ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 559 เจียงซู่มาแล้ว
บทที่ 559 เจียงซู่มาแล้ว
คนจากหมู่บ้านเฉียนเฉวียนกระอักกระอ่วนยิ่งนัก
เพราะเจ้าหน้าที่หมู่บ้านสกุลจูพูดถูก เรื่องนี้เดิมทีจัดการได้ง่ายมาก ขอแค่พวกเขาโน้มน้าวจิตใจเหล่าเฉียนได้ เอาหนังสือหย่ากลับไปได้ก็เป็นอันจบ
แต่ผลสุดท้ายเล่า?
พวกเขาโน้มน้าวเหล่าเฉียนไม่สำเร็จ
เท่านี้ก็แล้วไปเถอะ เหล่าเฉียนไม่เพียงไม่ยอมเพิกถอนหนังสือหย่า แต่ยังมากล่าวโทษครอบครัวจูต้าเหนียง บอกว่าอีกฝ่ายทำให้จูเอ้อร์เม่ยเสียชีวิต
พวกเขาไม่รู้เหมือนกันว่าจูเอ้อร์เม่ยเสียชีวิตได้อย่างไร แต่คนหมู่บ้านเฉียนเฉวียนทราบอยู่แก่ใจว่าเรื่องนี้ไม่อาจกล่าวโทษครอบครัวของจูต้าเหนียงได้เป็นอันขาด ไม่อย่างนั้นฤดูใบไม้ผลิปีหน้าก็คงไม่มีทั้งนาน้ำและมันเทศอีกแล้ว
ผู้อาวุโสสกุลเฉียนสัมผัสได้ถึงสายตาที่คนอื่นมองมาจึงกัดฟันเอ่ยว่า “เจ้าหน้าที่หมู่บ้านสกุลจู ท่านวางใจเถอะ พวกข้าทุกคนที่อยู่ตรงนี้ล้วนเชื่อในคุณธรรมของจูต้าเหนียง การตายของจูเอ้อร์เม่ยจะต้องไม่เกี่ยวข้องกับจูต้าเหนียงแน่นอน”
“เหล่าเฉียนผู้นี้เสียสติไปแล้ว มีชีวิตดี ๆ ไม่ชอบ จะต้องมามีเรื่องกับจูต้าเหนียงเสียให้ได้”
“อีกสักครู่ข้าจะไปพูดกับเขา ถ้าเขาไม่ยอมเพิกถอนหนังสือหย่า พวกข้าก็จะลบชื่อเขาออกจากลำดับวงศ์ตระกูล”
……
ผู้อาวุโสสกุลเฉียนลั่นวาจาออกมาขนาดนี้ คนอื่น ๆ จากหมู่บ้านเฉียนเฉวียนล้วนแสดงสีหน้าพึงพอใจ
ผู้อาวุโสคนหนึ่งตบไหล่ผู้อาวุโสสกุลเฉียนเบา ๆ แล้วกล่าวว่า “เจ้าน่ะควรใช้ไม้แข็งตั้งนานแล้ว เป็นถึงผู้อาวุโสของวงศ์ตระกูล แต่กลับจัดการคนในตระกูลตัวเองไม่ได้ แล้วจะเป็นผู้อาวุโสไปทำไม ไม่เป็นเสียยังจะดีกว่า”
ผู้อาวุโสสกุลเฉียนชายตามองคนผู้นั้น ลอบก่นด่าในใจ
เจ้ายังมีหน้ามาว่าคนอื่น?
เรื่องในวงศ์ตระกูลตัวเองเจ้าก็จัดการไม่ได้เหมือนกัน ไม่อายบ้างรึ?
แต่เขาไม่ได้พูดออกมา เพียงมองไปทางเจ้าหน้าที่และผู้อาวุโสของหมู่บ้านสกุลจู เพื่อดูว่าอีกฝ่ายมีปฏิกิริยาอย่างไร
สองคนนั้นต่างหากจึงจะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะตัดสินชะตากรรมของหมู่บ้านเฉียนเฉวียน
เจ้าหน้าที่และผู้อาวุโสสกุลจูพอจะคาดเดาได้แต่แรกแล้ว แต่ก็ยังหันมาสบตากัน แกล้งทำสีหน้าตกอกตกใจ
“ขับออกจากวงศ์ตระกูล?” เจ้าหน้าที่หมู่บ้านสกุลจูกล่าว “เรื่องนี้…ถ้ามองจากมุมมองของหมู่บ้านสกุลจู ใครคิดร้ายต่อคนในหมู่บ้านพวกข้า ข้าก็ต้องอยากลงโทษคนผู้นั้นอยู่แล้ว แต่ว่าผู้อาวุโสสกุลเฉียน เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ เลยนะ ท่านไม่อาจหุนหันพลันแล่น”
ผู้อาวุโสสกุลจูกล่าวต่อไปว่า “ใช่แล้ว ถ้าขับไล่คนออกจากวงศ์ตระกูลก็เท่ากับบีบคั้นให้เขาไร้ทางไป นี่จะรุนแรงเกินไปแล้ว…ผู้อาวุโสสกุลเฉียน ท่านต้องไตร่ตรองให้ดีนะ ถึงอย่างไร ครอบครัวของเหล่าเฉียนก็เป็นคนในวงศ์ตระกูลของพวกท่าน”
ผู้อาวุโสสกุลเฉียนมุมปากกระตุก อับจนคำพูด
คนที่บีบให้ข้าแสดงท่าทีคือพวกเจ้าต่างหาก
แต่พอข้าแสดงท่าทีออกมาแล้ว พวกเจ้ากลับแสร้งทำเป็นคนดีมาเกลี้ยกล่อมข้าเนี่ยนะ จะเอาอย่างไรกันแน่?
เนื่องจากฝนเพิ่งจะตกไปเมื่อช่วงกลางวัน เส้นทางในหมู่บ้านจึงสัญจรไม่ค่อยสะดวกนัก
เพียงย่ำเท้าลงไป ดินโคลนอ่อนนุ่มก็จะกระเด็นมาติดบนขา
เดินไปได้ไม่เท่าไหร่ รองเท้าที่ดี ๆ อยู่ก็เปลี่ยนสภาพไปเสียแล้ว
แม้ฝนจะหยุดตกแล้ว แต่ในเวลาแบบนี้ถ้าไม่มีธุระก็ไม่มีใครอยากออกมาข้างนอก
มังกรตาเดียวเจียงซู่ควบม้าตัวสูงใหญ่เร่งรุดมาทางนี้ เขาเดินทางมาตามเส้นทางที่คนบอกไว้ ในไม่ช้าก็เข้าสู่อาณาเขตของหมู่บ้านสกุลจู
“เอ๊ะ?”
อยู่ดี ๆ ก็มีคนที่เปี่ยมด้วยไอสังหารปรากฏตัวขึ้นในพื้นที่ใต้อาณัติของตนเอง ย่อมต้องดึงดูดความสนใจของกานอี้เซียนอยู่แล้ว
โดยเฉพาะเมื่อช่วงกลางวันยังมีคนมาแจ้งข่าวจูต้าเหนียง ตกเย็นคนผู้นี้ก็ปรากฏตัวขึ้น
กานอี้เซียนจับตามองอีกฝ่ายอย่างใกล้ชิด เห็นคนคนนั้นผูกม้าไว้บริเวณใกล้กับหมู่บ้านสกุลจู จากนั้นก็เดินตรงมายังหมู่บ้านสกุลจูอย่างเงียบเชียบ
ชายผู้นี้แค่ดูก็รู้ว่าเป็นมืออาชีพ หากไม่ใช่เพราะไม่ค่อยคุ้นเคยกับหมู่บ้านสกุลจู อ้อมไปอ้อมมาหลายตลบ เกรงว่าป่านนี้คงบุกไปถึงเรือนของจูเหล่าโถวแล้ว
เพราะมีงานศพ เรือนของจูเหล่าซานและจูเหล่าซื่อจึงมีแสงไฟสว่างไสวอยู่ตลอด มังกรตาเดียวเจียงซู่จึงหาเรือนพวกเขาเจออย่างรวดเร็ว
เขากระโดดข้ามกำแพงเข้าไปโดยไร้สุ้มเสียง ย่องเข้าไปในเรือนอย่างปราดเปรียว
ตัวแทนจากทั้งสองหมู่บ้านจงใจหลีกเลี่ยงบริเวณหน้าเรือนที่คนพลุกพล่านมาเพื่อเจรจากันที่ท้ายเรือน
มังกรตาเดียวเจียงซู่แอบฟังอยู่ครู่หนึ่ง มุมปากหยักขึ้นเป็นรอยยิ้ม
กานอี้เซียน “…”
ผู้ชายที่เหลือดวงตาแค่ข้างเดียวคนนี้คงไม่ใช่มือสังหาร ‘มังกรตาเดียว’ ที่คนพูดถึงกันเมื่อตอนกลางวันนั่นหรอกนะ?
ไม่มีธุระ แล้วจะมาที่นี่ทำไม?
หรือคิดจะลงมือต่อจูต้าเหนียง?
โชคดีที่จูต้าเหนียงไม่ได้อยู่ที่นี่ ไม่อย่างนั้น…
กานอี้เซียนนึกยินดีได้ไม่ทันไรก็เห็นมังกรตาเดียวเจียงซู่คว้าคอของจูซานเสิ่นเอาไว้จากข้างหลังอย่างฉับพลันทันใด
“อย่าร้อง ไม่อย่างนั้นข้าจะหักคอของเจ้าเสีย” เขาพูดขู่
จูซานเสิ่นตกใจจนแข้งขาอ่อน อย่าว่าแต่ร้องเลย แม้แต่พูดจายังกระท่อนกระแท่น
ด้วยเหตุนี้ เมื่อมังกรตาเดียวเจียงซู่คาดคั้นถาม จูซานเสิ่นจึงพูดจาอึก ๆ อัก ๆ อยู่เป็นนานกว่าจะตอบอะไรออกมาได้
นางตกใจกลัวจนปัสสาวะราด กลิ่นโชยเข้าจมูกของมังกรตาเดียวเจียงซู่
มังกรตาเดียวเจียงซู่ “…”
ข้าแค่จะถามว่าพ่อลูกสกุลเฉียนถูกขังไว้ที่ไหน เจ้าต้องเป็นถึงขนาดนี้เลย?
“ฮือ ๆๆ…” จูซานเสิ่นร้องไห้สะอึกสะอื้นราวกับแมวน้อย น้ำตาอาบหน้า
จะไม่กลัวได้อย่างไร?
ชั่วชีวิตนี้ข้าไม่เคยพบเคยเจอเรื่องแบบนี้มาก่อนเลยนะ!
น่ากลัวเกินไปแล้ว!
“ข้าถามเจ้าว่าสองพ่อลูกสกุลเฉียนถูกขังเอาไว้ที่ไหน? ถ้ารู้ก็พยักหน้า ไม่รู้ก็ส่ายหน้า” มังกรตาเดียวเจียงซู่ถามเสียงเย็น
จูซานเสิ่นพูดไม่ออก ได้แต่ร้องไห้ไปพยักหน้าไป
ฮือ ๆๆ…ถ้ารู้ว่าต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ จะออกมาเข้าห้องสุขาทำไม?
ข้าปล่อยราดกางเกงตัวเองเสียยังดีกว่า จะได้กลับห้องไปเปลี่ยนชุด
ทำไมข้าถึงโชคร้ายแบบนี้นะ เรื่องแบบนี้ทำไมเจ้าไม่ไปถามคนอื่น?
แม้ตอนนี้นางจะปัสสาวะราดกางเกงตัวเองไปแล้ว แต่ปัสสาวะราดแบบนี้กับแบบนั้นเหมือนกันงั้นเรอะ?
แบบนี้คือตกใจจนปัสสาวะราด แต่แบบนั้นคือกลั้นไม่ไหว
กลั้นไม่ไหวเสียยังจะดีกว่า แค่เสียหน้า แต่ไม่เสียชีวิต
“นำทาง!” มังกรตาเดียวเจียงซู่ผลักจูซานเสิ่นแล้วเอ่ยว่า “ทางที่ดีเจ้าอย่าคิดทำอะไรตุกติก ข้าบีบคอทีเดียวก็ฆ่าเจ้าได้แล้ว”
จูซานเสิ่นขาสั่นพั่บ ๆ
อย่านะ พี่ชาย ถึงชีวิตจะยากลำบาก แต่ข้าก็ยังไม่อยากตายหรอกนะ!
นางจำต้องนำทางไปด้วยความอับจนปัญญา
เนื่องจากบริเวณหน้าเรือนและท้ายเรือนล้วนมีคนอยู่ นางจึงไม่รู้ว่าควรมุ่งหน้าไปทางไหน
ขาสองข้างอ่อนยวบยาบ ก้าวขายังก้าวไม่ค่อยจะออก
แทนที่จะพูดว่านางนำทางคนเขา มิสู้บอกว่าถูกคนลากคอเสื้อไปยังจะใกล้เคียงกว่า
มังกรตาเดียวเจียงซู่ลากคนไปถึงริมกำแพงก็จับไว้มั่น พาจูซานเสิ่นกระโดดข้ามกำแพงไปถึงข้างนอก
จูซานเสิ่นตะลึงพรึงเพริด
สวรรค์ สูงปานนี้ยังกระโดดข้ามมาได้อีก?!
จบกัน จบกัน คราวนี้ข้าจบเห่แน่
ฮือ ๆๆ…
พี่สะใภ้ใหญ่ ข้าจะตายเพราะท่านก็คราวนี้แหละ!
ถึงเวลานี้แล้ว จูซานเสิ่นยังไม่วายกล่าวโทษคนบางคน
“ไปทางไหน?”
จูซานเสิ่นยกแขนชี้ไปทิศทางหนึ่ง
“ทางที่ดีเจ้าอย่าเล่นลูกไม้อะไรเป็นอันขาด เข้าใจไหม?” มังกรตาเดียวเจียงซู่กุมคอจูซานเสิ่นอีกครั้ง ทำให้นางสัมผัสได้ถึงภัยคุกคามจากความตาย
จูซานเสิ่นตกใจจนขวัญหาย น้ำตาไหลพราก
ฮือ ๆๆ…ข้าไม่ได้เล่นลูกไม้ ข้าพูดแต่ความจริงทั้งนั้น
“ไป!”
จูซานเสิ่นถูกลากถูลู่ถูกังไปข้างหน้าอีกครั้ง
เวลานั้น ในเรือนหลังใหม่ของสกุลจู เย่อวี๋หรานล้างเท้าและขึ้นไปนอนบนเตียงแล้ว
ขณะเตรียมตัวจะนอนหลับก็ได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวดังมาจากข้างนอก