ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 565 พวกเขามีพยานบุคคล
บทที่ 565 พวกเขามีพยานบุคคล
หญิงปากสว่างที่อยากให้เย่อวี๋หรานโชคร้ายจะแย่อยู่แล้วเดินนำทางไปเร็วรี่
“ทางนี้เจ้าค่ะ”
“หญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์คนนั้นอาศัยอยู่ฝั่งนี้”
“ใต้เท้า ท่านพอจะบอกข้าได้ไหมเจ้าคะว่าจูต้าเหนียงทำความผิดอะไร?”
……
หญิงปากสว่างผู้นี้เป็นคนประหลาดแท้ ๆ นางกลัวเจ้าหน้าที่สอบสวนอย่างเห็นได้ชัด แต่ความอยากเห็นเย่อวี๋หรานโชคร้ายดันมีมากกว่า นางจึงถามไปด้วยความอยากรู้
ถ้ามีคนอื่นอยู่ตรงนี้ด้วยคงอยากเอามือปิดหน้าเลยทีเดียว
ความกล้านี้เจ้าได้แต่ใดมา?
เมื่อมีคนนำทางย่อมทำให้ไปถึงจุดหมายได้เร็วขึ้น
พวกเขามาถึงเรือนสกุลจูอย่างรวดเร็ว
“นี่คือเรือนของจูต้าเหนียงใช่ไหม?”
เสียงที่ไม่คุ้นเคยดังมาจากนอกกำแพงเรือน
เย่อวี๋หราน เจ้าหน้าที่หมู่บ้านสกุลจู ผู้อาวุโสสกุลเฉียน และผู้อาวุโสสกุลหลี่ที่กำลังสนทนากันอยู่หันไปทางต้นเสียง
อะไรกัน นั่นมันเจ้าหน้าที่สอบสวนนี่?!
เจ้าหน้าที่หมู่บ้านสกุลจูตื่นตระหนก หันขวับไปมองเย่อวี๋หราน
สีหน้าเย่อวี๋หรานสงบนิ่งอย่างยิ่ง นางตอบว่า “ใช่แล้ว พวกท่านมีธุระอะไรหรือ?”
เจ้าหน้าที่ที่อยู่ข้างหน้าสุดมองประเมินนางอยู่หลายที “เจ้าคือจูต้าเหนียง?”
“ใช่ ข้าเอง”
“มัดแล้วพาตัวคนไป” คนผู้นั้นกล่าวขึ้น
หลี่ซื่อใจหายวาบ บอกให้พี่สะใภ้ใหญ่ที่อยู่ตรงใต้ชายคารีบไปเรียกคนมาจากเรือนหลังข้าง ๆ
ส่วนตนเองรุดเข้ามาหาอย่างเป็นกังวล อยากถามว่าเกิดเรื่องใดขึ้น ทำไมจู่ ๆ เจ้าหน้าที่จากที่ว่าการอำเภอก็มาจับคนถึงเรือนตนเอง?
แต่หลี่ซื่อยังไม่ทันได้ถาม เย่อวี๋หรานก็เอ่ยขึ้นเสียก่อน
“ช้าก่อน” เย่อวี๋หรานคิดไม่ถึงเลยว่าผู้อื่นจะไม่ถามเลยสักนิด มาถึงก็จะจับตนเองทันที “พวกท่านช่วยบอกข้าได้หรือไม่ว่าข้าทำอะไรผิดหรือ ไฉนจู่ ๆ ก็มาจับคน?”
นางพลันไม่แน่ใจแล้วว่าเหตุใดเจ้าหน้าที่สอบสวนจึงมาปรากฏกายที่นี่
ถ้าเป็นเพราะเรื่องนั้น หมายความว่านางล่อปลาตัวใหญ่ออกมาได้แล้ว?
“เจ้าทำอะไรผิด ข้าจะไปรู้ได้อย่างไร? ไปพูดกับนายอำเภอเองเถอะ” เจ้าหน้าที่ไม่คิดจะพูดกับนางดี ๆ แม้แต่น้อย บอกให้คนจับเย่อวี๋หรานมัดเสีย
เจ้าหน้าที่หมู่บ้านสกุลจูเห็นเช่นนั้นก็ร้อนใจ หมู่บ้านสกุลจูของพวกเขายังต้องให้จูต้าเหนียงพาไปสู่ความมั่งคั่งร่ำรวยอยู่นะ ถ้ามัดคนไปทั้งอย่างนี้ ต่อไปพวกเขาจะทำอย่างไร?
“พี่ชายท่านนี้ ข้าคือเจ้าหน้าที่ประจำหมู่บ้านสกุลจู” เขารีบออกมาขวางไว้แล้วกล่าวว่า “เคยไปทำธุระที่อำเภอมาก่อน ไม่รู้ว่ายังจำข้าได้หรือไม่?”
เจ้าหน้าที่ที่เดินนำอยู่หน้าสุดมองมา “อืม พอจำได้ ทำไมหรือ ท่านก็อยากถามว่าเป็นเรื่องอะไร?”
ความจริงเขาจำหน้าเจ้าหน้าที่หมู่บ้านสกุลจูไม่ได้ด้วยซ้ำ แต่ได้ยินอีกฝ่ายบอกว่าตนเองเป็นเจ้าหน้าที่ประจำหมู่บ้าน เขาย่อมต้องไว้หน้าอีกฝ่ายบ้างไม่มากก็น้อย
ถึงอย่างไรพวกเขาก็ยังต้องขอความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่ประจำหมู่บ้านทั้งหลายในการเรียกเก็บภาษีและเกณฑ์แรงงานเป็นประจำทุกปี
ไม่อย่างนั้น ถ้าให้พวกตนไปจัดการเรื่องพวกนี้เองทีละครัวเรือนทีละหมู่บ้าน จะมิเหนื่อยตายเอาหรือ?
แต่เขาย่อมไม่พลาดผลประโยชน์ที่พึงเก็บเกี่ยวอยู่แล้ว ไม่อย่างนั้นกลับไปก็ไม่รู้จะอธิบายอย่างไร เบี้ยหวัดของพวกเขาน้อยนิดแค่นั้น พวกเขายังคาดหวังกับรายได้จากข้างนอกมาเลี้ยงชีพอยู่นะ
เจ้าหน้าที่ยกมือขึ้น จีบนิ้วโป้งกับนิ้วชี้ถูไถกันต่อหน้าทุกคน
หมายความว่าอย่างไร ไม่จำเป็นต้องบอกก็คงเข้าใจ
เจ้าหน้าที่หมู่บ้านสกุลจูเข้าใจทันที แต่ตอนออกมาจากเรือนเขาไม่ได้พกเงินติดตัวมาด้วย จึงเรียกหาหลี่ซื่อ
คนทั้งหมู่บ้านสกุลจูล้วนทราบว่า ในบรรดาลูกสะใภ้ของเย่อวี๋หราน หลี่ซื่อที่ดูแลเรื่องการค้าขายมีเงินมากที่สุดแล้ว
ผู้ที่ต้องช่วยเหลือในตอนนี้ยังเป็นแม่สามีของนาง นางน่าจะเต็มใจกระมัง?
แม้จะปวดใจแค่ไหน หลี่ซื่อก็ยังกลับไปหยิบเงินมาจากในห้อง
แต่นางก็มีไหวพริบ ทราบว่าถ้าส่งเงินให้อีกฝ่ายไปทั้งอย่างนี้ ผู้คนเต็มเรือนกำลังมองอยู่ ดูจะไม่เหมาะสมอยู่บ้าง นางจึงใส่เงินไว้ในถุงผ้า
เมื่อถุงผ้าถูกส่งมาให้ เจ้าหน้าที่สอบสวนชั่งน้ำหนักดูในมือก็ย่อมรู้ว่าในนั้นมีเงินอยู่เท่าไหร่
เขาค่อนข้างประหลาดใจ คนสกุลจูพวกนี้มือเติบทีเดียว?
ผู้อื่นใจกว้าง เขาย่อมไม่สร้างความลำบากให้ จึงกล่าวออกไปว่า “มีคนมาฟ้องร้องว่าจูต้าเหนียงฆ่าคนตาย พวกข้าจึงรับคำสั่งนายอำเภอมาจับคน”
“อะไรนะ?!” หลี่ซื่อตกใจ ละล่ำละลักเอ่ยว่า “แม่สามีข้าจะฆ่าคนตายได้อย่างไร? วัน ๆ ท่านแม่ก็อยู่แต่ในเรือน ไม่ได้ออกไปไหน ท่านแม่จะไปทำร้ายใครได้…มีเรื่องเข้าใจผิดกันหรือเปล่าเจ้าคะ?”
เห็นแก่ที่นางเป็นคนออกเงิน เจ้าหน้าที่จึงไว้หน้านางอยู่หลายส่วน เขาตอบว่า “เข้าใจผิดหรือเปล่าข้าไม่รู้หรอก เอาเป็นว่านายอำเภอสั่งลงมา พวกข้าก็ต้องมาพาคนไป ถ้าพวกเจ้าคิดว่าถูกใส่ร้ายก็ไปพูดกันในที่ว่าการ แต่…”
เขาเว้นไปเล็กน้อย เดินห่างออกไปแล้วบอกให้เจ้าหน้าที่หมู่บ้านสกุลจูและหลี่ซื่อตามมา
ผู้อาวุโสสกุลเฉียนและผู้อาวุโสสกุลหลี่อยากตามไปฟังด้วย แต่เจ้าหน้าที่ผู้นั้นปรายตามา พวกเขาจึงไม่กล้าขยับอีก
พวกเขาพลันกระวนกระวายใจ หรือที่คนผู้นั้นบอกไว้จะเป็นเรื่องจริง?
ตอนนี้พ่อลูกสกุลเฉียน…
พวกเขามองไปทางเย่อวี๋หรานด้วยความรู้สึกเหลือเชื่อ
ผู้หญิงคนนี้จะโหดเหี้ยมเกินไปแล้วกระมัง?
อยู่ดีไม่ว่าดี เหตุใดจึงมาทำเรื่องเลอะเลือนเช่นนี้?
พ่อลูกสกุลเฉียนจะแย่แค่ไหนก็มีวิธีจัดการพวกเขาสองคนตั้งมากมาย ไยต้องทำให้มือตนเองแปดเปื้อนด้วย?
คราวนี้เป็นอย่างไรเล่า ทำให้ตนเองเดือดร้อนเสียแล้ว?
เจ้าหน้าที่กล่าวกับเจ้าหน้าที่หมู่บ้านสกุลจูและหลี่ซื่อว่า “เรื่องนี้ห้ามแพร่งพรายออกไป เข้าใจไหม?”
เจ้าหน้าที่กับหลี่ซื่อพยักหน้า
“ตอนข้าออกมา ได้ยินคนพูดว่ามีคน ‘ทุ่ม’ กับนายอำเภอไปแล้ว คดีนี้เกรงว่าพวกเจ้าคงต้องเป็นฝ่ายเสียเปรียบ”
หลี่ซื่อไม่เคยประสบเรื่องแบบนี้มาก่อน หัวใจเต้นกระหน่ำ คิดไม่ออกเลยว่าต้องรับมืออย่างไร นางเหม่อมองไปทางเจ้าหน้าที่ หวังว่าเขาจะช่วยอะไรได้บ้าง
แต่เจ้าหน้าที่จะทำอะไรได้ พอได้ยินว่ามีคน ‘ทุ่ม’ กับนายอำเภอไปแล้ว เขาก็รู้สึกหมดเรี่ยวแรงทันที
ถึงจะไม่รู้ว่ามีใครลอบวางแผนร้ายต่อจูต้าเหนียง แต่เรื่องนี้คงจบเพียงเท่านี้แล้ว
ขุนนางมีสองปาก ปากบนพูดจามีเหตุผล ปากล่างก็พูดจามีเหตุผลเช่นกัน
มีคนทุ่มกับขุนนางแบบนั้น แล้วพวกเขาจะเอาอะไรไปสู้?
หลี่ซื่อจนปัญญา ได้แต่เอ่ยปากเองว่า “ไม่มีวิธีช่วยแล้วหรือเจ้าคะ? พี่ชายท่านนี้ ท่านช่วยคิดวิธีให้ข้าได้หรือไม่ แม่สามีของข้าเป็นคนดีจริง ๆ นะ แม้แต่มดนางยังไม่กล้าเหยียบตายด้วยซ้ำ แล้วจะไปฆ่าใครได้? ต้องไม่มีเรื่องแบบนั้นแน่…”
“เรื่องนี้ใช่ว่าเจ้าบอกว่าไม่ได้ทำก็ไม่ได้ทำ แต่ต้องมีหลักฐาน” เห็นใจก็ส่วนเห็นใจ แต่เจ้าหน้าที่ก็ไม่คิดจะยุ่งไม่เข้าเรื่อง เพียงแต่เห็นแก่เงินที่รับมาจึงกล่าวชี้แนะไปหลายคำ “หลักฐานน่ะคงเข้าใจกระมัง? นายอำเภอจัดการเรื่องราวตามกฎหมาย ฝ่ายนั้นมีหลักฐานว่าแม่สามีเจ้าฆ่าคน เจ้าจะทำอย่างไรได้?”
“พวกเขามีหลักฐานอะไร?”
“พยานบุคคล”
“พวกเขาเห็นกับตาว่าแม่สามีของข้าฆ่าคน?!” หลี่ซื่อตกตะลึง “จะเป็นไปได้อย่างไร? แม่สามีของข้าอยู่ที่เรือนตลอด ใครบอกว่าเห็นว่าแม่สามีของข้าฆ่าคน พวกเขาเป็นพยานได้ ข้าก็เป็นพยานได้เหมือนกัน แม่สามีอยู่ที่เรือนหรือไม่อยู่ ข้ารู้ดีที่สุดแล้ว ให้ข้าไปพูดกับพวกเขาเถอะ…”
อีกด้านหนึ่ง จูต้า จูเอ้อร์ จูซื่อ และจูอู่กำลังทำงานอย่างขะมักเขม้น ทันใดนั้นหลิ่วซื่อก็เดินดุ่ม ๆ เข้ามา
พวกเขาสะดุ้งตกใจ “อะไรนะ?! เจ้าหน้าที่มาที่เรือนพวกเรา?”
“พี่สะใภ้ใหญ่ ท่านเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า?” จูซื่อรีบถาม “ท่านแม่เป็นคนอย่างไร จะไปทำร้ายใครได้อย่างไร?”
“พี่สี่ ท่านอย่าเพิ่งร้อนใจ ฟังพี่สะใภ้ใหญ่พูดก่อน…” จูอู่ก็ว้าวุ่นใจเช่นกัน แต่เขาบอกให้พี่สะใภ้ใหญ่ตั้งสติแล้วอธิบายเรื่องราวให้ชัดเจน
แต่หลิ่วซื่อไม่เข้าใจสถานการณ์เลยสักนิด พอได้ยินเจ้าหน้าที่สอบสวนบอกว่ามาจับแม่สามี สมองนางก็ขาวโพลนไปหมด
ถ้าไม่ได้หลี่ซื่อเตือนสติ นางคงยืนอึ้งอยู่ตรงนั้นแล้ว
“ถามอะไรกัน? รีบไปช่วยท่านแม่ก่อน!” จูต้าคว้าจอบขึ้นมาได้ก็พุ่งตัวออกไป
“นี่ พี่ใหญ่ ท่านจะทำอะไร? ท่านอย่าหุนหันพลันแล่น นั่นคือเจ้าหน้าที่ของทางการเชียวนะ…” จูอู่เห็นอย่างนั้นก็รีบวิ่งตามไปด้วยความร้อนใจ
“เจ้าหน้าที่ของทางการแล้วอย่างไร? กล้าจับแม่ข้า ข้าก็จะเอาจอบฟาดพวกเขาให้ล้มคว่ำไปเลย” จูต้าลั่นวาจาออกมาด้วยความเดือดดาล
“พี่ใหญ่ ยังไม่รู้เลยว่าเรื่องราวเป็นอย่างไรกันแน่ ท่านจะใจร้อนไม่ได้…” จูอู่จับแขนของจูต้าไว้แน่น กลัวว่าเขาจะทำอะไรด้วยอารมณ์ชั่ววูบ ยังไม่เข้าใจสถานการณ์ก็พุ่งเข้าไปตีคน
ถ้าเป็นอย่างนั้น ตอนแรกยังไม่มีเรื่องอะไรก็คงต้องมีเรื่องจริง ๆ แล้ว!
“เจ้าห้า เจ้าคนขี้ขลาด! ปกติท่านแม่เอ็นดูพวกเจ้าขนาดนั้น คิดไม่ถึงว่าพอเกิดเรื่องขึ้นมา เจ้ากลับทำตัวหัวหดแบบนี้!” จูต้ากระชากแขนสลัดจูอู่ออก “ไปให้พ้น!”