ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 567 จูต้าเหนียง ท่านใจกล้าเกินไปแล้ว
บทที่ 567 จูต้าเหนียง ท่านใจกล้าเกินไปแล้ว
ณ ที่ว่าการในตำบลอันจิ่ว
เดิมทีคิดว่าเมื่อมาถึงที่ว่าการแล้วก็จะได้พบนายอำเภอ มิคาดว่าเย่อวี๋หรานกลับถูกคนควบคุมตัวส่งเข้าคุกทันที
โชคดีที่ระหว่างทาง นางตีสนิทเจ้าหน้าที่ได้แล้ว กระทั่งอีกฝ่ายมีชื่อเสียงเรียงนามว่าอะไร อาศัยอยู่ที่ไหนก็ถามมาจนกระจ่าง
เหวินเหรินซาน เพศชาย ปีนี้อายุยี่สิบสี่ อาศัยอยู่ในตำบลอันจิ่ว เป็นคนที่เกิดและเติบโตอยู่ที่นี่
เนื่องจากบิดาเป็นเจ้าหน้าที่ในที่ว่าการ เขาจึงสืบทอดอาชีพของผู้เป็นบิดา มาเป็นเจ้าหน้าที่เหมือนกัน
ทำอย่างไรได้ ประการแรก ถึงอย่างไรเจ้าหน้าที่ก็รับราชการ เบี้ยหวัดน้อยนิดเพียงไรก็ยังเป็นคนที่มีรายได้ประจำ อีกประการหนึ่ง เจ้าหน้าที่เป็นข้าราชการชั้นล่างสุด ทำงานหนักที่สุด ได้รับเงินน้อยที่สุด ทั้งยังโดนคนดูถูกดูหมิ่น
ไม่อาจแต่งงานกับชาวบ้านและยังไม่อาจสอบเคอจวี่ จึงเป็นเรื่องยากที่เจ้าหน้าที่จะหลุดพ้นจากชนชั้นของตนเอง ต้องเป็นเจ้าหน้าที่ไปเรื่อย ๆ
เหวินเหรินซานก็เคยตัดพ้อต่อโชคชะตา แต่แล้วอย่างไรเล่า เขาคงไม่อาจทอดทิ้งบิดามารดาและน้อง ๆ โดยไม่สนใจไยดีได้หรอกกระมัง?
“เฮ้อ…จูต้าเหนียง ไม่กลัวท่านหัวเราะเยาะ ข้าอายุขนาดนี้แต่ยังหาเมียแต่งไม่ได้ ข้าเองก็กลุ้มใจเช่นกัน” เหวินเหรินซานระบายความในใจออกมา
คนอื่น ๆ ก็ระบายออกมาเช่นกัน
พวกตนมาจับคนแท้ ๆ แต่ลงท้ายกลับดูเหมือนว่าพวกตนมาหา ‘น้ำแกงไก่เยียวยาจิตใจ’*[1] เสียอย่างนั้น
เย่อวี๋หรานเอ่ยคำปลอบโยนอีกครา “ทุกคนล้วนมีความลำบากของตนเอง พวกท่านดูข้าสิ นั่งอยู่ในเรือนดี ๆ เคราะห์ภัยก็หล่นลงมาจากฟ้า เรื่องแบบนี้ผู้ใดจะบอกได้? พูดให้ไม่น่าฟังหน่อยก็คือตอนนี้ชีวิตข้าอยู่ในกำมือผู้อื่น จะเป็นหรือตายก็สุดรู้”
พวกเหวินเหรินซานได้ยินแล้วก็นึกเห็นใจ
ในที่สุดก็มีคนอดไม่ไหว เอ่ยถามเสียงเบาว่า “จูต้าเหนียง ท่านไปล่วงเกินใครมาใช่ไหม?”
จากนั้นก็บอกสิ่งที่เขาสังเกตเห็นโดยบังเอิญออกมา
ที่แท้ เวลามีคนมาแจ้งความ แต่ไหนแต่ไรมาล้วนเป็นเจ้าทุกข์มาแจ้ง แต่คราวนี้ เขาพบว่าคนที่มาแจ้งความกลับไม่ใช่ผู้เสียหาย แต่เป็นสหายของลูกชายผู้ตาย
“คนผู้นี้เป็นคนของบ่อนพนันอี้ซิง ได้ยินว่าเป็นสหายพนันของคนผู้นั้น ทั้งสองคนสนิทสนมกันยิ่ง”
“แต่คนในบ่อนพนันจะเอามิตรภาพมาจากไหน? แค่ฟังก็รู้ว่ามีปัญหา”
“จูต้าเหนียง ท่านลองคิดดี ๆ ครอบครัวพวกท่านต้องไปล่วงเกินใครมาแน่ ไม่อย่างนั้นคงไม่มีใครมาทำกับท่านแบบนี้หรอก”
……
ประเดี๋ยวก็บ่อนพนัน ประเดี๋ยวก็สหายพนัน ส่วนลึกในจิตใจเย่อวี๋หรานแน่ใจในคำตอบได้เสียที
ขอแค่ไม่ใช่คนอื่น นางก็วางใจได้แล้ว ประทานโทษด้วย กลยุทธ์ที่สิบเก้าในสามสิบหกกลยุทธ์ ‘ถอนฟืนใต้กระทะ’*[2] ลองทำความเข้าใจเอาไว้ก็ดีนะ
แม้อาจได้รับความลำบากบ้าง แต่ถึงอย่างไรก็ไม่หลุดไปจากการควบคุมของนาง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าจะ ‘ดำเนินการ’ อย่างไร
ส่วนคนที่จะไป ‘ดำเนินการ’ ย่อมเป็นลูกชายและลูกสะใภ้สกุลจู
จูเหล่าโถวอายุมากแล้ว นอกจากทอดถอนใจ ตำหนิเย่อวี๋หรานว่าสร้างความวุ่นวาย หาเรื่องเดือดร้อนให้ครอบครัว ก็ไม่มีความคิดอย่างอื่นอีก
“เรื่องนี้พวกเจ้าจัดการตามเห็นสมควรเถอะ พวกเจ้าโตกันหมดแล้ว ถึงเวลาที่ต้องดูแลครอบครัวแล้ว…”
ปัดภาระให้คนอื่นอย่างหมดจด พึ่งพาไม่ได้แม้แต่น้อย
จูอู่หมดคำจะพูด
ตอนที่มารดายังอยู่ที่เรือน บิดาของเขาก็เอาแต่กล่าวโทษว่ามารดาของเขาเผด็จการ ทำให้บิดาของเขาไม่สมกับเป็นหัวหน้าครอบครัว ตอนนี้เป็นอย่างไรเล่า มารดาของเขาเข้าคุกไปแล้ว เป็นโอกาสอันดีที่จะได้ทำตัวเป็นหัวหน้าครอบครัว แต่กลับ…
คนอย่างบิดาของเขาเป็นหัวหน้าครอบครัวได้จริง ๆ หรือ?
“เรื่องนี้จะบอกพี่สามด้วยไหม?”
คำถามข้อแรกของจูซื่อเป็นเรื่องเกี่ยวกับพี่น้องที่ไปร่ำเรียนอยู่ในตำบล
ปีหน้าจูชีก็จะสอบเคอจวี่แล้ว ตอนที่มารดายังอยู่มักไม่ให้พวกเขาไปรบกวนทางนั้น แต่คราวนี้คนที่เกิดเรื่องคือเย่อวี๋หราน ทั้งเรื่องยังเกิดที่ตำบล เกรงว่าคงปิดไม่มิดกระมัง?
ทุกคนปรึกษากันแล้วก็ตัดสินใจว่าต้องบอกให้ทางนั้นรู้
“พี่สามอยู่ที่ตำบล ถ้าพวกเราไม่บอกแล้วเขาไปได้ยินจากที่อื่น ผลลัพธ์คงเลวร้ายกว่าเดิม มิสู้บอกพี่สามเอาไว้ ถึงตอนนั้นถ้าเกิดอะไรขึ้น พี่สามจะได้มีการเตรียมตัว” นี่คือความเห็นของจูอู่
จูต้าและจูเอ้อร์ครุ่นคิดเล็กน้อยก็ไม่ได้เห็นแย้ง
ต่อจากนั้นเป็นเรื่องว่าจะส่งใครไปสืบรายละเอียดของคดีนี้
จูอู่กล่าวว่า “พี่ใหญ่ พี่รอง พวกเราไม่คุ้นเคยกับสถานการณ์ในตำบล ไปสืบเองก็อาจไม่ได้ความ ข้าคิดว่าคงต้องรบกวนพี่เป้า เขาคลุกคลีอยู่ในตำบลมานานแล้ว คงมีเส้นสาย…”
เขาบอกทุกคนเป็นนัยว่าพี่เป้าสามารถหยั่งเท้าอยู่ในตำบลได้อย่างมั่นคงมาหลายปี นับว่าเป็นงูดินเจ้าถิ่น จะต้องมีช่องทางติดต่อกับทางการแน่
ให้พี่เป้าไปจัดการย่อมมีประสิทธิภาพกว่าให้พวกเขาไปคลำทางเองมากนัก
เรื่องนี้ก็ไร้ความเห็นแย้งเช่นกัน ความคิดเห็นเป็นเอกฉันท์
ต่อจากนั้นก็เป็นเรื่องที่ว่าจะให้ใครออกหน้า
พวกผู้หญิงสกุลจูไม่ได้ออกความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ หารือกันมาครึ่งค่อนวันแล้ว พวกนางย่อมดูออกไม่มากก็น้อย
มองจากเปลือกนอก คนที่ตัดสินใจคือจูต้า แต่ความจริงแล้วคนที่เสนอแนวทางและพูดชี้นำประเด็นสนทนามาแต่ต้นคือจูอู่
เมื่อเป็นเช่นนี้ปัญหาก็ตามมา ตกลงแล้วจะให้พี่ใหญ่ออกหน้าจัดการ หรือให้คนที่มีสมองปราดเปรียวที่สุดรับหน้าที่นี้?
พิจารณาถึงว่าจูต้าเพิ่งจะ ‘ระเบิด’ ไปก่อนหน้านี้ จูอู่ครุ่นคิดเล็กน้อยก็ยกหน้าที่นี้ให้จูต้า เหตุผลของเขาเรียบง่ายยิ่งนัก “พี่ใหญ่ ท่านเป็นคนออกหน้าก็แล้วกัน ท่านเป็นลูกชายคนโต ตามหลักแล้ว พี่ชายดุจบิดา พี่สาวดุจมารดา เรื่องนี้ย่อมสมควรให้ท่านเป็นคนไปจัดการ”
“ได้ ข้าไปเอง” จูต้าไม่ปฏิเสธ
เขารู้ว่าตนเองไม่ได้ฉลาดเหมือนน้องห้า แต่เขาก็ไม่อยากสูญเสียฐานะพี่ใหญ่ไป
จูต้าไม่ได้โง่งมจนถึงขั้นเหมาภาระทั้งหมดมาที่ตนเอง เขาให้จูอู่มาเป็น ‘ผู้ช่วย’ ให้จูอู่คอยช่วยเหลือตนเอง
จูเอ้อร์กับจูซื่อมองคนนั้นที คนนี้ที ลอบคิดในใจว่า ‘ตกใจหมด นึกว่าพี่ใหญ่จะไปทำเองจริง ๆ เสียอีก!’
จากนั้นก็แยกย้ายกันดำเนินการ จูเอ้อร์และจูซื่อรับหน้าที่ติดต่อกับเจ้าหน้าที่และผู้อาวุโสสกุลจู หลิ่วซื่อและหลิวซื่อคอยดูแลพ่อเฒ่าจู แม่เฒ่าจู และจูเอ้อร์เม่ย ส่วนหลี่ซื่อและหลินซื่อคอยปลอบโยนคนในหมู่บ้าน
มีเพียงทำให้เบื้องหลังมั่นคง พวกเขาจึงจะสามารถเดินหน้าไปจัดการเรื่องราวได้อย่างวางใจ
จูต้าและจูอู่ตรงไปหาพี่เป้า
ที่จริงแล้วไม่จำเป็นต้องให้พวกเขามาก็มีหูตามาแจ้งข่าวให้พี่เป้าทราบแล้ว เขาพลันตกใจ “อะไรนะ?! จูต้าเหนียงเข้าคุกแล้ว?”
“เจี่ยงโหย่วเซิงอยู่ไหน? ไปเรียกเจี่ยงโหย่วเซิงมาเดี๋ยวนี้…” เขาเรียกตัวเจี่ยงโหย่วเซิงทันที บอกให้อีกฝ่ายไปสืบสถานการณ์ภายในหมู่บ้านสกุลจูว่าเรื่องราวเป็นอย่างไรกันแน่
เหตุใดอยู่ดี ๆ จูต้าเหนียงก็เข้าคุกไปเสียแล้ว?
เจี่ยงโหย่วเซิงเข้ามาแล้วออกไป ก็ไปเจอจูต้าและจูอู่ที่ตรงมาทางนี้เข้าพอดี
“จูต้าเหนียงเข้าคุกไปได้อย่างไร?” เมื่อพี่เป้าเห็นหน้าพวกเขาก็ถามขึ้นมา
จูต้ากับจูอู่มองหน้ากันแล้วเล่าความเป็นมาให้อีกฝ่ายฟัง รวมถึงสาเหตุที่พวกเขามาที่นี่
เย่อวี๋หรานเข้าคุกไปได้อย่างไร พี่เป้าไปสืบข่าวจากเจ้าหน้าที่มาแล้ว เขาย่อมไม่เชื่ออยู่แล้วว่าเย่อวี๋หรานจะสังหารคนโดยไร้เหตุผล เรื่องนี้หากมิใช่การจัดฉากก็คงเป็นการใส่ร้ายกันแน่นอน
แต่เขาไม่เชื่อหรอกว่าได้รับสัญญาณเตือนล่วงหน้าแล้วจูต้าเหนียงจะไม่เตรียมการรับมือ
ไม่ผิดไปจากที่คิด เมื่อเขาฟังสิ่งที่จูต้าและจูอู่พูดก็เข้าใจว่าเรื่องราวเป็นอย่างไร ทั้งประหลาดใจและเลื่อมใส “ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้ ข้านึกแล้วเชียว แม่พวกเจ้าจะเข้าคุกไปโดยไร้สาเหตุได้อย่างไร ข้าให้คนไปเตือนเรื่องนี้ตั้งแต่เนิ่น ๆ แล้ว แม่พวกเจ้าสมควรมีการเตรียมตัวถึงจะถูก…ถ้าเป็นเช่นนี้ก็เข้าใจได้แล้ว”
ในเมื่อมีการเตรียมตัว คิดว่าคงมีการเตรียมแผนการขั้นต่อไปเอาไว้แล้ว
พี่เป้าเอ่ยถามโดยไม่ได้คิดอะไรมาก
จูต้าตอบอย่างลำบากใจ “เอ้อ…ท่านแม่ไม่ได้บอกเอาไว้”
จูอู่รีบอธิบาย “เรื่องเป็นเช่นนี้ พี่เป้า ท่านแม่คงคิดว่าข้ากับพวกพี่ชายมีครอบครัวแล้ว ถึงเวลาที่จะทดสอบพวกข้าเสียที ดูว่าพวกข้าจะแบกรับภาระนี้ได้หรือไม่ ท่านแม่จึงไม่ได้บอกแผนการขั้นต่อไปเอาไว้ แต่ให้พวกข้าหาวิธีกันเอง”
พี่เป้า “…”
จูต้าเหนียง ท่านใจกล้าเกินไปแล้ว!
ท่านเข้าคุกไปแล้วนะ ท่านยอมไม่สนใจชีวิตของตัวเองเพียงเพื่อจะฝึกฝนลูกชายงั้นเรอะ?
[1] น้ำแกงไก่เยียวยาจิตใจ (心灵鸡汤) อุปมาถึงสิ่งที่ช่วยปลอบประโลมใจ
[2] สามสิบหกกลยุทธ์ เป็นตำราที่รวบรวมกลยุทธ์ในการทำศึกในสมัยโบราณเอาไว้ สามารถนำไปประยุกต์พลิกแพลงได้หลากหลาย กลยุทธ์ที่สิบเก้าคือ ถอนฟืนใต้กระทะ (釜底抽薪) คืออการแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ และยังหมายถึงการสร้างความเสียหายให้ฝ่ายตรงข้ามอย่างลับ ๆ