ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 561 ตกหลุมพราง
บทที่ 561 ตกหลุมพราง
ร่างโชกเลือดเปื้อนโคลน เขารับได้ แต่เปื้อนปัสสาวะ…
แค่คิดก็รู้สึกว่าน่ารังเกียจ อยากสำรอก
แหวะ
มังกรตาเดียวเจียงซู่อยากเอามืออุดจมูกเสียให้รู้แล้วรู้รอด จะได้ไม่ต้องได้กลิ่นแปลก ๆ จากร่างเย่อวี๋หราน เขาถามเสียงกระชาก “เฉียนซินอยู่ไหน?”
เย่อวี๋หรานยินดีปรีดา รีบโพล่งออกมาว่า “ข้าเข้าใจแล้ว ท่านมีความแค้นกับเขาสินะ คงมาแก้แค้นเขากระมัง?”
“ท่านน่าจะบอกมาแต่แรกสิ บอกแต่เนิ่น ๆ ข้าก็คงนำทางท่านไปแล้ว!”
เย่อวี๋หรานโบ้ยความผิดให้เขาทันที ตามด้วยบริภาษเฉียนซิน ด่าทอว่าเฉียนซินผู้นี้ช่างสารเลวจริง ๆ
“มารดามันเถอะ เจ้าหมอนี่เป็นคนเนรคุณที่เลี้ยงเสียข้าวสุกแท้ ๆ”
“ท่านรู้ไหมว่าเขาทำอะไรไปบ้าง? เขาถึงกับวางยาพิษฆ่าแม่ตัวเองเชียวนะ ท่านว่าคนแบบนี้ยังเป็นคนอยู่ไหม?”
“เขามันไม่ใช่คน แต่เป็นเดรัจฉาน”
……
มังกรตาเดียวเจียงซู่ “…”
ถึงจะไม่อยากยอมรับสักเท่าไหร่ แต่เขารู้สึกว่าจูต้าเหนียงกล่าวได้ถูกต้องทีเดียว
เฉียนซินผู้นี้สารเลวยิ่ง
เขาอยู่ที่บ่อนพนันอี้ซิงเคยพบผู้คนมากมายหลากหลาย แต่ไม่มีใครใจทมิฬหินชาติเท่าเฉียนซินเลยสักคน กระทั่งมารดาบังเกิดเกล้าของตนก็ยังทำร้ายได้ลงคอ
“สารเลวจริง ๆ นั่นแหละ!” มังกรตาเดียวเจียงซู่กล่าว
“ใช่ไหม? คนแบบนี้สมควรตกนรกสิบแปดชั้น” เย่อวี๋หรานเดินนำทางไปข้างหน้าพลางหันมายิ้มประจบ “แค่เห็นท่าน ข้าก็รู้ทันทีว่าเรื่องราวเป็นอย่างไร ต้องเป็นเพราะเจ้าหมอนั่นทำเรื่องที่ไม่อาจพบผู้คนมาเป็นแน่ ท่านถึงได้ตามมาแก้แค้นเขา”
เย่อวี๋หรานรับประกันกับมังกรตาเดียวเจียงซู่ “ท่านวางใจได้ ท่านตามข้าไปจะต้องได้เจอเขาแน่นอน”
เมื่อมาถึงลานว่างตรงท้ายเรือน มังกรตาเดียวเจียงซู่กลับไม่ได้เจอคนที่เขาต้องการพบ
“คนล่ะ?”
เย่อวี๋หรานชี้ลงไปใต้ฝ่าเท้า “อยู่ข้างล่างนี่เอง เมื่อกลางวัน พวกลูกชายข้าเอาสองพ่อลูกไปขังไว้ในห้องใต้ดินแล้ว”
มังกรตาเดียวเจียงซู่พินิจอย่างละเอียดก็พบสิ่งที่มีลักษณะเหมือนฝาปิดบานหนึ่ง
“ห้องใต้ดิน?” มังกรตาเดียวเจียงซู่ที่ไม่เคยได้ยินอะไรแบบนี้มาก่อนมองมาที่เย่อวี๋หรานอย่างประหลาดใจ
เย่อวี๋หรานยิ้มแย้มอธิบายราวกับมองไม่เห็นอย่างไรอย่างนั้น “ของในชนบทแบบนี้ ท่านอาจไม่เคยเห็นมาก่อน ห้องใต้ดินก็คือหลุมขนาดใหญ่ที่ขุดลงไปใต้ดิน แล้วเอาเสบียงไปเก็บไว้ในนั้น แน่นอนว่าย่อมไม่ใช่ข้าวสารอยู่แล้ว ข้าวสารต้องเก็บเอาไว้ในยุ้งฉาง ถ้าเอามาเก็บไว้ในห้องใต้ดินคงกลายเป็นอาหารของพวกหนูกันพอดี”
“สิ่งที่เก็บไว้ในห้องใต้ดินคือมันเทศ”
“ถ้าเก็บมันเทศเอาไว้เหนือพื้นดินจะเสียง่าย เอาไว้ในห้องใต้ดินจะเก็บเอาไว้ได้นานกว่า”
……
มังกรตาเดียวเจียงซู่ไม่นึกสงสัย แม้เขาจะไม่รู้แน่ชัดนักว่ามันเทศต้องเก็บรักษาอย่างไร แต่การขุดหลุมเก็บเสบียงไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่แต่อย่างใด
ตัวเขาเองก็เคยขุดหลุมฝังสุราหรือเอาเงินไปซ่อนเหมือนกัน
แต่คนชนบทไม่มีการเก็บสุราหรือเงินแบบนั้น เสบียงอาหารคือชีวิตของพวกเขา
ดังนั้นพวกเขาจึงพยายามคิดหาวิธีการเก็บรักษาเสบียง หาใช่เรื่องแปลกแต่อย่างใด
“ของนี่ค่อนข้างหนัก ข้ายกคนเดียวไม่ไหว ปกติพวกลูกชายเป็นคนเปิดให้ข้า ท่านต้องช่วยข้า…” เย่อวี๋หรานพูดพลางโน้มกายลงไปเคลื่อนประตูทางเข้าห้องใต้ดิน
บานปิดนั้นหนักไม่ใช่เล่นจริงอย่างที่นางว่า
นางออกแรงจนสุดกำลังแล้วก็ขยับได้เพียงเล็กน้อย
มังกรตาเดียวเจียงซู่เข้ามาช่วยอีกแรงเพราะทนรอไม่ไหว
แววตาของเย่อวี๋หรานอึมครึมลงเล็กน้อย นางพูดต่อไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น “ไม่ถูกไม่ถูก ท่านอย่ามาขยับฝั่งนี้ ท่านต้องไปฝั่งโน้น…”
นางชี้ไปทิศทางหนึ่ง “ใช่แล้ว ตรงนั้นแหละ ใช้มือจับตรงนั้นเอาไว้”
“กำให้มั่นนะ ข้าร้องหนึ่ง สอง สาม ออกแรง ท่านค่อยออกแรงดึง เข้าใจไหม?”
“มา พวกเราลองทดสอบดูก่อน”
……
ไม่รอให้เย่อวี๋หรานบอกว่า ‘ออกแรง’ มังกรตาเดียวเจียงซู่ที่คิดว่าตนเองทรงพลังนักหนาก็แอบออกแรงยกก่อนเสียแล้ว แต่กลับพบว่าไม่ขยับสักนิด
มังกรตาเดียวเจียงซู่คิดในใจ ‘…คนบ้านนี้เสียสติไปแล้วหรือ แค่ขุดหลุมก็ต้องทำบานปิดหนักขนาดนี้?’
เย่อวี๋หราน: เหลวไหล ถ้าข้าไม่หาอะไรที่หนักสักหน่อย เจ้าออกแรงเล็กน้อยก็เปิดได้แล้ว ข้าจะแสดงละครฉากต่อไปได้อย่างไร?
“กำมั่นแล้วนะ? งั้นข้าจะเริ่มนับแล้ว” เย่อวี๋หรานทำเป็นมองไม่เห็น เริ่มนับว่า “หนึ่ง สอง สาม ออกแรง”
มังกรตาเดียวเจียงซู่ที่เพิ่งจะออกแรงยกไปรีบออกแรงใหม่อีกครั้ง กำมือจับที่นางบอกเอาไว้แน่น
คนสองคนออกแรงพร้อมกัน ในที่สุดบานปิดขนาดใหญ่ก็ขยับได้เสียที
“ขยับแล้ว ขยับแล้ว ดียิ่ง เร็วเข้า พวกเราเคลื่อนไปทางซ้าย” เย่อวี๋หรานรีบขยับไปด้านซ้ายแล้วบอกให้เขาตามมา
มังกรตาเดียวเจียงซู่ไม่ได้คิดอะไรมาก เดินหลายก้าวไปยังทิศทางที่นางบอก
ทว่าเดินไปได้ไม่กี่ก้าว เท้าก็เหยียบลงบนอากาศเสียแล้ว
มังกรตาเดียวเจียงซู่ตระหนก ขณะจะตอบสนองก็พบว่าตนเองไม่มีโอกาสได้ทำอย่างนั้นเสียแล้ว เพราะ ‘บานปิด’ ที่เขาถืออยู่หนักเกินไป ร่างเขาร่วงดิ่งลงไปเบื้องล่างทันทีประหนึ่งอุ้มลูกตุ้มกระโดดลงทะเล เขาไม่มีโอกาสได้ตอบโต้เลยแม้แต่น้อย
โครม!
เขาตกลงไปในหลุมทั้งอย่างนั้น
สิ่งที่น่ากลัวกว่านั้นก็คือ ตรงก้นหลุมมีไม้ไผ่แหลมคมอยู่จำนวนมาก
ทุกคนย่อมสามารถจินตนาการออก เมื่อเขาตกลงไป บนร่างยังมีน้ำหนักเกินร้อยชั่งทับเอาไว้…
ฉึก!
ไม้ไผ่ลำหนึ่งเสียบทะลุบั้นเอวเขา แขน บั้นท้าย และขาของเขาก็ถูกไม้ไผ่แทงทะลุเช่นกัน
แต่มังกรตาเดียวเจียงซู่ยังประคองสติเอาไว้ได้ ไม่ได้สลบไปในทันที
เขามองออกไปนอกหลุมด้วยความโกรธแค้น “เจ้า…”
ยังพูดไม่จบก็กระอักโลหิตสด ๆ ออกมา หมดลมหายใจไปทั้งอย่างนั้น
ชั่วขณะที่ลมหายใจหลุดลอยไป เขาพลันนึกเสียใจทีหลัง หากรู้แต่แรก เขาน่าจะปลิดชีวิตสตรีผู้นี้ไปในดาบเดียว เจ็บใจนัก!
‘ความประมาท’ ครั้งเดียวทำให้มือสังหารแห่งยุคต้องมาจบชีวิตลงด้วยน้ำมือของสตรีชนบทผู้หนึ่ง
กานอี้เซียนที่รุดมาช่วยคนหยุดชะงักอยู่นอกกำแพงเรือน ภาพที่เห็นทำให้เขาสะท้านไปทั้งร่าง
มารดามันเถอะ จูต้าเหนียงทำแบบนี้จะโหดเหี้ยมเกินไปแล้วกระมัง?!
คนเป็น ๆ คนหนึ่งถูกทิ่มแทงจนพรุนทั่วร่างไปทั้งอย่างนี้?!
ยังนึกว่าจำเป็นต้องให้ตนเองช่วยเหลือเสียอีก คิดไม่ถึงว่าผู้อื่นจะเตรียมการรับมือไว้แล้ว ไม่จำเป็นต้องให้เขาช่วยแต่อย่างใด
ถึงเขาจะรู้ว่าคนผู้นี้เป็นฝ่ายคิดจะลงมือกับจูต้าเหนียงก่อน จูต้าเหนียงจึงต้องวางหลุมพรางดักฝ่ายตรงข้ามเพื่อปกป้องตัวเอง
แต่พอมาเห็นสภาพชวนสังเวชของอีกฝ่าย เขาก็รู้สึกประหนึ่งว่าได้สัมผัสด้วยตนเอง
อา ๆๆๆ…ตายได้อนาถเกินไปแล้ว!
ทันใดนั้น เขาพลันนึกขึ้นมาได้ว่า สำหรับมนุษย์นั้น การฆ่าคนผิดกฎหมายนี่นา?!
ช้าก่อน ถ้าฆ่าคนผิดกฎหมาย แล้วจูต้าเหนียงจะเป็นอย่างไร?
จบกัน จูต้าเหนียงจบสิ้นแล้ว!
ถ้านางจบสิ้นแล้ว แผนการเลื่อนตำแหน่งของเขาก็ต้องคว้าน้ำเหลวไปด้วยน่ะสิ?
เย่อวี๋หรานหาได้รู้เรื่องนี้ไม่ นางยืนอยู่บนปากหลุม อาศัยแสงราตรีมัวสลัวมองลงไปเบื้องล่าง
เนื่องจากฝนตก ท้องฟ้าจึงไม่สว่างนัก มองเห็นได้ไม่ชัด เพียงเห็นเป็นเงาตะคุ่มร่างหนึ่ง
และดาบที่ตกลงไปในหลุมโคลน ถูกน้ำโคลนกระเซ็นเปื้อนไม่เป็นประกายดุจเดิมเล่มนั้น
ตึกตัก
ตึกตัก
ตึกตัก
หัวใจนางเต้นกระหน่ำราวกับรัวกลอง
คนผู้นี้ไม่รอดแล้วใช่ไหม?
คงใช่กระมัง ดูเหมือนจะไม่ขยับตัวแล้ว
เย่อวี๋หรานคาดเดาในใจ ใต้ร่างคือไม้ไผ่ บนร่างคือก้อนหิน หลุมก็ยังลึกขนาดนี้ ต่อให้ไม่ตายก็คงพิการ เขาน่าจะไม่เป็นภัยคุกคามสำหรับนางแล้วกระมัง?