ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 564 เจ้าหน้าที่สอบสวนมาแล้ว
บทที่ 564 เจ้าหน้าที่สอบสวนมาแล้ว
เจ้าหน้าที่หมู่บ้านสกุลจูไม่ได้คิดอะไรมาก เพียงบอกว่าเขาต้องไปหารือเรื่องนี้กับจูต้าเหนียงเสียก่อน
เขาบอกให้ครอบครัวของจูเหล่าซานและจูเหล่าซื่อเตรียมอาหารเช้าให้คนจากหมู่บ้านเฉียนเฉวียน จากนั้นก็ตรงไปที่เรือนจูเหล่าโถว
ผู้อาวุโสสกุลเฉียนและคนอื่น ๆ เห็นอีกฝ่ายออกจากเรือนไปก็หันมาสบตากัน ‘ชักช้าอยู่ไย รีบตามไปสิ!’
มีคนตามหลังมาติด ๆ
“นี่ เจ้าหน้าที่หมู่บ้านสกุลจู ท่านรอก่อน ข้าไปด้วย”
เท้าเหยียบย่ำไปบนดินโคลนแบบนี้ เจ้าหน้าที่หมู่บ้านสกุลจูไม่พิสมัยเลยสักนิด คิดไม่ถึงว่าผู้อาวุโสสกุลเฉียนและผู้อาวุโสสกุลหลี่จากหมู่บ้านเฉียนเฉวียนกลับตามมาโดยไม่รังเกียจ
“ทางลื่นมีแต่โคลน พวกท่านจะไปทำไม? รอข้าอยู่ทางนี้เถอะ”
“พวกข้าไปด้วย” ผู้อาวุโสสกุลเฉียนไม่ได้อธิบาย
เขาพูดออกมาได้หรือว่าเมื่อวานมีคนแอบมาบอกพวกเขาว่า เป็นไปได้อย่างมากที่เหล่าเฉียนกับลูกชายจะถูกคนสกุลจูฆ่าตายแล้ว?
ฟังมาว่าเหล่าเฉียนกับลูกชายมีหลักฐานพิสูจน์ว่าคนสกุลจูวางยาพิษสังหารจูเอ้อร์เม่ย พวกเขาจึงถูกเก็บ
พอได้ยินเรื่องนี้ พวกเขายังจะนั่งเฉยอยู่ได้อย่างไร เกรงว่าถ้าพวกตนไม่ทำสิ่งใดเลย อาจต้องมีคนตายเพิ่มขึ้นก็ได้
เหล่าเฉียนกับลูกชายตายหรือไม่ตายก็หาได้สำคัญไม่ แต่มาตายใต้เปลือกตาของพวกเขามันเหยียบย่ำศักดิ์ศรีกันเกินไป ยิ่งไปกว่านั้น พวกเขายังต้องการสานสัมพันธ์กับหมู่บ้านสกุลจู เรื่องเพาะปลูกปีหน้าจะได้กำหนดแน่นอนเสียที
ถ้าสองคนนั้นมาตายเอาตอนนี้ เรื่องนี้มิซับซ้อนกว่าเดิมหรอกหรือ?
พวกเขาคุยกันแล้วก็ยังไม่ได้ข้อสรุปในเวลาอันสั้น ได้แต่เดินหนึ่งก้าวคิดหนึ่งก้าว ปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์
ครอบครัวจูเหล่าโถวนั้น เมื่อตื่นแล้วก็ไม่มีใครได้อยู่ว่าง
พวกผู้หญิงถ้าไม่ดูแลเด็กเล็กก็ตระเตรียมทำอาหาร ให้อาหารหมู ไก่ และกระต่าย รวมถึงจัดการงานเรือน…
ประเดี๋ยวยังต้องไปช่วยงานที่เรือนของจูเหล่าซานและจูเหล่าซื่อ งานต่าง ๆ ในเรือนตนเองจึงต้องเตรียมการเอาไว้ล่วงหน้า ไม่อย่างนั้น คนไม่กี่คนที่ต้องอยู่เฝ้าเรือนจะจัดการงานทั้งหมดได้อย่างไรไหว?
ผู้ชายสกุลจูก็ไม่ได้อยู่ว่าง เย่อวี๋หรานเรียกพวกเขามากลบหลุมที่ขุดเอาไว้
“หา ให้กลบหรือขอรับ?” จูซื่อมองลงไปในหลุมที่มีดินกองอยู่ตรงก้น เขาค่อนข้างประหลาดใจ “ท่านแม่ เมื่อวานท่านเพิ่งให้พวกข้าขุดไปเองนะขอรับ ยังไม่ได้ใช้เลย ท่านก็จะให้พวกข้ากลบแล้ว? อย่างนี้ก็เสียแรงเปล่าน่ะสิ?”
“ให้พวกเจ้ากลบก็กลบ พูดอะไรเยอะแยะ?” เย่อวี๋หรานออกคำสั่งด้วยสีหน้าไร้อารมณ์
จูซื่อและจูอู่บ่นกระปอดกระแปดเล็กน้อย แต่ก็ต้องลงมือทำงาน
เฮ้อ…ช่วยไม่ได้นี่นา ท่านแม่สั่งแล้ว พวกเขายังจะทำอย่างไรได้?
จูต้ากับจูเอ้อร์ไม่ได้พูดอะไร เย่อวี๋หรานให้ทำสิ่งใดพวกเขาก็ทำสิ่งนั้น มือไม้ล้วนคล่องแคล่ว
พ่อเฒ่าจูกับแม่เฒ่าจูที่ตื่นแต่เช้าได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวก็ออกมาดูที่ท้ายเรือน พวกเขาไม่เข้าใจเลยสักนิด
“ทำอะไรกันรึ? เพิ่งขุดไปเองนี่นา ทำไมจะกลบเสียแล้ว?” แม่เฒ่าจูรู้สึกว่าทำเช่นนี้ออกจะเสียแรงเปล่า
งานมีไม่ทำ แต่กลับมาขุดหลุมเพื่อจะกลบมันเนี่ยนะ กินอิ่มแล้วไม่มีอะไรทำนักเรอะ?
น่าเสียดายที่ไม่มีใครตอบ
พวกจูต้าไม่รู้เรื่อง ขณะที่เย่อวี๋หรานก็ไม่มีทางอธิบายอยู่แล้ว
ผู้ชราทั้งสองยืนอยู่สักพักก็หมดความสนใจ จะอยู่ต่อก็ใช่ที่ เดินหนีก็รู้สึกแปลก ๆ
คงเป็นเพราะไม่ได้ใช้ชีวิตร่วมกันมากระมัง แม้จะเป็นคนในครอบครัวที่เชื่อมโยงกันด้วยสายเลือด แต่ก็ราวกับคนแปลกหน้าอย่างไรอย่างนั้น จะอยู่ตรงไหนก็รู้สึกวางตัวไม่ถูก
ยามนั้นจูเอ้อร์เม่ยยังไม่ตื่น เมื่อนางลุกจากเตียง หลุมนี้ก็คงกลบเสร็จไปแล้ว
ท้ายเรือนกำลังทำงานกันอยู่ก็มีคนมาเรียกหาเย่อวี๋หราน บอกว่าเจ้าหน้าที่หมู่บ้านสกุลจูพาคนมาที่เรือน
“พวกเจ้าทำต่อไป ประเดี๋ยวข้าจะกลับมาดู”
เย่อวี๋หรานว่าแล้วก็ตรงไปยังเรือนหลังเก่าที่อยู่ข้าง ๆ กัน
ภายในเรือน ผู้อาวุโสสกุลเฉียนและผู้อาวุโสสกุลหลี่มองประเมินไปรอบด้าน
ที่แท้ นี่ก็คือเรือนของจูต้าเหนียงงั้นรึ!
ก็ไม่เห็นจะมีอะไรพิเศษเลยนี่นา
“เจ้าหน้าที่ ท่านมาหาข้า?”
เจ้าหน้าที่หมู่บ้านสกุลจูเห็นนางเดินเข้ามาก็รีบบอกว่ามาด้วยสาเหตุใด ทั้งยังแสดงออกให้รู้ว่าเขาไม่ได้อยากมาเอง แต่ถูกคนรบเร้าให้มาต่างหาก
แววตาของเย่อวี๋หรานเปล่งประกายเล็กน้อย
เจ้าหน้าที่หมู่บ้านสกุลจูไม่ทราบว่าเป็นเรื่องราวใด แต่เย่อวี๋หรานรู้
แต่ถ้าจะแสดงละครต่อไปตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมจะให้เหล่าเฉียนกับลูกชายออกมาเลยจริง ๆ
“อยากพบพวกเขา?” เย่อวี๋หรานมองพวกเขาสองคนด้วยท่าทีคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม “ทำไมจู่ ๆ ก็อยากพบพวกเขาขึ้นมาเล่า?”
ผู้อาวุโสสกุลเฉียนพูดเหตุผลที่เคยบอกไปก่อนหน้านี้ออกมาอีกครั้ง
“เหตุผลนี้สำหรับข้าฟังไม่ขึ้นหรอกนะ สองพ่อลูกนั่นคือไม้แกว่งอาจมดี ๆ นี่เอง มีแต่จะทำให้เสียเรื่อง พวกท่านยังเจรจากับเจ้าหน้าที่และผู้อาวุโสของหมู่บ้านพวกข้าไม่รู้เรื่อง ถ้าให้พวกเขาออกมา มิยิ่งทำให้เรื่องวุ่นวายกว่าเดิมอีกหรือ?” เย่อวี๋หรานกล่าว “แม้ว่าตอนนี้ฝนเพิ่งจะตกไปทำให้อากาศเย็น แต่อากาศเย็นก็ไม่ได้หมายความว่าสามารถตั้งศพของจูเอ้อร์เม่ยทิ้งไว้อย่างนั้นสิบวันครึ่งเดือนหรอกนะ พวกท่านจะไม่ให้พวกข้าใช้ชีวิตตัวเองต่อไปเลยหรือ?”
เย่อวี๋หรานพูดอะไรออกมามากมาย กล่าวอย่างมีเหตุมีผลว่านางไม่เต็มใจให้ยืดเวลาออกไป
การตายของจูเอ้อร์เม่ยเป็นเหตุไม่คาดฝัน ใครก็ไม่ได้อยากให้มีเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้น แต่คนตายไปแล้วย่อมไม่อาจฟื้นคืน ไม่อาจทำให้ทุกคนไม่ได้ใช้ชีวิตของตัวเองเพียงเพราะการตายของนาง
เย่อวี๋หรานคาดคั้นถามคนทั้งคู่ “พวกท่านเคยเห็นใครไม่ใช้ชีวิตต่อไปเพราะมีคนตายบ้าง?”
ฝีปากของเย่อวี๋หรานผ่านการฝึกฝนมาอย่างดีแล้ว ตอนไม่พูดไม่จาก็ยังดี แต่ถ้าได้พูดขึ้นมาแล้วก็จะไม่ยอมแพ้เป็นอันขาด
ผู้อาวุโสสกุลเฉียนและผู้อาวุโสสกุลหลี่ไม่รู้จะพูดอะไรไปชั่วขณะ
“พวกข้าก็ไม่ได้จะขัดขวางไม่ให้พวกเจ้าใช้ชีวิตต่อไป พวกข้าก็อยากสะสางเรื่องนี้ให้จบลงไว ๆ เหมือนกัน แต่…แต่พวกเรายังเจรจากันไม่รู้เรื่องเลยนี่?” ผู้อาวุโสสกุลเฉียนกล่าว
“เจรจาไม่รู้เรื่อง? มีอะไรต้องเจรจากันด้วย?” เย่อวี๋หรานชักสีหน้าอย่างไม่สบอารมณ์ แล้วกล่าวว่า “หมู่บ้านเฉียนเฉวียนของพวกท่านปลดจูเอ้อร์เม่ยก่อน ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใดก็ตาม ก่อนที่นางจะตาย สิ่งที่อยู่ในมือนางคือ ‘หนังสือหย่า’ ในเมื่อเป็น ‘หนังสือหย่า’ นางย่อมไม่ใช่สะใภ้ของหมู่บ้านเฉียนเฉวียนอีกต่อไปแล้ว และในเมื่อไม่ใช่สะใภ้ของหมู่บ้านเฉียนเฉวียน การฝังนางไว้ที่บ้านเดิมจะมีปัญหาตรงไหน?”
“จูต้าเหนียง แบบนี้ไม่ถูก ใครเขาเอาย่าคนอื่นกลับมาฝังที่บ้านเดิมกันบ้าง? มีแต่ฝังไว้ในสุสานบรรพชนฝั่งสามีทั้งนั้น…” ผู้อาวุโสสกุลเฉียนแย้ง
ทว่าน่าเสียดาย เมื่อมาเผชิญหน้ากับเย่อวี๋หราน เขาจึงค้นพบว่าเจ้าหน้าที่และผู้อาวุโสสกุลจูต้องเป็นฝ่ายยอมถอยให้พวกเขาแน่ ๆ!
ตอนโต้คารมกับเจ้าหน้าที่และผู้อาวุโสสกุลจู พวกเขายังรู้สึกว่าฝ่ายตนมีเหตุผล แต่พอมาพูดกับเย่อวี๋หราน ยิ่งพูดก็ยิ่งกลายเป็นว่าพวกเขาไร้เหตุผลเสียอย่างนั้น
ท่าทีของนางชัดเจนอย่างยิ่ง จูเอ้อร์เม่ยถูกปลดแล้วก็ต้องฝังไว้ในสุสานบรรพชนฝั่งมารดา!
พวกเขาอยากพูดว่า เหล่าเฉียนเปลี่ยนใจแล้ว ไม่อยากปลดภรรยาแล้ว ถ้าจูเอ้อร์เม่ยไม่ตายไปเสียก่อน ป่านนี้คงได้กลับไปอยู่หมู่บ้านเฉียนเฉวียนแล้ว แต่เย่อวี๋หรานกลับมีท่าทีว่า ข้าไม่สน ตอนจูเอ้อร์เม่ยตาย ‘หนังสือหย่า’ ยังอยู่ที่นาง
ผู้อาวุโสสกุลเฉียนและผู้อาวุโสสกุลหลี่ “…”
พวกเขากำลังจะแพ้ใช่ไหม?
พวกเขาค่อย ๆ ลืมไปว่าตนเองมาทำอะไรที่นี่ ถูกเย่อวี๋หรานชักนำออกนอกเรื่องได้สำเร็จ เปลี่ยนมาทุ่มเถียงว่าควรฝังจูเอ้อร์เม่ยไว้ที่ไหน?
การปรากฏตัวของเจ้าหน้าที่สอบสวนกลุ่มหนึ่งสร้างความฮือฮาไปทั่วหมู่บ้านสกุลจูประหนึ่งลูกระเบิดก็ไม่ปาน
“หา?! พวกท่านมาหาใครนะ?!”
“จูต้าเหนียงแห่งหมู่บ้านสกุลจู”
คนทั้งหลายมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ไม่ใคร่เข้าใจว่าจูต้าเหนียงไปเกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่สอบสวนตอนไหน?
ยุคสมัยนี้ การข้องแวะกับเจ้าหน้าที่สอบสวนหาใช่เรื่องดี หากมิใช่เกิดเหตุอาชญากรรมก็คงไปก่ออาชญากรรมมา
คนทั้งหลายก้มหน้าก้มตา ไม่กล้าพูดอะไรออกมา
เจ้าหน้าที่สอบสวนสุ่มชี้คนผู้หนึ่ง แล้วกล่าวว่า “เจ้าออกมานำทางให้พวกข้า”
“ข้า?!” หญิงปากสว่างสะดุ้งโหยง นางรีบหันไปมองคนอื่น ๆ ในหมู่บ้าน
คิดไม่ถึงว่าจะไม่มีใครช่วยพูดให้นางสักคน แต่กลับถอยกรูดไปข้างหลัง ปล่อยให้นางยืนประจันหน้ากับเจ้าหน้าที่สอบสวนตามลำพัง
หญิงปากสว่างกลืนน้ำลายอย่างประหม่า “ข้า…ข้านำนางให้พวกท่านก็ได้…”
แม้หญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์จะน่ากลัว แต่นางคิดว่าหญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์จะน่ากลัวแค่ไหนก็คงไม่น่ากลัวไปกว่าทางการหรอก
ทางการมาแล้ว หญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์ซวยแน่คราวนี้!
ฮึฮึ ใครใช้ให้เจ้าชอบดูถูกข้านัก ตอนนี้ถึงคราวโชคร้ายของเจ้าแล้ว สมน้ำหน้า!