดอย่างไร พวกท่านถึงจะเชื่อ?
ทว่าไม่มีใครเชื่อนาง
ระหว่างที่ทั้งสองหมู่บ้านสนทนากัน นางออกไปเดินเล่นข้างนอกเพื่อปรับอารมณ์
ขณะนั้นเอง คนในหมู่บ้านที่เคยสนิทสนมกับนางคนหนึ่งเดินเข้ามาหาด้วยท่าทางลับ ๆ ล่อ ๆ บอกให้จูเอ้อร์เม่ยพูดความจริง
“เจ้าวางใจ ข้าไม่ไปบอกคนอื่นแน่นอน เจ้าบอกข้ามาก็พอ”
จูเอ้อร์เม่ยมองสีหน้าที่ปักใจเชื่อไปแล้วของอีกฝ่าย ความอึดอัดปั่นป่วนวิ่งอยู่ในอก ทรมานยิ่งนัก
กระทั่งคนที่สนิทสนมกันยังไม่เชื่อนาง ในโลกนี้ยังจะมีใครเชื่อนางอีก?
“ข้าเป็นคนอย่างไร ท่านไม่รู้เลยหรือ? ข้าจะทำเรื่องแบบนั้นได้อย่างไร?” จูเอ้อร์เม่ยเอ่ยปากอย่างยากลำบาก
“พิโธ่พิถัง เจ้ายังไม่เชื่อใจข้าอีกหรือ? ข้าไม่เอาไปบอกคนอื่นหรอก เจ้าพูดความจริงมาเถอะ ไม่แน่ว่าข้าอาจช่วยอะไรได้บ้าง…” อีกฝ่ายเห็นนางไม่ยอมพูดก็ไม่พอใจ ทำเหมือนกับว่าจูเอ้อร์เม่ยไม่เห็นตนเองเป็นพี่น้องที่สนิทกันอย่างนั้น
ตอนนั้นจูเอ้อร์เม่ยอยากจะข่วนหน้าอีกฝ่ายเสียจริง ๆ
แต่นางอดกลั้นเอาไว้
เย่อวี๋หรานบอกให้จูเอ้อร์เม่ยพักอยู่ที่เรือนจูเหล่าซานและจูเหล่าซื่อต่อไปดี ๆ ตอนนี้สถานการณ์พิเศษ อาหารเครื่องนุ่มห่มก็อย่าไปเลือกมาก คนเขาจัดให้มีส่วนของเจ้าก็พอแล้ว
“เจ้าคิดว่าข้าวสวยถ้วยเดียวกินไม่อิ่ม ตอนเจ้าอยู่เรือนเหล่าเฉียนยังได้กินดีกว่านี้งั้นหรือ?” เย่อวี๋หรานถาม
จูเอ้อร์เม่ยมองอาหารบนโต๊ะแล้วก็ไม่อาจปฏิเสธได้
ที่เรือนเหล่าเฉียนได้กินแต่โจ๊ก ถ้าไม่ใช่โจ๊กผักโจ๊กใสก็เป็นโจ๊กข้น ได้กินข้าวสวยก็แค่นาน ๆ ครั้ง
แต่อย่างเรือนจูเหล่าซานและจูเหล่าซื่อที่ได้กินเช่นนี้ทั้งที่ไม่ใช่ช่วงเทศกาล ทั้งยังมีลูกชิ้นรสเนื้อ เท่านี้ก็เหมือนกับฝันไปแล้ว
เย่อวี๋หรานเห็นสีหน้าของอีกฝ่ายก็พอจะเข้าใจ จึงเดินเข้ามาลูบไหล่อีกฝ่าย “เอาล่ะ คนอื่นไม่ต้องพูดอะไรอีกแล้ว เจ้าก็ไม่ต้องร้อนใจ เรื่องเหล่าเฉียนเป็นอย่างไรกันแน่ พวกข้าจะต้องตรวจสอบจนกระจ่างแน่นอน ถึงตอนนั้น ต่อให้เจ้าไม่อาจกลับเข้าสกุลเฉียนอีกแล้ว เจ้าก็ต้องทำให้เหล่าเฉียนออกจากเรือนไปตัวเปล่า ไม่ใช่เจ้า”
จูเอ้อร์เม่ยมีสีหน้าตะลึงพรึงเพริด : ทำแบบนี้ได้ด้วยรึ?!
คนอื่น ๆ ในสกุลจู : …เป็นเรื่องที่สะใภ้ใหญ่ / พี่สะใภ้ทำออกมาได้จริง ๆ!
จูเหล่าโถวตัวสั่นสะท้าน : ดีที่ตอนนั้นเมียเฒ่าไม่ได้ทำแบบนั้น มิฉะนั้นคนที่มีชื่อเสียงสะท้านเชิงเขาไท่ตังคงเป็นข้าแล้ว!
สำหรับเหล่าเฉียน เขาคงได้แต่พูดว่า น้องชาย ผู้ใดให้เจ้าสร้างเรื่องวุ่นวายมาให้หญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์ เจ้าได้แต่ยอมรับว่าตัวเองโชคร้ายเองแล้ว
……
ราตรียังไม่มืดสนิท
ขณะกำลังเร่งรุดกลับหมู่บ้านสกุลจู จูกู่พลันเร่งจูหมี่ให้เดินเร็วกว่าเดิม
จูหมี่ประท้วงว่า “ท่านพี่ ข้าเร็วแล้ว!”
“ไอ้หยา เจ้าเร็วกว่านี้หน่อยไม่ได้เรอะ พวกเราใกล้จะถึงแล้วนะ” จูกู่พูด “จัดการธุระที่หมู่บ้านสกุลจูเสร็จแล้ว คืนนี้พวกเรายังต้องกลับตำบลอันจิ่ว ทำไม เจ้าอยากเดินทางกลางดึกกลางดื่นงั้นรึ?”
“ฟ้ามืดแล้วนะ” จูหมี่มีสีหน้าร้องทุกข์
“ก็…ยังดีกว่ากลางดึกล่ะน่า”
จูหมี่ไม่กล้าพูดอีก ได้แต่เดินตามหลังพี่ชายไปเงียบ ๆ
เมื่อเข้ามาในเขตหมู่บ้านสกุลจู คนทั้งสองไม่ได้กลับเรือนตนเอง แต่ตรงไปที่เรือนสกุลจู
พวกเขามาถึงนอกกำแพงเรือนแล้วก็เลียนเสียงนกประหลาดชนิดหนึ่ง
ภายในเรือน จูอู่ที่อยู่บนเตียงดีดตัวลุกขึ้น : ไม่หรอกมั้ง พวกเขาสองคนอยู่ที่ตำบลไม่ใช่รึ ทำไมกลับมาแล้วเล่า?!
เขารีบลงจากเตียง
หลินซื่อเห็นแล้วก็ประหลาดใจ “เจ้าจะไปไหน?”
“ห้องน้ำ”
จูอู่ไม่ได้พูดความจริง สวมรองเท้าแล้วก็ออกไปจากห้อง
ความเคลื่อนไหวตอนเปิดประตูเบามือยิ่งนัก ทั้งยังปิดประตูลงอย่างระมัดระวัง
จูอู่ไปถึงริมกำแพง ขณะกำลังจะเลียนเสียงนกร้อง ข้างกายก็ปรากฏเงาคนสองร่าง
“พี่ห้า…”
จูอู่เห็นคนทั้งสองก็รีบถามว่าเกิดอะไรขึ้น ไม่ทำงานอยู่ในตำบลดี ๆ กลับมาเช่นนี้เพราะเหตุใด?
แม้ค่าตอบแทนจากการทำงานรับจ้างจะน้อยไปบ้าง แต่ก็มีคนแย่งกันไม่น้อย พลาดโอกาสนี้ไปแล้ว อยากทำอีกครั้งก็คงไม่ง่าย
“พี่ห้า พวกข้ากลับมาหาท่านเพราะมีเรื่อง”
“ใช่แล้ว พี่ห้า ไม่ใช่เรื่องของพวกเรา แต่เป็นเรื่องที่มีคนคิดร้ายกับครอบครัวท่าน”
“ใช่ ๆ วางแผนร้าย พวกข้าได้ยินเต็มสองหู”
……
พูดรายละเอียดตรงนั้นทีตรงนี้ที ทั้งสองคนเล่าเรื่องออกมาจนหมด
ที่แท้ พวกเขาทำงานอยู่ในเรือนสกุลใหญ่ ทุกประการราบรื่นดี แต่เมื่อไม่กี่วันก่อน พวกเขาได้รับรางวัลจากเจ้านายจึงอยากไปกินของอร่อยที่แผงร้านของพี่เป้า ขณะเดียวกันก็จะได้อุดหนุนการค้าของจูต้าเหนียง
ขณะเดินผ่านตรอกน้อย พวกเขากลับได้ยินคนพูดถึงชื่อจูต้าเหนียง
“ใช่แล้วขอรับ เรียนนายท่าน จูต้าเหนียงเป็นญาติของพวกข้าจริง ๆ นางเป็นพี่สะใภ้ของแม่ข้า เป็นป้าของข้าเองขอรับ…”
จูกู่กับจูหมี่พลันหยุดชะงัก : ทำไมเสียงนี้จึงคุ้นหูเช่นนี้นะ?
พวกเขาซ่อนตัวอยู่ในมุมลับ แอบมองไปทางนั้น
นั่นคือเฉียนซินนี่นา?!
พวกเขาค่อนข้างประหลาดใจ คิดไม่ถึงว่าจะได้เห็นเฉียนซินที่นี่
พวกเขารู้จักเฉียนซิน ไม่ใช่เพราะเฉียนซินเป็นหลานชายของจูเหล่าโถว แต่เป็นเพราะเจ้าเด็กนี่ได้ชื่อว่าเป็นอันธพาลน้อยในหมู่บ้านเฉียนเฉวียน
เฉียนซินถูกเหล่าเฉียนผู้เป็นบิดาเอาใจจนเสียคนมาแต่เล็ก เคยทำเรื่องลักเล็กขโมยน้อยมาก็มาก
ได้ยินว่ามีคนเห็นเขาที่บ่อนพนันอีกต่างหาก
เข้าบ่อนเป็นเรื่องน่ากลัวมาก ๆ เชียวนะ!
ทั่วทั้งเชิงเขาไท่ตัง อันธพาลน้อยพวกนั้นจะเกเรแค่ไหนก็ไม่มีใครกล้าเข้าบ่อนพนันในตำบล อย่างมากก็แค่ตั้งโต๊ะเล่นกันเอง
ตอนสกุลจูจัดงานเลี้ยงขึ้นบ้านใหม่ จูเอ้อร์เม่ยไม่ได้มา เจ้าเด็กนี่กลับหน้าด้านมากินข้าว “แม่ข้าส่งของมาแล้ว ทำไมข้าจะกินไม่ได้? อีกอย่าง นี่ก็เป็นบ้านลุงของข้า หญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์ก็คือป้าของข้า…”
ความจริงแล้ว ทั่วเชิงเขาไท่ตังล้วนทราบว่าจูเอ้อร์เม่ยไม่สนิทกับครอบครัวจูเหล่าโถว
ตอนที่จูเอ้อร์เม่ยออกเรือนในปีนั้นก็ทะเลาะแตกหักกับหญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์แล้ว นับแต่นั้นนางกลับบ้านเดิมคราใดก็ไม่เคยไปเยือนเรือนจูเหล่าโถวเลยสักครั้ง
หากไม่ใช่เพราะพักหลังมานี้ครอบครัวจูเหล่าโถวเริ่มไปมาหาสู่กับน้องชายทั้งสองอีกครั้ง มีใจอยากฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างกัน งานเลี้ยงขึ้นบ้านใหม่ครั้งนั้นก็คงไม่เชิญจูเอ้อร์เม่ยมาด้วย
เฉียนซินอยู่ในตำบลไม่ใช่เรื่องแปลก แต่เฉียนซินมาพูดถึงชื่อจูต้าเหนียงกับคนอื่นเช่นนี้ คิดจะทำอะไรกัน?
จูกู่และจูหมี่นึกถึงนิสัยติดพนันของอีกฝ่ายก็สังหรณ์ใจไม่ดี
และเป็นไปดังคาด ครั้นฟังอย่างละเอียดก็คิดว่าเกิดเรื่องใหญ่แล้ว