ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 560 ผู้หญิงพวกนี้น่ากลัวเกินไปแล้ว
บทที่ 560 ผู้หญิงพวกนี้น่ากลัวเกินไปแล้ว
“เวลาไหนกันแล้ว? ทำอะไรกันอยู่ตรงนั้น? ยังไม่กลับห้องไปนอนอีก!”
เย่อวี๋หรานตะโกนออกไปด้วยความไม่พอใจอย่างมาก
นอกห้อง แม่เฒ่าจูรีบบอกให้สามีและลูกสาวลดเสียงลง
“ชู่ว…เบาหน่อย เมียเจ้าใหญ่ยังไม่นอน”
จูเอ้อร์เม่ยไม่ค่อยพอใจ แต่ก็ไม่กล้าพูดเสียงดัง เพียงบ่นเสียงเบาว่า “บอกตรง ๆ นะเจ้าคะ มาอยู่ที่นี่ไม่มีอิสระเลย ท่านพ่อ ท่านแม่ ข้าจะกลับไปได้ตอนไหนหรือเจ้าคะ?”
พ่อเฒ่าจูและแม่เฒ่าจูมีสีหน้าลำบากใจ “พวกข้าจะรู้ได้อย่างไร? ต้องถามพี่สะใภ้ของเจ้า”
จูเอ้อร์เม่ยมองบน ก็เพราะพี่สะใภ้ไม่บอก ข้าถึงมาถามพวกท่านอย่างไรเล่า!
ถ้าพี่สะใภ้ยอมบอก ข้ายังจะมาถามพวกท่านอีกหรือ?
“เอาล่ะ พวกท่านไปนอนเถอะเจ้าค่ะ ข้าก็จะไปนอนเหมือนกัน” จูเอ้อร์เม่ยพูดจบก็หมุนกายตรงไปยังห้องนอนแขกที่ถูกเตรียมไว้ให้นางโดยเฉพาะ
พ่อเฒ่าจูและแม่เฒ่าจูเห็นเช่นนั้นก็ไม่ได้พูดอะไร เดินกลับเข้าห้องตนเองไปเช่นกัน
หลังจากนั้น ภายในเรือนหลังใหม่ก็เงียบสงบลง
เงาร่างของมังกรตาเดียวเจียงซู่และจูซานเสิ่นปรากฏขึ้นนอกเรือน
กานอี้เซียนเห็นทิศทางของสองคนนั้นก็ต้องกระวนกระวายใจ นั่นมันทางไปเรือนจูต้าเหนียงนี่นา?!
ไม่ได้การ ข้าไม่อาจดูเฉย ๆ โดยไม่ช่วยอะไรเลย
นั่นเป็นมือสังหารที่มีวรยุทธ์คนหนึ่งเชียวนะ ครอบครัวจูต้าเหนียงไม่ใช่คู่มือของชายคนนี้แน่
คิดได้เช่นนี้ กานอี้เซียนก็พลันหายตัวไปจากบริเวณนั้น
“คือที่นี่แหละ” จูซานเสิ่นชี้ไปที่เรือนแล้วบอกมังกรตาเดียวเจียงซู่ “นี่คือบ้านของพี่สะใภ้ใหญ่”
มังกรตาเดียวเจียงซู่กำคอเสื้อของนางแน่น “ข้าถามว่าเฉียนซินถูกขังไว้ที่ไหน?”
“ข้าจะไปรู้ได้อย่างไร?”
สิ้นคำนั้น มือของมังกรตาเดียวเจียงซู่ก็กำเข้าแน่นกว่าเดิม จูซานเสิ่นรีบอธิบายด้วยความตื่นตระหนก “ไม่ใช่ ข้าหมายถึง เขาถูกขังอยู่ในเรือนของพี่สะใภ้ใหญ่”
“จริง ๆ นะ ข้าไม่ได้โกหกท่าน เขาถูกขังอยู่ท้ายเรือนของพี่สะใภ้ใหญ่จริง ๆ”
“ถ้าท่านไม่เชื่อ ท่านก็ไปดูที่ท้ายเรือนสิ ข้าจะรอท่านอยู่ตรงนี้”
……
“ถ้าเจ้ากล้าเล่นลูกไม้กับข้า ข้าจะฆ่าเจ้ายกครัว” มังกรตาเดียวเจียงซู่ข่มขู่
จูซานเสิ่นตัวสั่น ครอบครัวของข้าคงรวมถึงครอบครัวของพี่สะใภ้ใหญ่ด้วยใช่ไหม?
ไม่เป็นไร ขอแค่รวมครอบครัวของพี่สะใภ้ใหญ่ด้วยก็พอแล้ว
ถ้าแม้แต่พี่สะใภ้ใหญ่ยังรับมือไม่ได้ก็ไม่มีใครช่วยได้อีกแล้ว
มังกรตาเดียวเจียงซู่ใช้สันมือตีจูซานเสิ่นสลบไปทันที
จูซานเสิ่นที่ไม่มีโอกาสได้ตอบโต้: มารดามันเถอะ! เจ้าคอยดูเลยนะ
เพราะกลัวว่าจะทำให้เกิดเสียงดัง มังกรตาเดียวเจียงซู่จึงรับร่างของจูซานเสิ่นเอาไว้ แล้วเอาคนไปพิงไว้ตรงมุมกำแพง
จากนั้น เขาก็ปีนกำแพงเข้าไป
จูเอ้อร์เม่ยรอจนพ่อเฒ่าจูและแม่เฒ่าจูกลับเข้าห้องไปแล้วก็ย่องออกมาจากห้องราวกับโจรร้ายก็ไม่ปาน
ขณะที่นางกำลังจะแอบไปทางท้ายเรือน เสียงกระแอมเบา ๆ ก็ดังขึ้นมา
“แค่กแค่ก!”
ครั้นได้ยินเสียงที่คุ้นเคย จูเอ้อร์เม่ยก็พลันหดคอลงทันที
นางปั้นหน้ายิ้มประจบแล้วหันกลับมา “พี่ พี่สะใภ้ใหญ่ เหตุใดท่านจึงยังไม่นอนเล่า? เมื่อครู่ท่านขึ้นไปนอนบนเตียงแล้วไม่ใช่หรือ?”
เย่อวี๋หรานกล่าวด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ “ข้ากำลังจะนอนแล้ว แต่คนบางคนนอนไม่หลับ เป็นคนดีไม่ชอบชอบทำตัวเป็นโจร เจ้าว่าข้าจะหลับลงได้อย่างไร?”
“ทำไมพูดจาไม่น่าฟังอย่างนั้นล่ะเจ้าคะ ข้าแค่…แค่อยากไปเข้าห้องสุขา” จูเอ้อร์เม่ยหัวเด็ดตีนขาดก็ไม่มีทางยอมรับหรอกว่านางคิดจะไปหาสองพ่อลูกสกุลเฉียนที่ท้ายเรือน
ทั้งปลดภรรยา ทั้งวางยาพิษ จูเอ้อร์เม่ยจะไม่แค้นเหล่าเฉียนได้อย่างไร
นางแต่งเข้าสกุลเฉียนหลายปี คลอดลูกชายอบรมลูกสาวให้สกุลเฉียน ตรากตรำทำงาน แต่ปรากฏว่าถึงตอนที่นางอายุมากแล้ว ถูกปลดยังไม่พอ ยังถูกตาแก่นั่นหมายเอาชีวิตด้วยเนี่ยนะ?!
จูเอ้อร์เม่ยไม่คิดว่านั่นจะเป็นความคิดของเฉียนซินลูกชายคนโตของตนเลยสักนิด คิดไปคิดมา นางก็รู้สึกว่านี่ต้องเป็นความคิดของตาเฒ่าเหล่าเฉียนเป็นแน่
นางยังจะไม่รู้จักลูกชายที่นางคลอดออกมาเองอีกหรือ?
ถึงแม้เฉียนซินจะเกกมะเหรกเพียงใดก็ไม่มีทางทำร้ายมารดาบังเกิดเกล้าของตนเองหรอก
“เฮอะเฮอะ!” เย่อวี๋หรานถามกลับ “เจ้าคิดว่าข้าจะเชื่อ?”
“แล้วทำไมจะไม่เชื่อเล่า…”
“เจ้าเชื่อไหม?”
“ข้าต้องเชื่ออยู่แล้วสิ ข้าเป็นคนพูดเองนะ จะไม่เชื่อได้อย่างไร?” จูเอ้อร์เม่ยร้อนตัวยิ่งนัก แต่ยังคงดื้อดึงไม่ยอมรับ
เย่อวี๋หรานไม่ได้คาดคั้น นางกล่าวเสียงราบเรียบ “ก็ได้ ข้าอยากเข้าห้องน้ำพอดีเลย พวกเราไปด้วยกันเถอะ”
จูเอ้อร์เม่ย “…”
นางต้องตามเย่อวี๋หรานไปโดยไร้ทางเลือก
หลังจากเข้าห้องสุขากลบเกลื่อนเรียบร้อยแล้ว จูเอ้อร์เม่ยก็ซอยเท้าเร็ว ๆ กลับเข้าห้อง ไม่กล้าออกมาอีกเลย
ใครจะไปคิดว่าผู้หญิงคนนั้นจะเฝ้าอยู่ข้างนอกเล่า?
ช่างเถอะ ข้าเข้านอนดีกว่า
ยังมีเวลาอีกหลายวัน ข้าค่อยหาเวลาไปจัดการเหล่าเฉียนก็ได้
เย่อวี๋หรานยืนอยู่ที่เดิม รอจนไฟในห้องจูเอ้อร์เม่ยดับไปแล้ว นางก็เตรียมจะกลับเข้าห้อง
ทันใดนั้นเอง ดาบเล่มเขื่องพลันยื่นออกมาขวางคอนางเอาไว้
เนื่องจากฝนเพิ่งจะตกไปเมื่อตอนกลางวัน ตอนกลางคืนจึงไร้แสงจันทร์ แต่ถึงจะเป็นเช่นนี้ เย่อวี๋หรานก็ยังแลเห็นประกายเย็นเยียบบนตัวดาบ
“ห้ามร้อง!”
เย่อวี๋หราน: …ข้าไม่ได้ร้อง
มังกรตาเดียวเจียงซู่เดินออกมาจากมุมมืด เอื้อมแขนผ่านไหล่ของเย่อวี๋หราน แล้วใช้มือกุมลำคอของนางเอาไว้แทนคมดาบ
เย่อวี๋หรานสัมผัสได้ถึงหนังหนาด้านบนมือข้างนั้น เกรงว่าอีกฝ่ายคงเป็นผู้ฝึกวรยุทธ์คนหนึ่ง
หรือก็หมายความว่า เป็นไปได้อย่างมากที่คนผู้นี้จะเป็นคนในข่าวที่เจี่ยงโหย่วเซิงมาแจ้งเมื่อตอนกลางวัน บ่อนพนันอี้ซิงคงจะลงมือกับพวกตนแล้ว
“จูต้าเหนียงใช่ไหม?”
ไหวพริบพลันบังเกิด เย่อวี๋หรานแสร้งทำท่าทางหวาดกลัวขลาดเขลา กล่าวอย่างอ่อนแอว่า “ท่านผู้กล้า พวกข้าไม่มีเงินหรอกนะ”
มังกรตาเดียวเจียงซู่ออกแรงมากกว่าเดิมเล็กน้อย เขาถามว่า “ข้าถามเจ้าตอบ อย่าพูดเหลวไหล”
“ข้าไม่ได้พูดเหลวไหล พวกข้าไม่มีเงินจริง ๆ ถ้าท่านต้องการเงินก็ไปที่เรือนเจ้าหน้าที่สิ ข้าบอกท่านเลยนะ เจ้าหน้าที่ของหมู่บ้านพวกข้ารวยยิ่ง เขายังเป็นคนเดียวในหมู่บ้านที่มีปัญญาซื้อเกวียนเทียมวัวอีกด้วย…”
“อย่าเอาแต่พล่ามไร้สาระ ข้าถามเจ้า เจ้าคือจูต้าเหนียงใช่ไหม?”
“ฮือ ๆๆ…” เย่อวี๋หรานสะอึกสะอื้นเบา ๆ “สามีข้าแซ่จูก็จริง แต่ข้าต้องไม่ใช่จูต้าเหนียงที่ท่านตามหาแน่นอน ข้าไม่รู้จักท่านด้วยซ้ำ ถ้าท่านจะมาแก้แค้นละก็ ท่านมาหาผิดคนแล้วล่ะ…”
ท่าทางคล้ายจะทรงตัวไม่อยู่ ร่างโงนเงนเหมือนจะล้มลงไปได้ทุกเมื่อ
ถ้าไม่ใช่เพราะมังกรตาเดียวเจียงซู่ยืนอยู่ข้างหลัง เย่อวี๋หรานก็คงล้มลงไปให้เขาดูแล้ว
ครั้นเห็นนางเป็นเช่นนั้น มังกรตาเดียวเจียงซู่ก็นึกดูแคลน สมแล้วที่เป็นหญิงชนบท พูดไม่กี่คำก็ตกใจกลัวจนมีสภาพนี้
เขายังนึกว่าสตรีที่มีทั้งสูตรทำชาดและสูตรอาหารแบบนั้นจะต่างจากสตรีชนบททั่วไปเสียอีก ที่แท้ก็แค่นี้เอง
ไม่รู้ว่านางไปโชคดีมาจากไหน ถึงได้ไปเข้าตาเจ้านักเลงไร้คุณธรรมนั่น ไม่อย่างนั้น…
มังกรตาเดียวเจียงซู่หาได้ทราบว่า สาเหตุที่นายท่านผู้เฒ่าซุนแห่งตำบลอันจิ่วเปิดภัตตาคารร่วมกับพี่เป้า ไม่ใช่เพราะเห็นแก่หน้าพี่เป้า แต่เห็นแก่หน้าเย่อวี๋หรานต่างหาก
แม้ว่านายท่านผู้เฒ่าซุนจะไม่เคยเห็นเย่อวี๋หรานมาก่อน แต่เขาเคยเห็นจูซาน จูชี ต้าเป่า และเอ้อร์เป่า
สามารถอบรมสั่งสอนเด็ก ๆ ได้ถึงขั้นนั้นย่อมไม่ใช่สิ่งที่สตรีชนบททั่วไปจะทำได้
แต่มังกรตาเดียวเจียงซู่ก็ไม่กล้าเข้าใกล้เย่อวี๋หรานมากเกินไป เพราะเรื่องที่จูซานเสิ่นปัสสาวะราดกางเกงก่อนหน้านี้ได้สร้างเงามืดในจิตใจของเขาเสียแล้ว
มารดามันเถอะ ถ้ามาอีหรอบเดิมอีก วันนี้เขาต้องอาบน้ำกี่ครั้งถึงจะสะอาดกันเล่า?
ผู้หญิงพวกนี้น่ากลัวเกินไปแล้ว!