ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 529 ข้าไม่ได้ตาบอดเสียหน่อย
บทที่ 529 ข้าไม่ได้ตาบอดเสียหน่อย
กล่าวกันตามตรง จูกู่กับจูหมี่คิดไม่ถึงจริง ๆ ว่าจูซื่อที่เป็นผู้ชายคนหนึ่งจะมีฝีมือทำครัวดีเช่นนี้?!
ทั้งที่ใช้วัตถุดิบเหมือนกัน แต่อาหารที่เขาปรุงออกมานั้นกลับอร่อยกว่าคนอื่น
พวกเขาอธิบายความรู้สึกนั้นไม่ถูก เมื่อกินเข้าไปคำแรกก็จะทำให้หนอนตะกละในท้องขยุกขยิกออกมา อยากกินคำต่อไปอย่างห้ามใจไม่อยู่
หากมีนักกินอยู่ตรงนี้ด้วยคงกล่าวเช่นนี้เป็นแน่ “ความรู้สึกเช่นนั้นก็คือ เขาดึงเอกลักษณ์ดั้งเดิมของอาหารชนิดนั้นออกมา ยิ่งเข้าใกล้รสชาติดั้งเดิมได้มากเท่าไหร่ก็ยิ่งทำให้คนหลงใหลได้มากเท่านั้น”
จูกู่กับจูหมี่ไม่ใช่นักกิน ย่อมไม่รู้ว่าจะอธิบายออกมาอย่างไร พวกเขาเพียงชมว่า
“อร่อย!”
“พี่สี่ ท่านทำได้อร่อยยิ่ง!”
……
จูอู่รู้สึกว่าตนเองได้หน้าไปด้วยจึงกล่าวขึ้นอย่างยินดี “ใช่ไหม? ข้าบอกแล้วว่าฝีมือทำอาหารของพี่สี่ยอดเยี่ยมยิ่ง ผู้หญิงในบ้านไม่มีใครสู้เขาได้สักคน”
จูซื่อที่ได้รับคำชมเชยรู้สึกปีติยินดียิ่ง
กินข้าวเสร็จแล้ว จูซื่อกับจูอู่ก็ไม่ได้ให้พวกเขาสองคนเร่งกลับไปกลางราตรี เพียงถามทั้งสองคนว่าวันรุ่งขึ้นต้องไปทำงานเวลาไหน แล้วพาพวกเขาไปปูเสื่อนอนในเรือนหลังใหม่
“ไม่ต้องห่วง พรุ่งนี้เช้าพวกข้าจะไปยืมเกวียนเทียมวัวกับเจ้าหน้าที่ รับรองว่าพาพวกเจ้าไปส่งทันเวลาแน่นอน”
ทั้งให้กินข้าวและจะไปส่ง จูกู่กับจูหมี่เกรงใจยิ่ง
เพราะพวกเขาคิดไม่ถึงว่าพวกตนแค่มาส่งข่าวเท่านั้น พี่สี่กับพี่ห้ากลับปฏิบัติต่อพวกตนอย่างดีเช่นนี้
“เอาล่ะ รีบเข้านอนเถอะ ตอนนี้ดึกมากแล้ว”
จูซื่อให้จูอู่อยู่เป็นเพื่อนพวกเขา ส่วนตนเองกลับไปจัดการความเรียบร้อยในห้องครัว
มิคาดว่าครั้นกลับเข้าห้องครัวไปก็เห็นว่าหลี่ซื่อจัดการใกล้จะเสร็จแล้ว
“เจ้าลุกมาทำไม?” จูซื่อเห็นหลี่ซื่อหาวก็รู้สึกสงสาร “บอกให้เจ้านอนแล้วนี่นา ทางนี้ข้าจัดการเองได้…”
หลี่ซื่อนำถ้วยที่ล้างเสร็จแล้วไปเก็บไว้ในตู้ นางกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ข้ารู้ว่าเจ้าจัดการได้ แต่ข้าไม่อยากให้เจ้าเหนื่อยขนาดนั้นนี่นา เอาล่ะ ข้าจวนจะทำเสร็จแล้ว”
เห็นจูซื่อยื่นมือออกมาก็รีบห้าม “หยุดเลยนะ มือเจ้าสะอาดแล้วก็ไม่ต้องมาทำให้เปื้อนอีก ถึงอย่างไรมือข้าก็เปื้อนแล้ว ใกล้จะเสร็จแล้วด้วย”
จูซื่อได้แต่ขยับไปยืนข้าง ๆ คอยมองนางทำงานอย่างจนใจ
“คราวหน้าไม่เอาแบบนี้แล้วนะ ข้าบอกให้เจ้านอนเจ้าก็นอนไปสิ กำลังนอนอยู่ดี ๆ จะลุกขึ้นมาทำไม?” น้ำเสียงจูซื่อเจือแววตำหนิ
ช่วงกลางวันต้องดูแลลูกและทำงานอยู่ในเรือน ทั้งยังต้องดูแลเรื่องการค้าอีกต่างหาก ที่จริงวันหนึ่ง ๆ หลี่ซื่องานรัดตัวทีเดียว
ผู้หญิงที่เดิมทีอ่านหนังสือไม่ออกแม้แต่ตัวเดียวกลับถูกมารดาของเขาบังคับให้ฝึกทักษะสารพัดอย่าง
ทั้งทำชาด ถักสร้อยข้อมือ อ่านเขียน คำนวณ ทำบัญชี…
คนคนเดียวแต่ทำงานได้เท่ากับคนหลายคน
จูซื่อคิดว่าในบรรดาลูกสะใภ้สกุลจูไม่มีใครเก่งกาจเท่าภรรยาของเขา เขาทั้งภาคภูมิใจทั้งสงสาร
หลี่ซื่อจัดการเรียบร้อยก็ปัดไม้ปัดมือ แล้วผลักเขาออกมาข้างนอก “เอาล่ะ ๆ จะไม่ทำอีกแล้ว ไปเถอะ ไปนอนดีกว่า เจ้าก็เหนื่อยเหมือนกัน รีบไปพักผ่อน”
“ไม่ต้องมาว่าข้าเลย ถ้าเจ้าเหนื่อยก็พูดออกมา ท่านแม่ไม่ใช่คนไร้เหตุผล” จูซื่อกล่าว
“ข้ารู้ ข้าเห็นว่าครอบครัวเรามีความเป็นอยู่ดีขึ้นทุกวันก็เลยดีใจนี่นา…” หลี่ซื่อพูดพลางปราดเข้ามากระซิบให้จูซื่อฟังว่าที่บ้านหาเงินได้เท่าไหร่แล้ว
อย่าได้ดูถูกการรับซื้อแป้งมันเทศเพื่อนำไปขายต่อเช่นนี้เชียว
หนึ่งชั่งอาจทำเงินได้ไม่เท่าไหร่ แต่เมื่อนำแป้งมันเทศมาทำเป็นเส้นมันเทศแล้วเอาไปตากแห้ง ทั้งช่วยให้อิ่มท้องและเก็บรักษาไว้ได้นาน คนมากมายล้วนอยากซื้อ
ตัดส่วนที่ขายให้ภัตตาคารทางด้านพี่เป้าออกไป ลำพังเส้นมันเทศที่ขายปลีกก็เป็นรายได้ไม่น้อยแล้ว
“แต่น่าเสียดาย ถึงปีนี้จะมีคนปลูกมันเทศกันไม่น้อย ทว่าแต่ละบ้านก็เก็บเกี่ยวมันเทศกันได้ไม่มาก อาจดูเหมือนเยอะ แต่พอตัดส่วนที่เก็บไว้กินและสำรองไว้ปลูกออกไป ส่วนที่จะแบ่งออกมาขายได้ก็ไม่มากอะไรเลย”
“ตัดส่วนที่ส่งไปให้ภัตตาคารพี่เป้า เส้นมันเทศที่เอามาขายได้ในแต่ละวันก็ยิ่งน้อยลงไปอีก ปริมาณมีจำกัด”
“ไม่อย่างนั้น ถ้าขายแบบนี้ต่อไปเรื่อย ๆ เอาแค่ตำบลอันจิ่วและตำบลอี้คัง เท่านี้ก็รวยแล้ว”
……
ตอนนอนอยู่บนเตียง หลี่ซื่อยังคงพูดถึงเรื่องนี้ไม่หยุด
พูดไปพูดมา เสียงก็เบาลงเรื่อย ๆ จนหลับไปโดยไม่รู้ตัว
ตอนที่นางใกล้จะหลับไป ในหัวพลันคิดขึ้นมาว่า ข้าลืมอะไรไปหรือเปล่านะ?
ดูเหมือนจะลืมถามว่าทำไมจูกู่กับจูหมี่ถึงมาที่เรือนกลางดึกกลางดื่น
สมแล้วที่เป็นสามีภรรยากัน พอเสียงหลี่ซื่อเบาลงแล้ว จูซื่อก็ผล็อยหลับไปด้วยเช่นกัน
เอ้กอี๊เอ้กเอ้ก…
เสียงไก่ตัวผู้ขันปลุกคนทั้งหมู่บ้านให้ตื่นขึ้น
ครอบครัวที่ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ว่าให้เตรียมแป้งมันเทศไว้ตั้งแต่เมื่อวานนี้ตื่นขึ้นตอนเช้าตรู่
แม่สามีเร่งให้ลูกสะใภ้เยาว์วัยเอาแป้งมันเทศที่เตรียมไว้แล้วไปส่งที่เรือนจูเหล่าโถว
“เอ้อ จริงด้วย อย่าลืมเอาใบส่งของกลับมาด้วยล่ะ”
สะใภ้อายุเยาว์สะพายตะกร้าตอบรับคำเสียงดังกังวาน “ข้าทราบแล้วเจ้าค่ะ ท่านแม่”
ใบส่งของที่ว่าก็คือหลักฐานสำหรับไปแลกเงินที่เรือนเจ้าหน้าที่ในภายหลัง
ทุกวันเจ้าหน้าที่จะให้ลูกชายตนเองไปแจ้งคนในหมู่บ้านว่าเวียนมาถึงรอบครอบครัวนั้น ๆ แล้ว ให้เตรียมแป้งมันเทศเอาไว้ล่วงหน้า โดยบอกกล่าวอย่างชัดเจนว่าต้องเตรียมปริมาณกี่ชั่ง
วันถัดมา ครอบครัวนั้นก็จะนำแป้งมันเทศมาส่งที่เรือนจูเหล่าโถว
เนื่องจากบอกกล่าวไว้ล่วงหน้า เมื่อนำของมาส่งก็จะได้รับ ‘ใบส่งของ’ แผ่นหนึ่งเพื่อยืนยันว่าอีกฝ่ายมาส่งของเรียบร้อยแล้ว
ต้องส่งของให้ก่อน สิ้นเดือนจึงจะได้รับเงิน
เหตุใดจึงต้องเป็นสิ้นเดือน?
หลังจากเปิดภัตตาคาร เพื่อให้สะดวกต่อการตรวจบัญชี เย่อวี๋หรานจึงไปหารือกับพี่เป้าและผู้ตรวจสอบบัญชีเฉินเพื่อเปลี่ยนรอบตรวจบัญชีเป็นเดือนละครั้ง
เมื่อนางได้รับบัญชีมาแล้วจึงจะรวบรวมเงินนำไปให้เจ้าหน้าที่ หลังจากนั้นครอบครัวที่ได้รับใบส่งของแล้วก็จะนำไปแสดงเป็นหลักฐานเพื่อรับเงิน
หลิวซื่อลุกขึ้นมาแต่เช้าตรู่ นางมีหน้าที่ตรวจสอบ รับและจ่ายใบส่งของให้คนที่มาส่งแป้งมันเทศ
เพราะเหตุใดจึงเป็นนาง แต่ไม่ใช่หลี่ซื่อกันเล่า?
นั่นก็เพราะหลิวซื่อไม่ได้คุยด้วยง่ายเหมือนหลี่ซื่อ ป้องกันไม่ให้คนอื่นใช้กลอุบาย นอกจากนี้ ยังเผื่อไว้สำหรับป้องกันกรณีที่เกิดปัญหาระหว่างรับของ มีหลิวซื่อสกัดเอาไว้ สกุลจูก็ยังมีทางให้ถอย ตอนที่เกิดความขัดแย้งค่อยให้หลี่ซื่อออกมาไกล่เกลี่ย
ถ้าไกล่เกลี่ยกันไม่ได้ค่อยให้เย่อวี๋หรานออกโรง
นี่คือกลยุทธ์ทางจิตวิทยาอย่างหนึ่ง จากหลิวซื่อไปหาหลี่ซื่อ ผู้มาก็จะรู้สึกว่าตัวเล็กลงไปก่อนแล้ว ถ้าคนที่พูดจาด้วยง่ายอย่างหลี่ซื่อยังสะสางไม่ได้ค่อยให้หญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์ที่มีชื่อเสียงเลื่องลือออกมาจัดการ โดยทั่วไปแล้วคนมักรู้สึกว่าตนเองได้เปรียบเมื่อต้องเผชิญหน้ากับหลี่ซื่อ คนส่วนใหญ่ไม่เต็มใจจะเผชิญหน้ากับหญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์โดยตรง
ดังนั้น ปัญหาส่วนใหญ่จึงสามารถคลี่คลายได้ในรอบของหลี่ซื่อ
แต่ว่า นอกจากจะเป็นคนที่จงใจมาล่วงเกินสกุลจู คนส่วนใหญ่ไม่กล้าปลอมแปลง เอาของปลอมมาหลอกลวงหลิวซื่อ
เรื่องเสี่ยงดวงแบบนี้ หญิงปากสว่างทำไปแล้วรอบหนึ่งก็ไม่มีใครกล้าทำอีก
เมื่อรับแป้งมันเทศเสร็จราบรื่น หลิวซื่อก็ขนของเข้าไปในครัว แล้วเริ่มทำงานกับลูกสะใภ้คนอื่น ๆ
นางทำงานพลางบ่นไปด้วย “ยังเป็นแป้งมันเทศจากบ้านเสี่ยวซุ่ยที่ร่อนได้สะอาดกว่าบ้านอื่น ขาวผ่องเป็นยองใย แค่เห็นก็ทำให้คนรู้สึกดีแล้ว ไม่เหมือนหญิงปากสว่างที่ผสมก้อนหินมาด้วย ข้ารับแป้งมันเทศอยู่ทุกวัน คิดว่าข้าจะดูไม่ออกว่าปริมาณแป้งมันเทศน้อยลงไปตั้งมากเลยเรอะ?”
“ข้าไม่ได้ตาบอดเสียหน่อย!”