ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 570 ทางการมาเยือน
บทที่ 570 ทางการมาเยือน
แม้ในครอบครัวจะมีคนเป็นบัณฑิต แต่ส่วนใหญ่แล้วจูชีจะอยู่ในตำบล ยามกลับบ้านก็ไม่ได้เล่าเรื่องในตำบลให้พี่น้องฟังมากนัก
กล่าวกันตามตรงแล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะจูชีจะลงสนามสอบปีหน้า พวกเขาก็คงไม่มีทางคิดมาถึงเรื่องนี้
แต่จูซานไม่เหมือนกัน เขาติดตามจูชีมาพักอยู่ในสำนักศึกษา ผู้ที่คบหาสมาคมด้วยมากที่สุดก็คือบัณฑิต เรื่องที่ครุ่นคิดถึงมากที่สุดก็เป็นเรื่องของบัณฑิต
เรื่องราวในแวดวงบัณฑิตเหล่านั้น เขามีความเข้าใจมากกว่าจูต้าและจูอู่
“ก็คืออาจารย์เสิน” จูซานกล่าว “พวกเจ้าลืมไปหรือเปล่าว่าอาจารย์เสินเป็นซิ่วไฉเชียวนะ ซิ่วไฉพบนายอำเภอไม่ต้องคุกเข่า ทางการยังไม่อาจลงโทษคนเป็นซิ่วไฉโดยง่าย…”
“ดังนั้น?” ยามกะทันหัน จูอู่ยังคิดตามไม่ทัน
“ดังนั้นซิ่วไฉจึงมีฐานะทางสังคมสูงกว่าคนธรรมดาทั่วไป ต่อให้นายอำเภอไต้ผู้นั้นไม่แยแสอาจารย์เสินแค่ไหน หากพิจารณาถึงความสัมพันธ์ระหว่างครอบครัวพวกเรากับอาจารย์เสิน ก็คงต้องระวังเอาไว้บ้างกระมัง?” จูซานกล่าว “เบื้องล่างมีเจ้าหน้าที่ช่วยจับตามอง เบื้องบนนายอำเภอก็ไม่กล้าแตะต้องโดยง่าย ความปลอดภัยของท่านแม่ก็คงสามารถรับประกันได้แล้วไม่ใช่หรือ?”
จูต้าและจูอู่เข้าใจในพลัน จริงด้วย พวกเขาลืมประเด็นสำคัญอย่างนี้ไปได้อย่างไรนะ?!
อาจารย์เสินเป็นถึงซิ่วไฉ ผู้ใดจะกล้าไม่ไว้หน้าซิ่วไฉ?
แม้ความคิดนี้จะเข้าท่า แต่จูต้าและจูอู่กลับบังเกิดความครั่นคร้าม ไม่กล้าไปพบอาจารย์เสิน
ใช้คำพูดของพวกเขามาอธิบายก็คือ “เขาเป็นซิ่วไฉเชียวนะ พวกข้าเป็นแค่ชาวบ้านตาดำ ๆ จะกล้าไปยืนต่อหน้าเขาได้อย่างไร?”
“พี่สาม ท่านเป็นคนไปนั่นแหละดีแล้ว ข้ากลัวว่าถ้าข้าไปแล้วปากสั่นพั่บ ๆ แม้แต่พูดก็ยังพูดไม่รู้เรื่อง”
“ใช่แล้ว น้องสาม เจ้าไปดีกว่า! พวกข้าเชื่อมั่นในตัวเจ้า!”
……
จูซานมองพี่น้องที่พยายามยุตนเองอย่างเต็มกำลังแล้วก็จนใจยิ่ง “อาจารย์เสินไม่ใช่เสือเสียหน่อย ยังจะกินพวกเจ้าได้งั้นหรือ?”
“ไม่เหมือนกันนะ พี่สาม ท่านได้เจอหน้าอาจารย์เสินทุกวันย่อมไม่รู้สึกอะไร แต่พวกข้าไม่ได้หรอก…” จูอู่โบกไม้โบกมือ “ถ้าให้พวกข้าไปอยู่ต่อหน้าเขาคงพูดอะไรไม่ออกกันพอดี”
อย่าเห็นว่าในยามปกติพวกเขารู้สึกว่าตนเองร้ายกาจทีเดียว แต่เมื่อต้องมายืนต่อหน้าคนเป็นบัณฑิต โดยเฉพาะคนมีตำแหน่งด้วยแล้ว กลับรู้สึกขาดความมั่นใจขึ้นมาเป็นอันดับแรก
ถ้าเป็นท่านปู่ซิ่วไฉในชนบท พวกเขามีก็แต่ความเคารพ นอกจากนั้นก็ไม่มีอะไร
แต่อาจารย์เสินไม่เหมือนกัน เขาเป็นอาจารย์ของจูชีเชียวนะ
ทุกครั้งที่จูชีกลับเรือนมา ทั้งยามเช้า ยามเที่ยง ยามเย็น ล้วนท่องตำราและคัดอักษรอย่างเอาเป็นเอาตาย ขยันหมั่นเพียรอย่างยิ่ง
แค่เห็นก็รู้แล้ว ถ้าคนเป็นอาจารย์ไม่เข้มงวดกวดขัน น้องเจ็ดจะบากบั่นถึงเพียงนั้นหรือ?
กระทั่งต้าเป่าและเอ้อร์เป่าที่ยังไม่ได้เป็นลูกศิษย์อย่างเป็นทางการ แต่ทางพฤตินัยก็ถือว่าเป็นลูกศิษย์ไปแล้ว ยังรู้จักเก็บงำความซุกซนและความเอาแต่ใจภายในระยะเวลาสั้น ๆ เพียงไม่กี่เดือน คนเปลี่ยนเป็นขยันหมั่นเพียรขึ้นมา
ฝีมือสั่งสอนคนเช่นนี้ พวกเขามองอย่างไรก็รู้สึกว่า อาจารย์ผู้นี้ไม่ได้ร้ายกาจระดับธรรมดาเลย!
อาจารย์เสิน “…”
แม้เรื่องที่ผู้ปกครองของลูกศิษย์หวาดเกรงตนเองจะไม่ใช่เรื่องแปลก แต่เพราะเหตุใดทุกครั้งที่ได้ยิน เขามักไม่รู้ว่าควรพูดอะไรดีอยู่ร่ำไปนะ?
ด้วยความเคารพที่มีต่ออาจารย์เสิน จูซานไม่ได้ปิดบังอำพราง สิ่งที่ควรพูดล้วนบอกเล่าออกมาจนหมด
อาจารย์เสินฟังคำขอร้องของจูซานแล้วก็เงียบไปอย่างใช้ความคิด
เขานึกประหลาดใจต่อความเปิดเผยจริงใจของคนสกุลจูอยู่บ้าง กระทั่งเรื่องที่พวกเขาถูกบ่อนพนันอี้ซิงวางแผนร้าย คิดจะใช้แผนซ้อนแผนก็ยังบอกออกมา แสดงให้เห็นถึงความไว้เนื้อเชื่อใจที่มีต่อตนเอง
และในฐานะที่เป็นบัณฑิต อาจารย์เสินยังไม่อยากจะผิดต่อความไว้เนื้อเชื่อใจของคนสกุลจูด้วยเช่นกัน “ได้ งั้นข้าจะไปสักครา”
การเดิมพันครั้งนี้สำหรับคนสกุลจูแล้วนับเป็นการเดิมพันหมดหน้าตัก
ถ้าชนะ ในระยะเวลาอันสั้นนี้ก็จะไม่มีใครกล้าทำอะไรสกุลจูอีก สกุลจูสามารถเดินหน้าต่อไป สามารถมอบสภาพแวดล้อมในการเรียนรู้ที่ดียิ่งขึ้นต่อจูชี รวมถึงต้าเป่าและเอ้อร์เป่า
เรื่องนี้สำหรับอาจารย์เสินแล้วนับเป็นการชนะทั้งสองฝ่าย
ตราบใดที่จูชี ต้าเป่า และเอ้อร์เป่าโดดเด่นมากพอ สำนักศึกษาสกุลเสินของเขาก็จะยิ่งมีชื่อเสียงเลื่องลือ กลายเป็น ‘สำนักศึกษาหลานฮวา’ อย่างแท้จริง
ถ้าแพ้ ผู้แพ้ไม่ได้มีเพียงสกุลจู เขาเองก็จะสูญเสียลูกศิษย์ที่ยอดเยี่ยมไปถึงสามคนเช่นกัน
ดังนั้น สำหรับอาจารย์เสินแล้ว เขาจำเป็นต้องออกศึกครั้งนี้
อาจารย์เสินจะจัดการเรื่องนี้อย่างไร จูซานก็ไม่รู้แล้ว แต่ได้รับคำสัญญาจากอีกฝ่าย เขาก็วางใจได้เสียที
เพราะเขาทราบว่าคนเป็นบัณฑิตให้ความสำคัญกับชื่อเสียง ทั้งยังให้ความสำคัญกับคำมั่นของตนยิ่งนัก
ขอเพียงอีกฝ่ายรับปากก็ยากยิ่งที่จะกลับคำพูด
เว้นเสียแต่ว่าคนผู้นั้นจะเป็น ‘บัณฑิตจอมปลอม’!
เห็นจูซานพยักหน้า จูต้าและจูอู่ที่รอข่าวอยู่ก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก “ขอบคุณท่านแล้ว พี่สาม”
“พี่น้องกันทั้งนั้น มาขอบคุณข้าทำไม? อีกอย่าง นี่ยังเป็นเรื่องเกี่ยวกับท่านแม่ ในฐานะลูกชาย ข้าก็ควรช่วยด้วยอีกแรง” จูซานระบายยิ้มออกมา
พวกเขาคงไม่ได้คิดว่าตนเองอาศัยอยู่ในตำบลนานแล้ว เวลาที่ได้อยู่ร่วมกันก็น้อยลง จึงเริ่มห่างเหินกันหรอกนะ?
ต่อจากนั้นก็ดำเนินการตามแผนเดิม คือการไปหานายท่านผู้เฒ่าซุน
ก่อนจะไปหานายท่านผู้เฒ่าซุน พี่เป้าก็ล้วงข้อมูลจากคนที่จูต้าและจูอู่ส่งมาให้ได้ความว่า เขาเป็นคนที่เถ้าแก่ถังส่งมาเพื่อตัดปีกข้างหนึ่งของสกุลจู
ยามนั้น พี่น้องสกุลจูอดนึกยินดีขึ้นมาอีกครั้งไม่ได้ โชคดีที่สวรรค์ยืนอยู่ข้างพวกเขา พวกเขาจึงไปเจอเข้าพอดี!
คนที่ส่งออกไปทยอยไร้ข่าวคราวไปทีละคน เถ้าแก่ถังที่เดิมทียังเชื่อมั่นเต็มเปี่ยมก็ชักจะรู้สึกว่าไม่ถูกต้อง
คนที่ลงมือกับจูชีผู้นั้นจะทำพลาดก็แล้วไปเถอะ แต่ไฉนมังกรตาเดียวเจียงซู่นักสู้อันดับหนึ่งของเขาจึงไม่มีข่าวคราวใด ๆ เลยเล่า?
“นี่มันเรื่องอะไรกัน คนที่ให้พวกเจ้าไปรับล่ะ?”
ลูกน้องที่ยืนอยู่หน้าสุดผู้นั้นก้มหน้าลง “ไม่…ไม่พบคนขอรับ…”
“เหตุใดจึงไม่พบคน?”
ไม่มีใครตอบคำถามนั้น พวกเขารับคำสั่งให้ไปรออยู่ตรงจุดที่ต้องผ่านนอกตำบลอันจิ่ว รอมาทั้งช่วงบ่ายแล้ว แต่กลับไม่เห็นแม้เงาของมังกรตาเดียวเจียงซู่
พวกเขาไม่เหมือนอีกฝ่ายที่เป็นคนสนิทของเถ้าแก่ถัง จะกล้าเลินเล่อได้อย่างไร?
แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่พบคน พวกเขายังจะทำอย่างไรได้?
เถ้าแก่ถังรู้สึกอึดอัดคับข้องใจยากจะทานทน
เวลานั้นเอง พ่อบ้านก็วิ่งเข้ามารายงานว่า “นายท่าน ทางการมาขอรับ”
“มาก็มาสิ เชิญเข้ามาก็ได้แล้วไม่ใช่เรอะ?” เถ้าแก่ถังคิดว่าคงเป็นเรื่องของเฉียนซินและจ้าวเหลียน
เขาให้จ้าวเหลียนไปแจ้งความยังที่ว่าการโดยอ้างว่าเป็นสหายกับเฉียนซิน ทางการคงส่งคนมาตรวจสอบกับเขาเพื่อยืนยันเรื่องนี้
สิ่งที่เขาจำเป็นต้องทำก็คือยันยันเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างจ้าวเหลียนและเฉียนซิน
เป็นไปดังคาด เมื่อเขาไปถึงห้องโถงใหญ่ เจ้าหน้าที่ที่นำคนมาก็แจ้งเหตุผลที่มาเยือน “เถ้าแก่ถัง รบกวนท่านแล้ว พวกข้ารับคำสั่งจากใต้เท้านายอำเภอมาสอบถามว่าท่านรู้จักคนชื่อจ้าวเหลียนหรือไม่”
“จ้าวเหลียนรึ? อืม ข้ารู้จักคนผู้นี้ เขามาบ่อนพนันอี้ซิงของข้าบ่อย ๆ” เถ้าแก่ถังตอบ “ทำไมหรือ จู่ ๆ พวกท่านก็มาหาเช่นนี้ เขาคงไม่ได้ไปทำอะไรจนถูกจับเข้าหรอกนะ? มีเรื่องเข้าใจผิดกันหรือเปล่า ข้าคิดว่าจ้าวเหลียนไม่ใช่คนแบบนั้นนะ”
เขายังพูดช่วยจ้าวเหลียนอยู่หลายประโยค บอกว่าแม้คนผู้นี้จะดูพึ่งพาไม่ค่อยได้ แต่ความจริงเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับมิตรสหายยิ่งนัก หากสหายพบเรื่องลำบาก จ้าวเหลียนก็มักจะยื่นมือเข้าไปช่วย
“ปกติเขาค่อนข้างสนิทกับใครนะ?” เถ้าแก่ถังแสร้งนึกชื่อไม่ออก แล้วหันกลับไปถามพ่อบ้าน
พ่อบ้านตอบว่า “นายท่าน เป็นเฉียนซินขอรับ”
“ใช่แล้ว เฉียนซินผู้นั้นเอง” เถ้าแก่ถังกล่าวอย่างมั่นใจ “พวกเขาสนิทสนมกันยิ่ง เวลามาบ่อนพนันอี้ซิงของข้าก็มักจะมาด้วยกันและกลับพร้อมกัน คราวก่อนเฉียนซินแพ้จนสิ้นเนื้อประดาตัว จ้าวเหลียนก็เป็นคนพนันเงินคืนมาให้เขา…ถ้าพวกท่านมาสอบถามเรื่องของจ้าวเหลียน ไปถามเฉียนซินโดยตรงก็ได้ ไม่มีปัญหาแน่นอน”
เขาจงใจกล่าวถึงเฉียนซินครั้งแล้วครั้งเล่า แล้วแสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง ดึงตัวเองออกมาจากเรื่องนี้
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
T5X1S7V8
เจอโค๊ดแล้วอย่าเพิ่งเมินเฉย โค๊ดนี้สามารถนำมากรอกเพื่อรับเหรียญได้ที่เว็บไซต์ Enjoybook
ไปที่โปรไฟล์ >> รหัสแลกรับ >> ใส่โค๊ดที่ได้ (ตัวพิมพ์ใหญ่)
ลุ้นรับเหรียญสูงสุด 100 เหรียญ ตั้งแต่วันนี้ – 30 ตุลาคม
ด่วน! ใครใช้โค๊ดก่อน ได้เหรียญก่อนนะ