ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 552 มาหาผิดคน
บทที่ 552 มาหาผิดคน
“หรือท่านอยากเข้าคุก?” เฉียนซินกลืนน้ำลายดังเอื๊อก เขาร่ายคำพูดที่เรียบเรียงมาล่วงหน้าแล้วออกมา “ข้าบอกท่านไว้ก่อนเลยนะ หญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์ ถ้าในครอบครัวมีคนต้องอาญา คนในตระกูลสามรุ่นจะไม่สามารถเข้าร่วมการสอบขุนนางได้ ท่านจะดับอนาคตเจ้าสมองทึ่มนั่นเพื่อสูตรอาหารสูตรเดียวงั้นเรอะ?”
“ดูเหมือนว่าเจ้าจะเตรียมตัวมาอย่างดีเลยสินะ” เย่อวี๋หรานทอดถอนใจ “แม่เจ้านอนอยู่ตรงนี้มานานแล้ว เป็นหรือตายเจ้ากลับไม่สนใจสักนิด อ้าปากได้ก็ข่มขู่ข้า จะให้ข้ามอบสูตรอาหารออกไปให้ได้ เจ้าคงวางแผนมาแต่แรกแล้วกระมัง?”
“วางแผนอะไรกัน? อย่ามาพูดเหลวไหล!” เฉียนซินใจกระตุกวูบ รีบปฏิเสธทันควัน
เหล่าเฉียนก็ร้อนตัวเช่นกัน เขาช่วยแก้ต่างจากข้างหลัง “ใช่ ๆๆ อย่ามาพูดจาเหลวไหล พวกข้าไม่ได้วางแผน พวกข้าจะรู้ได้อย่างไรว่าจูเอ้อร์เม่ยจะมาตายที่เรือนพวกเจ้า? พวกข้าไม่ใช่เทพเซียนบนสวรรค์เสียหน่อย…”
กานอี้เซียนที่เป็นเทพเซียนผู้หนึ่ง “…”
ถ้าพวกเจ้าเป็นเทพเซียน ศักดิ์ศรีของเทพเซียนคงถูกพวกเจ้าทำเสียหายป่นปี้หมดแล้ว!
หยุดดิ้นรนเสียเถอะ จูต้าเหนียงรู้แผนของพวกเจ้าหมดแล้ว!
เขารู้สึกอับอายแทนสองคนนั้นจริง ๆ เพราะมันช่างน่าขายหน้าเกินไปแล้ว
ทิ้งความเป็นมนุษย์เพื่อทรัพย์สินศฤงคาร กระทำเรื่องที่ต่ำตมยิ่งกว่าเดรัจฉาน แต่กลายเป็นว่าสิ่งที่ทำมาทั้งหมดทั้งมวลล้วนอยู่ในความคาดหมายของฝ่ายตรงข้าม น่าอนาถเกินไปแล้ว
“ถ้าไม่ได้วางแผนมาล่วงหน้าแล้วจะเป็นอะไรไปได้ จูเอ้อร์เม่ยเร็วไม่กลับ ช้าไม่กลับ แต่มากลับบ้านเดิมเอาตอนนี้? ถ้าแค่นี้ก็ช่างเถอะ ตอนพวกเจ้าไม่มา คนก็ยังดี ๆ อยู่ พอพวกเจ้ามาเท่านั้น คนก็ลงไปนอนบนพื้นเสียอย่างนั้น จุ๊ ๆๆๆ…” น้ำเสียงของเย่อวี๋หรานเต็มไปด้วยเลศนัย
ประกอบกับพิรุธที่พวกเขาแสดงออกมาก่อนหน้านี้ เมื่อคนทั้งหลายถูกเย่อวี๋หรานพูดชี้นำ สายตาที่มองไปทางสองพ่อลูกสกุลเฉียนก็เปลี่ยนไปทันที
จริงด้วย จูเอ้อร์เม่ยเป็นย่าคนแล้ว แต่จู่ ๆ กลับถูกปลดโดยไม่มีสาเหตุเนี่ยนะ?
จูเอ้อร์เม่ยกลับบ้านเดิมมาได้สักพักแล้ว ก่อนนี้พวกเขาก็ไม่มา ตอนคนเป็นลม พวกเขาค่อยมา ผู้ใดจะไปรู้ว่าได้วางแผนมาก่อนหรือเปล่า?
ก่อนนี้ยังรู้สึกว่าน่าแปลก ตอนนี้ทุกประการล้วนอธิบายได้ชัดเจนแล้ว
“เหลวไหลทั้งเพ!” เหล่าเฉียนนั้นเดิมทีก็ร้อนตัวอยู่แล้ว พอได้ยินว่าถูกคนสงสัยก็ยิ่งกระวนกระวายกว่าเดิม “ข้ายังอยากถามพวกเจ้าคนสกุลจูอยู่เลย ตอนจูเอ้อร์เม่ยอยู่ที่บ้านพวกข้าก็ยังดี ๆ อยู่ ไม่เป็นอะไรสักอย่าง ทำไมพอมาอยู่กับพวกเจ้าถึงเกิดเรื่องเสียได้? ต้องเป็นเพราะพวกเจ้านึกรังเกียจที่นางถูกปลด รู้สึกว่าน่าขายหน้า กลัวว่าจะกระทบกับเด็กสาวที่ยังไม่ได้ออกเรือนในครอบครัวพวกเจ้า จึงหักใจอำมหิตวางยาพิษนาง จงใจฆ่านางทิ้ง…”
เพื่อพิสูจน์ว่าตนเองพูดความจริง เขายังยกมือจูเอ้อร์เม่ยขึ้นมาชี้ให้เห็นว่านิ้วมือของนางเปลี่ยนเป็นสีดำหมดแล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะถูกวางยาพิษแล้วจะเป็นเพราะอะไรได้อีก เรื่องราวจะต้องเป็นเช่นนี้แน่นอน
ถ้าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเพราะสกุลเฉียน ทำไมมาอยู่ที่สกุลจูนานแล้วถึงเพิ่งเกิดเรื่องเล่า?
เขาพล่ามอะไรออกมามากมายเพราะกลัวว่าคนจะสงสัยมาถึงสกุลเฉียน
เฉียนซินกลัวว่าบิดาของตนจะพูดผิดจึงช่วยพูดเสริมจากข้าง ๆ พยายามใส่ร้ายสกุลจูอย่างกระตือรือร้น
วันนี้เขากับสกุลจู อีกฝ่ายต้องตาย ส่วนเขาต้องรอด
เหล่าเฉียนกับเฉียนซินพูดจาเสียยืดยาว ทว่าเย่อวี๋หรานไม่ได้รีบร้อน เพียงพลิกมีดไปมา ให้โอกาสคนทั้งคู่ได้พูดออกมาอย่างเต็มที่
สองพ่อลูกสกุลเฉียนพูดจนคอแหบแห้ง แต่ก็ไม่เห็นว่าเย่อวี๋หรานจะตอบโต้ พวกเขาทั้งหงุดหงิดทั้งโมโห
หญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์ผู้นี้จะสื่ออะไรกันแน่ ดูถูกพวกข้างั้นเรอะ?
รอจนเจ้าเข้าตะรางไปแล้ว ข้าก็อยากเห็นเหมือนกันว่าเจ้าจะวางท่าอย่างไร!
เพราะความขุ่นแค้น จึงบังเกิดความคิดจะเอาคืน อยากส่งเย่อวี๋หรานเข้าคุกให้ได้
คนรอบข้างไม่รู้ว่าเย่อวี๋หรานต้องการจะทำอะไรกันแน่ พวกเขามองสองพ่อลูกสกุลเฉียนสลับกับมองเย่อวี๋หราน
มีคนสังเกตว่าไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เจ้าหน้าที่และผู้อาวุโสของหมู่บ้านสกุลจูปรากฏกายขึ้นท่ามกลางฝูงชนแล้ว
แต่คนทั้งสองก็ไร้ท่าทีร้อนใจเช่นกัน รับน้ำชาจากจูซานเสิ่นและจูซื่อเสิ่นมาดื่มอย่างใจเย็น
หญิงปากสว่างยืนอยู่ข้างหน้าจึงไม่เห็น หรืออาจกล่าวได้ว่านางปรารถนาให้เย่อวี๋หรานเคราะห์ร้ายใจจะขาด กำลังดูเสียเพลิน แล้วจะทันมองไปข้างหลังได้อย่างไร
เห็นพ่อลูกสกุลเฉียนมีท่าทีไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรกับเย่อวี๋หราน นางก็ค่อนข้างเห็นใจพวกเขา “เฮ้อ วุ่นวายกันไปหมด ฆ่าคนชดใช้ด้วยชีวิต ติดหนี้ชดใช้เงิน เป็นเรื่องชอบด้วยเหตุผล…”
อาจูจยายืนอยู่ข้างหลังจึงมองเห็นความเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่และผู้อาวุโสสกุลจู
เขาถอยไปยืนอยู่ข้าง ๆ พวกเขา แล้วกระซิบว่า “พวกท่านไม่เข้าไปจัดการหน่อยหรือ?”
“ชู่ว…” เจ้าหน้าที่แตะนิ้วไว้เหนือริมฝีปาก จากนั้นเอ่ยเสียงเบาว่า “ยังไม่ถึงเวลา รอไปก่อน”
อาจูจยามีสีหน้างุนงง แต่หันไปมองก็พบว่าลูกชายหลายคนของเย่อวี๋หรานก็ไม่รีบร้อนเช่นกัน
จูเหล่าโถวเลียนแบบเจ้าหน้าที่และผู้อาวุโสด้วยการหาเก้าอี้มานั่ง แล้วเข้ามาพูดจาตีสนิทคนทั้งสอง
อาจูจยา “…”
ทำไมจึงรู้สึกเหมือนทุกคนกำลังดูละครกันอยู่เลยเล่า?
เขาสัมผัสได้ว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง
ความรู้สึกนี้ชัดเจนเกินไปแล้ว!
จูเอ้อร์เม่ยนอนแผ่อยู่บนพื้น พ่อเฒ่าจูกับแม่เฒ่าจูที่เป็นบิดามารดากลับไม่มาปรากฏกาย นี่เป็นเพราะไม่มีใครไปแจ้งเรื่อง หรือว่า…
ขณะนั้น พ่อเฒ่าจูกับแม่เฒ่าจูถูกจูอู่กล่อมไปช่วยดูแลเหลนที่เรือนหลังใหม่ของสกุลจูเรียบร้อยแล้ว
หลินซื่อเป็นคนคล่องแคล่วคนหนึ่ง นางดูแลพวกเด็ก ๆ พลางชวนพ่อเฒ่าจูและแม่เฒ่าจูพูดคุยหัวเราะจนหุบปากไม่ลง
อยู่ใต้ผืนฟ้าเดียวกัน หมู่บ้านเดียวกัน แต่ในเรือนของพี่น้องสกุลจูทั้งสองฝั่งกลับมีบรรยากาศแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
กานอี้เซียนที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดนั้นอดจะทอดถอนใจไม่ได้
เฮ้อ…ทั่วเชิงเขาไท่ตังแห่งนี้ คนที่ไม่ควรล่วงเกินที่สุดก็คือจูต้าเหนียงจริง ๆ ด้วย!
เขาต้องกอดขาใหญ่ข้างนี้ให้แน่นเลยเชียว!
อย่าถามเขาเลยว่าเพราะเหตุใดเทพเซียนผู้หนึ่งต้องมากอดขาใหญ่ที่เป็นมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่งด้วย
บางครั้งความจริงก็โหดร้ายเช่นนี้เอง เทพเซียนยังมีชีวิตมิสู้ปุถุชน
“พูดมาเยอะแล้ว เจ้ามองข้ามอะไรไปหรือเปล่า?” เย่อวี๋หรานเห็นว่าสองพ่อลูกใกล้จะแสดงต่อไปไม่ไหวแล้วจึงพูดขึ้นมาด้วยความหวังดี
เฉียนซินรู้สึกกระหายน้ำ ความครั่นคร้ามที่มีต่อเย่อวี๋หรานถูกความเหนื่อยหน่ายใกล้จะหมดความอดทนเข้ามาแทนที่
นางเฒ่าคนนี้จะรับมือยากเกินไปแล้ว!
“พูดไร้สาระอยู่ได้ ท่านเลือกเอาเถอะว่าจะส่งสูตรอาหารออกมาหรือจะเข้าคุก” เฉียนซินพูด “พูดมาตรง ๆ ถ้าท่านไม่เต็มใจ ข้าจะได้ไปแจ้งความกับทางการเสียเนิ่น ๆ”
“หญิงปากสว่างพูดถูกแล้ว ฆ่าคนชดใช้ชีวิต ติดหนี้ชดใช้เงิน แต่เจ้าเข้าใจอะไรผิดไปหรือเปล่า ที่นี่ไม่ใช่เรือนข้าเสียหน่อย” เย่อวี๋หรานแสดงท่าทางให้เขามองไปรอบ ๆ “อีกอย่าง พวกข้าตัดความสัมพันธ์กับทางนี้ตั้งแต่หลายปีก่อนแล้ว ตัดขาดกันหมายความว่าอย่างไร คงไม่จำเป็นต้องให้ข้าอธิบายกระมัง? แม่เจ้ามาตายอยู่ในเรือนคนอื่น เจ้าไม่ไปหาพวกเขา มาข่มขู่ข้าทำไม?”
วาจาไม่กี่ประโยคก็ทำให้คนทั่วลานเรือนอึ้งไป
คนทั้งหลายมองเรือนตรงหน้าด้วยสายตาว่างเปล่า
อะไรนะ?!
จริงด้วย ที่นี่ไม่ใช่เรือนของหญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์เสียหน่อย!
บ้านเดิมที่จูเอ้อร์เม่ยกลับมาก็คือครอบครัวของจูเหล่าซานและจูเหล่าซื่อที่รับผิดชอบดูแลพ่อเฒ่าจูและแม่เฒ่าจู อีกอย่าง สองครอบครัวก็ตัดสัมพันธ์กันไปนานหลายปีแล้ว
เรื่องนี้ดูเหมือนจะไม่เกี่ยวกับหญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์จริง ๆ เสียด้วย!
เย่อวี๋หรานมองปฏิกิริยาตอบสนองของคนรอบข้างก็ลอบยินดี โดยเฉพาะสีหน้าแข็งค้างของสองพ่อลูกสกุลเฉียน แต่ไม่ได้แสดงออกทางสีหน้าแต่อย่างใด นางกล่าวเนิบช้าว่า “สองครอบครัวไม่เกี่ยวข้องกันแล้ว เจ้ามาทวงค่าชดเชยกับข้าแบบนี้ มาหาผิดคนแล้วหรือเปล่า?”
เหล่าเฉียนและเฉียนซินคิดในใจว่า ‘ข้าอยากด่ามารดาเจ้าจริง ๆ ไม่รู้ว่าควรพูดออกมาดีหรือไม่!’