ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 532 สืบข่าว
บทที่ 532 สืบข่าว
ต่างก็อยู่ในตำบลเหมือนกัน จูซานย่อมได้เจอเฉียนซินมาบ้าง
แต่เฉียนซินไม่เห็นเขา มีเพียงเขาที่เห็นเฉียนซิน
“ข้าว่าแล้วเชียว ก่อนหน้านี้ตอนเห็นเขา เขายังดูยากจนอยู่เลย แต่ช่วงนี้เหมือนอยู่ดี ๆ ก็รวยขึ้นมา มักเลี้ยงสุราอาหารคนอื่นอยู่บ่อย ๆ …” จูซานขมวดคิ้วพลางกล่าวต่อไปว่า “มีครั้งหนึ่งที่ข้าร้องทักเขา พอเขาเห็นข้าก็วิ่งหนีโดยไม่หันกลับมามองด้วยซ้ำ ตอนนั้นข้ายังแปลกใจอยู่เลย เขาจำข้าไม่ได้หรือเป็นเพราะอะไรกันแน่ พอพวกเจ้าเล่ามา ข้าค่อยเข้าใจหน่อย ที่แท้เจ้าหมอนี่ก็กินปูนร้อนท้อง”
“พี่สาม เรื่องนี้ท่านอย่ากังวลใจเกินไป พวกข้าจัดการได้ แค่บอกให้ท่านรู้เรื่องไว้เท่านั้น” จูอู่กลัวว่าจูซานจะคิดมากจึงพูดให้สบายใจ ทั้งยังบอกให้คิดถึงแต่จูชีก็พอ
……
หลังจากจูซื่อและจูอู่กลับไปแล้ว พี่เป้าค่อยเรียกหาคน
เปาต่าทิงมีชื่อเดิมว่าอย่างไร เจ้าตัวก็จำไม่ได้แล้ว เขาเป็นเด็กกำพร้า ไร้ชื่อไร้นาม
ตอนที่เขายังไม่ได้ติดตามพี่เป้า เนื่องจากตัวเล็กผอมแห้ง รูปลักษณ์ภายนอกคล้ายลิง ทำให้ถูกคนรังแกอยู่บ่อย ๆ
ภายหลังได้ติดตามพี่เป้าแล้วค่อยมีชีวิตที่มั่นคงกว่าเดิม จึงได้บ่มเพาะความชอบฟังเรื่องชาวบ้านทีละน้อยจนกลายเป็นความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน และกลายเป็น ‘เปาต่าทิง’ (เปารู้หมด) ลูกน้องในสังกัดพี่เป้า
ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ ‘เปาต่าทิง’ กลายเป็นชื่อของเขา
“พี่เป้า ท่านเรียกหาข้า?”
“ช่วยไปสืบเรื่องของบ่อนพนันอี้ซิงให้ข้าหน่อย ดูว่าช่วงนี้พวกนั้นกำลังหมายตาภัตตาคารของพวกเราอยู่หรือเปล่า”
พี่เป้าพูดจบ เปาต่าทิงก็มีอันต้องสะดุ้งตกใจ “อะไรนะ มีคนเพ่งเล็งพวกเรา?! ไม่นะ ไม่ง่ายเลยกว่าพวกเราจะได้ใช้ชีวิตปกติเหมือนคนอื่นเขาเสียที ถ้ามีคนเพ่งเล็งพวกเรา ต่อไปพวกเราจะทำอย่างไร? พี่เป้า เรื่องนี้ท่านไม่อาจปล่อยไปโดยไม่สนใจนะขอรับ…”
“ถ้าข้าไม่สนใจแล้วจะให้เจ้าไปสืบทำไม?” พี่เป้าถลึงตาใส่
เปาต่าทิงลูบจมูกป้อย ๆ กล่าวเสียงอ่อย “ก็จริง พอข้าตื่นตูมก็ลืมไปหมด ฮ่า ๆๆ…พี่เป้า ท่านไม่ต้องกังวล เรื่องนี้เกี่ยวพันกับความเป็นความตายของพี่น้อง ข้าจะต้องสืบมาให้ท่านได้แน่นอน”
พี่เป้ากำชับว่า “อย่าทำให้พวกนั้นรู้ตัว”
“รับทราบ พี่เป้า ให้ข้าไปจัดการ ท่านยังไม่วางใจอีกหรือ? ท่านรอฟังข่าวดีจากข้าได้เลย” เปาต่าทิงมีสีหน้ามั่นอกมั่นใจ
บอกตามตรง ความจริงแล้วเขาเป็นลูกค้าขาประจำของบ่อนพนันอี้ซิง
แต่เขาต่างจากพวกอยาก ‘รวยชั่วข้ามคืน’ ที่เห็นการพนันประดุจชีวิตเหล่านั้น เปาต่าทิงเพียงเอาเงินไม่กี่เหรียญไปเล่นให้หายคันไม้คันมือ
เนื่องจากพี่เป้าดูแลเข้มงวด พี่น้องสามารถเล่นสนุกได้ แต่ไม่อาจไปหลงอุบายของบ่อนพนันเด็ดขาด
ผู้ใดกล้าทำเช่นนั้น เขาจะหักขาสุนัขของคนผู้นั้นเสีย
เคยมีคนถูกหักขาสุนัขหรือไม่นั้นก็ไม่อาจทราบได้ แต่เมื่อเขาลั่นวาจาไว้เช่นนี้ค่อยสามารถควบคุมลูกน้องในความดูแลได้ บางครั้งวาจาโหด ๆ ก็เป็นความห่วงใยรูปแบบหนึ่ง
สำหรับคนที่ขาดความรักอย่างรุนแรงกลุ่มนี้ ความอบอุ่นที่มาได้ถูกจังหวะกลับสามารถซื้อใจคนไว้ได้
เปาต่าทิงล้วงถุงเงินออกมานับเหรียญ แล้วเดินเซซ้ายเซขวาตรงไปยังบ่อนพนันอี้ซิง
ทิศตะวันออกศักดิ์สิทธิ์ ทิศตะวันตกสูงศักดิ์ ทิศใต้ยากจน ทิศเหนือร่ำรวย ตำแหน่งของบ่อนพนันอี้ซิงจึงตั้งอยู่ทางทิศเหนือซึ่งเป็นแหล่งรวมคนหลากหลายรูปแบบ
ไม่ได้เลือกทิศใต้เพราะทางนั้นมีแต่คนยากจน สร้างแล้วก็แทบไม่มีคนไป ลูกค้าที่เป็นกลุ่มเป้าหมายของบ่อนพนันย่อมเป็นคนรวยที่มีเงินอยู่ในมือ
ตำบลอันจิ่วไม่มีตระกูลใหญ่ที่มีความเป็นมาช้านาน ตระกูลใหญ่ที่เรียกกันนั้นหากไม่ใช่คนรุ่นหลังของตระกูลใหญ่ที่ตกต่ำไปแล้วก็เป็นตระกูลที่ร่ำรวยขึ้นมากะทันหัน หรือไม่ก็คนท้องถิ่นที่รวยอยู่ก่อนแล้ว
สรุปได้ว่าหากไม่ใช่ตระกูลสูงศักดิ์ รากฐานไม่หนักแน่น คุณภาพของคนในตระกูลก็ยากจะบอกได้
“โอ๊ะ นี่ไม่ใช่เปาต่าทิงหรอกหรือ วันนี้เจ้ามาได้อย่างไรกันเนี่ย?”
คนเฝ้าประตูเป็นอันธพาลสองคน พอพวกเขาเห็นเปาต่าทิงก็ทักทายราวกับพบคนคุ้นเคย
บอกว่าเป็นคนคุ้นเคยกันก็ไม่เกินไป ถึงอย่างไรเปาต่าทิงก็มาบ่อย ๆ อยู่แล้ว
ถ้าเขาชนะก็ได้เงินไม่เท่าไหร่ ตอนที่พวกเขาพักผ่อนยังเลี้ยงสุราอีกต่างหาก
“ฮ่า ๆๆ…พี่เป้าเพิ่งให้รางวัลมา ข้าคันไม้คันมือเลยอยากมาเสี่ยงดวงสักหน่อยน่ะสิ…” เปาต่าทิงยืนคุยกับคนทั้งสองหน้าประตูตามปกติ ยิ้มกว้างเกลื่อนใบหน้า
“โอ้ พี่เป้าตบรางวัลอีกแล้วเรอะ?” หนึ่งในนั้นกลอกตารอบหนึ่งก็ประชิดเข้ามากระซิบว่า “ได้ยินว่าพวกเจ้าหาเงินได้ไม่น้อยจนถึงขั้นเปิดภัตตาคารได้แล้ว?”
“ก็คงหาเงินได้นั่นแหละ ช่วงนี้พี่เป้ามือเติบยิ่ง เจ้าดูสิ ให้เงินข้ามาอีกแล้ว ไม่อย่างนั้นข้าจะมาใช้เงินที่ร้านพวกเจ้าทำไม?” เปาต่าทิงยกถุงเงินขึ้นมาแกว่งไปมา
แม้ในนั้นจะมีเหรียญอยู่ไม่เท่าไหร่ แต่เสียงกรุ๊งกริ๊งนั้นดังกังวานทีเดียว
เพราะทำงานที่เกี่ยวกับเงิน ๆ ทอง ๆ โสตประสาทของอันธพาลผู้นั้นจะด้อยไปได้อย่างไร เพียงฟังก็ทราบว่าในถุงเงินมีเงินอยู่ไม่มาก ไม่ต่างจากยามปกติเท่าใดนัก
เขาหัวเราะแล้วกล่าวอย่างจงใจเย้าแหย่ “จริงหรือเปล่า? ฟังดูแล้วก็ไม่ได้เยอะอะไรเลยนี่”
“ฮ่า ๆๆๆ…แค่รู้อยู่ในใจก็พอแล้ว จะพูดออกมาทำไม?” เปาต่าทิงตีแขนอีกฝ่ายเบา ๆ “พี่น้อง เจ้าก็ไว้หน้าข้าสักหน่อยเถอะ เลิกงานคืนนี้เดี๋ยวข้าเลี้ยงเหล้าเอง”
“อย่าลืมข้าอีกคนสิ” อันธพาลอีกคนพูดแทรกขึ้นมาพร้อมรอยยิ้ม
เปาต่าทิงกล่าวยิ้ม ๆ “แน่นอนอยู่แล้ว ข้าเชิญอิงเกอแล้ว จะไม่เชิญหู่เกอได้อย่างไรเล่า?”
“ถ้าอย่างนั้นก็ขออวยพรให้เจ้าชนะสักหลายตาเหมือนเคยนะ จะได้กลับมาเลี้ยงเหล้าพวกข้า”
“ฮ่า ๆๆ…ขอให้สมพรปากอิงเกอเถอะ”
……
บ่อนพนันอี้ซิงไม่ใหญ่มาก แต่แบ่งเป็นชั้นบนและชั้นล่างสองชั้น
ชั้นล่างคือห้องโถง เป็นสถานที่เล่นพนันของคนธรรมดาทั่วไป หมายความว่าถ้าเจ้ามีเงินน้อย เล่นอยู่ชั้นล่างก็พอแล้ว แต่ถ้าเจ้ามีเงินมาก อยากเล่นให้เร้าใจหน่อยก็เชิญขึ้นชั้นสอง บนนั้นจึงจะเป็นแหล่งรวมคนมีเงิน
คนที่มีเงินไม่กี่เหรียญอย่างเปาต่าทิงย่อมไม่กล้าขึ้นไปเล่นชั้นบนอยู่แล้ว
ถ้าเป็นเวลาปกติ เขาย่อมเล่นอยู่ชั้นล่าง แต่คราวนี้เขากลับขึ้นไปเตร็ดเตร่บนชั้นสอง
อันธพาลที่รับผิดชอบเดินตรวจตราผู้หนึ่งเห็นเขาก็ตีหน้ายักษ์เดินเข้ามาถามว่าเขาต้องการจะทำอะไร
เปาต่าทิงยิ้มแฉ่ง อ้างชื่ออิงเกอและหู่เกอออกมาทันที “ไม่ได้จะทำอะไร แต่ไม่เคยพบเคยเห็นเลยอยากมาเปิดหูเปิดตาบ้างก็เท่านั้นเอง”
เขาขยับเข้ามาใกล้กว่าเดิม บอกว่าตนเอง ‘จน’ ด้วยสีหน้าลำบากใจ แต่ละครั้งที่มาก็เล่นได้แค่ตาละน้อย ๆ ทั้งยังแพ้หมดตัวเป็นประจำ อนาถกว่านี้คงไม่มีอีกแล้ว
ไม่รู้ว่าชั่วชีวิตนี้จะมีโอกาสมาเล่นชั้นบนหรือไม่
“เฮอะเฮอะ!” อันธพาลผู้นั้นไม่ได้พูด แต่นึกเสียดสีอยู่ในใจ
‘ฝันไปเถอะ สารรูปยากจนอย่างเจ้า รอชาติหน้าเถอะ!’
“เจ้าหัวเราะอะไร?” เปาต่าทิงแสร้งทำเป็นฟังไม่เข้าใจแล้วถามอย่างสงสัย
“ไม่มีอะไร เจ้ารีบลงไปดีกว่า ถ้าพี่ชายผู้ดูแลมาเห็นว่าเจ้าแอบขึ้นมาชั้นบน ถึงตอนนั้นสีหน้าใครก็ไม่น่ามองแล้ว”
เปาต่าทิงห่อไหล่ กล่าวอย่างเศร้าสร้อย “ก็ได้ ขอบคุณพี่ชาย”
แล้วเดินลงมาชั้นล่างด้วยสีหน้าเสียอกเสียดาย
เฮ้อ…ทำอย่างไรได้ เขาไม่ใช่คนมีกะตังค์นี่นา ชั้นบนจึงไม่ยินดีต้อนรับเขา
เพิ่งลงมาได้ เขาก็ได้ยินเสียงคนทะเลาะกัน ทั้งยังได้ยินชื่อที่ค่อนข้างคุ้นหูอีกต่างหาก “เฉียนซินผู้นี้เนี่ยนะจะไม่มีเงิน?!”
เฉียนซิน?!
นี่ไม่ใช่คนที่พี่เป้ากำชับไว้เป็นพิเศษหรอกหรือ?
เปาต่าทิงมองไปทางต้นเสียงทันที…