ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 577 ฆ่าตัวตายชดใช้ความผิด
บทที่ 577 ฆ่าตัวตายชดใช้ความผิด
มารดามันเถอะ ยังมีหน้ามาถามเขาอีก?
จะล้างซวยตอนไหนไม่ทำ แต่มาทำเอาตอนนี้เนี่ยนะ ทำไปเพื่ออะไร แม้แต่คนโง่ก็ยังรู้เลย
ความโกรธแค้นในใจหัวเซี่ยงหรง ไม่ต้องบอกก็รู้ได้
สิ่งที่เขารู้สึกว่าเหนือความคาดหมายยิ่งกว่าก็คือ อีกฝ่ายล่วงรู้แผนการของเขามาแต่แรกแล้ว
จากนั้นก็ใช้แผนซ้อนแผน จงใจวางหลุมพรางเอาไว้ แล้ว ‘เชิญท่านลงโอ่ง’*[1]
แผนการต่อเนื่องเป็นลูกโซ่เช่นนี้ เขาแพ้แล้วทั้งปากและใจ!
“ยอดเยี่ยม ประเสริฐมาก!”
เขาเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน อยากฉีกทึ้งเย่อวี๋หรานใจจะขาด
แต่เขาก็ทราบว่าขอเพียงจูเอ้อร์เม่ยและพ่อลูกสกุลเฉียนยังมีชีวิตอยู่ สกุลจูก็สามารถถอนตัวออกจากเรื่องนี้ได้โดยสมบูรณ์ ต่อให้เขามีวิธีการต่าง ๆ นานาก็มิอาจฝืนลิขิตฟ้า ไม่อาจทำอย่างไรต่ออีกฝ่ายได้เลย
เป็นไปดังคาด นายอำเภอไต้ตัดสินว่าเย่อวี๋หรานไร้ความผิด ปล่อยตัวทันทีหลังจากการพิจารณา
ส่วนตัวเขานั้น…
ไม่รับผิดใช่ไหม?
ได้! เข้าคุกไปก่อนก็แล้วกัน
ตอนที่หัวเซี่ยงหรงถูกควบคุมตัวออกไปยังหันมามองเย่อวี๋หรานอย่างมาดร้าย “เจ้าคอยดูเถอะ!”
เย่อวี๋หรานยิ้มบาง “ได้ ข้าจะคอยดู!”
ทว่าไม่รู้ว่าคนบางคนจะสามารถรอดออกมาจากคุกได้หรือไม่
แท้จริงแล้วนางก็คาดไม่ถึงเช่นกันว่าหัวเซี่ยงหรงจะเก็บงำความลับไว้มากมายปานนั้น กล่าวได้ว่านายท่านผู้เฒ่าซุนมอบของกำนัลชิ้นใหญ่มาให้ แต่ในเมื่ออีกฝ่ายส่งของกำนัลชิ้นใหญ่มาให้ขนาดนี้ นางย่อมไม่อาจปล่อยให้หัวเซี่ยงหรงออกมาได้อีก
ในเมื่อผูกความแค้นต่อกันเอาไว้แล้ว ถ้าปล่อยให้หัวเซี่ยงหรงออกมาได้ก็กลายเป็นปัญหาในภายภาคหน้าน่ะสิ?
ครั้นเห็นเย่อวี๋หรานออกมาได้อย่างปลอดภัย ทั้งนายท่านผู้เฒ่าซุน อาจารย์เสิน และพี่เป้าต่างยินดีกันถ้วนหน้า
พวกเขาจัดงานเลี้ยงต้อนรับการกลับมาของเย่อวี๋หราน บอกว่าเป็นการขจัดเสนียดจัญไรและแสดงความยินดีที่ได้กลับมาใช้ชีวิตปกติสุขอีกครั้ง
ทั้งนายท่านผู้เฒ่าซุนและพี่เป้าล้วนยิ้มแก้มปริ เพราะในงานเลี้ยงต้อนรับครานี้ พวกเขาได้รู้จักบัณฑิตหลายคนรวมถึงอาจารย์เสิน
คนเหล่านี้ไม่ใช่บัณฑิตที่มีแต่ชื่อแต่ไร้ตำแหน่ง คนเขาอย่างน้อยก็เป็นถึงซิ่วไฉ และยังมีจวี่เหรินด้วยอีกต่างหาก
บุคคลเช่นนี้ เมื่อครั้งที่ตระกูลซุนยังรุ่งเรืองอยู่ก็มีโอกาสได้รู้จักเพียงไม่กี่คนเท่านั้น
ยามนี้ตกต่ำลงแล้ว คนที่มาพึ่งพาก็มีแต่พวกดีแต่เปลือก คนที่มีความสามารถแท้จริงน้อยนักที่จะให้เกียรติพ่อค้าอย่างพวกเขา
แต่ถึงจะให้เกียรติ กลับติดที่ศักดิ์ศรีอันสูงส่งของบัณฑิต พวกเขาจึงไม่ลดตัวลงมาเป็นฝ่ายเข้าหาพ่อค้าก่อน
นายท่านผู้เฒ่าซุนประเมินสกุลจูไว้สูงส่งยิ่งนัก ต้องการทำความรู้จักกับบุคคลอย่างอาจารย์เสินให้มากเพื่อสานสัมพันธ์กันเอาไว้
ส่วนพี่เป้ายิ่งไม่ต้องพูดถึง ในอดีตเป็นนักเลงข้างถนน ยามนี้ไม่เพียงได้นั่งเคียงข้างพ่อค้าอย่างนายท่านผู้เฒ่าซุนเท่านั้น แต่ยังนั่งทัดเทียมกันกับเหล่าบัณฑิต เขาทั้งตื่นเต้นและรู้สึกวางตัวไม่ถูก
เฮ้อ…ทำอย่างไรได้ ผู้ใดให้เขาไม่รู้หนังสือสักตัว สนทนากับคนอื่นไม่รู้เรื่องกันเล่า?
ถึงจะนั่งอยู่ด้วยกัน แต่กลับรู้สึกว่าตนเองด้อยกว่าผู้อื่นอยู่ขั้นหนึ่ง
โชคดีที่อาจารย์เสินไม่ถือสา ยอมคลุกคลีกับเขา นับว่าสิ่งของชนิดเดียวกันย่อมจัดวางเอาไว้ด้วยกัน ผู้มีนิสัยคล้ายคลึงกันย่อมคบหากันได้
มื้ออาหารเลิศรส แขกเหรื่ออิ่มหนำสำราญ
เนื่องจากวันรุ่งขึ้นยังต้องไปร่วมการพิจารณาคดีของหัวเซี่ยงหรง คืนนั้นเย่อวี๋หรานจึงยังไม่ได้กลับหมู่บ้านสกุลจู แต่พาจูต้าและจูอู่ไปพำนักที่เรือนรับรอง
ส่วนจูซานกลับสำนักศึกษาไปพร้อมกับอาจารย์เสิน เขาพักอยู่กับพวกจูชีและคอยดูแลคนทั้งสามที่ร่ำเรียนอยู่ในสำนักศึกษา
ระหว่างทาง จูซานกล่าวขอบคุณอาจารย์เสินอย่างเกรงอกเกรงใจอีกครั้ง บอกว่าถ้าอาจารย์เสินไม่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ เรื่องของมารดาคงไม่อาจคลี่คลายได้ง่ายดายเช่นนี้
นานครั้งอาจารย์เสินจะได้ดื่มสุรา เขาโบกมือเล็กน้อย แต่ไม่ได้พูดอะไรอีก
เช้าวันรุ่งขึ้น เย่อวี๋หรานกับลูกชายยังไม่ทันอาบน้ำและไปที่ว่าการ นายท่านผู้เฒ่าซุนก็พาคนมาหาถึงที่
เขาพูดว่า “เย็นวานนี้ หัวเซี่ยงหรงฆ่าตัวตายชดใช้ความผิด สิ้นใจอยู่ในคุกแล้ว”
“ฆ่าตัวตายชดใช้ความผิด?!” เย่อวี๋หรานค่อนข้างประหลาดใจ
ก่อนที่อีกฝ่ายจะถูกคุมตัวเข้าคุกยังพูดกับนางแบบนั้นอยู่เลย ไม่เหมือนคนที่จะฆ่าตัวตายเลยสักนิด
จูต้า จูอู่ และพี่เป้าก็แปลกใจเช่นกัน พวกเขามองไปทางนายท่านผู้เฒ่าซุนอย่างพร้อมเพรียง
นายท่านผู้เฒ่าซุนกล่าวว่า “อืม เมื่อเช้าตอนเจ้าพนักงานเข้าไปพบ เขาก็แขวนคออยู่ในคุกแล้ว ร่างกายเย็นชืด ที่ใต้เท้ามีจดหมายรับผิดอยู่ฉบับหนึ่ง”
“เขาจะฆ่าตัวตายไปทำไม?” จูอู่กังขา “คดียังไม่ตัดสินเลยนี่นา”
แม้เมื่อวานจะมีการส่งมอบหลักฐานหลายอย่าง แต่ตอนที่อยู่ในศาล หัวเซี่ยงหรงไม่ได้ยอมรับผิด คิดไม่ถึงว่าพอฟ้ามืด เขากลับไม่เพียงรับผิดแล้ว แต่ยังฆ่าตัวตายชดใช้ความผิดอีกด้วย?
คิดอย่างไรก็รู้สึกว่าเรื่องนี้ไม่ชอบมาพากล
หัวเซี่ยงหรงเป็นคนที่มีจิตสำนึกเพียงนี้เชียว?
ถ้าเขามีมโนธรรมเช่นนั้น ตอนแรกก็คงไม่ละโมบในทรัพย์สินของผู้อื่น สังหารคนเขาแล้วสวมรอยแทนแล้ว
มิหนำซ้ำ เนื่องจากเย่อวี๋หรานเข้าคุก จูอู่จึงสอบถามมาแล้ว
ราชสำนักเซินถูกำหนดไว้ว่า คดีฆาตกรรมทุกคดีต้องรายงานไปยังเบื้องบน หลังจากส่งเรื่องไปให้สำนักตรวจการและศาลตุลาการพิจารณาแล้วจึงจะสามารถพิพากษาครั้งสุดท้ายได้
ตอนนั้นเขาคาดการณ์ไปในทิศทางเลวร้ายที่สุดเอาไว้แล้ว ถ้าคดีของมารดา…
เย่อวี๋หรานถามนายท่านผู้เฒ่าซุน “หลังฟ้ามืด มีคนไปพบหัวเซี่ยงหรงใช่ไหม?”
ซุนโส่วได้ยินดังนั้นก็มองมาทางนางอย่างอดใจไม่ไหว กระทั่งเรื่องนี้นางก็เดาออก?
แววตานายท่านผู้เฒ่าซุนฉายประกายชื่นชม เขากล่าวว่า “จูต้าเหนียงไม่ใช่คนธรรมดาจริง ๆ เมื่อวานหลังฟ้ามืดมีคนไปหาเขาจริง ๆ ท่านจะลองเดาหน่อยไหมว่าเป็นใคร?”
มารดาของเขารู้?
จูอู่พลันหันมาหาเย่อวี๋หราน
เย่อวี๋หรานยิ้มแล้วเอ่ยว่า “นายท่านผู้เฒ่าซุน ท่านให้เกียรติข้าเกินไปแล้ว ข้าเป็นเพียงหญิงชนบทคนหนึ่ง เคยมาตำบลอันจิ่วไม่กี่ครั้ง แล้วจะเดาออกได้อย่างไร? ท่านอย่าอมพะนำอยู่เลย บอกพวกข้ามาเถอะ เมื่อวานนี้ใครไปที่คุกกันแน่”
จูอู่ลอบผิดหวัง: ที่แท้ มารดาของเขาก็ไม่รู้นี่นา
นายท่านผู้เฒ่าซุนมองเย่อวี๋หรานอย่างลึกซึ้ง ไม่ได้หยั่งเชิงนางอีก แต่เอ่ยตอบไปว่า “ยังจะเป็นใครไปได้ ย่อมเป็นอนุฝางที่หัวเซี่ยงหรงโปรดปรานผู้นั้นน่ะสิ”
“อนุ?” พี่เป้านึกครู่หนึ่งจึงถามว่า “แค่อนุผู้หนึ่งเท่านั้น ทำไมหัวเซี่ยงหรงต้องฆ่าตัวตายด้วย? นายท่านผู้เฒ่าซุน หรืออนุผู้นี้กุมจุดอ่อนของหัวเซี่ยงหรงเอาไว้?”
นายท่านผู้เฒ่าซุนกล่าวว่า “หัวเซี่ยงหรงเปิดบ่อนพนันมาหลายปี ถึงจะไม่ได้แต่งภรรยาเอก แต่ก็รับอนุหลายคน แต่กลับไม่มีใครตั้งครรภ์สักคน พวกท่านคงไม่คิดว่านี่เป็นเรื่องบังเอิญกระมัง?”
“มีคนไม่อยากให้เขามีทายาท?” พี่เป้าพลันนึกขึ้นมาได้ว่าอนุที่หัวเซี่ยงหรงโปรดปรานผู้นั้น ตระกูลเฉียนเป็นคนส่งมาให้
มีคนรู้เรื่องนี้ไม่มาก เขาได้ยินคนกล่าวถึงโดยบังเอิญจึงรู้เรื่องนี้
เขาถามอย่างประหลาดใจ “เป็นตระกูลเฉียนใช่หรือไม่?”
นายท่านผู้เฒ่าซุนพยักหน้า “อืม! แทนที่จะบอกว่าหัวเซี่ยงหรงเปิดบ่อนพนันเอง มิสู้บอกว่าเขาจับมือกับคนตระกูลเฉียนเปิดบ่อน ตระกูลเฉียนต้องการแค่หมากที่หาเงินให้เท่านั้น แต่ถ้าหมากตัวนี้มีทายาทแล้ว ยังจะอุทิศตนทำงานให้พวกเขาอีกหรือ?”
“นี่กลับมีเหตุผล…” พี่เป้ากล่าว “หัวเซี่ยงหรงไม่โง่เสียหน่อย หลายปีมานี้ เขาไม่เคยสงสัยเลย?”
“สงสัยหรือไม่ข้าไม่รู้ แต่ข้ารู้ว่าเดือนก่อนอนุฝางเคยไปหาหมอ”
“หาหมอ? คงไม่ได้ท้องหรอกนะ?”
นายท่านผู้เฒ่าซุนไม่ได้ตอบ เพียงบอกว่ามีเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้น แต่ไม่รู้ว่าได้ตั้งครรภ์หรือไม่
แต่มีความเป็นไปได้สูงมาก ไม่อย่างนั้นหัวเซี่ยงหรงจะยอมตายแต่โดยดีได้อย่างไร?
“ตระกูลเฉียนไม่รู้?” พี่เป้าถามต่อทันที
[1] เชิญท่านลงโอ่ง (请君入瓮) หมายถึง ใช้แผนการที่คนผู้หนึ่งคิดมาเพื่อทำร้ายคนอื่นย้อนกลับไปจัดการคนที่วางแผนเสียเอง