ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 576 ลูกชายของนางอยากให้นางตายหรือเนี่ย?!
บทที่ 576 ลูกชายของนางอยากให้นางตายหรือเนี่ย?!
เจ้าหน้าที่ที่นำคนมามิใช่ใครที่ไหน แต่เป็นเหวินเหรินซานนั่นเอง
เห็นทางนั้นเจรจากันเรียบร้อยแล้ว ก็ให้จูต้าและจูอู่ไปพาสองพ่อลูกสกุลเฉียนออกมา
โชคดีที่คนมาเป็นเขา ถ้าเป็นคนอื่น ไฉนเลยจะปล่อยให้คนสกุลจูโน้มน้าวจูเอ้อร์เม่ย เกรงว่าคงจับคนมัดไปแล้ว
“พี่เหวิน ท่านรอสักครู่ พวกข้าจะไปพาคนมาเดี๋ยวนี้”
จูอู่เรียกพวกจูต้าลงไปยังห้องใต้ดินด้วยกัน แล้วคุมตัวพ่อลูกสกุลเฉียนที่ถูกมัดเอาไว้ทั้งวันออกมา
เนื่องจากเย่อวี๋หรานเข้าคุก ลูกสะใภ้สกุลจูทั้งหลายนึกชังพวกเขา จึงไม่เอาข้าวมาส่งให้ ทำให้พวกเขาหิวโหยมาครึ่งค่อนวันแล้ว
ยามนี้พวกเขาอดอยากจนทรวงอกแทบจะแนบกับแผ่นหลัง ไม่มีแรงเลยสักนิด
เพียงผ้าที่มัดปากไว้คลายออก เหล่าเฉียนก็ด่าทอคนสกุลจูไม่หยุด
“เลิกด่าได้แล้ว ท่านอยากพบขุนนางไม่ใช่หรือ ตอนนี้จะพาท่านไปพบขุนนางนี่ไง” จูอู่พูด
เหล่าเฉียนกับลูกชายค่อยสังเกตตอนนั้นเองว่าในเรือนมีเจ้าหน้าที่อยู่ด้วยกลุ่มหนึ่ง คนทั้งสองปีติยินดีจนน้ำตาไหล ร่ำร้องว่า “ท่านเจ้าหน้าที่ ช่วยด้วย!”
“ท่านเจ้าหน้าที่ พวกเขาจะฆ่าพวกข้า รีบจับพวกเขาเอาไว้เร็วเข้า”
“ใช่แล้ว เมียข้าถูกพวกเขาฆ่าตาย ข้าอยากแจ้งความ พวกเขาก็ไม่ยอมให้ไป ยังคิดจะขังลืมพวกข้า โชคดีที่พวกท่านมาแล้ว ไม่อย่างนั้นพวกข้าคงต้องตายแน่ ๆ”
……
พวกเขาเข้าใจว่าเถ้าแก่ถังช่วยแจ้งความให้แล้ว เจ้าหน้าที่จึงมาที่นี่
ฉับพลันนั้นก็เรียกร้องให้คนสกุลจูยอมรับความผิดอย่างถือดี ให้โขกศีรษะขอขมาพวกเขา ไม่อย่างนั้นพวกเขาจะฟ้องร้องอีกฝ่ายให้ถึงที่สุด
คนสกุลจู “…”
เหวินเหรินซานและเจ้าหน้าที่คนอื่น ๆ “…”
จูเอ้อร์เม่ยที่ถูกแช่งชักให้ตายมาตลอด “…”
“อะแฮ่ม!” เนื่องจากคนทั้งสองอารมณ์พลุ่งพล่านเกินไป เหวินเหรินซานจึงต้องกระแอมเสียงเบาเพื่อตัดบทสองพ่อลูกสกุลเฉียน “พวกเจ้าไม่มองไปข้างหลังสักหน่อย?”
เหล่าเฉียนและเฉียนซินเหลียวกลับไปมองอย่างไม่เข้าใจ ทันใดนั้นก็ต้องตกใจจนร้องเสียงหลง “ผีหลอก!”
กระโดดกอดกันทันควัน
“ผีบ้าผีบอ ผีบ้านเจ้าน่ะสิ!” จูเอ้อร์เม่ยเดินเข้ามาพลางโยนลูกเกาลัดใส่หน้าผากพวกเขา “พวกเจ้าสิถึงจะเป็นผี ข้ายังมีชีวิตอยู่นะ!”
“ยังมีชีวิตอยู่?!” เหล่าเฉียนเบิกตามองอย่างไม่อยากจะเชื่อ “เป็นไปไม่ได้ ข้าเห็นเจ้าตายกับตาตัวเอง เจ้าจะยังมีชีวิตอยู่ได้อย่างไร?”
“เจ้าเห็นข้าตายตอนไหน?”
“ข้า…วันนั้นที่ข้ามาถึงเรือนสกุลจูก็เห็นเจ้านอนอยู่บนพื้น…”
“เฮอะเฮอะ!” จูเอ้อร์เม่ยโต้กลับ “ใช่น่ะสิ แค่เห็นข้านอนแผ่อยู่บนพื้น ไม่ถามสักคำก็ทึกทักว่าข้าตายไปแล้ว ร่ำร้องจะเอาสูตรอาหารของพี่สะใภ้ข้า เจ้ายังมียางอายอยู่ไหม? เหล่าเฉียน เจ้าช่างมีหน้ามีตาเหลือเกินนะ! ข้าแต่งเข้าสกุลเฉียนไปตั้งหลายปี เป็นวัวเป็นม้า คลอดลูกชายให้เจ้าสองคน แต่เจ้ากลับมาทำอย่างนี้กับข้า?”
“เจ้า…ยังไม่ตายจริง ๆ?” เหล่าเฉียนยื่นมือออกไปสัมผัสใบหน้าของจูเอ้อร์เม่ย
“ไม่ตาย! จับดูสิ ยังอุ่นอยู่เลยไม่ใช่เรอะ?” จูเอ้อร์เม่ยมีสีหน้าเดียดฉันท์
“อุ่นจริงด้วย!” เหล่าเฉียนมองไปทางเฉียนซินพลางกล่าวอย่างจริงจัง “อุ่นจริง ๆ นะ แม่เจ้าเหมือนจะยังไม่ตาย…”
“ไม่ตาย?” เฉียนซินไม่อยากจะเชื่อ จึงลองเอื้อมมือไปสัมผัสดู ทันใดนั้นร่างก็พลันแข็งทื่อ
แม่เขายังไม่ตาย หมายความว่าเรื่องที่เขาตกลงไว้กับเถ้าแก่ถังก็…
ไม่นะ!
ถ้าอย่างนั้นเขาก็ไม่ได้อะไรเลยน่ะสิ?!
เฉียนซินสติแตก
“ท่านแม่ ทำไมท่านยังไม่ตาย?!”
ท่านยังไม่ตายได้อย่างไรกัน?
จูเอ้อร์เม่ยไม่รู้ความคิดของลูกชาย เข้าใจว่าอีกฝ่ายตื้นตันที่ตนเองยังมีชีวิตอยู่ก็นึกยินดี ลูกชายคนนี้ไม่ได้เลี้ยงเสียเปล่าจริง ๆ!
นางสวมกอดเฉียนซิน กล่าวอย่างปรีดาว่า “ไม่เสียทีที่เป็นลูกข้า รู้ว่าเจ้ารักแม่ ไม่เหมือนพ่อเจ้า รู้จักแต่จะแช่งชักให้แม่ตาย…”
ยังไม่ทันสิ้นคำ เฉียนซินก็ตะโกนขึ้นมา “ไม่ใช่เสียหน่อย ข้าบอกว่าทำไมท่านยังไม่ตาย? ถ้าท่านไม่ตาย ข้าก็ไม่ได้เงินน่ะสิ?”
ทันใดนั้น รอบด้านพลันเงียบสงบ
“ท่านตายไปแล้วไม่ใช่หรือ? ท่านแม่ ท่านตายไปแล้วนี่นา ตายแล้วทำไมยังคืนชีพกลับมาได้ ท่านไม่อาจคืนชีพ ท่านรู้ไหม ท่านต้องตายเท่านั้น…มีแต่ท่านตาย ป้าสะใภ้ถึงจะยอมมอบสูตรอาหารให้เถ้าแก่ถัง เถ้าแก่ถังถึงจะยอมแบ่งเงินให้ข้า!”
จูเอ้อร์เม่ยไม่อยากจะเชื่อ “เจ้าว่าอะไรนะ?!”
“ท่านแม่ ข้าขอร้องท่าน ท่านต้องตายเท่านั้น เข้าใจไหม? ถ้าท่านไม่ตาย คนที่ตายก็ต้องเป็นลูกชายของท่าน” เฉียนซินคำราม “ข้าติดหนี้เถ้าแก่ถังตั้งหลายพันตำลึง ต้องเอาสูตรอาหารของป้าสะใภ้ไปแลกเท่านั้น ไม่อย่างนั้นลูกก็มีแต่ต้องตาย ต้องตายสถานเดียว ท่านเข้าใจไหม?!”
เขาสติแตกแล้วจริง ๆ!
เขาเชื่อจริงจังว่ามารดาของเขาตายไปแล้ว เห็นอยู่กับตาว่าหนี้ก้อนใหญ่กำลังจะกลายเป็นโมฆะ ไม่เพียงเท่านั้น ยังจะได้เงินก้อนโตจากเถ้าแก่ถัง ได้ใช้ชีวิตเป็นเจ้าคนนายคน
แต่ไฉนมารดาของเขาถึงโผล่มาตอนนี้เล่า?!
ถ้ามารดาของเขายังไม่ตาย คนที่ต้องตายก็ต้องเป็นเขาน่ะสิ?
เฉียนซินยื้อแขนของจูเอ้อร์เม่ยเอาไว้ คาดคั้นถามนางว่า “ทำไมท่านถึงไม่ตาย?”
จูเอ้อร์เม่ยตะลึงงัน “ลูกชาย เจ้าทำให้แม่ตกใจนะ…”
“ไม่ได้! ท่านต้องตายเท่านั้น ท่านแม่ ท่านต้องตาย” ว่าแล้วเฉียนซินก็ยื่นมือเข้าไปบีบคอจูเอ้อร์เม่ยราวกับเสียสติไปแล้ว
ชั่วพริบตานั้น จูเอ้อร์เม่ยสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของความตาย นางตื่นตระหนกอย่างยิ่งยวด
นางพยายามดึงมือของเฉียนซินออก แต่กลับพบเป็นครั้งแรกว่า ที่แท้ลูกชายของนางก็มีเรี่ยวแรงมหาศาลปานนี้ นางดึงไม่ออกเลยสักนิด
คนทั้งหมดล้วนตะลึงกับภาพตรงหน้า ยามกะทันหันยังไม่ได้สติกลับมา
เป็นเหวินเหรินซานที่ผ่านอะไรมามากได้สติคืนมาก่อน เขารีบแยกจูเอ้อร์เม่ยและเฉียนซินสองแม่ลูกออกจากกัน “ยืนนิ่งอยู่ทำไม แยกคนออกจากกันสิ!”
“ท่านต้องตายเท่านั้น ท่านแม่ ท่านต้องตาย เพื่อลูกชายสุดที่รักของท่าน ท่านตายสักครั้งเถอะนะ…”
เจ้าหน้าที่หลายคนต้องลงแรงไปไม่น้อยกว่าจะแยกคนทั้งสองออกจากกันได้
ถึงจะถูกดึงตัวออกไปแล้ว แต่เฉียนซินยังคงร่ำร้องอย่างบ้าคลั่ง สั่งให้จูเอ้อร์เม่ยไปตายเสีย
“แค่กแค่ก!” จูเอ้อร์เม่ยน้ำตารื้น ทางหนึ่งโก่งคอไอ ทางหนึ่งก็ทุกข์ใจสุดแสน
ลูกชายของนางอยากให้นางตาย?!
นี่เป็นลูกชายที่นางคลอดออกมาและเลี้ยงดูมาจนโตเชียวนะ ไม่เพียงไม่อยากเลี้ยงดูนางยามแก่เฒ่าเท่านั้น แต่ยังอยากให้นางตายด้วย?!
ไออยู่ดี ๆ จูเอ้อร์เม่ยก็ควบคุมตัวเองไม่ไหว ร้องไห้โฮออกมา
คราวนี้ไม่มีใครกล้าให้พวกนางสองแม่ลูกอยู่ใกล้กันอีกแล้ว
เจ้าหน้าที่พาคนทั้งสามขึ้นไปนั่งบนเกวียนเทียมวัวคนละฝั่ง พวกเขานั่งคั่นไว้ตรงกลาง ทั้งยังจับตามองพวกเขาอย่างเข้มงวด ป้องกันไม่ให้คนหนีไปได้
นี่ไม่ใช่ข้อเสนอของคนสกุลจู แต่เป็นเพราะเหวินเหรินซานกลัวว่าจะเกิดเหตุไม่คาดฝัน จึงให้สหายร่วมงานช่วยระวังเอาไว้
ทำอย่างไรได้ เป็นเจ้าหน้าที่มาหลายปี เรื่องพิสดารพันลึกอะไรล้วนเห็นมาหมดแล้ว
เพื่อป้องกันไม่ให้ตนเองต้องเดือดร้อน ก็จำต้องระวังไว้ก่อนเท่านั้น
โชคดีที่จูเอ้อร์เม่ยและสองพ่อลูกสกุลเฉียนไม่มีความคิดหลบหนี จึงถูกควบคุมตัวไปขึ้นศาลอย่างราบรื่น
“ถอยไป ถอยไป คนมาแล้ว”
คล้อยหลังเสียงร่ำร้องของเจ้าหน้าที่ บรรดาคนมุงรอบที่ว่าการก็โก่งคอยืดคอยาวมองมาทางนี้
ในกลุ่มคนมีเพียงเสียงวิพากษ์วิจารณ์ไปต่าง ๆ นานา
“หาคนมาได้แล้วจริง ๆ? งั้นก็หมายความว่าจูต้าเหนียงผู้นั้นพูดความจริงน่ะสิ นางไม่ได้ฆ่าคนตาย?”
“จะใช่หรือเปล่ายังไม่รู้เลย อย่าเพิ่งด่วนตัดสิน รอฟังใต้เท้านายอำเภอพิจารณาก่อนดีกว่า”
“ถูกต้อง ฟังใต้เท้านายอำเภอ”
……
ภายในศาล เหวินเหรินซานกำลังรายงานต่อนายอำเภอไต้
“รายงานใต้เท้า พาตัวจูเอ้อร์เม่ยรวมถึงพ่อลูกสกุลเฉียนมาแล้วขอรับ พวกเขาปลอดภัยดี ไม่มีอันตรายถึงชีวิต”
หัวเซี่ยงหรงหันขวับมาอย่างไม่อยากจะเชื่อ “เป็นไปไม่ได้!!!”
“มีอะไรเป็นไปไม่ได้?” เย่อวี๋หรานกล่าวพร้อมรอยยิ้มบาง “คนยังมีชีวิตอยู่ก็คือยังมีชีวิตอยู่ ยังจะปลอมแปลงได้อีกหรือ?”
“งานศพของจูเอ้อร์เม่ยจัดไปตั้งกี่วันมาแล้ว ยังรอเคลื่อนศพลงหลุมอยู่เลย นางจะยังมีชีวิตอยู่ได้อย่างไร?”
“ท่านสืบมาดีเชียวนะ แต่ว่า…” เย่อวี๋หรานเว้นไปเล็กน้อย “ใครว่าจัดงานศพหมายถึงมีคนตายอย่างเดียว? แต่จัดงานศพเพื่อล้างซวยก็ได้นี่นา ทำอย่างไรได้ ช่วงนี้ครอบครัวข้าโชคร้ายไม่หยุดหย่อน มักเจอแต่เรื่องไม่เป็นมงคล จึงจัดงานศพขับไล่โชคร้าย ขับไล่ไออัปมงคล…”
จนถึงตอนท้าย นางยังจงใจถามอีกฝ่ายว่า “ข้าคิดว่าแบบนี้คงไม่เป็นไรกระมัง?”
หัวเซี่ยงหรงถลึงตามองนางจนตาแทบฉีก