ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 533 พี่น้อง นี่มันเรื่องอะไรกัน
บทที่ 533 พี่น้อง นี่มันเรื่องอะไรกัน
บริเวณหน้าโต๊ะพนันตัวหนึ่ง ผู้ชายที่แลดูสะบักสะบอมคนหนึ่งถูกหลายคนล้อมเอาไว้ตรงกลาง
เห็นได้ชัดว่าคนผู้นี้หวาดกลัวอย่างมาก แต่ก็ยังเกร็งคอยืนกรานเสียงแข็ง ตะโกนอย่างอับอายปนโทสะว่า “ผู้ใดบอกว่าข้าเฉียนซินไม่มีเงิน?”
“พวกเจ้ารู้ไหมว่าข้าเป็นใคร? ข้าเป็นแขกผู้มีเกียรติของเถ้าแก่ถังของพวกเจ้าเชียวนะ แขกผู้มีเกียรติน่ะ เข้าใจไหม?”
……
เถ้าแก่ถังที่เฉียนซินกล่าวถึงคือเจ้านายในนามของบ่อนพนันอี้ซิงแห่งนี้
เปาต่าทิงตาเป็นประกาย จะบังเอิญไปแล้วกระมัง ข้าเพิ่งจะง่วงเหงาก็มีคนส่งหมอนมาให้ทันที?
แต่เขาไม่ได้โง่ถึงขั้นวิ่งออกไปแสดงตัวโดยที่ยังไม่ได้ทำความเข้าใจสถานการณ์จนกระจ่าง ทว่ายังคงยืนอยู่ท่ามกลางฝูงชนเพื่อชมเรื่องครึกครื้นต่อไปเช่นเดียวกับคนอื่น ๆ
“พี่น้อง นี่มันเรื่องอะไรกันหรือ?”
เปาต่าทิงกวาดสายตามองคนรอบกายก็เห็นคนผู้หนึ่งที่เขาคิดว่าน่าจะล้วงข้อมูลได้ค่อนข้างง่าย
เขาเบียดเข้าไปหาคนผู้นั้นแล้วเอ่ยถาม
ในบ่อนพนันทุกคนคือพี่น้อง! คนผู้นั้นอธิบายสถานการณ์ให้เปาต่าทิงฟังทันที
“ยังจะเป็นเรื่องอะไรได้อีก? เฉียนซินผู้นี้ไม่เหลือเงินสักแดงแล้ว แต่ยังยืนอยู่ตรงนั้นไม่ยอมขยับเลยทำให้คนอื่นโมโหน่ะสิ!”
“จุ๊ ๆๆ…โจวเหล่าหู่ผู้นี้ไม่ใช่คนดีอะไร เฉียนซินก็เหมือนกัน ไปหาเรื่องเขาทำไมก็ไม่รู้?”
……
เปาต่าทิงเห็นอีกฝ่ายประเดี๋ยวพูดถึงเฉียนซิน ประเดี๋ยวพูดถึงโจวเหล่าหู่ คล้ายจะคุ้นเคยกับคนทั้งสองทีเดียว รอยยิ้มบนใบหน้าจึงยิ่งจริงใจกว่าเดิม
“พี่ชาย ท่านมีนามว่าอะไรหรือ?”
“ไอ้หยา อย่าเรียกข้าว่าพี่ชายเลย คนอื่นเรียกข้าว่าโหย่วเหล่าเชียน”
“พี่เชียน” เปาต่าทิงย่อมไม่ซื่อบื้อถึงขั้นตัดคำว่า ‘พี่’ ออกไปอยู่แล้ว เขากล่าวด้วยน้ำเสียงจริงใจ “ข้าเห็นท่านแล้วเหมือนได้เห็นพี่ชายแท้ ๆ รู้สึกสนิทสนมยิ่งนัก ข้าเรียกท่านว่าพี่เชียนดีกว่า อ้อ จริงด้วย พี่เชียน สองคนนี้มีเรื่องอะไรกันแน่ ทำไมข้ารู้สึกเหมือนท่านคุ้นเคยกับพวกเขาดีทีเดียว?”
“จะไม่คุ้นเคยอย่างไรไหว? โจวเหล่าหู่อาศัยอยู่ฝั่งตรงข้ามบ้านข้านี่เอง…”
โหย่วเหล่าเชียนพูดออกมาจนหมด
โจวเหล่าหู่ผู้นี้ไม่ใช่คนดีอะไร เขาเคยมีบิดาที่ร่ำรวยมาก่อน แต่กลับทำให้บิดาโมโหจนตายเพราะโรคผีพนัน ทรัพย์สินในบ้านก็ล้างผลาญไปจนหมดสิ้น
แม้จะเป็นเช่นนี้ โจวเหล่าหู่ก็ยังชอบวางท่าเป็นคุณชาย
เฉียนซินผู้นี้เคยพบกับโจวเหล่าหู่มาก่อน มีเรื่องขัดแย้งกัน ทั้งคู่จึงไม่ถูกชะตากันนับแต่นั้น
“แทนที่จะบอกว่าเฉียนซินจงใจหาเรื่องโจวเหล่าหู่ ไม่สู้บอกว่าพวกเขาไม่ถูกกันอยู่แล้ว ต่างฝ่ายต่างจ้องหาเรื่องอีกฝ่ายมากกว่า”
เปาต่าทิงกำลังฟังอย่างตั้งอกตั้งใจ ทันใดนั้นพลันมีความเคลื่อนไหวมาจากชั้นสอง
ที่แท้เถ้าแก่ถังได้ยินเสียงความวุ่นวายที่ชั้นล่างจึงส่งคนมาคุมสถานการณ์
“มามุงอะไรกัน? แยกย้ายไปเสีย…” ในฐานะอันธพาลอันดับหนึ่งในสังกัดเถ้าแก่ถัง มังกรตาเดียวเจียงซู่แค่ทำสีหน้าถมึงถึงก็ทำให้คนรอบ ๆ แตกตื่นกระเจิดกระเจิงได้แล้ว
“จะปล่อยไปทั้งอย่างนี้งั้นเรอะ?!” เฉียนซินที่ถูกอัดเสียน่วมรู้สึกไม่พอใจ ยังดึงเสื้อของโจวเหล่าหู่เอาไว้ไม่ยอมปล่อย
โจวเหล่าหู่หันกลับมาถีบอีกฝ่ายดังโครม
มังกรตาเดียวเจียงซู่แทรกเข้ามาขวางโจวเหล่าหู่ที่ยังคิดจะมาซ้ำ “ไว้หน้ากันบ้างเถอะ”
“เฮอะ! ช่างเถอะ ข้าเห็นแก่หน้าพี่เจียงก็ได้” โจวเหล่าหู่มองเฉียนซินอย่างดูแคลนแล้วเรียกพี่น้องคนอื่น ๆ “ไป”
เฉียนซินเห็นพวกเขาจากไปแล้วก็ชักสีหน้าไม่พอใจ ตะโกนใส่มังกรตาเดียวเจียงซู่ “เจ้าปล่อยพวกนั้นไปทั้งอย่างนี้?! พวกมันเพิ่งจะอัดข้า เจ้าไม่เห็นเรอะ?!”
มังกรตาเดียวเจียงซู่หันหน้ากลับมากล่าวอย่างเย็นชา “เถ้าแก่ถังให้เจ้าขึ้นไปหา”
“เจ้าคอยดูเถอะ ข้าจะให้เถ้าแก่ถังสั่งสอนเจ้า!” เฉียนซินมีสีหน้าเดือดดาล
ตอนเขาคืบคลานขึ้นมาจากพื้น บั้นท้ายยังเจ็บอยู่เลย
เปาต่าทิงฉวยจังหวะนั้นกระโดดเข้าไปช่วยประคองเขา “พี่เฉียน ระวังด้วย”
“ไป หลีกไป!” เฉียนซินผลักอีกฝ่ายออกไป แต่ก็ได้สติกลับมาอย่างรวดเร็ว กวักมือให้เปาต่าทิงเข้าไปหา “เมื่อกี้เจ้าเรียกข้าว่าอะไรนะ?”
เขาเชิดหน้ากล่าวอย่างหยิ่งยะโส “เรียกอีกทีซิ”
ข้าถุย! เปาต่าทิงนึกดูแคลนในใจ แต่สีหน้ากลับเปื้อนรอยยิ้มประจบ “พี่เฉียน ฮิฮิ พี่เฉียน ผู้น้อยเปาต่าทิง ได้ยินชื่อเสียงท่านมานานแล้ว วันนี้มีโอกาสได้เจอตัวเป็น ๆ ท่านมีราศีไม่ธรรมดาสมคำร่ำลือจริง ๆ…”
เขาพูดออกมาแล้วก็เข็ดฟันจนแทบจะหลุด
มารดามันเถอะ ถ้าไม่ใช่เพื่อหลอกเจ้า ข้ายังคร้านจะชายตาแลเจ้าด้วยซ้ำ!
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเปาต่าทิงเสแสร้งได้แนบเนียน หรือเป็นเพราะเฉียนซินไม่เคยพบโลกกว้างมาก่อน รอยยิ้มบนหน้าจึงพลันสดใส ไม่ทันไรก็เรียกพี่เรียกน้องกับเปาต่าทิงเสียแล้ว
มังกรตาเดียวเจียงซู่ออกจะแคลงใจ แต่เห็นทั้งสองคนสนิทสนมกันปานนั้นก็นึกสงสัย หรือว่าสองคนนี้เป็นสหายกัน?
“เร็วหน่อย อย่าให้เถ้าแก่ถังรอนาน” เขาเร่ง
เฉียนซินถลึงตาใส่ “รีบทำไม ไม่เห็นเรอะว่าข้าคุยกับน้องชายของข้าอยู่?”
มังกรตาเดียวเจียงซู่: เห็นที คงจะรู้จักกันจริง ๆ!
เปาต่าทิงในยามนั้นหาได้รู้เลยว่าตนเองเพิ่งรอดจากอันตรายมาหมาด ๆ
“คราวหน้าค่อยคุยกับเจ้า เถ้าแก่ถังเรียกหาข้า เจ้าคงรู้จักเถ้าแก่ถังกระมัง เขาเป็นเถ้าแก่ของบ่อนพนันอี้ซิง พวกเราสนิทกัน…” เฉียนซินกล่าวอย่างโอ้อวด
เปาต่าทิงไม่ได้เปิดโปงอีกฝ่าย ได้แต่ตีหน้าอึ้งอย่างให้ความร่วมมือ “พี่เฉียน ท่านจะร้ายกาจไปแล้วกระมัง?! ท่านรีบไปเถอะ คราวหน้าถ้ามีโอกาส ข้าค่อยเลี้ยงสุราท่าน”
“เอาเป็นเย็นนี้ก็แล้วกัน” เฉียนซินคล้ายจะนึกอะไรขึ้นมาได้จึงเปลี่ยนไปพูดว่า “อ๊ะ ไม่ได้สิ เย็นวันนี้ข้ามีธุระ เอาเป็นพรุ่งนี้ พวกเราตกลงกันเป็นพรุ่งนี้แทนก็แล้วกัน”
“ตกลง พรุ่งนี้”
……
เดิมทีนั้นเปาต่าทิงคิดจะตามขึ้นไปด้วย แต่เห็นท่าทางของมังกรตาเดียวเจียงซู่ เกรงว่าคงไม่มีโอกาส
เขาไม่อยากทำให้อีกฝ่ายสงสัยจึงล่าถอยกลับไปอย่างว่าง่าย
ไม่รู้ว่าเขาคิดไปเองหรือไม่ ตอนเขาทอยลูกเต๋าหลังจากนั้นมักรู้สึกว่ามีคนจับตามองอยู่ตลอดเวลา
เปาต่าทิง: ไม่นะ ข้าถูกคนจับตามองเร็วขนาดนี้เลย?
มองไปเถอะ อย่างไรเสียวันนี้ข้าก็ไม่คิดจะกลับไปอยู่แล้ว
พอดีเลย ข้าก็อยากรู้เหมือนกันว่าเถ้าแก่ถังผู้นี้ให้ความสำคัญต่อเฉียนซินถึงขั้นไหน
ยิ่งให้ความสำคัญก็ยิ่งแสดงให้เห็นว่าเรื่องนี้มีปัญหา
เปาต่าทิงที่ชอบเล่นพนันแต่ยังรู้จักยับยั้งชั่งใจใช้เงินไม่กี่อีแปะก็สามารถรั้งอยู่ในบ่อนได้เป็นเวลานาน
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเขาโชคดี หรือเพราะเขาไม่โลภมากจึงมักชนะได้เงิน ตอนสุดท้ายยังทำกำไรได้หลายเหรียญ
“โอ๊ะ ไม่เลวนี่ เปาต่าทิง วันนี้ชนะแล้ว!” อิงเกอได้ยินอีกฝ่ายพูดว่าวันนี้ชนะได้เงินก็เข้ามาโอบไหล่พร้อมรอยยิ้มกว้าง
เขาพูดได้หรือว่าที่จริงเขาแอบบอกคนอื่นไว้ว่าอย่าให้เปาต่าทิงแพ้อนาถเกินไป?
คนที่ชอบเล่นพนันอย่างเปาต่าทิงถึงชนะก็ไม่ได้ชนะมากมายอะไร ทั้งยังเป็นขาประจำของบ่อน ชนะบ้างแพ้บ้างจึงจะสามารถทำการค้าไปได้นาน ๆ
“ฮ่าฮ่าฮ่า…วันนี้ข้าโชคดียิ่ง ข้าจะบอกอะไรให้นะ…” เปาต่าทิงเล่าว่าเขาผ่านการต่อสู้อันกล้าหาญกลางบ่อนมาได้อย่างไร เล่าเสียจนดุเดือดเลือดพล่าน ยอดเยี่ยมหาใดเปรียบ
หู่เกอเอ่ยเย้า “เปาต่าทิง ข้าว่าวันหน้าเจ้าไปเป็นนักเล่านิทานได้เลยนะเนี่ย เงินแค่ไม่กี่อีแปะก็ถูกเจ้าพูดเสียราวกับว่าหาเงินได้ก้อนโต ฮ่า ๆๆๆ…”
“หู่เกอ เจ้าพูดอะไรของเจ้า เล่นพนันก็เพื่อหาความสำราญไม่ใช่หรือไร? ถ้าจะเล่นให้ได้เงินจริง ๆ ข้าก็ต้องเล่นให้ชนะบ่อนอี้ซิงของพวกเจ้าเสียก่อนสิ” เปาต่าทิงชูจอกสุรา บอกให้พวกเขาดื่มเยอะ ๆ
หลังจากดื่มไปหลายจอก แต่ละคนเริ่มกรึ่ม ๆ การตะล่อมล้วงข้อมูลระหว่างกันจึงเริ่มขึ้นตั้งแต่ตอนนั้นเอง