ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 551 ข่มขู่
บทที่ 551 ข่มขู่
พวกเขารุดไปถึงเรือนจูเหล่าซานและจูเหล่าซื่อก็เห็นว่ามีคนมากมายมาออกันอยู่ที่นั่น
ท่านหมอชาวบ้านจับชีพจรให้จูเอ้อร์เม่ยเสร็จก็ส่ายหน้าเล็กน้อย แล้วถอนหายใจออกมา
เหล่าเฉียนมองปราดเดียวก็ทราบว่าผู้ที่นอนอยู่ตรงนั้นคือจูเอ้อร์เม่ยที่ใช้ชีวิตร่วมกับเขามากว่าครึ่งค่อนชีวิต
“เอ้อร์เม่ย…” ถึงจะรู้อยู่แล้วว่าจะมีเรื่องเช่นนี้ แต่เมื่อทุกอย่างเกิดขึ้นต่อหน้าต่อตาตนเอง เหล่าเฉียนกลับรู้สึกเศร้าขึ้นมา เขาถลาเข้าไปหา “เอ้อร์เม่ย เจ้าเป็นอะไรไป? ทำไมเจ้ามานอนอยู่ตรงนี้?!”
“ฮือฮือ…เอ้อร์เม่ย!”
เขากอดจูเอ้อร์เม่ยเอาไว้แน่น ร่ำไห้ราวกับหัวใจแตกสลาย ไม่รู้ว่าเป็นเช่นนี้เพราะการตายของจูเอ้อร์เม่ย หรือเพราะความรู้สึกผิดและร้อนตัวกันแน่
คนที่ไม่รู้ความจริงมาได้ยินเข้ายังคิดว่าเขารักใคร่จูเอ้อร์เม่ยอย่างลึกซึ้งเสียอีก
“ท่านแม่…” เฉียนซินคิดไม่ถึงว่าทักษะการแสดงของบิดาจะยอดเยี่ยมเช่นนี้ เขานึกเลื่อมใสอยู่ในใจ รีบเลียนแบบท่าทางของบิดา โผเข้าไปกอดร่างจูเอ้อร์เม่ยพลางร้องห่มร้องไห้ “ท่านแม่ ทำไมท่านถึงตายได้? ท่านแม่ ไม่ง่ายเลยกว่าข้าจะเกลี้ยกล่อมท่านพ่อได้สำเร็จ ท่านพ่อรับปากว่าจะรับท่านกลับบ้านแล้ว เหตุใดท่านจึงด่วนตายเสียเล่า?”
“ฮือฮือ…ท่านแม่ ใครทำร้ายท่านจนตาย?”
“ท่านบอกข้าสิ ข้าจะได้แก้แค้นให้ท่าน”
……
จูเอ้อร์เม่ยนอนแน่นิ่งอยู่ตรงนั้น ย่อมไม่อาจลุกขึ้นมาบอกเฉียนซินได้
ขณะที่เฉียนซินก็ดูคล้ายจะเป็นยอดฝีมือด้านการแสดงผู้หนึ่งเช่นกัน ต่อให้มีเขาแค่คนเดียวก็ยังสามารถสาดน้ำโคลนได้อย่างแยบยล ตอนที่มารดาอยู่ที่เรือนสกุลเฉียนยังสบายดีทุกอย่าง ไฉนพอมาอยู่เรือนสกุลจูกลับกลายเป็นเช่นนี้ไปได้?
เขาหันมามองคนสกุลจูอย่างเกรี้ยวกราด คาดคั้นถามทีละคำ “แม่ข้าแค่มากินข้าวที่เรือนพวกท่านไม่กี่วัน ทำไมพวกท่านต้องลงมือโหดเหี้ยมเช่นนี้ด้วย?! พวกเจ้าคนสกุลจูอำมหิตนัก จำเอาไว้เลยว่าข้าไม่ปล่อยพวกเจ้าไปแน่!”
คนรอบข้างงุนงงกันไปหมด เดี๋ยวนะ ใครบอกว่ามารดาของเจ้าตายแล้ว?
ท่านหมอผู้นี้แค่ส่ายศีรษะ แต่ยังไม่ได้พูดว่าคนตายเลยนะ!
มาแล้วสินะ! แววตาเย่อวี๋หรานสว่างวาบ นางกล่าวอย่างให้ความร่วมมือว่า “ช้าก่อน เมื่อครู่เจ้าพูดอะไร ข้าได้ยินไม่ชัด”
“ข้าพูดอะไร? ข้า…” เฉียนซินเห็นเย่อวี๋หรานแล้วก็นึกกลัวอยู่บ้าง แต่เมื่อคิดถึงคำสัญญาของเถ้าแก่ถัง เขาก็กัดฟันฝืนพูดออกไป “ข้าพูดอะไร? ข้าพูดว่าข้าไม่มีทางปล่อยพวกเจ้าไปน่ะสิ”
“อ้อ?” เย่อวี๋หรานขึ้นเสียงสูง “ไม่ปล่อยพวกข้าไป? แล้วเจ้าคิดไว้ว่าจะทำอย่างไร?”
“แม่ข้าตายอยู่ในเรือนสกุลจูของพวกเจ้า ถ้าพวกเจ้าไม่มอบคำอธิบายให้ข้า พวกเจ้าทุกคนก็อย่าหวังเลยว่าจะรอดไปได้” เฉียนซินกล่าวอย่างดุร้าย
“ได้ เจ้าอยากได้คำอธิบายแบบไหน ลองพูดมาให้พวกข้าฟังหน่อยสิ”
“ข้า…” เฉียนซินอ้าปาก แต่ทันใดนั้นก็คิดว่า ไม่ถูกสิ เรื่องไม่ควรเป็นแบบนี้นี่นา
เวลานี้ สกุลจูควรโวยวาย เถียงเขาว่าการตายของมารดาเขาไม่เกี่ยวข้องกับสกุลจูไม่ใช่รึ?
เฉียนซินเงยขึ้นมองไปทางสีหน้าไร้อารมณ์ของเย่อวี๋หราน รู้สึกตงิด ๆ ว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง
“พูดสิ” เย่อวี๋หรานย้ำ
“ยังจะเป็นอะไรได้อีก ก็ต้องชดเชยให้สกุลเฉียนของพวกข้าน่ะสิ…” เหล่าเฉียนเห็นลูกชายไม่พูดไม่จาก็นึกว่าอีกฝ่ายกลัวหญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์จึงพูดไม่ออก เขาจึงโพล่งขึ้นมาแทน “ข้าบอกเจ้าไว้เลยนะ พวกข้ามีคนคุ้มกะลาหัว ถ้าเจ้ากล้าไม่เห็นด้วย พวกเจ้าจะต้องได้เห็นดีกันแน่”
“ชดเชย? ชดเชยอย่างไร?”
“เอาสูตรอาหารของพวกเจ้ามาชดใช้ เรื่องนี้ก็ให้แล้วกันไป ไม่อย่างนั้นเจ้าคงรู้ว่าจะมีจุดจบอย่างไร”
คนทั้งหลายฮือฮา
สกุลเฉียนจะโลภมากเกินไปแล้วกระมัง?
ทุกคนล้วนทราบว่าตอนนี้กิจการอาหารของสกุลจูกำลังไปได้ดี แล้วเจ้าจะเอาสูตรอาหารของคนเขา มิเท่ากับว่าเอาชีวิตพวกเขาเลยรึ?
ทุกคนมองไปทางเหล่าเฉียนราวกับกำลังมองคนโง่งมผู้หนึ่ง
เฉียนซินอยากกุมขมับ ท่านพ่อ ท่านพูดออกมาเร็วเกินไปแล้ว!
แต่ก็จนปัญญา บิดาของเขาพูดออกมาแล้ว เขาได้แต่พุ่งชนต่อไป “ใช่ เอาสูตรมา จูต้าเหนียง เกรงว่าท่านคงไม่รู้ว่าแม่ข้าเป็นเสาหลักของครอบครัว ตอนนี้แม่ข้ามาตายที่เรือนสกุลจู ไม่เพียงแต่จะตัดแหล่งรายได้ของครอบครัวข้าเท่านั้น แต่แม่ข้ายังตายอย่างไม่เป็นธรรม ถ้าท่านไม่เอาสูตรอาหารมาชดใช้ ผลที่ตามมาคงเลวร้ายอย่างยิ่ง”
“ผลที่ตามมา? ผลที่ตามมาอะไรกัน? ส่งคนมาสั่งสอนข้างั้นรึ?” เย่อวี๋หรานยกมุมปาก เผยรอยยิ้มเย็นออกมา “เมียเจ้าสี่”
“เจ้าค่ะ ท่านแม่ ข้าอยู่ตรงนี้”
หลี่ซื่อส่งมีดที่ซ่อนเอาไว้มาให้เย่อวี๋หรานโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง
เหล่าเฉียนนึกครั่นคร้ามต่อชื่อเสียงของเย่อวี๋หรานมาแต่แรกแล้ว แค่เห็นมีดในมืออีกฝ่าย ลูกตาดำก็พลันหดเล็ก “เจ้าคิดจะทำอะไร?!”
“หญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์ ข้าเตือนเจ้าไว้เลยนะ ข้ามีคนคุ้มกะลาหัว ถ้าเจ้ากล้าแตะต้องข้า เถ้าแก่ถัง…”
เฉียนซินได้ยินวาจาของบิดาเขาก็รีบปิดปากอีกฝ่ายเอาไว้ทันที แล้วส่งเสียงดังกลบเสียงเหล่าเฉียน “หยุดนะ!”
เสียงตวาดดังขึ้น แต่ไม่รู้ว่าตวาดใส่ใครกันแน่
เย่อวี๋หรานรับมีดไปควงอย่างคล่องแคล่วจนสามารถได้ยินเสียงมีดกรีดอากาศ
ไม่เพียงเหล่าเฉียนเท่านั้น กระทั่งเฉียนซินยังรู้สึกว่าขาอ่อนยวบขึ้นมาทันใด คำเล่าลือพวกนั้นคงไม่ใช่เรื่องจริงหรอกนะ?
เหล่าเฉียนดึงชายเสื้อของลูกชายไว้แน่นแล้วไปหลบอยู่ข้างหลังอีกฝ่าย กลัวว่าเย่อวี๋หรานจะบุกเข้ามาตรง ๆ
คราวนี้เขาไม่กล้าส่งเสียงอีกแล้ว
เฉียนซินกล่าวว่า “หมายความว่าอย่างไร? ท่านคิดจะขู่ข้ากับท่านพ่องั้นเรอะ? จูต้าเหนียง ข้าบอกไว้ก่อนเลยนะ…ต่อหน้าสาธารณชนแบบนี้ ถ้าท่านกล้าลงมือกับพวกข้าก็อย่าคิดว่าจะหนีไปได้เลย”
คนที่ดูอยู่ “…”
เอาแล้ว เรื่องสนุกมาแล้ว!
โฮะโฮะ จูต้าเหนียงจะสำแดงเดชแล้ว!
ริอ่านมารีดไถจูต้าเหนียง คราวนี้คนสกุลเฉียนจบเห่แน่!
……
หลิวซื่อใช้เท้าเตะม้านั่งไปขวางตรงหน้าพ่อลูกสกุลเฉียนอย่างไร้สุ้มเสียง
ฉัวะ!
เย่อวี๋หรานฟันมีดลงบนม้านั่ง
การฟันครั้งนี้ห่างจากเฉียนซินไปเพียงหนึ่งกำปั้นเท่านั้น
เฉียนซินสะดุ้งตกใจ “ท่านท่านท่าน…ท่านทำอะไร?! คิดจะฆ่าคนปิดปากเรอะ? ต่อหน้าต่อตาคนมากมาย ต่อให้ท่านฆ่าข้าได้ ท่านก็หนีไปไหนไม่ได้หรอก…”
เขาพลันนึกเสียใจที่พาบิดามาด้วย ถ้าจะพาใครมาสักคนก็น่าจะพาคนที่ร้ายกาจมาด้วย เป็นต้นว่ามังกรตาเดียวเจียงซู่ข้างกายเถ้าแก่ถังที่คนเรียกกันว่า ‘นักสู้อันดับหนึ่งแห่งบ่อนพนันอี้ซิง’
เย่อวี๋หรานเชิดหน้ากล่าวว่า “เจ้าบอกว่าพวกเจ้าอยากได้อะไรเป็นของชดเชยนะ? พูดอีกครั้งซิ”
เฉียนซินหนังศีรษะชาวาบ “ข้าก็บอกไปแล้วนี่? ท่านหูหนวกเรอะ? เรื่องนี้ต้องจัดการแบบนี้เท่านั้น ไม่มีการต่อรองอะไรทั้งสิ้น…ถ้าท่านไม่เอาสูตรอาหารออกมา พวกท่านทั้งครอบครัวก็เตรียมเข้าคุกได้เลย เลือกเอาเองเถอะ”
เย่อวี๋หรานยกเท้าไปเหยียบบนม้านั่งโดยไม่มองสักนิด สองตาจับจ้องเฉียนซิน จากนั้นก็เงื้อมีดขึ้นต่อหน้าต่อตาเขา
เฉียนซินมองตามความเคลื่อนไหวของอีกฝ่ายพลางนึกร้อนตัว
แต่เขาไม่กล้าเปลี่ยนคำพูด เพราะเขาตระหนักดีว่านี่คือภารกิจที่เถ้าแก่ถังมอบหมายให้เขา ถ้าเขาทำไม่สำเร็จ ถ้าตกไปอยู่ในเงื้อมมือของเถ้าแก่ถังคงจะอนาถกว่านี้
ตกอยู่ในเงื้อมมือของหญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์จะอนาถเท่าตกอยู่ในเงื้อมมือของเถ้าแก่ถังงั้นหรือ?
สตรีชนบทผู้หนึ่ง จะน่ากลัวแค่ไหนก็เป็นเพียงสตรีชนบท แต่เถ้าแก่ถังไม่เหมือนกัน เขาเป็นเจ้าของบ่อนพนันเชียวนะ มือยังเคยเปื้อนเลือดมาก่อน…
เขาคิดพลางเรียกความฮึกเหิมให้ตัวเอง เจ้าทำได้ เฉียนซิน ไม่ต้องกลัว เบื้องหลังเจ้ายังมีเถ้าแก่ถัง หญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์ผู้นี้ต้องกลัวเถ้าแก่ถังแน่นอน!
แต่เขาคล้ายจะลืมไปว่า ถ้าเถ้าแก่ถังเพียงอยากได้สูตรอาหารของสกุลจู เขาจะเป็นหรือตายแล้วเกี่ยวอะไรกับเถ้าแก่ถังด้วย?
เย่อวี๋หรานดึงมีดออกมาจากม้านั่งด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ ใช้สันมีดที่เย็นเยียบตบหน้าเฉียนซินเบา ๆ “ทุกคนรู้กันหมดว่าสกุลจูของพวกข้าตั้งตัวได้ก็เพราะสูตรอาหาร เจ้าเอาความเชื่อมั่นมาจากไหนว่าข้าจะยกสูตรอาหารให้เจ้า?”